สายลมโชยอ่อนพัดผ่านไปสามหนาว...
ณ สวนบุปผาด้านหลังจวนเป่ยกุยอ๋อง แสงตะวันสีทองอบอุ่นยามบ่ายสาดส่องลงมา
ร่างระหงของ ‘เหยาเหยา’ ในวัยสิบเก้าปี นั่งอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ใบหนาทึบ ในอ้อมแขนบอบบางโอบอุ้มทารกน้อยที่กำลังหลับใหลอย่างสงบ... เขาคือบุตรชายคนแรก แก้วตาดวงใจของนางและเป้ยจิ้งหาน
นางทอดสายตามองดวงหน้าน้อยๆ ของบุตรชาย หัวใจพลันอุ่นซ่านจนล้นปรี่
'ลูกรักของแม่...' นางรำพึงในใจ พลางใช้นิ้วเรียวงามลูบไล้แก้มเนียนนุ่มของทารกน้อยด้วยความทะนุถนอม 'เจ้าช่างโชคดียิ่งนักที่ได้ลืมตาตื่นขึ้นมาในครอบครัวที่อบอุ่นเช่นนี้ มีท่านพ่อท่านแม่ที่รักมั่นต่อกัน มีญาติพี่น้องที่คอยโอบอุ้ม... ชั่วชีวิตของเจ้าจะไม่ต้องพบเจอชะตากรรมอันโหดร้ายเหมือนที่แม่เคยหวาดกลัวอีกต่อไปแล้ว'
ขณะเดียวกันฝีเท้าแผ่วเบาคู่หนึ่งก้าวเข้ามาในสวน เป้ยจิ้งหานในชุดคลุมหรูหราทอดสายตามองภาพภรรยากับลูกน้อย มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเปี่ยมสุข
เขาขยับกายเข้าไปนั่งลงเคียงข้าง วาดวงแขนแกร่งโอบไหล่บางของนางไว้แผ่วเบา "คิดสิ่งใดอยู่รึ ยอดรัก... ถึงได้นั่งอมยิ้มอยู่คนเดียวเช่นนี้"
"ข้ากำลังคิดว่า... ชาตินี้ของข้าช่างมีความสุขเหลือเกินเจ้าค่ะ" นางเอ่ยตอบน้ำเสียงหวานละมุน พลางเอนซบศีรษะลงบนบ่ากว้างอันอบอุ่นและมั่นคงของเขา
——————
ตลอดสามปีที่ผ่านมา สรรพสิ่งรอบกายดำเนินไปในทิศทางที่งดงามและสมบูรณ์แบบที่สุด
ตระกูลซ่งยังคงรุ่งโรจน์เกรียงไกรและเปี่ยมด้วยเกียรติยศ — ซ่งจงอี้ผู้เป็นบิดา ยังคงดำรงตำแหน่งอัครมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายผู้ซื่อสัตย์สุจริต เป็นเสาหลักที่ได้รับความเคารพยำเกรงจากทั่วทั้งราชสำนัก... หากทว่าในนิยายฉบับเดิมนั้น ชะตากรรมของเขาควรจะจบลงด้วยการถูกบั่นศีรษะ ณ หน้าประตูอู่เหมินไปนานแล้ว
‘เสิ่นว่านอวี๋’ มารดาผู้ให้กำเนิด ยังคงครองความงดงามเหนือกาลเวลาและใช้ชีวิตอย่างมีความสุขเหลือล้น เคียงข้างสามีที่รักและซื่อสัตย์ต่อนางเพียงผู้เดียว... ทั้งที่ในอดีต นางต้องตรอมใจตายด้วยความโศกเศร้าอย่างเดียวดายไปนานแล้ว
‘ซ่งจิ้งอัน’ พี่ใหญ่ บัดนี้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งหัวหน้าคณะเสนาบดี เป็นมันสมองและกำลังสำคัญที่ฮ่องเต้ทรงขาดไม่ได้ ชื่อเสียงความสามารถของเขาขจรขจายไปทั่วหล้า... ขณะที่ในบทต้นฉบับเดิม เขาต้องเผชิญกับโทษทัณฑ์สุดทารุณ ถูกห้าม้าแยกร่างจนสิ้นชีพ
‘ซ่งติ้งหย่วน’ พี่รอง บัดนี้กลายเป็นแม่ทัพใหญ่ผู้เกรียงไกรพิทักษ์ชายแดน สร้างเกียรติยศและวีรกรรมนับครั้งไม่ถ้วน อีกทั้งยังได้ลั่นระฆังวิวาห์กับสตรีที่รักสุดหัวใจ ร่วมสร้างครอบครัวที่แสนอบอุ่น... ตรงกันข้ามกับในต้นฉบับเดิม ที่เขาต้องทิ้งร่างไร้วิญญาณไว้ในสมรภูมิรบ มีเพียงผืนหนังม้าห่อศพกลับคืนสู่มาตุภูมิ
‘เจิ้นกั๋วกง’ ท่านตาผู้เป็นที่รัก ยามนี้ร่างกายยังคงแข็งแรงกระฉับกระเฉง ได้เฝ้ามองลูกหลานเจริญรุ่งเรืองและมีความสุขในบั้นปลายชีวิตอย่างสงบ แทนที่จะต้องตรอมใจตายหลังจากการล่มสลายของตระกูลซ่ง
และตัวเหยาเหยาเอง... เด็กหญิงที่ถูกลิขิตให้ต้องตายตั้งแต่อายุเพียงสามขวบ บัดนี้กลับเติบใหญ่เป็นพระชายาอ๋องผู้พรั่งพร้อมด้วยวาสนา มีสามีที่รักถนอม มีบุตรชายน่ารักน่าเอ็นดู และมีครอบครัวที่รักใคร่กลมเกลียวคอยโอบอุ้มอย่างครบถ้วน
ชะตากรรมอันโหดร้ายและมืดมนในต้นฉบับเดิม ถูกนางและครอบครัวพลิกคว่ำจนเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง!
