ทั่วโลกเปลี่ยนอาชีพ : สกิลข้าทวีคูณหมื่นเท่า ใครว่าข้าเป็นสายซัพพอร์ต

    เล่มที่ 3 บทที่ 86 จุดเริ่มต้นสงครามระหว่างประเทศ และกลอุบายของสามประเทศ

            เมื่อพูดถึงตรงนี้เขาก็เปลี่ยนประเด็นทันที

            “แต่สถานการณ์ในตอนนี้ต่างจากเมื่อก่อนด้วยการเข้ามาขัดขวางโดยตรงจากจักรวรรดิอินทรีขาวย่อมกลายเป็นว่าประเทศเสินเซี่ยต้องพะวักพะวนกับการรับมือศึกจนแทบรากเลือดการควบคุมพื้นที่โดยรอบจึงจะค่อยๆ เบาบางลง”

            สิ้นเสียงนั้นฟูจิโนะก็ได้เผยถึงแผนการที่ซับซ้อนทั้งหมดออกมาในที่สุด

            “และพวกเราสามารถใช้โอกาสนี้ยึดครองพื้นที่ที่เป็นกลางบางแห่งที่เดิมทีมีข้อพิพาทกับประเทศเสินเซี่ยให้เข้ามาอยู่ในอาณาเขตของพวกเราอย่างสมบูรณ์ไม่ทราบว่าทั้งสองท่านมีความคิดเห็นอย่างไร?”

            “ผมไม่มีข้อโต้แย้ง!”

            อาบูชจากประเทศเสินหนิวได้ยินดังนั้นก็ลุกพรวดแล้วตะโกนเสียงดังลั่นทันที“หลายปีมานี้ไอ้พวกประเทศเสินเซี่ยเฮงซวยนั่นอาศัยว่ามีผู้ใช้อาชีพในประเทศเลเวลสูงและมีพลังรบแข็งแกร่งคอยเข้ามาสร้างความวุ่นวายที่เขตสงครามเกาจั้งของประเทศเสินหนิวอยู่ตลอดผมอดทนกับพวกมันมานานแล้ว ถ้าจะเปิดศึกประเทศเสินหนิวของพวกเราพร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่”

            เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมาคิมกุกนัมที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็นั่งไม่ติดที่เช่นกันเขาลุกขึ้นยืนแล้วแผดเสียงตะโกนว่า “เหอะ!นั่นยังถือว่าน้อยไป เมื่อห้าพันปีก่อนทั่วทั้งประเทศเสินเซี่ยเป็นอาณาเขตของประเทศหนานป้างเราแม้แต่บรรพบุรุษของพวกมันก็ยังเป็นคนหนานป้างแค่ในภายหลังพวกมันบังอาจแก้ไขพงศาวดารบิดเบือนประวัติศาสตร์ช่วงนั้นอย่างไร้ยางอาย ดังนั้นการทวงคืนอาณาเขตอธิปไตยกลับคืนมาจึงถือเป็นพันธกิจอันศักดิ์สิทธิ์ของชาวหนานป้างทุกคน”

            เมื่อพูดถึงตรงนี้เขาก็หันไปหาฟูจิโนะแล้วกล่าวว่า “นายพลฟูจิโนะทางประเทศหนานป้างเราก็เห็นด้วยกับข้อเสนอของคุณ”

            “ดีมาก ในเมื่อทั้งสองท่านมีความเห็นตรงกัน งั้นเราก็ตกลงตามนี้”

            ฟูจิโนะกล่าวด้วยความดีใจยิ่งเขาคือผู้บริหารสูงสุดของกระทรวงการต่างประเทศแห่งประเทศวอหนูและยังเป็นนายพลแห่งกองกำลังป้องกันตนเองวอหนูที่รับผิดชอบเรื่องการขยายอำนาจออกสู่ภายนอกโดยเฉพาะ

            ส่วนคิมกุกนัมและอาบูชที่ร่วมนั่งโต๊ะเดียวกับเขานั้นฐานะก็ไม่ได้ต่างกันนักทั้งคู่ล้วนเป็นผู้มีอำนาจที่แท้จริงและเป็นนายพลฝ่ายต่างประเทศของทั้งสองประเทศ

            “ถึงยังไง ประเทศเสินเซี่ยยังถือว่าเป็นประเทศที่มีประชากรจำนวนมากแม้ตอนนี้ความแข็งแกร่งจะลดลงไปกว่าแต่ก่อนมากแล้ว แต่ก็ยังไม่อาจดูแคลนได้เหมือนคำที่ว่า ถึงอูฐจะผอมแห้งจนตายก็ยังตัวใหญ่กว่าม้า”

            ในตอนนั้นฟูจิโนะก็เอ่ยขึ้นอีกว่า “ดังนั้นผมเห็นว่าพวกเราควรระมัดระวังไว้หน่อยจะดีกว่าทางที่ดีควรเริ่มจากพื้นที่ที่เป็นกลางซึ่งดูไม่สะดุดตาที่ใดที่หนึ่งเพื่อลองเชิงปฏิกิริยาของประเทศเสินเซี่ยดูหากพวกมันมัวแต่วุ่นอยู่กับการทำสงครามระหว่างประเทศกับจักรวรรดิอินทรีขาวจนไม่มีเวลามาใส่ใจเรื่องอื่นเมื่อนั้นเราค่อยเปิดฉากบุกโจมตีเต็มรูปแบบก็ยังไม่สาย!”

