“ก่อนอื่นเราต้องทะลวงเข้าสู่ระดับจักรพรรดิก่อนจากนั้นก็ใช้พรสวรรค์ด้านการปลอมตัวเพื่อปลอมตัวเป็นสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิ แล้วค่อยใช้พรสวรรค์ล่องหนเพื่อแอบเข้าไปยังต้นมังกรศักดิ์สิทธิ์แม้ว่าจะถูกมองทะลุพรสวรรค์ล่องหนหรือไม่ก็ตาม สัตว์อสูรเหล่านั้นก็ต้องคิดว่าเราเป็นสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิเช่นเดียวกับพวกมันแน่!”
เย่เทียนรู้สึกว่าวิธีนี้ไม่เลวเลย
แต่เขาต้องบรรลุถึงระดับจักรพรรดิให้ได้เสียก่อนจึงจะสามารถดำเนินตามแผนการนี้ได้มิฉะนั้นถ้าเขาปลอมตัวเป็นสัตว์อสูรระดับศักดิ์สิทธิ์ เขาจะต้องถูกสังหารอย่างแน่นอน
สัตว์อสูรระดับศักดิ์สิทธิ์ที่เดินทางไปยังต้นมังกรศักดิ์สิทธิ์นั่นก็เปรียบเสมือนการยั่วยุสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิ หากเป็นเช่นนั้นเขาคงจะถูกโจมตีจากสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิเหล่านั้นอย่างแน่นอน
“ห้าเดือน เราต้องบรรลุถึงระดับจักรพรรดิให้ได้!”
เย่เทียนรู้สึกว่าเป้าหมายนี้ไม่ได้ยากเย็นนัก
ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาเขาใช้พรสวรรค์ล่าสมบัติเพื่อหาสมุนไพรวิเศษมากมาย หลังจากตรวจสอบแล้ว มีสมุนไพรหลายชนิดที่สามารถช่วยเปิดพื้นที่สมองของเขาได้ดังนั้นความเร็วในการฝึกฝนของเขาจะต้องเพิ่มขึ้นอย่างมาก
ตราบเท่าที่เขาพยายามอย่างหนักเพื่อบ่มเพาะและใช้สมบัติที่ช่วยในการเปิดพื้นที่สมองภายในไม่กี่เดือนเขาจะสามารถบรรลุไปถึงระดับจักรพรรดิได้อย่างแน่นอน
ตอนนี้เย่เทียนตัดสินใจแล้วในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า นอกจากการหาพรสวรรค์ระดับลึกลับ เขาจะทุ่มเวลาทั้งหมดไปกับการฝึกฝนและค้นหาสมุนไพรวิญญาณที่ช่วยในการเปิดสมอง
เขามีพรสวรรค์ล่าสมบัติและสะกดจิตเขาสามารถสะกดจิตสัตว์อสูรเพื่อสอบถามตำแหน่งของสมบัติเช่นสมุนไพรวิญญาณและใช้พรสวรรค์ล่าสมบัติเพื่อค้นหาสมบัติเหล่านั้นได้
เช่นนี้มันจะไม่ทำให้เขาเสียเวลา
“บ่มเพาะ!”
“ออกค้นหาสมุนไพรวิญญาณ!”
