Another World Fantasy

    ตอนที่ 42 ความมืดของทวีป อัลเซียนท์

            เมื่อผมเดินทางกลับมาที่เมืองแล้วสิ่งที่สำคัญสำหรับผมที่จำเป็นต้องทำทุกครั้งเลยนั้นคือนำอาวุธกับชุดเกราะไปซ่อมที่ร้านขายอาวุธ มันกลายเป็นเรื่องที่ปกติไปแล้วหลังจากที่ผมได้ผจญภัยในเกมส์นี้มาประมาณ 1 เดือนกว่าๆ เท่านั้นยังไม่พอผมยังต้องมารู้สึกหัวเสียกับมนุษย์ลุงที่แก่แล้วไม่ยอมรับว่าตัวเองเเก่อีกที ซึ่งผมพอที่จะเข้าใจอยู่ล่ะนะว่าผู้ใหญ่ที่มีอายุอยู่ในช่วงวัยทองส่วนใหญ่นั้นมีอารมณ์แปรปรวนที่ผิดไปจากปกติมาก ผมจึงยกตัวอย่างมาสักหนึ่งคนคือลุงเจ้าของร้านขายอาวุธนั้นทำไมเวลาที่ผมเรียกว่าลุงแล้วดูจากท่าทางลักษณะกับคำพูดของเขาราวกับว่าเหมือนไม่ค่อยพอใจในคำพูดของผมสักเท่าไหร่แล้วทำไมถึงชอบโมโหเวลาที่ผมเรียกเขาว่าคุณลุงจังเลย เฮ้อ...! แล้วอีีกอย่างหนึ่งคือมีนิสัยเหมือนกันหมดทั้ง 3 เมืองที่ผมเคยนำอาวุธและอุปกรณ์ไปซ่อมแซมที่ได้รับความเสียหายจากการโจมตีของมอนสเตอร์ซึ่งมีทั้งการโจมตีทางกายภาพและการโจมตีทางเวทมนตร์ที่ปล่อยสกิลออกมาแล้วจู่โจมใส่ผมนั้นมีจำนวนหลายร้อยกว่าตัว

            ผมเป็นลูกค้านะเอ้อ...! คุณลุงเค้าควรมีความเกรงใจกันบ้างสิและอีกอย่างหนึ่งคือผมยังเป็นคนที่พูดสุภาพอีกด้วยนะเนี่ย...แย่จริงๆ

            ตอนนี้ผมกำลังยืนอยู่ในร้านขายอาวุธแล้วโดนพ่อค้าเจ้าของร้านโมโหฉุนเฉียวเพียงแค่เรียกว่าคุณลุงเท่านั้นเอง

            "เฮ้ย! ไอ้เด็กเวร ตรูยังไม่แก่ขนาดนั้นว้อยยยยยย!!"

            "เอ่อ...ผมก็เรียกลุงเพราะว่าผมดูจากหน้าตาของลุงแล้วน่าจะมีอายุเยอะมากกว่าพ่อของผมอีกน่ะครับ"

            "หน้าตาตรูยังไม่ได้แก่ขนาดนั้นเว้ย เพิ่ง 30 ต้นๆ"

            "เหรอครับ งั้นคราวหน้าผมจะเรียกว่าพี่นะครับ"

            "ทำหน้าเหมือนไม่เชื่อแบบนั้นหมายความไงฟะ อยากไฟร้เหรอ?"

            ลุงเจ้าของร้านเห็นสีหน้ากับท่าทางการแสดงออกของผมแล้วรู้สึกโมโหกว่าเดิมพร้อมกับยกแขนขวาขึ้นมาโชว์กล้ามเนื้อให้ดู สังเกตุกล้ามเนื้อเเขนที่ใหญ่โตของคุณลุงนั้นมีความไปได้ที่มาจากการตีเหล็กเป็นเวลานานหลายปี แต่ยังไงลุงเขาก็เป็นเพียงแค่ npc เท่านั้น ถึงแม้ว่าผมทำการปลิดชีวิตลุงเจ้าของร้านไปซึ่งก็คงไม่ได้อะไรอยู่ดี อีกอย่างหนึ่งคือชื่อของผมยังเป็นสีแดงอยู่หลังจากที่เพิ่งฆ่าพวกของลุงพังก์นั่นไปเมื่อไม่กี่วันก่อนจนกระทั่ง ตอนนี้ชื่อยังไม่กลายเป็นสีขาวเลย...ดังนั้นพยายามเปลี่ยนเรื่องคุยก็แล้วกัน

            "เปล่าครับ...พูดถึงอุปกรณ์ผมแล้วใช้เวลาซ่อมแซมนานมั้ยครับ?"

