เมื่อพูดถึงตรงนี้เขาก็เปลี่ยนประเด็นทันที
“แต่สถานการณ์ในตอนนี้ต่างจากเมื่อก่อนด้วยการเข้ามาขัดขวางโดยตรงจากจักรวรรดิอินทรีขาวย่อมกลายเป็นว่าประเทศเสินเซี่ยต้องพะวักพะวนกับการรับมือศึกจนแทบรากเลือดการควบคุมพื้นที่โดยรอบจึงจะค่อยๆ เบาบางลง”
สิ้นเสียงนั้นฟูจิโนะก็ได้เผยถึงแผนการที่ซับซ้อนทั้งหมดออกมาในที่สุด
“และพวกเราสามารถใช้โอกาสนี้ยึดครองพื้นที่ที่เป็นกลางบางแห่งที่เดิมทีมีข้อพิพาทกับประเทศเสินเซี่ยให้เข้ามาอยู่ในอาณาเขตของพวกเราอย่างสมบูรณ์ไม่ทราบว่าทั้งสองท่านมีความคิดเห็นอย่างไร?”
“ผมไม่มีข้อโต้แย้ง!”
อาบูชจากประเทศเสินหนิวได้ยินดังนั้นก็ลุกพรวดแล้วตะโกนเสียงดังลั่นทันที“หลายปีมานี้ไอ้พวกประเทศเสินเซี่ยเฮงซวยนั่นอาศัยว่ามีผู้ใช้อาชีพในประเทศเลเวลสูงและมีพลังรบแข็งแกร่งคอยเข้ามาสร้างความวุ่นวายที่เขตสงครามเกาจั้งของประเทศเสินหนิวอยู่ตลอดผมอดทนกับพวกมันมานานแล้ว ถ้าจะเปิดศึกประเทศเสินหนิวของพวกเราพร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่”
เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมาคิมกุกนัมที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็นั่งไม่ติดที่เช่นกันเขาลุกขึ้นยืนแล้วแผดเสียงตะโกนว่า “เหอะ!นั่นยังถือว่าน้อยไป เมื่อห้าพันปีก่อนทั่วทั้งประเทศเสินเซี่ยเป็นอาณาเขตของประเทศหนานป้างเราแม้แต่บรรพบุรุษของพวกมันก็ยังเป็นคนหนานป้างแค่ในภายหลังพวกมันบังอาจแก้ไขพงศาวดารบิดเบือนประวัติศาสตร์ช่วงนั้นอย่างไร้ยางอาย ดังนั้นการทวงคืนอาณาเขตอธิปไตยกลับคืนมาจึงถือเป็นพันธกิจอันศักดิ์สิทธิ์ของชาวหนานป้างทุกคน”
เมื่อพูดถึงตรงนี้เขาก็หันไปหาฟูจิโนะแล้วกล่าวว่า “นายพลฟูจิโนะทางประเทศหนานป้างเราก็เห็นด้วยกับข้อเสนอของคุณ”
“ดีมาก ในเมื่อทั้งสองท่านมีความเห็นตรงกัน งั้นเราก็ตกลงตามนี้”
ฟูจิโนะกล่าวด้วยความดีใจยิ่งเขาคือผู้บริหารสูงสุดของกระทรวงการต่างประเทศแห่งประเทศวอหนูและยังเป็นนายพลแห่งกองกำลังป้องกันตนเองวอหนูที่รับผิดชอบเรื่องการขยายอำนาจออกสู่ภายนอกโดยเฉพาะ
ส่วนคิมกุกนัมและอาบูชที่ร่วมนั่งโต๊ะเดียวกับเขานั้นฐานะก็ไม่ได้ต่างกันนักทั้งคู่ล้วนเป็นผู้มีอำนาจที่แท้จริงและเป็นนายพลฝ่ายต่างประเทศของทั้งสองประเทศ
“ถึงยังไง ประเทศเสินเซี่ยยังถือว่าเป็นประเทศที่มีประชากรจำนวนมากแม้ตอนนี้ความแข็งแกร่งจะลดลงไปกว่าแต่ก่อนมากแล้ว แต่ก็ยังไม่อาจดูแคลนได้เหมือนคำที่ว่า ถึงอูฐจะผอมแห้งจนตายก็ยังตัวใหญ่กว่าม้า”
ในตอนนั้นฟูจิโนะก็เอ่ยขึ้นอีกว่า “ดังนั้นผมเห็นว่าพวกเราควรระมัดระวังไว้หน่อยจะดีกว่าทางที่ดีควรเริ่มจากพื้นที่ที่เป็นกลางซึ่งดูไม่สะดุดตาที่ใดที่หนึ่งเพื่อลองเชิงปฏิกิริยาของประเทศเสินเซี่ยดูหากพวกมันมัวแต่วุ่นอยู่กับการทำสงครามระหว่างประเทศกับจักรวรรดิอินทรีขาวจนไม่มีเวลามาใส่ใจเรื่องอื่นเมื่อนั้นเราค่อยเปิดฉากบุกโจมตีเต็มรูปแบบก็ยังไม่สาย!”
