แผนร้ายของเสี่ยวฮุ่ย
ใบหน้าของเสี่ยวฮุ่ยแสดงสีหน้ามีความสุขออกมาโดยฉับพลัน"ไม่น่าเชื่อว่าบนเกาะแห่งนี้จะมีอารยธรรมโบราณอยู่ ไปเร็วอู่หมิงพวกเราเจอของดีเข้าให้แล้ว" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวด้วยความตื่นเต้นพวกอู่หมิงแสดงสีหน้าประหลาดใจก่อนจะตามเสี่ยวฮุ่ยที่พุ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็ว แม้อู่หมิงจะกลายมาเป็นราชันแล้วก็มีเพียงความเร็วเท่านั้นที่สู้กับเสี่ยวฮุ่ยไม่ได้วิ่งตามเสี่ยวฮุ่ยมาสองชั่วโมงในที่สุดพวกอู่หมิงก็มาถึงซากอารยธรรมโบราณที่เก่าแก่แห่งหนึ่ง สภาพของสิ่งก่อสร้างที่คล้ายกับปราสาทที่อยู่ตรงหน้าพวกอู่หมิงนั้นดูทรุดโทรใและแผ่กลิ่นอายจากยุคโบราณออกมาอย่างเห็นได้ชัด"ยอดเยี่ยมดูจากสภาพแล้วยังไม่เคยถูกคนค้นพบ" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวพร้อมกับเริ่มเข้าไปสำรวจหาทางเข้าทันที"น่าแปลก ท่าที่นี่มีสิ่งก่อสร้างที่มาจากยุคโบราณแบบนี้แล้วทำไมพวกจ้าวหอที่เป็นถึงระดับจักรพรรดิถึงสัมผัสไม่ได้กัน" เสวี่ยอินกล่าว"เพราะที่แห่งนี้มีค่ายกลระดับสูงคอยปกป้องเอาไว้ และถ้าไม่มีอาจารย์อยู่ละก็พวกเราไม่มีทางค้นพบที่นี่อย่างแน่นอน" ซวงอี้กล่าว"เป็นแบบนี้นี่เองสมกับเป็นอาจารย์เรื่องหาสมบัตินี่เป็นอันดับหนึ่งจริงๆ" เจียงเฉินกล่าว คำกล่าวของเจียงเฉินนั้นเหมือนจะเป็นคำล้อเลียนมากกว่าคำชมเสียอีกทำให้อู่หมิงรู้สึกขำออกมา"แล้วพวกเราจะเข้าไปข้างในได้อย่างงั้นหรือ" พวกเยี่ยฉีกล่าว"ก็ต้องดูว่าเสี่ยวฮุ่ยจะทำลายค่ายกลของที่นี่ได้หรือไม่เท่านั้นเอง" อู่หมิงกล่าว"เหอะ พวกเจ้าคิดว่าข้าเป็นใคร พวกเจ้าคอยจับตาดูให้ดีข้าจะแสดงความสามารถของปรมาจารย์ค่ายกลระดับสุดยอดให้ดู" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวพร้อมกับเริ่มนำแผ่นหยกออกมาแล้วเริ่มวาดอักษรโบราณและขยับมือไปมา ปากก็บ่นพึมพำด้วยเสียงแผ่วเบาจนพวกอู่หมิงไม่ได้ยินอะไรเลย"แคว๊ก!!!!!!!!!!"แต่ในตอนนั้นเองค่ายกลที่ปกป้องปราสาทโบราณก็เริ่มปรากฎรอยร้าวขึ้น พวกเยี่ยฉีกับหานเจี่ยแสดงสีหน้ามีความสุขออกมาในทันทีเพราะข้างในปราสาทหลังนี้จะต้องมีสมบัติล้ำค่ามากมายรออยู่อย่างแน่นอน"ฮ่า ฮ่า คิดว่าค่ายกลที่เสื่อมโทรมแบบนี้จะป้องกันนายท่านเสี่ยวฮุ่ยผู้นี้ได้งั้นหรือ " เสี่ยวฮุ่ยกล่าวด้วยรอยยิ้มอย่างพอใจ"เอาละพวกเราไปกันเถอะ" อู่หมิงกล่าวพวกอู่หมิงเดินเข้าไปในทันที