            "ซื้อใหม่เถอะ สภาพยับเยินเท่านั้นยังไม่พอตรงบริเวณเสื้อเกราะกับพวกปลอกแขนโดนพิษละลายไปทั่วอีก...ถามจริงเอ็งรอดมาได้ยังไง?"

            "สัตว์เลี้ยงผมเก่งครับ เนอะพูจิ"

            "พู พู"

            "อ่อเหรอ..."

            ผมกำลังสงสัยอยู่ว่าลุงเค้าอาจจะพอรู้ข้อมูลเกี่ยวกับทวีป 'อาสการ์เดอร์' นะ งั้นลองถามดูเลยแล้วกัน

            "พี่ชายรู้จักทวีป 'อาสการ์เดอร์' รึเปล่า?"

            "พอรู้อยู่ แต่ไม่เคยมีโอกาสได้ไปที่ทวีปนั้นตั้งแต่เกิดแล้วล่ะ"

            "ทำไมล่ะครับ?"

            "ทวีปนี้โดนความมืดของพ่อมดดำ 'ไซมอน' คลุมไปทั่วทั้งทวีปมาหลายร้อยปีแล้วน่ะสิ ปัจจุบันพื้นที่บนทวีปนี้จึงเหลือเพียงแค่ประมาณ 50% ของทั้งหมดน่ะ"

            "แต่ผมดูจากแผนที่แล้วน่าจะต้องขึ้นเรือในเมืองที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของอาณาจักรนี้ไม่ใช่เหรอครับ?"

            "เมือง 'มาริด้า' น่ะเหรอที่เอ็งหมายถึงน่ะ?"

            หือ! เมืองนั้นชื่อว่าเมืองมาริด้างั้นเหรอ....

            "น่าจะใช่ครับ"

            เจ้าของร้านขายอาวุธส่ายหัวสักพักแล้วเริ่มพูดต่อ

            "เมืองนั้นโดนความมืดของพ่อมดดำ 'ไซมอน' กลืนไปหมดแล้วล่ะนะ"

            พ่อมดดำ 'ไซมอน' มันโหดขนาดนั้นเลยเหรอ

            "ภาวนาว่าคงมีใครสักคน ที่ปราบพ่อมดดำ 'ไซมอน' ลงได้ล่ะนะ"

            "ไม่อย่างนั้นดินแดนของทวีปนี้สุดท้ายคงโดนความมืดกลืนกินไปหมดทุกส่วน"

            "เฮ้อ...นี้เป็นเรื่องส่วนตัวเกี่ยวกับฉันเอง เสียดายวิธีทำอาวุธสุดยอดซึ่งเคยสืบทอดกันมาได้หายสาบสูญไปจากทวีปนี้ด้วยอีกนี่สิ แย่ชะมัด"

            พอได้ฟังที่ลุงเจ้าของร้านเล่าเกี่ยวกับอาวุธสุดยอดแล้วนั้นผมเลยไม่แปลกใจสักเท่าไหร่ที่ไม่มีช่างตีดาบรู้จักวิธีการหลอมละลายหินเล็กซานไดรต์โดยที่ไม่เปลี่ยนสีได้ แต่เรื่องของพ่อมดดำนั้นพอได้ฟังแล้วรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องราวใหญ่โตจนเกินไปและอีกอย่างหนึ่งผมคงไม่สามารถแก้ไขด้วยตัวเองได้ เพราะฉะนั้นแล้วผมจำเป็นต้องรวบรวมหาสมาชิกเพื่อสร้างปาร์ตี้ที่มีผมเป็นหัวหน้าทีมแล้วล่ะ

            "ขอบคุณมากครับลุง"

            "ไอ้เด็กนี่ ยังเรียกตรูลุงเหมือนเดิม"

            "ฮ่าๆๆ ผมไปก่อนนะ แต่เดี๋ยวผมยังต้องมาซื้ออาวุธอีกครั้งอยู่ดี"

            "เออ โชคดีล่ะ"

            ผมโบกมือลากับลุงเจ้าของร้านขายอาวุธแล้วต่อจากนั้นก็เดินทางไปแลกเปลี่ยนศพของมอนสเตอร์แม็กอทให้กลายเป็นเงินซึ่งได้ทำการขายให้กับพนักงานในกิลด์นักผจญภัย สุดท้ายหาโรงแรมแล้วเข้านอนบนเตียงหลังจากนั้นสักพักก็หลับไปจนถึงพรุ่งนี้อีกวัน


    ***************************************************************************************************

    คล้ายกับเรื่องAnother World Fantasy ที่คุณอ่าน