“ตกลง!”
อาบูชพยักหน้าแล้วถามต่อ“งั้นเราจะเริ่มจากที่ไหนดี?”
“เริ่มจากเขตสงครามทรายโลหิตนี่แหละ”
ฟูจิโนะกล่าวพลางโบกมือครั้งใหญ่
วูบ!
วินาทีต่อมาแผนที่ขนาดมหึมาก็ถูกเขาหยิบออกมาจากช่องเก็บของติดตัวและกางแผ่ลงบนโต๊ะประชุมต่อหน้าคนทั้งสาม
“เขตสงครามทรายโลหิตแห่งนี้ตั้งอยู่ในทำเลที่ห่างไกลนอกจากเมืองชายฝั่งไม่กี่แห่งแล้วน้อยนักที่จะมีผู้ใช้อาชีพจากประเทศเสินเซี่ยเจาะจงเดินทางมาเก็บเลเวลที่นี่”
ฟูจิโนะชี้ไปยังจุดเล็กๆที่แทบจะมองไม่เห็นบนแผนที่แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ“อีกทั้งหลายปีมานี้ด้วยความช่วยเหลือจากนักฆ่าหน่วยล่ามังกรที่พันธมิตรสามประเทศของพวกเราบ่มเพาะขึ้นมาทำให้เขตสงครามทรายโลหิตแห่งนี้นอกจากพื้นที่เลเวลต่ำเพียงส่วนน้อยที่ยังอยู่ในการควบคุมของประเทศเสินเซี่ยแล้วพื้นที่ส่วนที่เหลือซึ่งอุดมไปด้วยทรัพยากร ล้วนถูกผนวกเข้าสู่แผนที่อิทธิพลของพันธมิตรสามประเทศเราหมดแล้ว”
เมื่อพูดจบเขาก็มองไปยังอาบูชและคิมกุกนัม พร้อมกับกล่าวเสริมว่า“หากเราอาศัยจังหวะที่จักรวรรดิอินทรีขาวเปิดฉากสงครามระหว่างประเทศเต็มรูปแบบกับประเทศเสินเซี่ยรวบรวมผู้ใช้อาชีพทั้งหมดของพันธมิตรสามประเทศในเขตสงครามทรายโลหิตเพื่อเปิดฉากโจมตีและกำจัดผู้ใช้อาชีพชาวเสินเซี่ยในแผนที่นี้ให้สิ้นซาก จัดการให้พวกมันตั้งตัวไม่ติดต่อให้ประเทศเสินเซี่ยจะรู้สึกตัวภายหลังแต่เมื่อขาดความช่วยเหลือจากเมืองกระดูกโลหิตที่เป็นเขตปลอดภัยไปแล้วพวกมันจะยังเหลือปัญญามาสร้างคลื่นลมอะไรได้อีก?”
“เป็นความคิดที่ดี งั้นตกลงตามนี้”
ทันทีที่ได้ยินคิมกุกนัมและอาบูชต่างก็ตาเป็นประกาย
โดยเฉพาะคิมกุกนัมที่เดิมทีมีพื้นที่ประเทศขนาดเล็กอยู่แล้วถึงกับเลียริมฝีปากด้วยความโลภที่ยากจะปกปิดพลางกล่าวรัวเร็วว่า“เขตสงครามทรายโลหิตนี่เป็นสถานที่ที่ดีจริงๆได้ยินมาว่าเหมาะสำหรับผู้ใช้อาชีพมือใหม่ในการเก็บเลเวลมาก หากยึดครองมาได้สำเร็จย่อมมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการบ่มเพาะผู้ใช้อาชีพรุ่นใหม่ของพวกเรา”
เมื่อพูดถึงตรงนี้เขาก็ไม่สนว่าฟูจิโนะและอาบูชจะมีปฏิกิริยาอย่างไร และเอ่ยต่อว่า“ผมจะรีบติดต่อ ‘ปรมาจารย์เทควันโด’ พัคยูจีของประเทศหนานป้างก่อนให้เขาสั่งสอนไอ้พวกหมูชั้นต่ำนั่นให้รู้สำนึก”
“ผู้ใช้อาชีพ ‘พระนอกรีต’ จารูของประเทศเสินหนิวเราก็ฝีมือไม่ธรรมดามีเขาอยู่ด้วย การจะยึดเขตสงครามทรายโลหิตมาก็ง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือ”
อาบูชไม่ยอมน้อยหน้าเขาเปิดแผงระบบเพื่อนขึ้นมาเช่นกัน
“หึๆงั้นผมก็จะแจ้งสมาชิกหน่วยล่ามังกรทั้งสามคนของประเทศวอหนูที่อยู่ในเขตสงครามทรายโลหิตด้วยเหมือนกันจะได้ให้พวกเขาเตรียมตัวไว้ก่อนล่วงหน้า...”
