“ชั่วชีวิตของข้ามิเคยอ่อนแอกว่าผู้ใด!”
เงาร่างสีทองร่างหนึ่งยืนตระหง่านท่ามกลางห้วงอากาศไร้ที่สิ้นสุดดวงตาที่หลุบต่ำทั้งสองข้างค่อยๆ ลืมขึ้น ผืนฟ้าปฐีพลันสั่นะเืความกระหายาพลุ่งพล่านโหมกระหน่ำม้วนตลบไปทั่วทุกทิศ
ยามนี้นักพรตทั้งหมดในโลกเซียนพิภพต่างตัวสั่นสะท้าน
สายตานับไม่ถ้วนจับจ้องไปยังเงาร่างสีทองเหลืองอร่ามราวกับเทพเทวาในห้วงอากาศร่างนั้น
แม้นโลหิตจะเปรอะไปทั่วสรรพางค์กายแต่อานุภาพแห่งเซียนอันยิ่งใหญ่ทำให้เก้า์ชั้นฟ้าสิบภพภูมิสั่นะเืต่อให้โลกเซียนพิภพจะยิ่งใหญ่เพียงใดก็อดประหวั่นพรั่นพรึงมิได้
“จื่อฉยงเ้ายังหยิ่งจองหองราวกับมิเห็นสิ่งใดอยู่ในสายตาถึงเพียงนี้ปีนั้นหากฝากตัวเป็ศิษย์ของพวกข้า ไหนเลยจะต้องมีภัยอย่างในวันนี้” เงาร่างขมุกขมัวทั้งสามร่างโอบล้อมรอบเขาไว้น้ำเสียงแก่หง่อมเสียงหนึ่งดังขึ้น
“พวกเ้ามีอะไรให้ข้าต้องพึ่งพากัน”
เงาร่างสีทองที่งดงามหาใดเปรียบแหงนหน้าแผดเสียงคำรามด้วยความขุ่นเคือง“ข้าถือกำเนิดจากสามัญชน จุดเริ่มต้นต่ำต้อยบากบั่นบำเพ็ญเพียรมาล้านกว่าปี ผู้คนในอาณาจักรเซียนของข้าแต่ละคนราวกับั[1] พวกเ้าควบคุมระบบวิถีเซียนกลับไม่อาจทนยอมให้คนรุ่นหลังเทียบเคียงเสมอตนวันนี้ตำหนักวิถีใหญ่ทั้งสามกวาดล้างราษฎรนับล้านล้านในอาณาจักรเซียนของข้าจื่อฉยงหากมีชาติหน้า ข้าจะเอาคืนเป็ร้อยเท่าคนใจคอโเี้โฉดชั่วดั่งหมาป่าอย่างพวกเ้าเป็ผู้ควบคุมวิถีเซียน ข้าไม่ยินยอม!”
“ไม่ยอมแล้วยังไงเล่าพวกเราควบคุมวิถีเซียน เ้าจะทำอะไรได้” น้ำเสียงแก่ชราตอบกลับอย่างเ็าอีกครั้ง
จักรพรรดิเซียนจื่อฉยงเงียบงันไม่พูดอะไรอีก เรือนผมดำขลับของเขาปลิวไสว ดวงตาพลันกลับกลายเป็เรียบนิ่งลุ่มลึกดั่งมหาสมุทรสุดลึก เสื้อคลุมลายัสีเหลืองอร่ามโบกสะบัดตามสายลมท่วงท่างดงามเหนือกว่าสิ่งใด
“จื่อฉยงเ้าจะลงมือกับพวกเราอย่างนั้นหรือ” เงาร่างพร่าเลือนทั้งสามเข้าประชิดร่างรับรู้ถึงความผิดปกติของจักรพรรดิเซียนจื่อฉยง
“ฆ่า!”
ตูม!
