เมื่อฉีิกลับจากวังหลวงก็ได้มีองครักษ์เงาเข้ามารายงานว่าร่างบางได้ไปที่สวนพักผ่อนส่วนตัวของเขาและได้กินลูกวัชพืชที่เขาปลูกไว้เป็ไม้ประดับเ่าั้ ทำให้เขาใเป็อย่างมากจึงรีบวิ่งไปทางสวนนั้นทันที
" ชิงเอ๋อ!" ฉีิะโหาร่างบางด้วยความเป็ห่วง
" นี่ท่านจะะโทำไมเนี่ยข้าก็อยู่ใกล้แค่นี้เอง "
ผมพูดขึ้นมาด้วยความใปนหงุดหงิด
อีตาอ๋องนี่หนิ จู่ๆ ก็มาะโแบบไม่ให้สุ้มให้เสียงใหมด
" ขะข้าขอโทษ ข้าแค่เป็ห่วงเ้า " ฉีิพูดเสียงอ่อย
" เป็ห่วงข้าเป็ห่วงข้าด้วยเหตุอะไรกัน " ผมถามออกไปอย่างงงๆ
" ก็องครักษ์เงามาบอกข้าว่า เ้ากินไม้ประดับที่ข้านำมาประดับไว้ในสวนข้าจึงเป็ห่วงกลัวว่าเ้าจะโดนพิษ ถ้าไม่ได้เป็อะไรใช่หรือไม่ไหนมาให้ข้าดูหน่อย "
พูดจบร่างสูงก็เดินมาจับร่างบางพลิกไปพลิกมาเพื่อหาจุดผิดสังเกตที่เกิดขึ้นบนตัวร่างบาง จนร่างบางรู้สึกเวียนหัว
" โอ๊ยย นี่ท่านอ๋องท่านหยุดจับข้าพลิกไปพลิกมาได้แล้วข้าไม่ใช่ปลาย่างนะ จับข้าพลิกไปพลิกมาอยู่ได้ข้าเวียนหัว "
ผมร้องโวยวายขึ้นและพยายามผลักตัวออกให้ห่างจากร่างสูงแต่ก็โดนร่างสูงดึงเข้าไปคนตัวของเขาเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของร่างสูงจนเกือบจมอก
" เ้าไม่เป็อะไรแน่หรือชิงเอ๋อ "
ฉีิถามย้ำขึ้นอีกด้วยความเป็ห่วง ั้แ่ที่ได้เจอกับชิงเอ๋อทำให้เขารู้สึกว่าชีวิตของเขาดูมีชีวิตชีวามากขึ้น เขาชอบที่จะอยู่ใกล้ร่างบางชอบกลิ่นตัว อยากเห็นหน้าอยากได้ยินเสียง ในวันแรกที่เขาได้เจอกับร่างบางนั่นก็คือในความฝัน ในความฝันนั้นเขาได้เจอกับร่างบางในสถานที่ที่ หนึ่ง ที่ไม่เหมือนกับที่นี่และลักษณะของร่างบางที่เขาเจอในความฝันนั้นเป็ผู้ชายตัวเล็กหน้าหวานตัดผมสั้นอยู่ในชุดที่ประหลาดแปลกตาไม่เหมือนกับชุดของคนที่นี่ และเขาก็ฝันอย่างนั้นซ้ำๆ ติดต่อกัน จนทำให้เขารู้สึกหลงรัก
จนกระทั่งถึงวันนั้นวันที่เขาเจอกับคนที่มีรูปร่างหน้าตาคล้ายกับคนร่างบางที่อยู่ในความฝันของเขาตอนแรกเขาก็ยังไม่แน่ใจแต่พอได้คุยได้ยินเสียงได้กลิ่นที่ออกมาจากตัวของร่างบางทำให้เขารู้ว่าเป็คนๆ เดียวกันเพียงแต่อยู่ในชุดอาภรณ์ที่ต่างกันก็แค่นั้น
