ตอนที่12 ทักษะปราณเกราะระฆังทอง
"หรือเราต้องกราบเ้าเฒ่านั้นเป็อาจารย์แล้วให้มันสอนทักษะกายาให้กับเรา?ไม่!!เรายังไม่รู้เหตุผลที่แน่ชัดของตาเฒ่านั้น มันต้องมีวิธีซิ!!"จิ๋นหยางรู้สึกลังเลอย่างมากที่จะตัดสินใจเลือกว่าจะกราบหรือไม่กราบชายชราดี......
"ว่ายังไงเ้าหนู? เพียงแค่เ้ายอมกราบข้าเป็อาจารย์เ้าก็จะได้เรียนวิชาปราณเกราะอันแข็งแกร่งแล้วเื่ง่ายๆก็แค่กราบคาราวะข้าเท่านั้น เอาซิ!! เอาเลย!! กราบข้าซิ!!"มันพูดพร้อมกับยิ้มอยู่ในใจของมัน นี้เป็โอกาสอีกครั้งของมันแล้วชายชราคิด.....
และทันใดนั้นเองสายตาของจิ๋นหยางก็ไปกระทบเข้ากับตำราของท่านไต้ซือหนานฟู๋และความคิดต่างๆในตอนนั้นก็แล่นเข้าสู่สมองของเขาทันทีคำพูดต่างๆที่ท่านไต้ซือบอกเขาไว้ก่อนที่จะหายไปว่า......
**ในตำราของข้ามีวิชาหมัดวานรแบบสมบูรณ์ครบถ้วนกว่าบนผนังถ้ำและยังมีวิชาและความรู้ของข้าที่สะสมมานานหลายปีในอยู่ในนั้นด้วย ข้าได้จดบันทึกมันทั้งหมดไว้ในนั้นแล้วข้าขอมอบมันให้กับเ้าผู้มีบุญวาสนาต่อกัน**
เมื่อเขานึกถึงคำพูดเ่าั้ของไต้ซือหนานฟู๋มันก็ทำให้ตัวเขาสั่นสะท้านด้วยสิ่งที่ถูกบันทึกอยู่ในนั้น อย่าว่าแต่วิชาหมัดที่สมบูรณ์เลยแค่ความรู้และประสบการณ์ต่างๆของท่านไต้ซือที่เก็บรวบรวมไว้มันเปรียบได้กับสมบัติวิเศษอย่างหนึ่งแล้ว......
ถ้าเพียงแค่ทักษะยุทธทั่วๆก็พอจะหาซื้อได้อยู่หรอกแต่ราคามันก็แพงอย่างมากนอกจากจะเข้าร่วมกับสำนักหรือพรรคเท่านั้นถึงจะได้เรียนรู้ทักษะยุทธสูงๆ.....
"ข้าไม่อาจเอามันมาเป็ของตัวเองได้ข้าไม่อาจจะทำอย่างนั้นได้แต่......ถ้าเราไม่เอามันมาเราก็จะไม่แข็งแกร่งขึ้น"จิ๋นหยางลังเลอยู่นาน แต่ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจเดินเข้าไปหยิบเอาตำราขึ้นมาแล้วเดินไปทางหลุมศพของไต้ซือหนานฟู๋ แล้วโขกศีรษะลงหนึ่งครั้ง.....
"ท่านอาจารย์ ศิษย์ขอรับตำราเล่มนี้ไว้ด้วยความเคารพ แล้วศิษย์จะหมั่นฝึกฝนอย่างหนักและจะไม่ใช้มันในทางที่ไม่ดีเพื่อไม่ให้ท่านผิดหวัง"เมื่อเขากล่าวจบเขาหันหลังกลับแล้วเดินไปนั่งอยู่ใต้ต้นท้อเตรียมที่จะเปิดอ่านตำราที่อยู่ในมือเขาอ่านทันทีทว่าเสียงชายชรากำกังขึ้น.....
"เ้าเด็กเหลือขอ ไหนเ้าว่าเ้าจะไม่เอามันยังไงละ? หึ! ที่แท้ก็พวกดีแต่ปาก เ้ามันก็พวกโลภมากเหมือนกันละวะ........" ชายชราพูดออกมาด้วยเสียงที่ดูถูกเหยียดหยามเล็กน้อย.....
"ข้าจะทำอะไรมันก็เป็สิทธิของข้า มันไปเกี่ยวอะไรกับเ้าด้วยละตาเฒ่า!! นี้เป็ของอาจารย์ข้าที่ท่านมอบให้ข้ามา ดังนั้นมันก็เป็ของข้าแล้วข้าจะเปิดอ่านหรือไม่นั้นมันไม่เห็นจะเกี่ยวกับตาเฒ่าอย่างเ้าตรงไหนเลย!" จิ๋นหยางกล่าวตอบกลับไปอย่างไม่สนใจใดๆ......