            “ตกลง!”

            อาบูชพยักหน้าแล้วถามต่อ“งั้นเราจะเริ่มจากที่ไหนดี?”

            “เริ่มจากเขตสงครามทรายโลหิตนี่แหละ”

            ฟูจิโนะกล่าวพลางโบกมือครั้งใหญ่

            วูบ!

            วินาทีต่อมาแผนที่ขนาดมหึมาก็ถูกเขาหยิบออกมาจากช่องเก็บของติดตัวและกางแผ่ลงบนโต๊ะประชุมต่อหน้าคนทั้งสาม

            “เขตสงครามทรายโลหิตแห่งนี้ตั้งอยู่ในทำเลที่ห่างไกลนอกจากเมืองชายฝั่งไม่กี่แห่งแล้วน้อยนักที่จะมีผู้ใช้อาชีพจากประเทศเสินเซี่ยเจาะจงเดินทางมาเก็บเลเวลที่นี่”

            ฟูจิโนะชี้ไปยังจุดเล็กๆที่แทบจะมองไม่เห็นบนแผนที่แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ“อีกทั้งหลายปีมานี้ด้วยความช่วยเหลือจากนักฆ่าหน่วยล่ามังกรที่พันธมิตรสามประเทศของพวกเราบ่มเพาะขึ้นมาทำให้เขตสงครามทรายโลหิตแห่งนี้นอกจากพื้นที่เลเวลต่ำเพียงส่วนน้อยที่ยังอยู่ในการควบคุมของประเทศเสินเซี่ยแล้วพื้นที่ส่วนที่เหลือซึ่งอุดมไปด้วยทรัพยากร ล้วนถูกผนวกเข้าสู่แผนที่อิทธิพลของพันธมิตรสามประเทศเราหมดแล้ว”

            เมื่อพูดจบเขาก็มองไปยังอาบูชและคิมกุกนัม พร้อมกับกล่าวเสริมว่า“หากเราอาศัยจังหวะที่จักรวรรดิอินทรีขาวเปิดฉากสงครามระหว่างประเทศเต็มรูปแบบกับประเทศเสินเซี่ยรวบรวมผู้ใช้อาชีพทั้งหมดของพันธมิตรสามประเทศในเขตสงครามทรายโลหิตเพื่อเปิดฉากโจมตีและกำจัดผู้ใช้อาชีพชาวเสินเซี่ยในแผนที่นี้ให้สิ้นซาก จัดการให้พวกมันตั้งตัวไม่ติดต่อให้ประเทศเสินเซี่ยจะรู้สึกตัวภายหลังแต่เมื่อขาดความช่วยเหลือจากเมืองกระดูกโลหิตที่เป็นเขตปลอดภัยไปแล้วพวกมันจะยังเหลือปัญญามาสร้างคลื่นลมอะไรได้อีก?”

            “เป็นความคิดที่ดี งั้นตกลงตามนี้”

            ทันทีที่ได้ยินคิมกุกนัมและอาบูชต่างก็ตาเป็นประกาย

            โดยเฉพาะคิมกุกนัมที่เดิมทีมีพื้นที่ประเทศขนาดเล็กอยู่แล้วถึงกับเลียริมฝีปากด้วยความโลภที่ยากจะปกปิดพลางกล่าวรัวเร็วว่า“เขตสงครามทรายโลหิตนี่เป็นสถานที่ที่ดีจริงๆได้ยินมาว่าเหมาะสำหรับผู้ใช้อาชีพมือใหม่ในการเก็บเลเวลมาก หากยึดครองมาได้สำเร็จย่อมมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการบ่มเพาะผู้ใช้อาชีพรุ่นใหม่ของพวกเรา”

            เมื่อพูดถึงตรงนี้เขาก็ไม่สนว่าฟูจิโนะและอาบูชจะมีปฏิกิริยาอย่างไร และเอ่ยต่อว่า“ผมจะรีบติดต่อ ‘ปรมาจารย์เทควันโด’ พัคยูจีของประเทศหนานป้างก่อนให้เขาสั่งสอนไอ้พวกหมูชั้นต่ำนั่นให้รู้สำนึก”

            “ผู้ใช้อาชีพ ‘พระนอกรีต’ จารูของประเทศเสินหนิวเราก็ฝีมือไม่ธรรมดามีเขาอยู่ด้วย การจะยึดเขตสงครามทรายโลหิตมาก็ง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือ”

            อาบูชไม่ยอมน้อยหน้าเขาเปิดแผงระบบเพื่อนขึ้นมาเช่นกัน

            “หึๆงั้นผมก็จะแจ้งสมาชิกหน่วยล่ามังกรทั้งสามคนของประเทศวอหนูที่อยู่ในเขตสงครามทรายโลหิตด้วยเหมือนกันจะได้ให้พวกเขาเตรียมตัวไว้ก่อนล่วงหน้า...”