เมื่อเขาได้เจอกับคนที่เขารอคอยมานานแล้วเขาไม่อยากจะเสียคนคนนั้นไปทำให้เขาเป็ห่วงร่างบางเป็อย่างมากเวลาที่คนตัวเล็กชอบที่จะทำอะไรแผลงๆ อย่างเช่นตอนนี้
แม้ว่าเขาจะรู้สึกว่าคนร่างบางตรงหน้าจะไม่ใช่คนในโลกนี้ก็ตามและสิ่งที่ร่างบางกินเข้าไปอาจจะเป็สิ่งที่มีอยู่ในโลกของร่างบางก็ได้แต่เขาก็กลัว กลัวว่าสิ่งที่อยู่ที่โน่นกับที่นี่มันจะไม่เหมือนกัน กลัวจะเกิดอันตรายกับคนตัวเล็กของเขา เขากลัวไปหมด แล้วดูคนตัวเล็กของเขานี่สิไม่ได้รู้สึกกลัวอะไรเลย เขาห้ามก็ไม่ฟังแถมยังมาโวยวายใส่เขาอีก น่าจับมาตีก้นจริงๆ
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ฉีิถึงกลับหลุดหัวเราะออกมา
" หึหึ ซนนัก "
ทางด้านไป๋ชิง
เอ้า อีตาอ๋องนี่ มองหน้าเราแล้วอยู่ๆ ก็หัวเราะแล้วมาบอกว่าเราซน อะไรของเขากัน
" นี้ท่านเป็อะไรของท่านกันนี้ อยู่ๆ ก็มาว่ากันแบบนี้ "
ผมพูดขึ้นอย่างเขินอาย
" ก็เ้าซนจริงๆ ไม่ใช่หรือชิงเอ๋อ " ฉีิพูดขึ้น
" ข้าซนยังไงไม่ทราบ " ผมถามกลับพร้อมทำหน้ายียวน
" ก็เ้าชอบกินลูกวัชพืชพวกนี้ข้ากลัวว่ามันจะมีพิษจะเป็อันตรายต่อเ้าได้ ฉีิตอบร่างบางตรงหน้า อยู่ในอ้อมกอด
" ลูกวัชพืชอะไรพวกนี้ล้วนแต่เป็ผลไม้ที่ข้าเคยกินทั้งนั้นมันไม่มีพิษ กินได้ "
ผมพูดขึ้นพร้อมทำท่าทางพยักหน้าไปมาเพื่อบอกว่าของพวกนี้มันกินได้
" หรือว่าท่านไม่เชื่อข้ากัน " ผมพูดออกไปอย่างงอนๆ พร้อมกับหันหน้าหนีไปทางอื่น
ร่างสูงที่เห็นแบบนั้นจึงได้รีบพูดเอาใจร่างบางทันทีว่า
" เอาล่ะชิงเอ๋อข้าเชื่อเ้า อย่าได้งอนข้าเลยข้าแค่เป็ห่วงเ้า "
" ชิ ~ " ผมเบ้ปากพร้อมกับกอดอกแล้วหันหน้าไปทางอื่นเพื่อปกปิดอาการเขินอาย
ฉีิที่เห็นแบบนั้นจึงได้เปลี่ยนเื่และถามคนตัวเล็กออกไปว่า
" แล้วเ้ารู้จักหรือไม่ว่าลูกวัชพืชพวกนี้ มีชนิดไหนที่กินได้บ้างและกินได้ตอนไหน ชิงเอ๋อ "
" ข้ารู้ข้ารู้ ข้ารู้จักหลายชนิดเลย "
ผมตอบออกไปอย่างกระตือรือร้นก่อนจะหาทางสลัดตัวออกจากอ้อมกอดของร่างสูงตรงหน้าได้สำเร็จเพราะว่าถ้าเขาอยู่ท่านี้นานๆ เขาคงได้หัวใจวายแน่ๆ
เมื่อผมหลุดออกมาได้จึงได้วิ่งเข้าไปในสวนทันทีตามด้วยท่านอ๋องที่เดินมาตามหลัง
" ในสวนของท่านน่ะมีแต่ผลไม้ที่กินได้ทั้งนั้นเลยดูสิ "