ในยามนี้พลังของจักรพรรดิเซียนจื่อฉยงพุ่งสูงราวกับภูผาสูงตระหง่านรอบกายมีลำแสงศักดิ์สิทธิ์นับสิบล้านพวยพุ่งพร่างพราวสะดุดตาฉีกห้วงอากาศออกจากกัน โถมซัดเข้าใส่เงาร่างพร่าเลือนทั้งสามร่างนั้น
“อ่อนหัด!”
“รนหาที่ตาย!”
เงาร่างพร่าเลือนทั้งสามลงมือในเวลาเดียวกันพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่สามารถทำลายล้างทั่วทั้งโลกาแสนยานุภาพอันไร้ขอบเขตม้วนกวาดไปทั่วท้องนภา ไหลบ่าเข้าท่วมจักรพรรเซียนจื่อฉยงในทันใดทั้งกายเนื้อทั้งิญญาแท้พลันมลายหายสิ้นดั่งเถ้าธุลีและหมอกควัน
โลกเซียนพิภพตำหนักวิถีใหญ่ทั้งสามร่วมมือทำลายล้างอาณาจักรเซียนของจื่อฉยงจนย่อยยับาในครั้งนี้สิ่งมีชีวิตแตกดับนับไม่ถ้วนิญญาแท้ของจอมจักรพรรดิจื่อฉยงกระจัดกระจาย มลายหมดสิ้นดั่งขี้เถ้าและหมอกควัน
ณแผ่นดินต้าถัง ภายในเมืองเหลียงโจวเขตเป่ยฮวง สกุลเซียว
มวลหมู่เมฆเรียงตัวเป็ชั้นดำหนาทึบแผ่ปกคลุมทั่วทั้งเมืองเหลียงโจวยามที่เมฆหมอกเคลื่อนตัวสามารถมองเห็นสายฟ้าราวกับกระบี่แหลมคมวาดผ่านท้องฟ้าในยามราตรีได้รางๆ
เด็กหนุ่มรูปร่างบอบบางคนหนึ่งยืนอยู่ตรงหน้าประตูห้องบัญชีของสกุลเซียวเรือนผมดำขลับยุ่งเหยิงสยายปกคลุมบนไหล่ดวงตาของเขาซึมกะทือไร้ซึ่งกลิ่นอายความเฉลียวฉลาด เหมือนกับเด็กปัญญาทึบ
“เอ๊ะนี่มันคุณชายเซียวอวี้ไม่ใช่เหรอ มารับเงินเดือนอีกแล้วรึ” ชายวัยกลางคนหรี่ตาเดินออกมาจากห้องคล้ายจะยิ้มก็มิเชิง มีบริวารสามสี่คนที่ยิ้มเย้ยหยันเดินตามอยู่ด้านหลัง
“ใช่แล้วพ่อบ้านสวี”
เด็กหนุ่มที่ถูกเรียกว่าเซียวอวี้พยักหน้าด้วยความหวาดกลัวร่างบอบบางท่ามกลางลมหนาวช่างน่าเวทนานัก
“เชิญคุณชายเซียวอวี้กลับไปเสียเถิดเดือนนี้ไม่มีเงินให้ท่านแล้วละ” พ่อบ้านสวีผายทั้งสองมือออกยิ้มตาหยีแล้วตอบกลับ
“ทำ...ทำไมกัน” เซียวอวี้ถามอย่างระมัดระวังใบหน้าใสซื่อไม่เต็มเต็งฉายความประหม่าเล็กน้อย
พ่อบ้านสวีหรี่ตาพลางยิ้มกริ่มทำเสียงฮึดฮัดเยียบเย็นด้วยความดูแคลน “ก็ไม่ทำไมหรอกข้าบอกว่าไม่มีก็คือไม่มี เด็กปัญญาอ่อนคนนึงยังจะเอาเงินอะไรอีก” เขากล่าวพลางจะลุกขึ้นกลับห้อง
“เ้าเ้าอย่าไปนะ ข้า้าเงิน...ข้าจะซื้อยาให้ท่านแม่”เซียวอวี้ร้อนใจจนแทบจะร้องไห้ ใช้มือคว้าข้อมือของเขาไว้
