เยียนหลิงซานที่หวาดกลัวสุดขีดไม่สนใจอาการบาดเจ็บบนร่าง หลังจากเขากินยาไปเม็ดหนึ่ง ก็ดีดตัวขึ้นจากพื้น แล้วทำลายแผนภาพค่ายกลป้องกันทันที
ทั้งค่ายกลสลายหายไปในเสี้ยววิ ก่อนที่เยียนหลิงซานจะล้มลุกคลุกคลานออกจากถ้ำอย่างทุลักทุเล และวิ่งไปด้านนอกอย่างบ้าคลั่ง
“เจ้านี่ทำอะไรครึ่งๆ กลางๆ เดี๋ยวค่อยคิดบัญชีกับเจ้าทีหลัง!”
ถังเหล่ยก่นด่าออกมา วิญญาณมังกรคชสารในร่างขี้เกียจเกินไปแล้ว เมื่อครู่ชัดเจนว่าสามารถสังหารเยียนหลิงซานได้ ไยต้องให้เขาลงมือเองอีก
ถังเหล่ยดึงหินสะกดวิญญาณออกจากแขนขาตัวเอง แล้วกลับมาเชื่อมต่อกับวิญญาณยุทธ์ได้อีกครั้ง เขารีบเก็บหินสะกดวิญญาณโดยไม่สนใจเลือดที่กำลังไหลออกมา แล้วไล่ตามเยียนหลิงซานไปทันที
เขาจะปล่อยเยียนหลิงซานไปไม่ได้เด็ดขาด หากปล่อยให้เยียนหลิงซานหนีไปได้ ต้องมีอันตรายตามมาไม่จบไม่สิ้นแน่
ก่อนหน้านี้ถังเหล่ยมีท่าทีสงบเสงี่ยมและไม่ได้ดิ้นรนขัดขืนมาตลอด แม้ตอนนี้มือเท้าจะบาดเจ็บ แต่มันก็แค่ภายนอกเท่านั้น เขาไม่ได้บาดเจ็บถึงชีพจร ปราณแท้พลังยุทธ์ก็ยังเต็มเปี่ยม เขาจึงกระโดดขึ้นไปบนต้นไม้ แล้วตรวจสอบทิศทางที่เยียนหลิงซานหนีไปอย่างรวดเร็ว
นอกจากหนีแล้ว ในหัวเยียนหลิงซานก็ไม่มีความคิดใดอื่นอีก
แม้ยาในร่างจะเติมเต็มปราณแท้พลังยุทธ์ของเยียนหลิงซานไปแล้ว แต่เขาบาดเจ็บสาหัสเกินไป อีกทั้งยังใช้วิญญาณยุทธ์ไม่ได้ เช่นนั้นเขาจะหนีถังเหล่ยพ้นหรือ…
“ยังคิดหนีอีก ตายเสียเถอะ!”
ถังเหล่ยกระโดดเตะเยียนหลิงซานจากด้านหลังจนปลิวออกไป
พลั่ก...
ร่างกายของเยียนหลิงซานที่พุ่งชนเข้ากับต้นไม้กำลังหายใจรวยริน
เยียนหลิงซานในตอนนี้ไม่ได้มีทีท่าเหมือนตอนแรกแล้ว เลือดที่ไหลออกจากทวารทั้งเจ็ดทำให้เขาดูราวกับมนุษย์โลหิตก็มิปาน
ใต้ชุดของเยียนหลิงซานเผยเกราะอ่อนสีเงินชุดหนึ่ง นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้เขารอดจากลูกเตะของถังเหล่ย
“ปล่อยข้าไปเถอะ ข้าให้เจ้าทุกอย่างเลย ทุกอย่างเลย!”
แม้สติของเยียนหลิงซานจะเลือนราง แต่ความปรารถนาอยากมีชีวิตรอดยังรุนแรง ขณะที่เขาเห็นเงาขุ่นๆ มัวๆ ของถังเหล่ยใกล้มาเรื่อยๆ ปากก็ครวญครางขึ้นไม่หยุด
“เยียนหลิงซาน ข้าไม่ต้องการอะไรทั้งนั้น นอกจากหัวของเจ้า!”
นัยน์ตาของถังเหล่ยเต็มไปด้วยจิตสังหาร เขาทำมือเหมือนกับใบมีด แล้วฟันไปที่ศีรษะของเยียนหลิงซาน
การโจมตีจากพลังของถังเหล่ยในครั้งนี้ ศีรษะของเยียนหลิงซานต้องหลุดออกจากบ่าเป็นแน่
แต่ในเวลานี้เอง ที่ในป่ามีเสียงการเคลื่อนไหวดังขึ้น สีหน้าของถังเหล่ยเปลี่ยนไป และรีบถอยกลับทันที
ฟุ่บๆ!