ผมพูดขึ้นพร้อมยกผลไม้ที่ถืออยู่ในมือขึ้นโชว์ให้ร่างสูงได้เห็นพร้อมกับร้องถามออกไปว่า
" อยากจะลองชิมดูหรือไม่รับรองว่าท่านจะติดใจเหมือนกับวันนั้นที่ท่านได้ชิม"
" ข้าติดใจทุกอย่างสิ่งที่ชิงเอ๋อทำให้ข้า " ฉีิพูดออกไป
" ท่านพูดอะไรของท่านกัน ข้าไม่พูดกับท่านแล้ว"
พูดจบผมก็วิ่งออกไปทันที ด้วยความเขินอายโดยไม่ได้หันมามองร่างสูงที่ยืนยิ้มอยู่ด้านหลัง
ในระยะเวลาที่อยู่ในสำนักดาราทมิฬนั้น ผมได้บอกแล้วก็สอนถึงการดูลักษณะของพวกพืชผักผลไม้ที่สามารถกินได้และยังได้บอกวิธีการประกอบอาหารจากพืชผักผลไม้พวกนั้นอีกด้วยทั้งเมนูของคาว และเมนูของหวาน ให้กับฉีิและคนในสำนัก
จนตอนนี้ชายป่าบริเวณใกล้กับสำนักแทบจะราบเป็หน้ากลองเพราะผมได้ระดมคมไปเก็บผักและผลไม้ทั้งหมดมาเพื่อทำการเรียนรู้ซึ่งผมยังได้สอนวิธีการถนอมอาหารเพื่อที่จะช่วยยืดระยะเวลาของอาหารให้สามารถเก็บไว้กินนานๆ ได้อีกด้วย จนตอนนี้สำนักดาราทมิฬเต็มไปด้วยของกินต่างๆ มากมาย
และผมยังได้บอกวิธีการเพาะปลูกผักและผลไม้ในแต่ละชนิดนั้นอีกด้วย ซึ่งฉีิเองก็ได้ให้คนในสำนักจัดเตรียมพื้นที่เพาะปลูกเอาไว้ ให้ ผมก็ได้สอนทุกอย่างั้แ่การเตรียมดิน เตรียมเมล็ด ไปจนถึงการใส่ปุ๋ยและการดูแลรักษา จนพวกเขาสามารถจดจำวิธีการได้ทั้งหมดและสามารถทำด้วยตนเองได้
และด้วยที่ด้านหลังสำนักดาราทมิฬมีน้ำตกสายใหญ่หนึ่งสาย ที่ไหลมาจากข้างในป่าเทวะทมิฬผมจึงได้ให้พวกเขาช่วยกันขุดร่องน้ำเพื่อจะทำคลองส่งน้ำนำน้ำเข้ามารดพืชผักผลไม้ที่ได้ปลูกเอาไว้ เพื่อที่จะไม่ต้องเหนื่อยเดินไปตักน้ำไกลๆ
พืชผักผลไม้ที่ผมเลือกให้พวกเขาปลูก ก็จะมีพวกผลไม้ยืนต้นและพืชผักสวนครัวต่างๆ ที่มีเห็นในชายป่าเทวะทมิฬรอบๆ สำนัก ผมให้พวกเขาขุดเบี้ยเล็กๆ ของพืชผักผลไม้เ่าั้มาปลูก
และด้วยว่าผมนั้นอยากจะเห็นว่าสวนผลไม้และพืชผักสวนครัวต่างๆ ที่ปลูกนี้เวลามันโตจนออกลูกออกผลจะเป็ยังไง ผมจึงได้ใช้พลังของหอแก้ว 9 สมบัติเร่งการเติบโตของผลไม้พวกนั้นจนโตได้ภายในคืนเดียว
เหตุการณ์นั้นสร้างความใให้กับคนในสำนักดาราทมิฬเป็อย่างมากเมื่อตื่นเช้าขึ้นมาก็โตกลับป่าผลไม้ที่มีผลออกเต็มไปหมดทั้งที่เพิ่งปลูกกันเมื่อวาน ส่วนฉีินั้นได้แต่ส่ายหน้าด้วยความเอ็นดูเพราะรู้ว่านี่เป็ฝีมือของใคร
