เมื่อผมเดินทางกลับมาที่เมืองแล้วสิ่งที่สำคัญสำหรับผมที่จำเป็นต้องทำทุกครั้งเลยนั้นคือนำอาวุธกับชุดเกราะไปซ่อมที่ร้านขายอาวุธ มันกลายเป็นเรื่องที่ปกติไปแล้วหลังจากที่ผมได้ผจญภัยในเกมส์นี้มาประมาณ 1 เดือนกว่าๆ เท่านั้นยังไม่พอผมยังต้องมารู้สึกหัวเสียกับมนุษย์ลุงที่แก่แล้วไม่ยอมรับว่าตัวเองเเก่อีกที ซึ่งผมพอที่จะเข้าใจอยู่ล่ะนะว่าผู้ใหญ่ที่มีอายุอยู่ในช่วงวัยทองส่วนใหญ่นั้นมีอารมณ์แปรปรวนที่ผิดไปจากปกติมาก ผมจึงยกตัวอย่างมาสักหนึ่งคนคือลุงเจ้าของร้านขายอาวุธนั้นทำไมเวลาที่ผมเรียกว่าลุงแล้วดูจากท่าทางลักษณะกับคำพูดของเขาราวกับว่าเหมือนไม่ค่อยพอใจในคำพูดของผมสักเท่าไหร่แล้วทำไมถึงชอบโมโหเวลาที่ผมเรียกเขาว่าคุณลุงจังเลย เฮ้อ...! แล้วอีีกอย่างหนึ่งคือมีนิสัยเหมือนกันหมดทั้ง 3 เมืองที่ผมเคยนำอาวุธและอุปกรณ์ไปซ่อมแซมที่ได้รับความเสียหายจากการโจมตีของมอนสเตอร์ซึ่งมีทั้งการโจมตีทางกายภาพและการโจมตีทางเวทมนตร์ที่ปล่อยสกิลออกมาแล้วจู่โจมใส่ผมนั้นมีจำนวนหลายร้อยกว่าตัว
ผมเป็นลูกค้านะเอ้อ...! คุณลุงเค้าควรมีความเกรงใจกันบ้างสิและอีกอย่างหนึ่งคือผมยังเป็นคนที่พูดสุภาพอีกด้วยนะเนี่ย...แย่จริงๆ
ตอนนี้ผมกำลังยืนอยู่ในร้านขายอาวุธแล้วโดนพ่อค้าเจ้าของร้านโมโหฉุนเฉียวเพียงแค่เรียกว่าคุณลุงเท่านั้นเอง
"เฮ้ย! ไอ้เด็กเวร ตรูยังไม่แก่ขนาดนั้นว้อยยยยยย!!"
"เอ่อ...ผมก็เรียกลุงเพราะว่าผมดูจากหน้าตาของลุงแล้วน่าจะมีอายุเยอะมากกว่าพ่อของผมอีกน่ะครับ"
"หน้าตาตรูยังไม่ได้แก่ขนาดนั้นเว้ย เพิ่ง 30 ต้นๆ"
"เหรอครับ งั้นคราวหน้าผมจะเรียกว่าพี่นะครับ"
"ทำหน้าเหมือนไม่เชื่อแบบนั้นหมายความไงฟะ อยากไฟร้เหรอ?"
ลุงเจ้าของร้านเห็นสีหน้ากับท่าทางการแสดงออกของผมแล้วรู้สึกโมโหกว่าเดิมพร้อมกับยกแขนขวาขึ้นมาโชว์กล้ามเนื้อให้ดู สังเกตุกล้ามเนื้อเเขนที่ใหญ่โตของคุณลุงนั้นมีความไปได้ที่มาจากการตีเหล็กเป็นเวลานานหลายปี แต่ยังไงลุงเขาก็เป็นเพียงแค่ npc เท่านั้น ถึงแม้ว่าผมทำการปลิดชีวิตลุงเจ้าของร้านไปซึ่งก็คงไม่ได้อะไรอยู่ดี อีกอย่างหนึ่งคือชื่อของผมยังเป็นสีแดงอยู่หลังจากที่เพิ่งฆ่าพวกของลุงพังก์นั่นไปเมื่อไม่กี่วันก่อนจนกระทั่ง ตอนนี้ชื่อยังไม่กลายเป็นสีขาวเลย...ดังนั้นพยายามเปลี่ยนเรื่องคุยก็แล้วกัน
"เปล่าครับ...พูดถึงอุปกรณ์ผมแล้วใช้เวลาซ่อมแซมนานมั้ยครับ?"