ของเหลวสีดำหลายสายพุ่งไปโดนต้นไม้ที่อยู่ไม่ไกล แล้วแห้งเหี่ยวอย่างรวดเร็วต่อหน้าต่อตาถังเหล่ย
“เยียนหลิงซานหนอ...เยียนหลิงซาน เจ้าถูกเด็กน้อยคนหนึ่งทำจนเป็นสภาพนี้เลยหรือ ช่างน่าเวทนาจริงๆ”
เงาร่างหนึ่งเดินออกมาจากในป่า ที่ไหล่เงานั้นมีคางคกขนาดใหญ่ตัวหนึ่ง
แม้ไม่เคยเห็นอีกฝ่ายมาก่อน แต่ถังเหล่ยก็ระบุตัวตนของอีกฝ่ายได้ทันที
“เฮยฉานฉู่!”
ถังเหล่ยกำหมัดแน่น อวิ๋นเมิ่งจัดการอีกฝ่ายไม่ได้จริงๆ
มีรอยกระบี่พาดบนร่างของเฮยฉานฉู่หลายรอย แม้จะสวมชุดดำ แต่ยังมองเห็นรอยเลือดได้
“เจ้าก็คือถังเหล่ยสินะ ช่างเป็นเด็กหนุ่มที่ยอดเยี่ยมเสียจริง”
เฮยฉานฉู่ยังไม่ได้ลงมือ เขาเพียงแค่ยืนอยู่ด้านข้าง และมองถังเหล่ยด้วยสายตาเย็นเยียบ
ถังเหล่ยไม่ได้เผยปฏิกิริยาตอบมากนัก แต่เมื่อเยียนหลิงซานได้ยินชื่อของเฮยฉานฉู่ ก็ได้สติขึ้นมาทันใด เขารีบคลานขึ้นมาจากพื้น
“เฮยฉานฉู่ช่วยข้าด้วย เร็วเข้า!”
เยียนหลิงซานกระเสือกกระสนคลานไปทางเฮยฉานฉู่ แต่ใบหน้าของเฮยฉานฉู่กลับมีแต่ความรังเกียจ
“เจ้าจะช่วยเขาหรือ?”
ถังเหล่ยมองอีกฝ่าย พร้อมกล่าวขึ้นมาด้วยสีหน้าจริงจัง
เฮยฉานฉู่ยักไหล่ และกล่าวตอบอย่างช่วยไม่ได้
“ข้าจะช่วยเขาไหม คงต้องให้คนด้านหลังเจ้าเห็นด้วยก่อน!”
ถังเหล่ยหันไปมอง ก็เห็นอวิ๋นเมิ่งยืนอยู่ข้างหลัง สีหน้าของนางซีดขาว และแม้จะไม่มีบาดแผลบนร่าง แต่ปราณแท้ในร่างก็ถูกใช้ไปไม่น้อย
หลังจากเฮยฉานฉู่หนีออกจากตระกูลถัง เขาก็วิ่งตรงมาในเทือกเขาสัตว์อสูรเช่นกัน อวิ๋นเมิ่งก็ไล่ตามมาติดๆ ทั้งสองวิ่งลึกเข้ามาจนเจอกับสัตว์อสูรระดับสี่ด้านใน
หลังจากต้องจัดการกับสัตว์อสูรระดับสี่ ทั้งสองก็ทำได้เพียงสู้ไปถอยไปจนฟ้าสว่าง ทั้งสองก็ยังไม่ได้ออกจากเทือกเขาสัตว์อสูรเหมือนพวกถังเหล่ย
ท้ายที่สุดเมื่อเฮยฉานฉู่ได้ยินเสียงมาจากฝั่งถังเหล่ย เขาก็เร่งวิ่งมา อวิ๋นเมิ่งก็ตามหลังมาด้วย จนมายืนอยู่ด้านหลังถังเหล่ยในตอนนี้
อวิ๋นเมิ่งเองก็ตกใจมากที่เห็นเยียนหลิงซานตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ นางยากจะเชื่อว่านี่เป็นฝีมือของถังเหล่ย
“ถังเหล่ย เนี่ยนเอ๋อร์ล่ะ?”
อวิ๋นเมิ่งถาม
“ผู้อาวุโสโปรดวางใจ หลินเนี่ยนไม่เป็นไร พวกเราสองคนพลัดหลงกัน แต่เฮยเซียจื่อถูกพวกเราฆ่าทิ้งไปแล้ว นางปลอดภัยแน่นอน!”
ถังเหล่ยตอบ
“อะไรนะ เจ้า...”