เ้า......
จิ๋นหยางไม่ฟังเสียงของมันอีกต่อไป เขาเพ่งไปที่ตำราและเปิดมันอย่างช้าๆเพื่อศึกษาทักษะหมัดวานรฉบับสมบูรณ์เล่มนี้.......
"ทักษะยุทธหมัดวานรฉบับสมบูรณ์"
ประกอบไปด้วย 7 ท่าสังหาร 2 ท่าร่างการเคลื่อนไหว
1.วานรตระปอเหยื่อ
2.วานรหมัดเมา
3.วานรซ้อนเดือน
4.วานรดับจันทร์
5.วานรพิฆาต
6.วานรดับอสูร
7.วานรถล่มปฐี
1.ท่าร่างอัสนีวานร
2.วานรเร้นลับ
เมื่อจิ๋นหยางเห็นกระบวนท่าต่างๆสายตายของเขาหยุดที่กระบวนท่าวานรพิฆาต ที่แท้มันเป็กระบวนท่าที่ห้า ซึ่งบอกได้คำเดียวว่ามันมีพลังอย่างมากเขาคิดกลับไปยังตอนที่สู้กับาาวานรทอง กระบวนท่าที่เขาใช้นั้นก็คือกระบวนท่านี้ แต่เขายังฝึกมันได้ไม่ชำนาญนักเพราะเหมือนกระบวนท่านี้ติดๆขัดๆอะๆไรสักอย่างแต่ตอนนี้เขารู้แล้วว่ามันติดอะไร...
"ที่แท้ก็อย่างนี้นี่เอง มันยังมีอีกสองกระบวนท่าก่อนหน้านี้ ถึงว่าทำไมเราถึงไม่อาจเข้าใจมันได้ดีนักไม่ว่าจะฝึกยังไงก็ไม่อาจก้าวข้ามระดับต้นของกระบวนท่านี้ไปได้ เจ็ดกระบวนท่าสังหารกระบวนท่าที่สามกับสี่ เป็ท่าต่อเนื่องใช้ติดต่อกันจะได้ผลมากยิ่งขึ้นเมื่อศัตรูได้รับาเ็สาหัสหรือประมาทจากการโดนท่าชุดนี้แล้วก็ใช่กระบวนท่า"วานรพิฆาต" ปิดฉากนี่เอง ข้าเข้าใจแล้ว วิชานี้ชั่งสุดยอดจริงๆ!!"
ชายชรามองไปที่วิชาหมัดวานรที่อยู่ในมือของจิ๋นหยาง ก่อนจะรับรู้ได้ถึงอนุภาพของวิชานี้ว่ารุนแรงและมากประสิทธิภาพแค่ไหนต่อให้ตัวมันเองนั้นถึงแม้จะมีความรู้นับหมื่นปีก็ยังไม่อาจจะรู้และเข้าใจวิชาได้ลึกซึ้งเท่ากับไต้ซือหนานฟู๋และก็อาจจะเป็ไปได้ว่าโลกภายนอกอาจจะยังมีวิชาที่สมบูรณ์แบบนี้อีกมากมายที่มันยังไม่เคยพบเคยเจอก็เป็ได้.......
พรึบ!!
จิ๋นหยางยังคงเปิดอ่านต่อไป ภายในตำรานี้นอกจากวิชายุทธหมัดวานรแล้วมันยังบันทึกถึงสถานที่ต่างๆที่ไต้ซือหนานฟู๋เคยไปและเคยพบเจอมมาด้วย และในวินาทีนั้นเองความรู้มากมายก็หลั่งไหลเข้ามาภายในสมองของเขาอย่างต่อเนื่อง.......
เขาใช้เวลาอ่านตำราเล่นนี้อยู่ตลอดพร้อมกับฟื้นฟูพลังของตัวเองไปเรื่อยๆ ความรู้เกี่ยวกับสมุนไพร แร่ วัสดุอุปกรณ์ลักษณะของสัตว์อสูร ชนิด ความสามารถต่างๆและท่านยังได้บันทึกข้อมูลวิชาข้อดีข้อเด่นของสำนักและพรรคต่างๆไว้ด้วย......
ซึ่งเป็ประโยชน์อย่างมากเวลาที่ได้เจอหรือต่อสู้กับพวกคู่ต่อสู้เหล่านี้ยิ่งเขาอ่านมันมากเท่าไหร่เขายิ่งเข้าใจมากขึ้นถึงสิ่งต่างๆที่โลกภายนอก แต่มันยังไม่ใช้ปัจจุบันแต่ก็บอกได้ว่าข้อมูลเหล่านี้เป็พื้นฐานของพื้นฐานเลยก็ว่าได้......