            ฟูจิโนะกล่าวพลางเปิดแผงระบบเพื่อนของตนเองตั้งใจจะติดต่อพวกทาเคดะ จิโร่

            แต่ทว่าในพริบตาต่อมาเขากลับแสดงสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างรุนแรงราวกับพบเจอเรื่องที่เหลือเชื่อที่สุด

            “อะไร? ชื่อ... ชื่อสีเทา?”

            เมื่อมองดูชื่อทั้งสามที่กลายเป็นสีเทาฟูจิโนะตกใจจนแทบจะสิ้นสติอยู่ตรงนั้น

            แต่มันยังไม่จบเพียงเท่านี้

            “เอ๊ะ? เป็นไปไม่ได้!”

            “นี่... นี่มันเรื่องอะไรกัน?”

            เห็นเพียงอีกด้านหนึ่งของโต๊ะกลมอาบูชและคิมกุกนัมต่างก็อุทานออกมาด้วยความตกใจเช่นกัน

            “ทั้งสองท่านหรือว่าสมาชิกหน่วยล่ามังกรของประเทศพวกคุณก็จบสิ้นไปแล้วเหมือนกัน?”

            เมื่อเห็นปฏิกิริยาของทั้งคู่ฟูจิโนะก็รีบเอ่ยถามเพื่อหยั่งเชิงทันที

            “นายพลฟูจิโนะ หรือว่าทางประเทศวอหนูของคุณ...” คิมกุกนัมถามกลับ

            “ใช่”

            ฟูจิโนะพยักหน้าด้วยสีหน้าปั้นยากและกล่าวเสียงหนัก“นักฆ่าหน่วยล่ามังกรทั้งสามคนของประเทศวอหนูในเขตสงครามทรายโลหิตชื่อกลายเป็นสีเทาหมดแล้ว”

            เฮือก!

            ถึงจุดนี้อาบูชและคิมกุกนัมก็ไม่อาจเก็บงำความตื่นตระหนกในใจได้อีกต่อไปทั้งคู่ต่างสูดลมหายใจเข้าลึกอย่างพร้อมเพรียงกัน

            “ตกลงเป็นฝีมือใครกันแน่ถึงกับทำให้สมาชิกหน่วยล่ามังกรของพันธมิตรสามประเทศเราทั้งห้าคนพ่ายแพ้ยับเยินขนาดนี้?”คิมกุกนัมถามด้วยเสียงสั่นเครือ

            “จริงด้วย”

            ทันใดนั้นอาบูชราวกับนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขามองตรงไปแล้วกล่าวเสียงดังว่า“ผมจำได้ว่าเมื่อไม่นานมานี้ จารูเคยส่งข้อความมาหาบอกว่ากำลังไล่ล่าผู้ใช้อาชีพระดับอัจฉริยะของเสินเซี่ยที่ชื่อว่าลั่วเซวียนเซวียนอยู่”

            “ลั่วเซวียนเซวียนคนนี้เป็นใครกัน?”

            เมื่อได้ยินชื่อที่ไม่คุ้นเคยนี้คิมกุกนัมก็ทำหน้าเหลอหลา ส่วนอาบูชที่อยู่ข้างๆก็มีสีหน้าเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจเช่นกัน

            โชคดีที่ในตอนนี้ฟูจิโนะเป็นฝ่ายก้าวออกมาอธิบายให้ทั้งสองฟังอีกครั้ง“พวกคุณอาจจะยังไม่ทราบตามรายงานจากสายลับที่แฝงตัวอยู่ในประเทศเสินเซี่ยมานานหลายปีลั่วเซวียนเซวียนคนนี้ดูเหมือนจะเป็นผู้ใช้อาชีพระดับอัจฉริยะที่หาได้ยากยิ่งมีศักยภาพในการเติบโตที่น่ากลัวมากกำชับให้ผมต้องกำจัดเธอทิ้งให้ได้ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ดังนั้นผมจึงถือวิสาสะออกหมายหัวสั่งตายให้กับสมาชิกหน่วยล่ามังกรไปเดิมทีตั้งใจว่าจะแจ้งให้พวกคุณทราบในภายหลัง แต่ก็นึกไม่ถึงว่า...”

            เมื่อพูดถึงตอนท้ายฟูจิโนะไม่ได้พูดต่อให้จบ แต่กลับถอนหายใจออกมายาวเหยียด

             

    คล้ายกับเรื่องทั่วโลกเปลี่ยนอาชีพ : สกิลข้าทวีคูณหมื่นเท่า ใครว่าข้าเป็นสายซัพพอร์ต ที่คุณอ่าน