“ไสหัวไป”
แววตาพ่อบ้านสวีฉายแววเยียบเย็นใช้เท้าเตะเซียวอวี้ออกไปไกลหลายหมี่[2] ใบหน้าเผยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม “ข้าไม่กลัวหรอกหากจะต้องบอกเ้าเด็กปัญญาทึบอย่างเ้าว่า นับจากวันนี้เ้ากับแม่ผู้ต้อยต่ำของเ้าจะไม่ได้เงินอีกแล้ว เ้าก็อย่ามาโทษข้าละนี่เป็คำสั่งของฮูหยินสาม”
“ฮือๆๆ ข้า้าเงิน ข้าจะเอาไปรักษาท่านแม่ พวกเ้ามันคนเลว...ไอ้พวกคนชั่ว” เซียวอวี้ถูกพ่อบ้านสวีเตะใส่อีกทีจนกระอักเืออกมาทรุดเข่าข้างหนึ่งร้องไห้จ้าอยู่บนพื้น
“เหอะไอ้เด็กปัญญาอ่อน เป็ถึงลูกแท้ๆ ของท่านโหว” พ่อบ้านสวีเบะปากดูแคลนใบหน้าเผยความเย้ยหยัน
“เขาก็แค่เืชั่วๆท่านน่ะยังใจดี เป็ถึงผู้ฝึกยุทธ์ขั้นก่อนกำเนิดหกชั้นฟ้าเมื่อครู่หากเตะด้วยปราณแท้ คุณชายเซียวอวี้ของเราคงจะต้องตายแหงแก๋” คนรับใช้คนหนึ่งฉีกยิ้มประจบสอพลอ
“ฆ่าไอ้โง่เช่นนี้ข้ากลัวเท้าตัวเองจะเปรอะเปื้อนน่ะสิ”
โครม!
ทันใดนั้นกลุ่มก้อนเมฆกลางท้องนภาในยามราตรีพลันม้วนตัวดุเดือดไปมาสายฟ้าแต่ละสายแลบแปลบปลาบอยู่ในมวลหมู่เมฆ จู่ๆสายฟ้าที่ราวกับแถบผ้าไหมยาวสีขาวพลันฟาดลงมาจากกลางอากาศท่ามกลางสายตาตื่นตระหนกจนแทบสิ้นใจของผู้คนสายฟ้าแลบที่ใหญ่หนาเท่าแขนเด็กคล้ายแสงกระบี่สีขาวฟาดลงตรงกลางศีรษะของเซียวอวี้ผู้โง่เง่า
เสื้อผ้าทั่วทั้งร่างของเซียวอวี้แหลกละเอียดเป็จุณในชั่วพริบตาเขากระอักโลหิตสีดำออกจากปาก หมดสติล้มลงบนพื้นโดยไม่เปล่งเสียงร้องสักแอะ
วันนี้เป็วันขึ้นสองค่ำเดือนสอง[3]เสียงฟ้าร้องแห่งวสันตฤดูเสียงแรกะเิก้อง ัแท้ทะยานขึ้นสู่ท้องนภาในวันวสันตวิษุวัต
“เร็วรีบไปดูว่าเ้าโง่นั่นตายหรือไม่ จะปล่อยให้เขาตายอยู่ตรงนี้ไม่ได้เป็อันขาด”พ่อบ้านสวีหน้าถอดสี ถึงแม้เซียวอวี้จะเป็คนโง่แต่อย่างน้อยก็ยังเป็บุตรแท้ๆ ของท่านโหว หากเสียชีวิตอยู่หน้าห้องบัญชีไม่ว่าอย่างไรเขาก็ยากที่จะหลีกหนีความรับผิดชอบไปได้
บ่าวรับใช้สามสี่คนย่องเท้าเข้าไปใกล้อย่างระมัดระวังเพราะเกรงว่าจะมีสายฟ้าฟาดลงมาอีก
บ่าวรับใช้คนหนึ่งในนั้นเพิ่งจะแตะร่างของเซียวอวี้จู่ๆ เซียวอวี้ก็ลืมตาขึ้น สายตาฉายแววเยียบเย็นเหนือกว่าสิ่งใด
“ไสหัวไปซะ!”
