"เ้าลูกโง่! ...แบบนี้ต้องลงโทษด้วยการจับนวย! "
*ลูบ ลูบ ลูบ~*
"อะ… อึดอัดนะพ่อ! หนูขอโทษ! จะไม่ซนอีกแล้ว ปล่อยหนูไปเถอะดอง! "
ฉันกำลังถูกท่านพ่อลงโทษอยู่ในห้องพักระดับ VIP สำหรับผู้อำนวยการ
"ไม่ยกโทษให้ลูกหรอก~ (ลูบ ลูบ ลูบ) ... แล้วก็ขอบคุณเปอร์ไซด์มากที่ช่วยชีวิตเ้าลูกสาวตัวดีเอาไว้นะครับ"
"ไม่เป็ไรหรอก~ อีกอย่าง ไม่ใช่เพราะเดาได้ว่าจะเกิดเื่แบบนี้ คุณยะมะโตะกับเอสเทอจึงมาขอร้องให้ฉันจับตาดูเอาไว้ก่อนไม่ใช่หรือไงยังคะ? "
"ต้องบอกว่าโชคดีที่คุณเปอร์ไซด์บังเอิญจะไปเปิดงานแสดงที่ทวีปใหม่มากกว่าครับ… ยังไงก็ช่วยรับคำขอบคุณกับของตอบแทนเพิ่มเอาไว้ด้วยเถอะครับ"
"งั้นฉันขอเป็อาหารัสุดหรูสำหรับเ้าออกไซด์ก็แล้วกันค่ะ"
"ได้ครับ"
ส่วนคนที่กำลังคุยกับพ่อของฉัน คือสตรีเผ่ามนุษย์นกอายุรุ่นป้า [เปอร์ไซด์] ผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตของฉันเอาไว้
ดูเหมือนว่าท่านพ่อจะรู้จักกับเธอมาั้แ่สมัยก่อนที่ฉันจะเกิดเลยละดอง
"เหตุการณ์วันนี้ทำให้นึกถึงเมื่อสมัยก่อนเลยนะ"
"สมัยที่เธอยังบินโลดแล่นในยุคาที่มีเทพเ้าสินะ"
"ค่ะ"
พวกเขาทั้งสองคนเริ่มสร้างพื้นที่ส่วนตัวรำลึกถึงอดีตกันแล้ว
ฉวยโอกาสเผ่นตอนนี้เลยดีกว่าดอง!
"ไม่ต้องตีเนียนหนีเลยนะเ้าลูกตัวดี..."
"ดอง~!? "
แต่มือของท่านพ่อกลับพุ่งแหวกอากาศมาจับหัวของฉันเอาไว้ไม่ยอมปล่อยซะงั้น
"พะ...พ่อ! หนูผิดไปแล้ว สำนึกผิดแล้วจริง ๆ นะ! "
แต่ถ้ามีโอกาสเผลอเมื่อไหร ก็ว่าจะลองท้าทายอีกสักครั้งดูอยู่เหมือนกันดอง~
คราวนี้คงต้องหาวิธีที่ปลอดภัยมากกว่านี้หน่อยดอง
"ความซนมันออกมาทางหน้าแล้วลูกรัก… "
ชิ!