เมื่อพวกอู่เข้าไปในประตูปราสาทสิ่งที่รออู่หมิงอยู่ก็คือห้องขนาดใหญ่และมีประตูจำนวน 20 บานและที่กลางห้องมีป้ายหินสลักข้อความเอาไว้อยู่"นี่มันอะไรกัน ใหนๆมันเขียนว่าอะไร "ผู้ที่อยากจะได้สมบัติและมรดกของข้าจะต้องผ่านด่านทดสอบของข้าให้ได้เสียก่อนจึงจะได้รับมรดกของข้า ส่วนคนที่ทำผิดกติกาที่ข้าตั้งไว้จะต้องถูกสังหารไม่ละเว้น" นี่มันอะไรกัน บัดซบเจ้านี่ก่อนตายยังทิ้งด่านทดสอบเอาไว้อีกงั้นหรือ" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวอย่างอารมณ์เสีย"จากกติกาที่เขียนไว้ ประตูหนึ่งบานเข้าไปได้แค่ 1 คน และใครก็ตามที่เข้าไปเกิน 1 คนต่อประตูหนึ่งบานคนพวกนั้นก็จะถูกสังหารลงทันทีสินะ" อู่หมิงกล่าว"พวกเราจะทำยังไงกันดี ไม่รู้ว่าข้างในประตูนั้นจะมีอะไรรอเราอยู่" อู่เซียงกล่าว"ข้าจะเข้าไป " อู่หมิงกล่าว"ข้าด้วย" เจียงเฉินกล่าว"พวกเจ้าทุกคนพวกเจ้าต่างก็เป็นศิษย์ของข้าเพราะงั้นข้าจึงอยากให้พวกเจ้ารองทดสอบโชคชะตาของตัวเองในที่แห่งนี้ เพราะจากที่ข้าดูแล้วในประตูของแต่ละบานนั้นจะมีโชควาสนาซ่อนเอาไว้อยู่แต่ว่าการจะได้รับโชคเหล่านั้นจำเป็นจะต้องมีจิตใจที่เข้มแข็งและจงเชื่อมั่นในหนทางที่ตนเองเลือก" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวอู่หมิงไม่รอช้าก่อนจะเดินเข้าไปในประตูตรงกลางทันที เมื่ออู่หมิงเข้าไปประตูก็ปิดตัวลงทันทีและไม่สามารถเปิดออกได้จนกว่าอู่หมิงจะออกมาเอง อีกด้านพวกเจียงเฉินและเสวี่ยอินก็เลือกประตูของตนเองและเข้าไปในประตูทันที ซึ่งเสี่ยวฮุ่ยรั้งอยู่ท้าย"ตอนนี้ค่ายกลป้องป้องปราสาทแห่งนี้พังไปแล้ว และเจ้าพวกตาแก่เหล่านั้นจะต้องสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายโบราณนี้แน่ ถือว่าป้องกันไว้ก่อนก็แล้วกัน" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวพร้อมกับไปยังแผ่นหินที่สลักข้อความเอาไว้พร้อมกับนำสมบัติบางอย่างออกมาและลบข้อความบางส่วนออกพร้อมกับเปลี่ยนข้อความเอาไว้ใหม่ซึ่งข้อความที่เสี่ยวฮุ่ยได้เปลี่ยนนั้นคือส่วนของกติกาของมัน จากที่ให้เขาไป 1 คนต่อหนึ่งประตู เสี่ยวฮุ่ยก็เปลี่ยนเป็น ให้จับกลุ่มเข้าไป 4 คนต่อหนึ่งประตู เมื่อเปลี่ยนเสร็จแล้วเสี่ยวฮุ่ยก็ยิ้มอย่างชั่วร้ายก่อนจะเข้าประตูที่เหลือไปเมื่อพวกอู่หมิงเข้าไปกันหมดแล้วประตูของพวกอู่หมิงก็หายไปก่อนจะปรากฎประตูบานใหม่เข้ามาแทน