พ่อครูจายเปิงได้แต่ตั้งท่าจะขว้างแต่ยังไม่ทันได้ปล่อยมีดออกจากมือปฏิกิริยาของอลินตาช่างรวดเร็วและแม่นยำยิ่งกว่าพลังวิเศษใดๆที่พ่อครูจายเปิงเคยเห็นมา ยาติ่นถึงกับสะพรึงในพลังอันยากจะหยั่งถึงนั้น!
“ฉึก!!”
“อ๊าก...!!”เสียงคร่ำครวญโหยหวยดังก้องไปในป่าใหญ่ เลือดสดๆไหลซึมออกจากมือของพ่อครูจายเปิงอย่างรวดเร็วท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงของทุกคนไม่เว้นแม้กระทั่งยาติ่นและลูกสมุนของพ่อครูจายเปิงทุกคน ซึ่งไม่คิดว่าอาจารย์ของตนจะใช้วิธีลอบกัดเช่นนี้
ขณะเดียวกันว่องไวเท่าความเร็วของดาบอลินตาก้าวทะยานฉับๆดาดุขวางยิ่งกว่าผีดิบกระหายเลือดที่ออกอาการหิวขั้นสุดแว้บหนึ่งประกายตาของอลินตาเปล่งประกายสีน้ำเงินพุ่งปร๊าบขอบตาสีน้ำเงินเข้มหญิงสาวก้าวพรวด ราวหายตัวได้เพราะก้าวไม่กี่ฉับก็ถึงตัวพ่อครูจายเปิงอลินตาพุ่งเข้ากระชากดาบของตัวเองออกจากมือของพ่อครูจายเปิงดาบนั้นเมื่อถึงมือของอลินตาก็หดสั้นกลายเป็นมีดเล่มเล็ก พร้อมกันนั้นหญิงสาวใช้เท้ายันพ่อครูจายเปิงล้มลงไปกับพื้นแล้วคุกเข่าข้างหนึ่งกดไปบนหน้าอกของพ่อครูจายเปิงพร้อมกับจ่อมีดเข้าที่ลำคอของพ่อครูจายเปิงอย่างเดือดดาล
ท่าทางนี้ของอลินตาทำเอาทุกคนครั่นคร้ามเพราะเท่าที่พบและพูดคุยกันมายังไม่มีใครเคยเห็นหญิงสาวโมโหได้บ้าเลือดเช่นนี้มาก่อนแม้แต่หนานเมืองอินทร์ก็ยังรู้สึกหวั่นเกรงกับท่วงท่านั้นไม่น้อย อลินตาพูดขึ้นเสียงดุดันมียังคงจ่อที่คอ
“ถ้าคิดจะลอบกัดคนอื่นเช่นที่แกกระทำเมื่อกี้ก็อย่าเรียกตัวเองว่าหมอปราบผีคนอื่นพึ่งพาแกเพราะคิดว่าแกคือของจริงและมีคุณธรรมมากพอสามารถขจัดทุกข์ภัยให้พวกเขาได้ แต่การกระทำของแกเมื่อกี้มันบ่งบอกว่าแกต่ำตมเกินไปไม่ต่างอะไรจากพวกสมองกลวงขาดสำนึกที่คิดจะฆ่าฉันซึ่งเพิ่งถอนอาคมตะปูช่วยชีวิตแกเอาไว้” พ่อครูจายเปิงหอบหายใจถี่เพราะเข่าของอลินตาลงน้ำหนักกดไว้ที่ลิ้นปี่ของเขาทั้งยังเจ็บปวดและอับอายสิ้นศักดิ์สิ้นศรียิ่งนัก
“ฉันไม่ได้คิดจะทวงบุญคุณแต่ฉันเกลียดการกระทำเมื่อกี้ของแกที่สุด ถ้าคนเรามันคิดฆ่าได้แม้กระทั่งคนที่ช่วยชีวิตมัน”อลินตาหันมองหน้ายาติ่นและลูกสมุนของพ่อครูจายเปิงทุกคนด้วยดวงตาที่ดุดันราวนางสมิงพูดเสียงดุเหมือนจะพูดให้ยาติ่นได้คิด