"เพื่อไม่ให้แอบไปซนอีก คงต้องใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดหน่อยละ อย่าหาว่าพ่อใจร้ายเลยนะ ออกมาได้จาวิส"
"รับทราบค่ะนายท่าน"
ในตอนนั้นเองที่เหงื่อกาฬจำนวนมากได้ไหลลงมาตามหน้าฝากราวกับน้ำตก
[จาวิส] คือชื่อของระบบปฏิบัติการที่ คิด วิเคราะห์ และพัฒนาตัวเองได้ที่ท่านพ่อพัฒนาขึ้นมา
เห็นว่าได้แรงบันดาลใจมาจากหนังชื่อดังที่ท่านพ่อชื่นชอบมาก
มันต่างจากระบบอัจฉริยะอื่น ๆ ที่พ่อเคยวางให้กับคอมพิวเตอร์ หุ่นยนต์ และโกเลมของบริษัท [เทคโนยะมะโตะ&เอสเทอ] ที่พ่อกับแม่ตั้งขึ้นมา
เพราะจาวิสนั้นมีอิสระในการคิดและเลือกอย่างสมบูรณ์แบบ
เธอสามารถขัดคำสั่งพ่อกับแม่ได้ สามารถโต้ตอบเพื่อป้องกันตัวเอง รวมไปถึงสามารถโจมตีใส่ผู้ให้กำเนิดอย่างพ่อกับแม่ได้เช่นกัน
จาวิสไม่ใช่หุ่นยนต์รับใช้หรือโกเลมเมดรับใช้เหมือนตัวอื่นในบ้าน
แต่เป็หนึ่งในครอบครัวที่เลี้ยงดูแลฉันมาั้แ่เด็ก เป็แม่นมที่รักและดูแลฉันราวกับเป็ลูกแท้ ๆ ของเธอ
แน่นอนว่าเป็คนที่ฉันกลัวมากที่สุดในบ้านด้วย
เพราะว่าเธอนั้นเข้มงวดสุด ๆ ไปเลยดอง!
ฉันยังจำวันที่ถูกเธอจับตีก้นติดต่อกันจนตูดบวมในสมัยเด็กได้ดีดอง...
เสียงเดินย่ำพรมที่อยู่อีกฟากของประตูไม้ ช่างฟังเหมือนกับเสียงย่ำเท้าของอสูรที่ดุร้ายโเี้
ลูกบิดประตูที่กำลังดังเปิดออกมา ช่างเหมือนกับภาพของประตูนรกขุมที่แปดอันน่ากลัว
"สวัสดีค่ะ จาวิสยินดีรับใช้ค่ะ"
หุ่นยนต์สังหารที่น่ากลัวที่สุดในโลก ได้มายืนอยู่ตรงหน้าของฉันแล้ว
***วันต่อมา ณ ห้องทานอาหารรวมในมื้อเช้า
"อย่างที่เล่าให้ฟัง ดังนั้นผู้อำนวยการยะมะโตะจึงให้หุ่นยนต์ [จาวิส] มาจับตาควบคุมความประพฤติของฉันนะดอง…"
ฉันกำลังแนะนำสาวสวยผมสีฟ้ายาวรูปร่างมนุษย์ให้กับเพื่อน ๆ ที่มารวมตัวกินข้าวเช้า
[จาวิส] เป็หุ่นยนต์รูปร่างมนุษย์เพศหญิงที่คล้ายกับสาววัยรุ่น มีหน้าตาอ่อนโยนดูอบอุ่น ดวงตาโอบอ้อมอารีสีฟ้า มีผมที่ยาวเหยียดตรงสีฟ้าประดุจผืนมหาสมุทรที่กว้างใหญ่
หน้าอกประมาณคัพ D ได้
เคยได้ยินว่าแต่เดิมถูกออกแบบให้เป็หุ่นพ่อบ้าน แต่เพื่อเลี้ยงเด็กผู้หญิงอย่างฉัน เขาเลยสร้างเป็โมเดลเพศหญิงแทน
ชุดเมดสีขาวบริสุทธิ์ของจาวิสกำลังพริ้วเคลื่อนไหวออกมายืนตรงหน้าทุกคน
"ยินดีที่ได้รู้จักทุกท่านค่ะ ฝากทุกท่านช่วยเป็หูเป็ตาดูความประพฤติของ [ลิลลี่ออฟซิเดียน] พร้อมกับดิฉันด้วยค่ะ"
จาวิสโค้งตัวลงต่ำอย่างงดงามสมบูรณ์แบบไร้ที่ติให้กับเพื่อนของฉัน
หลังจากแนะนำตัวพอเป็พิธีแล้ว พวกเราก็เริ่มกินข้าวเช้ากัน โดยมีจาวิสยืนเป็รูปปั้นน่ากลัวมองดูอยู่ข้าง ๆ
"ลำบากแย่เลยนะคะ"
พรุนกล่าวด้วยน้ำเสียงเชิงเห็นใจ
"สมน้ำหน้า"
ส่วนเ้าโฮปตอบด้วยน้ำเสียงที่เ็า ก่อนจะเริ่มจัดการสวาปามอาหารราวกับผู้หิวโหย
เพราะว่าอาหารทั้งสามมื้อนั้นตักกินได้ไม่อั้น พวกเราเลยตักอาหารแบบไม่เกรงใจร่างกายกันั้แ่เช้า
ว่าแต่บังอาจสมน้ำหน้าฉันอย่างงั้นเรอะ? งั้นจงดื่มชาผสมเกลือแทนน้ำตาลไปซะ!