ซึ่งเหมือนกับว่าไม่เคยมีกลุ่มคนเคยเข้ามาก่อน และก็เป็นอย่างที่เสี่ยวฮุ่ยกล่าวพวกจ้าวหอเฉินและชายชราจากพรรคอธรรมก็สัมผัสได้ถึงกลินอายเก่าแก่โบราณนั้นทั้งสองต่างไม่รอช้ารีบตรงไปยังเกาะทันที ซึ่งประมุขคนอื่นๆก็ติดตามไปด้วยความงุนงง"นี่มันอารยธรรมโบราณนี่" หวังตี้และหัวหน้าศิษย์ของพรรคแมงป่องทมิฬพร้อมกับสมาชิกอีก 6 คนก็มาถึงปราสาทโบราณพร้อมกับตรงเข้าไปด้วยสีหน้าตื่นเต้น ด้วยหวังตี้ทะลวงสู่ปราณราชันแล้วทำให้มีความมั่นใจในตัวเองมากยิ่งขึ้น"หืมมีการทดสอบด้วยงั้นหรือ" หัวหน้าศิษย์ของงพรรคแมงป่องทมิฬกล่าว"จับกลุ่ม 4 คนเข้าไปในประตูบานนั้นงั้นหรือ" หวังตี้เองก็กล่าวด้วยน้ำเสียงมีความสุข"พอดีเลยพวกเราเหลือคนอยู่ 8 คนพอดี" หัวหน้าศิษย์พรรคแมงป่องทมิฬกล่าวด้วยรอยยิ้มพร้อมกับแยกเป็นสองกลุ่มและเข้าไปในประตูทันทีและหลังจากนนั้นไม่นานพวกจ้าวหอเฉินก็มาถึงพร้อมกับฝ่ายพรรคอธรรมก็มาถึงเช่นกัน พวกกลุ่มจ้าววั่นที่สัมผัสได้ถึงตัวตนของพวกประมุขตนก็เร่งเดินทางตรงไปหาประมุขของตนทันที"ไม่น่าเชื่อว่าในเกาะแห่งนี้จะมีอารยธรรมโบราณอยู่" ชายชราพรรคอธรรมกล่าวด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง"ดูจากกลิ่นอายแล้วคงมีคนเข้าไปแล้วอย่างแน่นอน" จ้าวหอเฉินกล่าว แต่ภายในใจจ้าวหอเฉินกลับรู้สึกประหลาดใจเพราะกลิ่นอายกลุ่มนี้เป็นของอู่หมิงอย่างแน่นอน"ในเมื่อสถานการณ์เป็นแบบนี้พวกเรามาตกลงกันเถอะว่าจะแบ่งกันสำรวจยังไง" ชายชราพรรคอธรรมกล่าว"ตามความสามารถของตนเอง" จ้าวหอเฉินกล่าว"ดี ตกลงตามนั้น " ชายชราจากพรรคอธรรมพากลุ่มของตนเข้าไปข้างในปราสาทโบราณทันที เมื่อเข้าไปถึงพวกเขาก็พบกับประตูจำนวน 20 บานและแผ่นป้ายหินเมื่อพวกเขาอ่านแล้วพวกเขาก็พากันจัดกลุ่ม 4 คนเข้าไปตามประตูทันที โดยไม่รู้เลยว่าพวกเขาในตอนนี้กำลังเข้าไปในประตูนรกส่วนทางจ้าวหอเฉินกลับหยุดอยู่กับที่และเลือกที่จะหยุดคนของตนไม่ให้เขาไป พร้อมกับเพ่งเล็งไปที่แผ่นป้ายหินที่มีกลิ่นอายของเสี่ยวฮุ่ยแฝงไว้อยู่ จ้าวหอเฉินใช้จิตสัมผัสส่งไปยังกลิ่นอายนั้นก็มีข้อความเสียงดังเข้ามาในหัวของจ้าวหอเฉินทันที จ้าวหอเฉินหลายเป็นยิ้มขบขันก่อนจะเริ่มบอกข้อความนี้กับคนอื่นๆ----------------------------------------------------------------------------------------------------------