“ก็อย่าหวังเลยว่ามันจะเห็นชีวิตคนอื่นสำคัญไปด้วยเพราะในที่สุดมันก็แค่หลอกใช้บริวารของมันไปวันๆ เท่านั้น...!!” เมื่อพูดจบอลินตาก็ยันตัวเองลุกขึ้นก่อนจะหยิบตุ๊กตาลูกเทพพร้อมกับหยิบตะปูขึ้นมาสามตัวปากบางสวยท่องบ่นมนตราบางอย่าง จากนั้นก็ทิ่มตะปูลงไปที่ตุ๊กตาลูกเทพ เมื่ออลินตาทิ่มตะปูไปที่ตุ๊กตาลูกเทพเสียงพ่อครูจายเปิงก็ร้องโอดโอยอย่างเจ็บปวดอีกครั้ง
“ตอนนี้ตุ๊กตาตัวนี้เป็นร่างทรงของแกแทนฉันไปเรียบร้อยแล้ววิธีแก้มีวิธีเดียวนั่นคือแกต้องไปบวชเป็นพระสงฆ์ให้ครบสามพรรษาและต้องเป็นภิกษุที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบไม่ละเมิดศีลทั้ง327 ข้อของสงฆ์หากละเมิดไปข้อใดข้อหนึ่งก็จะต้องนับเริ่มต้นใหม่เหมือนเป็นวันแรกแห่งการอุปสมบท” อลินตายัดเยียดตุ๊กตาลูกเทพอันสะบักสะบอมใส่มือของพ่อครูจายเปิง
“หากตะปูหลุดออกจากตุ๊กตานี่ได้นั่นแสดงว่าคำสาปเป็นอันสิ้นสุด และถ้าคิดจะหาทางลัดโดยหวังพึ่งพาไอ้ควันดำๆที่เปรียบเสมือนเงาที่ไม่มีตัวตนซึ่งมันก็หลอกใช้แกอีกทอดล่ะก็ฉันขอบอกเลยว่าเงาดำอะไรนั่นก็ช่วยไม่ได้เพราะฉันใส่รหัสการแก้อาถรรพ์เฉพาะฉันเท่านั้นที่จะแก้มันได้ไว้ที่ตะปูอาคมนี้หมดแล้วจะแก้รหัสฉันได้ ก็ต้องทำตามที่ฉันบอกเท่านั้น หมอผีหรือควันดำอะไรอื่นๆ หมดสิทธิ์และถ้าภายในสามปียังแก้ไม่ได้ ถือว่าแกทำบุญมาแค่นี้ที่เหลือก็คงต้องไปตามเวรตามกรรมถ้าไม่ตายก็สติไม่สมประกอบ ฉันไม่ได้พูดเล่นแกจะลองของก็ได้ฉันพร้อมเสมอ...”พูดจบก็เก็บมีดเข้าฝักแล้วเหน็บมันไว้ในผ้าโพกผมเช่นเดิน ก่อนจะเดินออกไปโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย
อลินตาก้าวเดินออกมาจากพ่อครูจายเปิงโดยมีสายตาอาฆาตแค้นจากพ่อครูจายเปิงมองตามอย่างไม่ละสายตาพ่อครูผู้เรืองวิชาพ่ายแพ้หมดรูปมือของพ่อครูจายเปิงบีบขย้ำที่คอของตุ๊กตาลูกเทพชนิดที่อยากให้แหลกคามือฝ่ายยาติ่นก็มองตามอลินตาไปเช่นกัน แต่แววตาช่างตรงกันข้ามเสียเหลือเกินเพราะแววตาของยาติ่นในตอนนี้มองอลินตาด้วยความชื่นชมบูชาในความสามารถของเธอนี่สินะที่เรียกว่าของจริง! และเมื่อยาติ่นหันมองอาจารย์ของตนกลับมีแต่ความสมเพชเจืออยู่อย่างซ่อนไม่มิดชัยยันต์กับอวยชัยต้องกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่ สวยประหารหั่นศพ ตำแหน่งนี้สมมงที่สุดสำหรับแม่นาง