ความเยียบเย็นแปลกประหลาดแผ่ซ่านออกมาจากร่างของเซียวอวี้พลังอันน่าครั่นคร้ามกระจายออกมาโดยมิได้ตั้งใจพวกบ่าวรับใช้จ้องมองเขาด้วยความหวาดผวา ร่นถอยหลังไปโดยสัญชาติญาณ
เซียวอวี้ค่อยๆหยัดกายลุกขึ้นจากพื้นช้าๆชั่วขณะนั้นเองสายฟ้าแลบสว่างจ้าดุร้ายลำแสงหนึ่งวาดผ่านท้องฟ้าในยามราตรีส่องกระทบใบหน้าที่เ็าของเขา
“ที่แท้ข้า...กลับชาติมาเกิดใหม่!”
เซียวอวี้ก้มหน้ามองสำรวจร่างใหม่ั์ตาฉายความรู้สึกซับซ้อนที่ใครก็มิอาจเข้าใจ
เซียวอวี้เงยหน้าสูดลมหายใจเข้าลึกๆยามที่ตวัดสายตามองไปทางพ่อบ้านสวีจิตสังหารอันดุดันแผ่กระจายออกมาจากภายในร่างทันที
“สวีซานเงินสำหรับเดือนนี้ของข้าเล่า” เซียวอวี้จ้องเขาด้วยความเฉยชาความน่าเกรงขามที่แผ่ออกมาจากจิติญญาดั่งอำนาจ์อันหนักอึ้ง
ในเวลานี้ในใจของพ่อบ้านสวีซานผู้ดูแลห้องบัญชีของจวนโหวรู้สึกเย็นเยียบความหวาดกลัวผุดขึ้นมาอย่างอิอาจควบคุม
ถึงแม้จะมลายหายสิ้นในชั่วพริบตาแต่ก็ทำให้เขารู้สึกอัปยศอดสูเหนือกว่าสิ่งใดเช่นกัน
“เกิดอะไรขึ้นข้า...ไม่คิดเลยว่าจะรู้สึกหวาดกลัวเ้าโง่นี่” ใบหน้าของสวีซานแดงซ่านด้วยความอับอายโดยพลันจากนั้นดวงตาก็หม่นหมองเยียบเย็น สีหน้าค่อยๆ กลับกลายเป็ดุร้าย เหี้ยมโหด
ฝ่ามือของเขาค่อยๆเปลี่ยนเป็สีแดงก่ำ ความอำมหิตที่กำลังจะปะทุออกมาทำให้สวีซานดูดุร้ายขึ้นเรื่อยๆ
เซียวอวี้รู้เห็นทุกอย่างอยู่ในสายตาส่งเสียงฮึดฮัดเยียบเย็นพลางเอ่ย “สวีซานนี่เ้าจะลงมือกับข้าอย่างนั้นหรือ แม้ข้าจะเป็บุตรอนุแต่ก็เป็บุตรอนุแห่งจวนโหวแห่งนี้”
“จะ...เ้า!”