เมื่อเฮยฉานฉู่ได้ยินว่าถังเหล่ยสังหารเฮยเซียจื่อไปแล้ว หน้าก็เผือดสีขึ้นมา
เดิมทีเฮยเซียจื่อควรจะรอลอบโจมตีถังจงเวยอยู่ที่ประตูจวนเจ้าเมือง ไยถึงมาปรากฏตัวในเทือกเขาสัตว์อสูรได้ อีกทั้งยังถูกถังเหล่ยสังหารอีก
“ดีมาก ถังเหล่ย ฝากไว้ก่อน ข้าจะต้องแก้แค้นให้ศิษย์ของข้าแน่!”
ไม่นานเฮยฉานฉู่ก็สงบอารมณ์ลงได้ เฮยเซียจื่อคือศิษย์ที่เขาเลี้ยงดูมาอย่างยากลำบาก ในเวลาปกติเฮยเซียจื่อก็ช่วยเขาจัดการเรื่องต่างๆ มากมาย
แต่แม้ในใจจะโมโหมาก แต่เฮยฉานฉู่รู้ดีว่าไม่ว่าอย่างไรก็แก้แค้นวันนี้ไม่ได้ อาการบาดเจ็บในร่างของเขาสาหัสกว่าอวิ๋นเมิ่งมากเกินไป หากสู้ต่อ เกรงว่าจะมีจุดจบเดียวกับเยียนหลิงซาน
“ไม่ต้องให้เจ้ามาหาข้าหรอก ไม่ช้าก็เร็วข้าจะไปหาเจ้าเอง ปลายทางของเจ้าก็ไม่ต่างไปจากเยียนหลิงซานหรอก”
ถังเหล่ยเหยียดรอยยิ้มพร้อมกล่าวออกมาด้วยสีหน้าเย็นชา เขาสะบัดมือขวาออกไป แล้วมีดสั้นเล่มหนึ่งก็แทงไปที่คอของเยียนหลิงซาน
สิ่งที่ทำให้ถังเหล่ยประหลาดใจก็คือ เฮยฉานฉู่ที่อยู่ไม่ไกลไม่ได้ลงมือขัดขวาง และปล่อยให้มีดสั้นแทงคอของเยียนหลิงซานไป
“ถังเหล่ย อย่านะ!”
อวิ๋นเมิ่งคิดไม่ถึงว่าถังเหล่ยจะลงมือเช่นนี้ เมื่อนางรู้ตัว ก็ขวางไม่ทันเสียแล้ว
ฟู่...
มีดสั้นนั้นแทงเข้าไปในคอจนกลิ่นอายของเยียนหลิงซานสลายหายไปอย่างรวดเร็ว พลังชีวิตหายไปในชั่วพริบตา
ไม่ว่าใครก็ช่วยเยียนหลิงซานไม่ได้แล้ว
‘ตายสบายเกินไปแล้ว!’
ถังเหล่ยแอบบ่นในใจ สังหารอีกฝ่ายในดาบเดียวออกจะสบายเกินไปสำหรับเยียนหลิงซาน
“ฮ่าๆๆ น่าสนใจ เยียนหลิงซานตายแล้วนี่ ข้าคงไม่ต้องลงมือแล้ว เจ้าได้ตายสมใจแน่!”
เฮยฉานฉู่หัวเราะลั่น การที่ถังเหล่ยสังหารเยียนหลิงซาน คือจุดจบที่เฮยฉานฉู่อยากเห็น
สีหน้าของอวิ๋นเมิ่งดูไม่ได้ยิ่งนัก ถึงถังเหล่ยจะจัดการเรื่องยุ่งยากอย่างเยียนหลิงซานไปด้วยดาบเดียวก็จริง แต่สิ่งที่ตามมาอาจน่ากลัวยิ่งกว่านั้น
“เจ้าตำหนักเมิ่งเซียน ข้าขอตัวก่อน อีกไม่ถึงสามวัน ทั้งจักรวรรดิเทียนอวี่จะรู้ว่าเยียนหลิงซานตายด้วยฝีมือใคร ถังเหล่ย ข้าคงไม่ต้องลงมือเองแล้วกระมัง ฮ่าๆ ตั้งแต่วินาทีที่เจ้าสังหารเยียนหลิงซาน เจ้าก็จบเห่แล้ว ไม่มีใครคุ้มกะลาหัวเจ้าแล้ว!”
เฮยฉานฉู่ที่หัวเราะดังลั่นนั้นหายตัวไปในป่า ส่วนอวิ๋นเมิ่งก็หยุดไล่ตามต่อ
ทั้งคู่ต่อสู้กันมานานจนรู้ไส้รู้พุงหมด ถ้าเฮยฉานฉู่คิดหนีจริงๆ นางก็ขัดขวางไม่ไหว ที่สำคัญกว่าคือถังเหล่ยได้ก่อเรื่องใหญ่เข้าแล้ว