“ตึ่ง! ”
เสียงของร่างกายภานุล้มกระแทกลงกับพื้นอย่างรุนแรง ด้วยเสียงดังขึ้นท่ามกลางเสียงกระซิบของผู้คนที่ดังมาเป็นระยะนั้นส่งผลให้รอบบริเวณต่างเงียบลง และพากันจ้องมองไปที่ร่างของชายหนุ่มที่ล้มอยู่ขอบสนามประลองด้วยความเห็นใจ
“ไอตัวเหม็น! ”
เจ้าอ้วนหวังตะโกนออกมาเสียงดัง เสียงตะโกนของเขามันเหมือนกับเสียงคำรามของสัตว์ร้ายทำให้นักเรียนทหารที่ยืนอยู่ใกล้ถึงกับต้องเอามืออุดหูตัวเอง แม้ว่ามันจะไม่ทันแล้วก็ตาม
“ฟุบ! ”
เมื่อเสียงของเข้าอ้วนหวังได้สิ้นสุดลง ได้ปรากฏร่างของชายรูปร่างสูงใหญ่ผิวคล้ำสองคนพยายามที่จะพุ่งเข้าไปในสนาม
“พวกเธอต้องการจะทำอะไร? ฉันไม่เคยบอกเหรอว่าคนนอกไม่สามารถแทรกแซงการประลองได้! ”
ร่างของอาจารย์ลิน่าปรากฏขึ้นปิดบังทางของชายหนุ่มร่างโตทั้งสอง เมื่อร่างของทั้งสองหยุดลงส่งผลให้เหล่านักเรียนทหารได้เห็นใบหน้าของสองคนชัดๆ สองคนนั้นมีหน้าตาแทบจะเหมือนกันในทุกส่วน พวกเขาคือสองพี่น้องอันกับซันที่เป็นเพื่อนสนิทกับภานุ เป้าหมายของเขาแน่นอนว่าต้องการเข้าไปช่วยเหลือภานุ
แต่ร่างกายอันผอมบางของอาจารย์ลีน่านั้นเปรียบเสมือนกับกำแพงหนาแน่นที่พวกเขาไม่อาจจะก้าวข้ามมันไปได้ เจ้าอ้วนหวังได้ปรากฏตัวขึ้นหลังจากสองพี่น้องอันกับซันเพียงไม่กี่วิเท่านั้น
“อาจารย์ลีน่าครับ อาจารย์ได้โปรดหยุดการต่อสู้ด้วยเถอะ เพื่อนของผมเห็นได้ชัดว่ามันโดนอัดจนไม่ไหวแล้ว…”
เจ้าอ้วนหวังพูดขอร้องออกมา ซึ่งอาจารย์ลีน่าเองก็เห็นด้วยกับพูดของมันเช่นเดียวกัน เธอจึงได้พยักหน้าและต้องการจะหยุดการต่อสู้ในทันที อย่างไรก็ตามในเวลานั้นร่างอันผอมบางที่ล้มอยู่ติดขอบวงประลองก็ค่อยขยับและลุกขึ้นนั่งช้าๆ
“เจ้าอ้วนฉันไม่เป็นไรนายไม่ต้องห่วง…”
ภานุได้กล่าวออกมาในขณะที่รู้สึกมึนภายในศีรษะเล็กน้อย ก่อนที่ภาพที่เบลอที่เขามองเห็นจะกลายเป็นชัดเจนขึ้นช้าๆ ตั้งแต่เกิดมานี่เป็นครั้งแรกที่ชายหนุ่มถูกหมัดอัดเข้าที่หน้าของเขา แถมยังสองครั้งติดๆ กัน
“บ้าน่า เข้าลุกขึ้นมาได้ยังไง! ”
ฝูงชนต่างพากันตกตะลึงเมื่อเห็นภานุค่อยๆ ลุกขึ้นและเช็ดเลือดที่ไหลออกมาจากจมูกของเขา แม้แต่อาจารย์ลีน่าเองยังรู้สึกประหลาดใจ หากเป็นคนธรรมดาที่ถูกหมัดของผู้ฝึกตนชกเข้าไปแล้วไม่น่าจะลุกขึ้นมาได้ ไม่ต้องพูดถึงการโดนมันถึงสองครั้ง
ภานุไม่ได้สนใจความประหลาดใจของผู้คนเลยแม้แต่นิดเดียว เขาจ้องกลับไปมองที่เร็มด้วยความดุร้ายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน บางทีอาจจะเป็นเพราะว่าชายหนุ่มได้ผ่านการต่อสู้กับวานรวายุมาเมื่อวันก่อน ประสบการณ์นั้นค่อยๆ เปลี่ยนชายหนุ่มที่แสนจะขี้กลัวกลายเป็นเข้มแข็งและก้าวร้าวขึ้นช้าๆ
‘ฉันต่อยพลาดไปอย่างนั้นเหรอ?’