จิตสังหารที่อัดแน่นเต็มอกของสวีซานพลันหลั่งไหลออกมาเขาจ้องมองเซียวอวี้ด้วยสีหน้าเคียดแค้น ดูท่าสายฟ้าเมื่อครู่คงไปเปิดทวารเ้าโง่นี่ เซียวอวี้พูดไม่ผิด แม้เขาจะเป็บุตรอนุแต่ก็เป็ถึงบุตรอนุแห่งจวนโหว ส่วนสวีซาน...เป็เพียงหนึ่งในบ่าวรับใช้ที่มีมากมายนับหมื่นนับพันในจวนโหวแห่งนี้
“แฮะๆดูท่าคุณชายเซียวอวี้จะโชคดีหลังจากประสบเคราะห์กรรมเสียแล้วสิหากฮูหยินสามทราบว่าสติปัญญาท่านกลับเป็ปกติแล้ว คงจะดีใจยิ่งนัก”
สวีซานสูดลมหายใจเข้าลึกๆยับยั้งจิตสังหาร ใบหน้าเผยรอยยิ้มมีเลศนัย มอบทองให้เซียวอวี้หลายก้อน
เซียวอวี้ยิ้มอย่างไม่แยแสแล้วหมุนตัวเดินจากไปไม่ได้สนใจสายตาเคียดแค้นเหี้ยมโหดของสวีซานเลยด้วยซ้ำ
จนกระทั่งเซียวอวี้เดินไปไกลแล้วลูกน้องหลายคนของสวีซานก็ล้อมวงเข้ามา
“ไปรายงานฮูหยินสามบอกว่าคุณชายหกของเราเปิดทวาร สติปัญญากลับเป็ปกติแล้ว” สวีซานยิ้มเ้าเล่ห์
“ขอรับ”ลูกน้องไม่กี่คนก็พลอยยิ้มเ้าเล่ห์ด้วยเช่นกัน
“คุณชายท่านกลับมาแล้วหรือ” เซียวอวี้กลับมายังเรือนโกโรโกโสที่พวกเขาแม่ลูกอาศัยอยู่ เรือนที่ชำรุดทรุดโทรมมีเพียงสามห้องชายชราบ่าวรับใช้ที่อยู่ในชุดสีเขียวคนหนึ่งกำลังต้มยาอยู่ในลานพอเห็นเซียวอวี้ก็อดยิ้มไม่ได้
“ลุงหวัง”เซียวอวี้พยักหน้ารับ
บ่าวรับใช้ชราในชุดสีเขียวมีนามว่าหวังซานเป็บ่าวรับใช้เพียงคนเดียวของพวกเขาสองแม่ลูก ชายชรามีจิตใจดีงามหลายปีมานี้โชคดีที่ได้เขาดูแล
“ฮูหยินรับประทานยานอนหลับไปแล้ว คุณชาย ท่านหิวแล้วหรือยัง” สายตาของหวังซานฉายความเมตตารักใคร่ราวกับกำลังมองลูกน้อยของตนเอง
เซียวอวี้คลี่ยิ้มบางมอบเหรียญทองให้หวังซานหลายเหรียญ “ลุงหวังท่านยากลำบากมาหลายปี เดือนนี้ได้เงินมาเยอะ นอกจากซื้อยาให้ท่านแม่ท่านยังซื้อเหล้าเหลืองได้อีกสองสามกาแน่ะ”
หวังซานจ้องมองรอยยิ้มของเซียวอวี้ทันใดนั้นก็สั่นสะท้านไปทั่วทั้งตัวเหมือนโดนสายฟ้าฟาดด้วยความเหลือเชื่อเอ่ยด้วยเสียงสั่นระรัว “คุณชาย ทะ...ท่าน”
“เป็อะไรไปลุงหวังจำข้าไม่ได้แล้วอย่างนั้นหรือ ท่านวางใจเถอะ ข้าสบายดี แถมจู่ๆ ได้เปิดทวาร ตอนนี้เหมือนจะไม่โง่เง่าแล้วด้วยละ”เซียวอวี้ชี้ไปที่ศีรษะของตนเอง พูดกระเซ้าเย้าแหย่
“์เมตตาแล้ว!”
หวังซานอึ้งงันไปชั่วครู่แล้วจู่ๆ ก็น้ำตานองหน้า สองมือประคองเซียวอวี้ร้องห่มร้องไห้
[1] อุปมาว่าทุกคนขอแค่มีความยินดีล้วนแต่จะมีโอกาสในการก้าวหน้าได้ ทุกคนล้วนสามารถเติบโตได้สามารถกลายเป็ผู้นำในวันหน้าได้
[2] 1 หมี่ เท่ากับ 1 เมตร
[3] วันขึ้นสองค่ำเดือนสอง หรือเรียกว่า วันัเชิดหัวเป็วันสำคัญตามความเชื่อของคนจีนโดยสื่อว่าเป็วันที่หวนกลับเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิอีกครั้ง