เย่เทียนเริ่มยุ่งกับการฝึกฝนทั้งกลางวันและกลางคืนเขาทุ่มเทหนักกว่าเมื่อก่อนมาก ทุกครั้งที่เขาเริ่มบ่มเพาะเขาจะใช้พรสวรรค์ด้านเวลาเร่งความเร็วของเวลาขึ้น3 เท่า
เดือนแรก เย่เทียนเปิดพื้นที่สมองไป3% ทำให้พื้นที่สมองของเขาถูกเปิดไปแล้ว93%
เดือนที่สอง เขาโชคดีมากที่ได้รับสมุนไพรวิญญาณซึ่งทำให้เขาสามารถเปิดพื้นที่สมองได้อีก4% ซึ่งเท่ากับว่าเขาเปิดสมองไป97%
เดือนที่สาม โชคของเย่เทียนไม่ดีนักถึงแม้เขาจะได้รับสมุนไพรวิญญาณอื่นๆ มามากมาย แต่เขาก็ไม่พบสมุนไพรวิญญาณที่ช่วยในการเปิดสมองได้ดังนั้นความเร็วของเขาจึงช้าลง เขาสามารถเปิดสมองเพิ่มขึ้นได้เพียง 2% เท่านั้น
ในเดือนที่สี่ เย่เทียนใช้พลังทั้งหมดของเขาในการเปิดสมองที่เหลืออีก1% และใช้เวลาทั้งเดือนในการเปิดสมองจนสำเร็จ100%
ตอนนี้เย่เทียนมาถึงจุดสูงสุดของระดับศักดิ์สิทธิ์แล้ว
ในเวลานี้ เขารู้สึกว่าจิตวิญญาณของเขาแข็งแกร่งขึ้นมากจิตของเขามาถึงระดับที่น่าสะพรึงกลัว ราวกับว่าเขามีความสามารถในการทำนายเหตุการณ์ล่วงหน้าได้
บางทีการคาดเดาการโจมตีล่วงหน้าอาจจะมีอยู่จริง
“เราเคยอ่านเจอในนิยายแฟนตาซีบางเรื่องหนึ่งในนั้นมีตัวละครชื่อต้าหนิง ซึ่งตัวละครนั้นมีความสามารถในการหยั่งรู้เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นล่วงหน้าได้แม้ว่ามันจะเป็นอนาคตอีกไกลโพ้นก็ตามบางทีสักวันหนึ่งเราอาจจะมีความสามารถนั้นขึ้นมาจริงๆ!”
เย่เทียนส่ายหัวและหยุดคิดถึงเรื่องนี้
สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือเขาต้องทะลวงเข้าสู่ระดับจักรพรรดิ!
ก่อนหน้านี้ เขาได้พูดคุยกับเยว่เอ๋อร์เกี่ยวกับกุญแจสำคัญในการทะลวงเข้าสู่ระดับจักรพรรดิไม่ว่าจะเป็นการใช้พลังปราณของเขาเพื่อขัดเกลาร่างกาย หรือใช้พลังพิเศษเพื่อขัดเกลาร่างกายเพื่อทะลวงขีดจำกัดของร่างกายก้าวไปสู่ระดับจักรพรรดิ
“การใช้พลังลมปราณเพื่อขัดเกลาร่างกายนั้นช้าเกินไปอีกหนึ่งเดือนก็จะถึงวันครบกำหนดเก็บเกี่ยวผลมังกรศักดิ์สิทธิ์แล้ว ถ้าเราใช้พลังปราณเพื่อขัดเกลาร่างกายให้ทะลวงเข้าสู่ระดับจักรพรรดิเวลาหนึ่งเดือนนั้นไม่เพียงพอแน่ เราต้องใช้วิธีอื่นเพื่อทะลวงเข้าสู่ระดับจักรพรรดิโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้!”เย่เทียนคิด
โลกของสัตว์อสูรนั้นกว้างใหญ่ไพศาลมันต้องมีสถานที่ที่เหมาะสมให้เขาใช้ทะลวงเข้าสู่ระดับจักรพรรดิอย่างแน่นอน
เย่เทียนใช้พรสวรรค์สะกดจิตเพื่อสอบถามจากสัตว์อสูรและเขาก็ได้รู้ว่าสถานที่ที่เขาตามหามีชื่อว่าภูเขามังกรเพลิง
ภูเขามังกรเพลิงเปรียบเสมือนภูเขาที่มีชีวิตซึ่งเต็มไปด้วยลมปราณธาตุไฟเย่เทียนมีพรสวรรค์เขตแดนอัคคีระดับลึกลับ เขาสามารถดูดซับพลังจากภูเขาไฟชักนำมันมาขัดเกลาร่างกายของเขาได้
การขัดเกลาร่างกายเป็นครั้งแรกนั้นเป็นเรื่องง่ายที่จะทำลายขีดจำกัดของร่างกายหากใช้พลังของภูเขาไฟเพื่อขัดเกลาร่างกาย เขาจะสามารถทำลายขีดจำกัดของร่างกายและเลื่อนขั้นเป็นจักรพรรดิได้อย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ผู้ที่มีรากฐานที่สมบูรณ์แบบมีข้อได้เปรียบในการทำลายขีดจำกัดของร่างกายและนี่คือสิ่งที่เยว่เอ๋อร์ได้บอกเย่เทียนไว้
“มันอยู่ตรงนี้!”