ว่าแล้วฉันจึงหยิบเกลือเตรียมเอาไปเทในจังหวะที่เ้าโฮปก้มหน้ากินข้าวตอนนี้
*แกร๊ก*
แต่กลับมีตะเกียบมาคีบหยุดนิ้วมือของฉันเอาไว้เสียก่อน
"จะเทอะไรของเธอนะ? "
"... เกลือไงดอง"
"..."
"..."
พวกเราทั้งสองคนต่างส่งยิ้มที่สวยงามให้กันและกัน
"กินชาใส่เกลืออร่อยนะดอง ลองดูสิดอง"
"อร่อยบ้านเธอดิ? ของแบบนี้กินไปคนเดียวเถอะ"
ฉันกับเ้าโฮปเริ่มแข่งกันดันพลัง
แต่ว่าแรงฉันสู้เ้าโฮปไม่ได้ เลยเป็ฝ่ายที่ถูกดันกลับมาแทน
หน่อย แบบนี้ต้องใช้วิชาแยกเงาพันมือ!
"กินซะ กินซะ กินซะ! "
ฉันสับมืออย่างรวดเร็วเพื่อพยายามเทเกลือใส่ถ้วยชาของเ้าโฮปให้ได้
แต่เ้าโฮปกลับเคลื่อนถ้วยชาหลบอย่างรวดเร็วตามความเร็วมือของฉันทันได้เสียนี่
"อย่าเกรงใจเลย สูตรลับของเผ่าภูติเลยนะดอง~"
"ยิ่งบอกว่าเป็ของเผ่าภูติ ยิ่งเชื่อถือไม่ได้"
"ดืมชาใส่เกลือซะ~"
"ไม่เป็ไร ขอบคุณ"
พวกเราสองคนต่างหอบหายใจออกมาเพราะความเหนื่อยล้า
"ดื้อด้านจังนะดอง ยอมดื่มชาใส่เกลือสูตรลับเผ่าภูติซะดี ๆ สิดอง"
"หึ หึ หึ… ถ้าคิดว่าทำได้ก็ทำเลยเซ่"
โฮปมันยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย
ฉันเองก็เหมือนกัน
เพื่อการแกล้งคน ฉันขอสู้ตายดอง!