ฟูจิโนะกล่าวพลางเปิดแผงระบบเพื่อนของตนเองตั้งใจจะติดต่อพวกทาเคดะ จิโร่
แต่ทว่าในพริบตาต่อมาเขากลับแสดงสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างรุนแรงราวกับพบเจอเรื่องที่เหลือเชื่อที่สุด
“อะไร? ชื่อ... ชื่อสีเทา?”
เมื่อมองดูชื่อทั้งสามที่กลายเป็นสีเทาฟูจิโนะตกใจจนแทบจะสิ้นสติอยู่ตรงนั้น
แต่มันยังไม่จบเพียงเท่านี้
“เอ๊ะ? เป็นไปไม่ได้!”
“นี่... นี่มันเรื่องอะไรกัน?”
เห็นเพียงอีกด้านหนึ่งของโต๊ะกลมอาบูชและคิมกุกนัมต่างก็อุทานออกมาด้วยความตกใจเช่นกัน
“ทั้งสองท่านหรือว่าสมาชิกหน่วยล่ามังกรของประเทศพวกคุณก็จบสิ้นไปแล้วเหมือนกัน?”
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของทั้งคู่ฟูจิโนะก็รีบเอ่ยถามเพื่อหยั่งเชิงทันที
“นายพลฟูจิโนะ หรือว่าทางประเทศวอหนูของคุณ...” คิมกุกนัมถามกลับ
“ใช่”
ฟูจิโนะพยักหน้าด้วยสีหน้าปั้นยากและกล่าวเสียงหนัก“นักฆ่าหน่วยล่ามังกรทั้งสามคนของประเทศวอหนูในเขตสงครามทรายโลหิตชื่อกลายเป็นสีเทาหมดแล้ว”
เฮือก!
ถึงจุดนี้อาบูชและคิมกุกนัมก็ไม่อาจเก็บงำความตื่นตระหนกในใจได้อีกต่อไปทั้งคู่ต่างสูดลมหายใจเข้าลึกอย่างพร้อมเพรียงกัน
“ตกลงเป็นฝีมือใครกันแน่ถึงกับทำให้สมาชิกหน่วยล่ามังกรของพันธมิตรสามประเทศเราทั้งห้าคนพ่ายแพ้ยับเยินขนาดนี้?”คิมกุกนัมถามด้วยเสียงสั่นเครือ
“จริงด้วย”
ทันใดนั้นอาบูชราวกับนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขามองตรงไปแล้วกล่าวเสียงดังว่า“ผมจำได้ว่าเมื่อไม่นานมานี้ จารูเคยส่งข้อความมาหาบอกว่ากำลังไล่ล่าผู้ใช้อาชีพระดับอัจฉริยะของเสินเซี่ยที่ชื่อว่าลั่วเซวียนเซวียนอยู่”
“ลั่วเซวียนเซวียนคนนี้เป็นใครกัน?”
เมื่อได้ยินชื่อที่ไม่คุ้นเคยนี้คิมกุกนัมก็ทำหน้าเหลอหลา ส่วนอาบูชที่อยู่ข้างๆก็มีสีหน้าเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจเช่นกัน
โชคดีที่ในตอนนี้ฟูจิโนะเป็นฝ่ายก้าวออกมาอธิบายให้ทั้งสองฟังอีกครั้ง“พวกคุณอาจจะยังไม่ทราบตามรายงานจากสายลับที่แฝงตัวอยู่ในประเทศเสินเซี่ยมานานหลายปีลั่วเซวียนเซวียนคนนี้ดูเหมือนจะเป็นผู้ใช้อาชีพระดับอัจฉริยะที่หาได้ยากยิ่งมีศักยภาพในการเติบโตที่น่ากลัวมากกำชับให้ผมต้องกำจัดเธอทิ้งให้ได้ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ดังนั้นผมจึงถือวิสาสะออกหมายหัวสั่งตายให้กับสมาชิกหน่วยล่ามังกรไปเดิมทีตั้งใจว่าจะแจ้งให้พวกคุณทราบในภายหลัง แต่ก็นึกไม่ถึงว่า...”
เมื่อพูดถึงตอนท้ายฟูจิโนะไม่ได้พูดต่อให้จบ แต่กลับถอนหายใจออกมายาวเหยียด