เขาเปิดอ่านต่อไปเรื่อยๆ........
"ไม่อยากเชื่อเลยว่าประสบการณ์ของท่านไต้ซือจะมากมายเพียงนี้ ข้าไม่เคยรู้เื่เลยข้านี้มันช่างเป็กบอยู่ในกะลาซะจริงๆ"
จิ๋นหยางเปิดอ่านอย่างตั้งใจหน้าแล้วหน้าเล่าที่เขาได้อ่านไปตำราเล่มนี้มีขนาดที่ใหญ่และหนามาก เขาอ่านจนถึงลักษณะของภูมิประเทศต่างๆพื้นที่แตกต่างกันออกไป มีทั้งูเา ทะเล ทุ้งหญ้า หิมะ ทะเลทราย หรือพื้นที่สีดำอยู่รอบๆทวีป........
ท่านไต้ซือได้เล่าว่าท่านเดินทางรอบทวีปเพื่อค้นหาหนทางบรรลุธรรมท่านได้ผ่านเื่ราวมากมาย และจดบันทึกมันไว้ในตำราเล่มนี้และเมื่อจิ๋นหยางอ่านต่อไป ดวงตาของเขาก็ไปสะดุดกับคำคำหนึ่ง"ปราณเกราะระฆังทอง"
ปราณเกราะระฆังทอง!!!?
เขารีบเปิดมันดูทันที วิชานี้เป็การรวบรวมลมปราณในร่างกายสร้างเป็ปราณเกราะขึ้นมาป้องกันเป็รูประฆังขนาดใหญ่ที่มีความแข็งแกร่งอย่างมากแบ่งออกเป็สามระดับด้วยกันได้แก่ ทองแดง เงิน และก็ทองที่เป็ระดับสูงสุดของวิชานี้ และแต่ละระดับก็แบ่งออกเป็อีกสี่ขั้นย่อยด้วยกันได้แก่ ขั้นเริ่มต้นขั้นกลาง ขั้นสูงสุด และขั้นชำนาญ แต่ละระดับก็จะมีความแข็งแกร่งที่ต่างกันออกไปยิ่งระดับสูงการฝึกให้สำเร็จก็ยิ่งยากขึ้นไปด้วย......
1.ปราณเกราะระฆังทองแดง สามารถป้องกันพลังโจมตีจากคนอื่นทีมีพลังมากกว่าตนได้ แม้แต่อาวุธระดับสมบัติเวทย์ระดับต่ำถึงกลางก็ไม่อาจทำลายได้ ถ้าฝึกจนถึงขั้นชำนาญแล้ว
2.ปราณเกราะระฆังเงิน สามารถป้องกันแม้แต่ลาวาที่ร้อนหลายพันองศาและน้ำแข็งจากขั้วโลกที่ติดลบอย่างมากก็ไม่อาจที่จะััถึงตัวได้ ถ้าสามารถฝึกถึงขั้นชำนาญแล้ว
3.ปราณเกราะระฆังทอง สามารถป้องกันได้แม่แต่ของระดับิญญาต่อให้มีความแข็งแกร่งระดับมหาวีรชนก็ไม่อาจจะทำให้มันแตกได้ผู้ที่ฝึกถึงขั้นนี้ได้ในโลกนี้ ที่บันทึกไว้มีเพียงสามคนเท่านั้นได้แก่ ไต้ซือหนานกงผู้ก่อตั้งวัดหนานกงสองไต้ซือตงไฮ่ และสามไต้ซือหนานฟู๋หรือก็คือผู้ที่บันทึกเื่ราวทั้งหมดเหล่านี้แต่ทั้งสามยังไม่ได้ฝึกจนถึงขั้นชำนาญอยู่เพียงแค่ขั้นสูงสุดเท่านั้น แต่ความสามารถของมันนั้นก็สุดแสนจะบรรยายเลยทีเดียว.....
การฝึกทักษะวิชานี้ต้องมีพื้นฐานร่างกายที่แข็งแกร่งเพื่อรับการโจมตีที่หลายรูปแบบและวิธีควบคุมลมปราณเพื่อเค้นเอาพลังออกมาคุ้มกันร่างกายเป็ปราณรูประฆังขนาดใหญ่ เพื่อใช้ในการป้องกันการโจมตีต่างๆ......
เมื่อจิ๋นหยางอ่านจนจบ เขาก็สามารถจดจำมันได้ทุกตัวอักษร ความทรงจำของเขาดีมากเพียงแค่อ่านครั้งเดียวก็สามารถจำมันได้แล้วที่เป็แบบนี้ก็เพราะผลท้อนั้นเอง มันช่วยให้เขามีความทรงจำที่ดีเลิศและทำให้เขามีความคิดที่ดีขึ้น......