"ซื้อใหม่เถอะ สภาพยับเยินเท่านั้นยังไม่พอตรงบริเวณเสื้อเกราะกับพวกปลอกแขนโดนพิษละลายไปทั่วอีก...ถามจริงเอ็งรอดมาได้ยังไง?"
"สัตว์เลี้ยงผมเก่งครับ เนอะพูจิ"
"พู พู"
"อ่อเหรอ..."
ผมกำลังสงสัยอยู่ว่าลุงเค้าอาจจะพอรู้ข้อมูลเกี่ยวกับทวีป 'อาสการ์เดอร์' นะ งั้นลองถามดูเลยแล้วกัน
"พี่ชายรู้จักทวีป 'อาสการ์เดอร์' รึเปล่า?"
"พอรู้อยู่ แต่ไม่เคยมีโอกาสได้ไปที่ทวีปนั้นตั้งแต่เกิดแล้วล่ะ"
"ทำไมล่ะครับ?"
"ทวีปนี้โดนความมืดของพ่อมดดำ 'ไซมอน' คลุมไปทั่วทั้งทวีปมาหลายร้อยปีแล้วน่ะสิ ปัจจุบันพื้นที่บนทวีปนี้จึงเหลือเพียงแค่ประมาณ 50% ของทั้งหมดน่ะ"
"แต่ผมดูจากแผนที่แล้วน่าจะต้องขึ้นเรือในเมืองที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของอาณาจักรนี้ไม่ใช่เหรอครับ?"
"เมือง 'มาริด้า' น่ะเหรอที่เอ็งหมายถึงน่ะ?"
หือ! เมืองนั้นชื่อว่าเมืองมาริด้างั้นเหรอ....
"น่าจะใช่ครับ"
เจ้าของร้านขายอาวุธส่ายหัวสักพักแล้วเริ่มพูดต่อ
"เมืองนั้นโดนความมืดของพ่อมดดำ 'ไซมอน' กลืนไปหมดแล้วล่ะนะ"
พ่อมดดำ 'ไซมอน' มันโหดขนาดนั้นเลยเหรอ
"ภาวนาว่าคงมีใครสักคน ที่ปราบพ่อมดดำ 'ไซมอน' ลงได้ล่ะนะ"
"ไม่อย่างนั้นดินแดนของทวีปนี้สุดท้ายคงโดนความมืดกลืนกินไปหมดทุกส่วน"
"เฮ้อ...นี้เป็นเรื่องส่วนตัวเกี่ยวกับฉันเอง เสียดายวิธีทำอาวุธสุดยอดซึ่งเคยสืบทอดกันมาได้หายสาบสูญไปจากทวีปนี้ด้วยอีกนี่สิ แย่ชะมัด"
พอได้ฟังที่ลุงเจ้าของร้านเล่าเกี่ยวกับอาวุธสุดยอดแล้วนั้นผมเลยไม่แปลกใจสักเท่าไหร่ที่ไม่มีช่างตีดาบรู้จักวิธีการหลอมละลายหินเล็กซานไดรต์โดยที่ไม่เปลี่ยนสีได้ แต่เรื่องของพ่อมดดำนั้นพอได้ฟังแล้วรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องราวใหญ่โตจนเกินไปและอีกอย่างหนึ่งผมคงไม่สามารถแก้ไขด้วยตัวเองได้ เพราะฉะนั้นแล้วผมจำเป็นต้องรวบรวมหาสมาชิกเพื่อสร้างปาร์ตี้ที่มีผมเป็นหัวหน้าทีมแล้วล่ะ
"ขอบคุณมากครับลุง"
"ไอ้เด็กนี่ ยังเรียกตรูลุงเหมือนเดิม"
"ฮ่าๆๆ ผมไปก่อนนะ แต่เดี๋ยวผมยังต้องมาซื้ออาวุธอีกครั้งอยู่ดี"
"เออ โชคดีล่ะ"
ผมโบกมือลากับลุงเจ้าของร้านขายอาวุธแล้วต่อจากนั้นก็เดินทางไปแลกเปลี่ยนศพของมอนสเตอร์แม็กอทให้กลายเป็นเงินซึ่งได้ทำการขายให้กับพนักงานในกิลด์นักผจญภัย สุดท้ายหาโรงแรมแล้วเข้านอนบนเตียงหลังจากนั้นสักพักก็หลับไปจนถึงพรุ่งนี้อีกวัน
***************************************************************************************************