เมื่อทุกคนเดินเข้าถ้ำตามอลินตาและปู่โสมมาจนถึงโถงข้างในเสียงครืดคราดของหินขนาดใหญ่ก็ปิดลงทันที แต่ทุกคนก็มิได้ตกใจเพราะปู่โสมอธิบายชัดเจนว่าเสร็จธุระแล้วปู่โสมก็จะบันดาลให้หินก้อนนั้นเคลื่อนเปิดทางให้ทุกคนออกไปได้อย่างปลอดภัยแต่ที่ต้องปิดปากถ้ำไว้ก่อนก็เพราะกลัวคนนอกจะตามเข้ามาและคนในจะแอบขนถ่ายสมบัติออกไปซึ่งแน่นอนเป็นเรื่องที่ยากพอดูเมื่ออยู่ในถ้ำชัยยันต์ที่สงสัยก็รีบถามขึ้น
“ไม่คิดว่ามันจะแค้นจนไปบอกหัวหน้าของมันเหรอ?”อลินตาได้ยินก็ยักไหล่ก่อนเอ่ยมั่นใจ
“ไม่หรอกเพราะตอนนี้พ่อครูจายเปิงคงจะหาวิธีถอนอาคมของฉันจนหัวหมุนและอาจจะถอนไม่ได้อนาคตของพ่อครูจายเปิงจะเป็นคนสติไม่สมประกอบ” อลินตาพูดตามที่ตนสัมผัสได้ ทุกคนได้ยินก็เงียบเพราะไม่คิดว่าผู้หญิงที่ดูเหมือนไม่มีอะไรแต่กลับมีอำนาจวิญญาณมหาศาลจนน่าเกรงกลัว
ขณะเดียวกันอลินตาก็เริ่มสงสัยแล้วว่าควันดำที่เกี่ยวข้องและพัวพันกับการอาถรรพ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดมันเป็นกระแสอาคมอย่างร้ายกาจ และเป็นกระแสอาคมเดียวกับที่ล้อมรอบบริเวณที่หญิงสาวในฝันนามว่าแพงอรผูกคอฆ่าตัวตาย!!
อลินตายังไม่รู้ว่าควันดำนั่นมันฆ่าแพงอรไปทำไม? เจ้าภูแสนและทุกคนที่นี่รู้จักแพงอร แพงอรเป็นใคร? เหตุใดจึงโดนเอาชีวิตอย่างทุกทรมานเช่นนั้นอลินตายังไม่รู้อะไรเลยสักนิดแต่อย่างน้อยเธอก็รู้ว่าต้องสืบจากเจ้าภูแสน และกลุ่มคนของคุ้มเชียงภูแสนเพราะเท่าที่เผยกันออกมาทุกคนทำเหมือนรู้จักกับแพงอรเป็นอย่างดี!
แต่ตอนนี้ต้องเก็บเรื่องพวกนี้ไว้ก่อนเพราะอลินตารู้สึกว่าแบตในการทำงานลดน้อยลงไปทุกทีคงต้องกลับบ้านไปชาร์ตแบตด้วยการ อาบน้ำแร่ แช่น้ำนม ฟังเพลงโอเปร่า นวดฝ่าเท้าปรนนิบัติผิว ประทินความงาม และบราๆๆๆๆ แค่คิดจิตก็ถึงอ่างอาบน้ำแล้ว และขณะที่คิดอลินตาก็มองไปรอบๆถ้ำที่ค่อนข้างมืดสนิท มีเพียงใต้คบเพลิงของชัยยันต์ซึ่งให้แสงริบหรี่เต็มทีเท่านั้นอลินตาแอบคิด ไม่เหมือนที่คุยไว้เลยนี่นา...