——————
ในทางกลับกัน... เหล่าผู้ที่เคยจ้องทำลายล้างตระกูลซ่ง ต่างก็ได้รับผลกรรมสะท้อนกลับอย่างสาสม
อดีตอ๋องรอง ‘เซียวจิ่งหรง’ ต้องใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อย่างทนทุกข์ทรมานในคุกหลวง เฝ้าจมปลักอยู่กับความผิดพลาดและเสียใจในอดีต จนกระทั่งลมหายใจสุดท้ายสิ้นสุดลงอย่างเงียบงัน... ช่างแตกต่างราวฟ้ากับเหวจากในต้นฉบับเดิมที่เขาได้ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุด ยืนอยู่เหนือผู้คนนับหมื่น
‘ฟ่านชิงเสวี่ย’ ต้องใช้ชีวิตอย่างเดียวดายและเหี่ยวเฉา ณ เรือนแถบชานเมืองอันโกโรโกโส ไร้สิ้นชื่อเสียง ไร้สิ้นอำนาจวาสนา และไร้ซึ่งความรัก... นางเอกผู้นำพาตนเองข้ามภพมา และเคยเชื่อมั่นว่าโลกทั้งใบต้องหมุนรอบตัวนาง สุดท้ายกลับถูกผู้คนหลงลืมไปจนสิ้น เพราะนางเลือกใช้ความรู้จาก ‘อีกโลกหนึ่ง’ เพื่อปรนเปรอความโลภและการแก่งแย่งชิงดี
'เราสองคนต่างเริ่มต้นจากจุดเดียวกัน...' เหยาเหยาเคยคิดคำนึงถึงเรื่องของฟ่านชิงเสวี่ย 'แต่ว่าข้าเลือกใช้ความรู้ที่มีเพื่อปกป้องคนที่ข้ารัก ส่วนนางกลับใช้มันเพื่อแย่งชิงและทำลายล้าง... สุดท้ายปลายทางของเราจึงแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน นี่คือบทเรียนสำคัญที่เตือนใจว่า สิ่งที่กำหนดชะตาชีวิตของเรา หาใช่พลังอำนาจวิเศษใดๆ... แต่เป็น 'ทางเลือก' ของเราเองต่างหาก'
——————
ค่ำคืนนั้น ณ จวนสกุลซ่ง คลาคล่ำไปด้วยผู้คนจากตระกูลซ่งและจวนเป่ยกุยอ๋องที่มารวมตัวกันอย่างพร้อมหน้า เพื่อเฉลิมฉลองวันคล้ายวันเกิดของทารกน้อย
บรรยากาศอบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะสดใสและความรักอันอบอุ่น ร่างกลมป้อมของทารกน้อยถูกส่งต่อจากอ้อมแขนหนึ่งสู่อีกอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม ท่ามกลางสายตาเปี่ยมด้วยความเอ็นดูรักใคร่ของทุกคนในครอบครัว
'เด็กน้อยคนนี้ช่างโชคดีเหลือเกิน...' เหยาเหยาคิด พลางทอดสายตามองบุตรชายที่ยามนี้กำลังซุกตัวนอนหลับปุ๋ยอยู่ในอ้อมแขนของท่านทวด 'เจ้าเกิดมาท่ามกลางครอบครัวที่พร้อมพรั่ง ล้อมรอบด้วยความรักที่แท้จริง... ช่างต่างจากแม่ในชาติก่อนยิ่งนัก ที่ต้องเติบโตมาอย่างโดดเดี่ยวไร้พ่อขาดแม่ และต้องด่วนจากโลกนี้ไปตั้งแต่ยังเยาว์วัย'
แต่เหยาเหยากลับไม่ได้รู้สึกอาลัยอาวรณ์หรือเสียดายสักนิด เพราะนางตระหนักดีว่า สิ่งที่ทำให้นางสามารถพลิกผันชะตาชีวิตอันเลวร้ายนี้ได้สำเร็จ แท้จริงแล้วหาใช่ระบบวิเศษ หรือความรู้เกี่ยวกับเนื้อหานิยายไม่... หากแต่เป็น...