เย่เทียนมองไปยังภูเขาไฟขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าเขารูปลักษณ์ของมันคล้ายกับมังกร ลาวาที่ไหลออกมาราวกับว่าเป็นเส้นโลหิตของมังกร แต่ตำแหน่งหัวมังกรกลับเป็นปล่องภูเขาไฟสถานที่แบบนี้ถูกเรียกว่าชีพจรมังกรเพลิง
ชีพจรมังกรเพลิงเหมาะสำหรับสัตว์อสูรธาตุไฟดังนั้นที่นี่จึงมีสัตว์อสูรจำนวนมากมารวมตัวกันที่นี่ และภูเขามังกรเพลิงนี้มีสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิครอบครองอยู่
วู๊ซซ!
เย่เทียนเคลื่อนที่เข้าใกล้ภูเขามังกรเพลิง
ในเวลาเดียวกันสัตว์อสูรที่มีรูปร่างคล้ายมังกรขนาดใหญ่ก็พุ่งออกมาจากปากปล่องภูเขาไฟ
[ประเภท : มังกรเพลิง
พรสวรรค์ทางสายเลือด : ระดับจันทรา
พรสวรรค์ด้านการป้องกัน :ระดับสูงสุด
พรสวรรค์เปลวเพลิง : ระดับลึกลับ
พรสวรรค์ด้านความเร็ว : ระดับเริ่มต้น
พรสวรรค์ด้านพละกำลัง : ระดับปานกลาง]
“นอกจากพรสวรรค์เปลวเพลิงแล้วพรสวรรค์อื่นๆ ของสัตว์อสูรมังกรเพลิงตัวนี้ช่างต่ำต้อยเสียจริง!”
เย่เทียนเคยเห็นสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิมามากมายสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิเหล่านั้นต่างก็มีพรสวรรค์ระดับสูงสุด พวกมันคงใช้สมุนไพรช่วยยกระดับพรสวรรค์ในโลกของสัตว์อสูรนี้มีสมุนไพรเช่นนั้นอยู่ไม่น้อย
หากโชคดีมากพอก็สามารถพัฒนาขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง
แต่สัตว์อสูรระดับจักรพรรดิที่อยู่ตรงหน้าเขานั้นคาดว่าหลังจากที่มันครอบครองภูเขามังกรเพลิงแห่งนี้ มันก็ไม่เคยออกจากภูเขาอีกเลย นั่นคงเป็นเหตุผลที่ทำให้พรสวรรค์ด้านความเร็วและพรสวรรค์ด้านพละกำลังของมันต่ำต้อยถึงเพียงนี้
“ตายซะ!”
เย่เทียนสังหารมังกรเพลิงในพริบตา
วู๊ซ!
จากนั้นเขาก็ก้าวไปยังปากทางเข้าภูเขามังกรเพลิง
เย่เทียนเห็นลาวาจำนวนมหาศาลอยู่ภายในภูเขาภายในลาวาเหล่านั้นเขาสัมผัสได้ถึงปราณอัคคีที่เข้มข้น
“เป็นดินแดนล้ำค่าจริงๆด้วย!”