"ในที่สุดข้าก็ได้ฝึกทักษะกายาปราณเกราะระฆังทองแล้วไอ้เราก็คิดว่าจะต้องไปโกนหัวเข้าวัดก่อนซะอีกถึงจะได้ฝึกทักษะนี้ ช่างโชคดีจริงๆ เมื่อมันอยู่ในตำราของท่านอาจารย์แล้วข้าก็ไม่จำเป็ต้องไปบวชแล้วซินะ"
สีหน้าของจิ๋นหยางเต็มไปด้วยความสุขจนหาที่เปรียบไม่ได้รอยยิ้มปรากฏเต็มใบหน้าของเขา แต่ใบหน้าของชายชรากับต่างออกไปเพราะมันนั้นทั่งน่าเกลียดน่ากลัวมันคิดว่านี้คือโอกาสดีแล้วแต่สุดท้ายก็หลุดมือไปอีกมันได้แต่สาปแช่งต่อฟ้าและสาปแช่งไต้ซือหนานฟู๋ถึงเื่ทั้งหมด ไม่ว่าจะทักษะหรือความรู้ที่ท่านได้บันทึกในตำราก็ตามมันไม่รู้จะหาวิธีไหนดีที่จะทำให้จิ๋นหยางยอมกราบมันเป็อาจารย์ มันได้แต่ถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า......
เฮ้อ!!!
‘คอยดูเถอะต้องมีสักวันที่เ้าต้องมาง้อข้า คอยดูเถอะเ้าเด็กเหลือขอ!!’
จิ๋นหยางยังคงอ่านตำราต่อไปเรื่อยๆ เข้าใช้เวลาอยู่กับการอ่านตำราของไต้ซือหนานฟู๋อยู่สองวันเต็มๆสิ่งที่เขาได้นั้นมากมายยิ่งนัก นอกจากทักษะหมัดวานรแล้วยังมีทักษะปราณเกราะระฆังทองด้วยและก็ยังมีวิธีการปรุงยาอีก แต่น่าเสียดายที่มันจำเป็ต้องใช้เตาในการปรุงยาและยังต้องใช้เปลวเพลิงอีกด้วย......
เขามีต้นสมุนไพรแต่ไม่มีเตาและไฟมันก็ไม่สามารถจะปรุงยาได้ เขาจึงปล่อยผ่านไปก่อน เมื่ออ่านจนจบเขานำตำราไปวางไว้ที่หน้าหลุมศพของไต้ซือหนานฟู๋ จากนั้นก็โขกศีรษะลงอีกครั้งเพื่อเป็การขอบคุณก่อนจะพูดขึ้นว่า.......
"ท่านอาจารย์ความรู้ของท่านที่มอบให้แก่ศิษย์นั้นช่างมีค่าจนหาที่เปรียบไม่ได้นักข้าไม่รู้จะขอบคุณท่านเช่นไร ไม่รู้ถึงคำสั่งเสียใดของท่าน ดังนั้นข้าจะขอตั้งปณิธานว่าจะเป็คนดีอยู่ในศีลธรรมไม่ละลานผู้อื่นไม่ทำให้ใครเดือดร้อนนะจ๊ะ"
เมื่อจิ๋นหยางกล่าวจบเขาก็หันหลังกลับและเริ่มต้นฝึกฝนตามเคล็ดวิชาปราณเกราะระฆังทองในตำราที่ท่านไต้ซือได้บันทึกไว้ทันทีความเข้าใจของเขาเพิ่มมากขึ้นสามารถที่จะรับรู้ได้มากขึ้นและพลังของเขาก็เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมด้วย........
ั้แ่ที่เขาอ่านตำรากระแสลมปราณในร่างของเขาก็มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยตอนนี้เขาอยู่ในระดับฝึกหัดขั้นที่เก้า่กลางแล้วอีกไม่นานเข้าก็จะถึงจุดสูงสุดของระดับฝึกหัดขั้นที่เก้าแล้ว เมื่อนั้นละคือทางที่ยากที่สุดในการก้าวผ่าน.....
การทะลวงสู่ระดับเริ่มต้น มันเหมือนเป็การก้าวไปสู่ระดับใหม่ที่แตกต่างจากผู้ฝึกหัดเป็อย่างมากเพราะระดับนี้จะต้องเรียนรู้และเข้าใจถึงลมปราณและการควบคุมลมปราณการสร้างจิตััให้ได้ก่อน แต่จิ๋นหยางสามารถเข้าใจมันได้หมดแล้ว เพราะเข้าได้รับการชี้แนะจากชายชราตอนอยู่ในพื้นที่มิติของไข่มุกนั้นทำให้อุปสรรค์นี้หายไป.........