เร็มนั้นสงสัยเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตามความรู้สึกตอนที่หมัดของเขาถูกร่างของภานุนั้นมันชัดเจนซะจนเขาไม่อาจยอมรับได้ว่า คนธรรมดาจะยังสามารถยืนหยัดได้หลังจากโดนมันไปเต็มๆ ถึงสองที
“นักเรียนภานุเธอยังสู้ไหวไหม? ”
อาจารย์ลีน่ากล่าวถามออกมาด้วยท่าทางเป็นห่วง แม้บุคลิกภายนอกของนางอาจจะดูเย็นชาบ้าง แต่จิตใจที่เป็นครูนั้นไม่ได้เย็นชากับนักเรียนของเธอ
“ผมยังสู้ไหวครับ! ”
ภานุกล่าวตอบด้วยเสียงดังฟังชัด น้ำเสียงยังแฝงไว้ด้วยความดื้อรั้นและความโกรธเล็กน้อย เจ้าอ้วนหวังและสองพี่น้องฝาแฝดต้องการที่จะกล่าวห้ามปรามชายหนุ่มอย่างไรก็ตามทั้งสามกลับถูกอาจารย์ลีน่าไล่ออกจากบริเวณนั้นไป
ภานุยืนอยู่กับที่เป็นเวลาเกือบสิบวินาทีจนรู้สึกว่าความเจ็บปวดและความมึนได้หายไปแล้วเขาจึงตั้งท่าต่อสู้ต่อ ชายหนุ่มไม่ได้ตระหนักเลยว่าความอึดของเขานั้นมันเกินคนธรรมดาไปไกลมาแล้ว
“ไม่เลวจริงๆ แต่แกไม่ควรจะลุกขึ้นมาเลยนะ แกควรจะสลบไปตั้งแต่หมัดแรก! ”
เร็มได้กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดก่อนที่จะพุ่งเข้ามาหาภานุทันที หลังจากการถูกต่อยเต็มๆ สองครั้งทำให้ชายหนุ่มได้เรียนรู้อะไรบางอย่าง
เขาได้เรียนรู้ว่าเขาไม่ควรที่จะหลับตาเมื่อกำลังเผชิญหน้ากับการโจมตีของคู่ต่อสู้ ดังนั้นในครั้งนี้ชายหนุ่มจึงจดจ้องไปที่หมัดทั้งสองข้างของเร็ม
“ฟุบๆ”
หมัดแย็บที่ดูเหมือนง่ายๆ แต่รวดเร็วอย่างมากของเร็มได้พุ่งเข้ามาเป้าหมายคือใบหน้าของภานุอย่างไม่ต้องสงสัย ครั้งนี้ภานุสามารถเห็นการโจมตีได้อย่างชัดเจน เขาเอียงหัวหลับสองครั้งตามจังหวะของหมัดอีกฝ่าย การกระทำของภานุนั้นสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้คนรอบๆ สนามอย่างมาก เนื่องจากเร็มนั้นได้ขึ้นชื่อว่าเป็นนักเรียนที่แข็งแกร่งที่สุดในสถาบันแห่งนี้ แต่ตอนนี้การโจมตีของมันกลับถูกชายหนุ่มรูปร่างผอมแห้งหลบได้อย่างง่ายดาย
แม้แต่อาจารย์ลีน่าที่เฝ้าดูอยู่ตลอดเธอก็อดไม่ได้ที่จะกำหมัดขึ้นอย่างลืมตัว
หลังจากที่ภานุสามารถหลบหมัดทั้งสองได้ เขาก็ยิ้มขึ้นด้วยความพร้อมใจที่มุมปาก เขาคิดว่าตอนนี้เขาพอจะเข้าใจการต่อสู้ระยะประชิดได้บางส่วนแล้ว อย่างไรก็ตามความคิดนั้นก็ต้องหยุดลงเมื่อเสียงที่ดูโหดร้ายของเร็มได้ดังขึ้น
“อย่าได้ใจให้มันมากนัก! ”
ภานุรู้สึกได้ถึงแรงลมบริเวณขาของเขา ซึ่งสิ่งนี้นั้นได้ทำให้ความภาคภูมิใจของเขาจากการที่สามารถหลบหมัดของผู้ฝึกตนได้ต้องพังทลายลง เขาลืมตระหนักไปว่าไม่ได้มีเพียงหมัดของอีกฝ่ายเท่านั้น แต่อีกฝ่ายยังสามารถใช้ขาของพวกเขาได้และมันอันตรายยิ่งกว่าหมัดเสียอีกหากผู้นั้นฝึกฝนมันอย่างดี
“ฉันดูถูกการต่อสู้ระยะประชิดมากเกินไป…”
“ปัง! ”
เมื่อภานุตระหนักได้มันก็สายไปเสียแล้ว ขาของเร็มได้เตะเข้าที่กลางท้องของชายหนุ่ม ทำให้ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด อย่างไรก็ตามมันยังไม่จบเพียงแค่นั้น ภานุได้เหลือบไปมองทางด้านซ้ายของเขาและได้พบกับลูกเตะอีกลูกของเร็มกำลังเข้ามาปะทะกับใบหน้าของเขา มันคือการเตะสูง
“ปัก! ”
เมื่อถูกลูกเตะดังกล่าวสายตาของภานุก็ดูเลื่อนลอยเหมือนกับคนที่สามารถจะหมดสติได้ทุกเมื่อ ร่างของชายหนุ่มหมุนอยู่กลางอากาศเนื่องจากถูกแรงเตะอันมหาศาล ก่อนที่จะค่อยๆ ตกลงมาและอยู่ในท่าคุกเข่าและคอพับ