เย่เทียนถอดเสื้อผ้าออกและกระโดดลงไปในลาวา
ในฐานะที่เป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์ขั้นสูงสุดลาวาพวกนี้สำหรับเขาแล้วมันคล้ายกับน้ำพุร้อน
“ดูดซับ!”
ปราณอัคคีจำนวนมหาศาลถูกเย่เทียนดูดซับเข้าไปในร่างกายจากนั้นเขาโคจรตราประทับพรสวรรค์เขตแดนอัคคีจัดระเบียบปราณอัคคีที่ดูดซับมาเพื่อใช้ในการขัดเกลาร่างกาย
ภายใต้การขัดเกลาของปราณอัคคีมากมายร่างกายของเย่เทียนถูกปกคลุมด้วยเปลวเพลิงที่ร้อนแรงราวกับว่าร่างกายของเขากำลังถูกเผาไหม้
ในตอนนี้ เย่เทียนคล้ายกำลังเปลี่ยนตัวเองเป็นเหล็กก้อนหนึ่งที่กำลังใช้เปลวเพลิงแผดเผากำจัดสิ่งเจือปนในร่างกายจนหมดสิ้นผลที่ได้คือร่างกายของเขาค่อยๆ ยกระดับขึ้น
เดิมทีการขัดเกลาร่างกายด้วยปราณอัคคีเช่นนี้จะทุกข์ทรมานเป็นอย่างมากแต่เย่เทียนมีพรสวรรค์เขตแดนอัคคีระดับลึกลับ ปราณอัคคีเหล่านี้กลับทำให้เขารู้สึกอบอุ่นไม่มีความเจ็บปวดเลยแม้แต่น้อย
เวลาค่อยๆ ไหลผ่านไป!
ร่างกายของเย่เทียนเริ่มแข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่องในที่สุดเขาก็ได้สัมผัสได้ถึงขีดจำกัดของร่างกายเป็นครั้งแรกในวันที่สิบ
หากเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่มีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับดาราแม้ว่าพวกเขาจะสัมผัสขีดจำกัดของร่างกายเป็นครั้งแรกได้แล้ว แต่การที่จะทำลายขีดจำกัดของร่างกายได้นั้นยังเป็นเรื่องที่ยากเย็นแสนเข็ญเว้นเสียแต่ว่าจะมีสมบัติต่อต้านสวรรค์ที่ช่วยทำลายขีดจำกัดของร่างกาย
อย่างไรก็ตาม มันต่างจากตอนที่ระดับปรมาจารย์เคยทำลายขีดจำกัดการขัดเกลาผิวหนังกล้ามเนื้อ กระดูก เลือด และอวัยวะภายใน นั่นคือการทำลายขีดจำกัดของร่างกายทีละส่วน
การทำลายขีดจำกัดในครั้งนี้เป็นการทำลายขีดจำกัดของร่างกายทั้งหมดเพื่อกดดันให้ร่างกายวิวัฒนาการ
ใช่แล้วมันคือการวิวัฒนาการ
สำหรับผู้มีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับจันทราการใช้ปราณอัคคีเหล่านี้ทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งแรกนั้นง่ายดายเป็นอย่างมาก และเย่เทียนก็มีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับตะวัน
ซึ่งมันไม่ได้มีปัญหาใดๆ กับเขาเลย
“ทำลาย!”
เย่เทียนตะโกนอยู่ในใจ
ขีดจำกัดของร่างกายพรั่งพรูไปด้วยปราณอัคคีจำนวนมหาศาลไม่นานมันก็ถูกทำลายลง
ในตอนนี้ความแข็งแกร่งของร่างกายเย่เทียนเพิ่มขึ้นนับสิบเท่าซึ่งมันเทียบเท่ากับพลัง 100 มังกร อีกทั้งความเร็วและพลังป้องกันของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก
และที่สำคัญอายุขัยของเขายังเพิ่มขึ้นถึง3,000 ปี
จนถึงตอนนี้ เย่เทียนได้ก้าวเข้าสู่ระดับจักรพรรดิอย่างเป็นทางการแล้ว!