จากนั้นผมจึงได้แนะนำให้นำความรู้นี้ไปแนะนำให้แก่ชาวบ้านเพื่อที่จะได้ทำให้ชาวบ้านมีรายได้และความเป็อยู่ที่ดีขึ้นไปอยู่มาวันนึงผมจึงได้พูดขึ้นกับฉีิว่า
" ฉีิ วันนี้ข้าอยากไปสำรวจป่าแถวน้ำตกหลังสำนักท่านอะ " ผมพูดออกไป
" ไปสิเดี๋ยวข้าพาเ้าไปเอง " ร่างสูงตอบ
" จริงหรอ งั้นเราไปกันเถอะๆ "
ผมพูดขึ้นอย่างตื่นเต้น ด้วยว่าสำนักดาราทมิฬนั้นตั้งอยู่ฝั่งซ้ายของป่าเทวะทมิฬเมื่อเดินมาถึงน้ำตก ก็เจอกับพืชพรรณชนิดต่างไปขึ้นอยู่เรียงรายเต็มไปหมด แถวๆ บริเวณน้ำตกนั้น
" นั้นมันสตอเบอร์รี่! "
" นั้นมันลูกพลับ! "
" นั้นมันองุ่น! "
นั้นมัน นั้นมัน นั้นมัน!เสียงของผมดังขึ้นตลอดเวลาที่เดินผ่านต้นผลไม้ที่กินได้
" นี้มันจะอุดมสมบูรณ์เกินไปแล้ว " ผมร้องอุทานขึ้นอย่างใ เมื่อเดินมาได้อีกซักพัก ผมจึงมองลงไปในลำธารที่อยู่ใกล้ๆ ก็เห็นว่าภายในน้ำนั้นเต็มไปด้วยกุ้งหอยปูปลามากมายชนิดที่แบบว่ามากจนน่ากลัว
" นั่นมันปลานี่ มีกุ้งด้วย หอยก็มี " ผมอุทานขึ้นมาเสียงดัง
" มีอะไรงั้นหรือชิงเอ๋อ " ฉีิร้องถามออกมาด้วยความใที่อยู่ๆ ร่างบางก็ะโขึ้นมาเสียงดัง
" ข้าแค่เจอของดีน่ะ " ผมพูดออกมาด้วยความดีใจ
" ของดีอะไรงั้นรึ " ร่างสูงถามคนตัวเล็ก
" นั่นไงๆ " ผมพูดพลางชี้มือมือลงไปในลำธาร
" ตัวมีเกล็ดนั่นน่ะหรือมันกินไม่ได้หรอกนะชิงเอ๋อ เคยมีคนนำมันไปประกอบอาหารแล้วแต่กินไม่ได้มันมีกลิ่นคาวจนไม่สามารถกินได้เลย " ร่างสูงพูดตอบออกไป
เมื่อผมได้ยินอย่างนั้นจึงได้อธิบายว่าสิ่งที่อยู่ในนามเรียกว่าอะไรและสามารถนำไปทำอะไรได้บ้างพร้อมกับบอกวิธีการประกอบอาหารจากสัตว์น้ำพวกนี้และยังได้บอกวิธีการทำปลาที่สามารถเก็บไว้กินได้นานๆ อีกด้วย
สุดท้ายก็จบลงตรงที่ผมได้ไประดมกำลังคนในสำนักมาช่วยกันจับกุ้งหอยปูปลาพวกนี้กับสำนัก พร้อมกับบอกวิธีการปรุงอาหารและวิธีการถนอมอาหารของเนื้อปลาเนื้อกุ้งพวกนี้ให้กับคนในสำนักด้วย
บอกได้เลยว่าตอนนี้สำนักดาราทมิฬไม่ต่างอะไรกับห้างสรรพสินค้า คือมีอาหารทุกอย่างทั้งผักผลไม้แล้วก็เนื้อสัตว์กุ้งหอยปูปลาครบครัน
จนตอนนี้ในสำนักดาราทมิฬ ไป๋ชิง เปรียบเสมือนเทพแห่งความอุดมสมบูรณ์เลยก็ว่าได้