'ความรักของครอบครัว...' นางคิดพลางกวาดสายตามองใบหน้าเปื้อนยิ้มของทุกคนรอบกาย 'ระบบและความรู้จากอนาคตเป็นเพียงเครื่องมือเบิกทาง... แต่สิ่งที่ขับเคลื่อนจนสามารถเปลี่ยนลิขิตสวรรค์ได้จริงๆ ก็คือความรัก ความเชื่อใจ และความสามัคคีของทุกคนในครอบครัว ที่พร้อมจะเผชิญหน้าและยอมแลกทุกอย่างเพื่อปกป้องซึ่งกันและกันต่างหาก'
——————
หลังเสร็จสิ้นงานเลี้ยงรื่นเริง เหยาเหยายืนอยู่ท่ามกลางสวนบุปผา ทอดสายตามองภาพสมาชิกในครอบครัวทั้งสองตระกูลที่กำลังจับกลุ่มสนทนากันอย่างออกรสและเปี่ยมสุข — ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ใหญ่ พี่รอง ท่านตา สามี และลูกน้อยของนาง...
เป้ยจิ้งหานสาวเท้าเข้ามาประชิด กุมมือเรียวบางของนางไว้แน่นพลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำอ่อนโยน "เจ้ากำลังคิดสิ่งใดอยู่อีกแล้วหรือ..."
"ข้ากำลังคิดว่า..." นางหันไปสบตาเขา รอยยิ้มงดงามผุดขึ้นพร้อมดวงตาที่เปล่งประกายระยิบระยับ "ตอนที่ท่านยมบาลส่งข้ามาเกิดใหม่ ท่านบอกว่าจะส่งข้ามาเสวยสุข ใช้ชีวิตอย่างไร้กังวล... ตอนแรกข้ายังแอบคิดเลยว่าตาแก่นั่นต้องโกหกแน่ๆ เพราะลืมตาตื่นขึ้นมาก็ต้องเจอกับเรื่องราววุ่นวายโกลาหล แถมยังเกือบเอาชีวิตไม่รอดตั้งหลายหน"
"แต่มาตอนนี้... ข้ารู้แล้วว่า ท่านไม่ได้โกหกเลยสักนิด" นางหันกลับไปมองภาพครอบครัวที่แสนรัก น้ำตาแห่งความปิติยินดีเอ่อคลอเบ้าตาคู่สวย "เพราะท้ายที่สุดเหยาเหยาก็ได้มีความสุขจริงๆ... ได้มีครอบครัวที่อบอุ่นที่สุด ได้รับความรักที่งดงามบริสุทธิ์ที่สุด ได้ครอบครองทุกสิ่งทุกอย่างที่เหยาเหยาไม่เคยได้รับเลยในชาติก่อน"
เป้ยจิ้งหานยิ้มละมุน กระชับร่างบางเข้ามาแนบอกกว้างอย่างแสนรัก "นับจากนี้เป็นต้นไป... พวกเราจะร่วมกันขีดเขียนบทต่อไปของชีวิต ให้มีแต่ความสุขตราบจนวันสุดท้าย"
'ใช่แล้วเจ้าค่ะ...' เหยาเหยาคิดพลางซบหน้าลงกับแผ่นอกกว้างอันอบอุ่น สายตาทอดมองภาพครอบครัวที่หัวเราะร่าเริงภายใต้แสงอาทิตย์อัสดงสีทองอร่าม 'ต้นฉบับเล่มเก่าที่ลิขิตให้ครอบครัวของเราต้องตายตกตามกันอย่างอนาถ ได้จบสิ้นลงไปนานแล้ว... นับจากนี้ไป ทุกหน้ากระดาษของชีวิตเรา จะถูกแต่งแต้มและขีดเขียนขึ้นด้วยมือของเราเอง — ด้วยความรัก ด้วยความร่วมแรงร่วมใจ และด้วยความสุขที่แท้จริง'
'ขอบคุณนะเจ้าคะ... ทุกคน' นางส่งกระแสความรู้สึกขอบคุณจากส่วนลึกของหัวใจ ดวงตาคู่หวานเอิบอิ่มไปด้วยความรักอันท่วมท้น 'ขอบคุณที่คอยรับฟัง 'เสียงในใจ' ของข้ามาโดยตลอด ขอบคุณที่ร่วมแบกรับความกังวลทุกอย่างร่วมกับเหยาเหยา ขอบคุณที่รักข้าอย่างสุดหัวใจ... และขอบคุณที่พวกเราร่วมมือกันฉีกต้นฉบับน้ำเน่าเล่มนั้นทิ้ง แล้วร่วมกันเขียนบทใหม่ที่แสนงดงามนี้ขึ้นมาด้วยกัน'
[จบภาค 1]