"ย๊ากกก! "
"ว๊ากก! "
พวกเราเริ่มารอบที่สองกันต่ออย่างเมามัน
"คุณโฮปยิ้มออกมาได้แล้วสินะคะ"
ในตอนนั้นเองที่พรุนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน
"!? "
โฮปดูใมาก
พอสังเกตุให้ดี นี่อาจเป็ครั้งแรกในรอบหนึ่งเดือน ที่เ้าโฮปยอมยิ้มออกมาให้พวกเราเห็น
"ถ้าหากว่ามีปัญหาอะไร ยังไงก็อย่าเก็บเอาไว้คนเดียว แต่มาปรึกษาพวกเราได้ค่ะ เพราะว่าพวกเราคือเพื่อนกันยังไงละคะ"
"ผมไม่ได้… ขะ… ขอตัวก่อน! "
โฮปรีบเบือนหน้าหนีพวกเรา ก่อนจะรีบลุกขึ้นแล้ววิ่งหนีออกไปจากห้องอาหารโดยไม่พูดอะไรอีก
"พรุน? "
"ทุกคนอาจจะไม่รู้ตัว แต่ฉันว่าโฮปกำลังลำบากเื่เงินทองอยู่ค่ะ และคงคิดมากเื่ผลการเรียนของตัวเองด้วยค่ะ"
"สอบได้อันดับที่ 50 ของรุ่นแล้วยังต้องเครียดอีกหรือ? "
ไฮเจนยิงคำถามสวนกลับออกมาทั้งที่ยังคงมีอาหารเต็มปากของเขา
พวกเราทั้งหกคน มีโฮปนี่ละ ที่ได้อันดับคะแนนสูงสุด
ถึงแฟตจะฉลาด แต่เธอก็ไปพลาดคะแนนภาคสนาม
ส่วนที่ฉันได้ที่โหล่ของรุ่น เพราะว่ามัวแต่เอาเวลาทั้งหมดไปเล่นนะดอง
"แต่ละคนย่อมมีมุมมองของปัญหาหนักใจที่ต่างกัน แล้วโฮปเป็ประเภทที่เก็บความทุกข์เอาไว้คนเดียวค่ะ ฉันพอจะสังเกตเห็นความทุกข์ของเขามาได้สักพักหนึ่งแล้ว อย่างเช้าของวันออกเดินทาง เขายังหลบหน้าทุกคนมาขึ้นเรือคนเดียว เพราะตัวของเขานั้นไม่กระเป๋าเดินทางหรือของติดตัวเลยสักอย่าง เพราะงั้นเมื่อเห็นว่าได้บรรยากาศที่เป็ใจ ฉันเลยถือโอกาสพูดออกไป เพื่อให้เขาได้รู้ว่ายังมีพวกเราคอยช่วยอยู่ตรงนี้ค่ะ"
พรุนพูดเอาซะฉันที่ในหัวมีแต่คิดเล่นซนรู้สึกผิดขึ้นมาเลยดอง…
หลังจากนี้ไปคงต้องใส่ใจเพื่อนให้มากกว่านี้หน่อยเสียแล้วดอง
ฉันสาบานกับตัวเองนั้น
“เมื่อกี้นี้เกิดอะไรขึ้นหรือคะ? แล้วโฮปหายไปที่ไหนหรือคะ? แบบนี้เค้กที่หยิบมาคงเยอะ--”
“เค้ก! ”
ก่อนที่คำสาบานเ่าั้จะปลิวหายไปจากหัวจนสิ้น เพราะเค้กน่าอร่อยที่แฟตเดินไปหยิบมาให้กับพวกเรา
เื่ของโฮปเอาไว้ค่อยคิดในวันหลังแล้วกันดอง~
สามวันต่อมา
วันที่ 55 เดือน เยอร์รัส
การเดินทางด้วยเรือโดยสารนั้น ไม่มีอะไรมากไปกว่านั่งเรียนทบทวนเนื้อหาความรู้ของทวีปใหม่
ระบบนิเวศน์ การเอาตัวรอด และสัตว์ร้ายที่อาศัยอยู่บนทวีปนั้น
อย่างที่รู้กันว่าระบบนิเวศน์ของทวีปใหม่จะแตกต่างจากของทวีปคริสตัลอย่างสิ้นเชิง
ถึงฤดูกาลจะเหมือนกัน แต่สัตว์กับพืชพรรณที่ค้นพบกลับต่างออกไปราวกับเป็อีกโลกหนึ่ง
สัตว์ส่วนใหญ่ที่อาศัยบนทวีปใหม่จะเป็พวกสัตว์เลื้อยคลาน พืชพรรณเองก็มีระดับอันตรายที่เต็มไปด้วยโรคภัยและปรสิตร้าย
ฉันต้องเรียนพวกนั้นซ้ำไปซ้ำมาบนห้องประชุมใหญ่ของเรือที่โคลงเคลงจนแทบอยากอวกติดต่อกันถึงห้าวัน นับจากวันแรกที่เดินทางมา
ส่วนเ้าโฮป หลังจากเช้าวันที่ 52 ใบหน้าที่เคยบูดบึ้งของเขาก็เริ่มหายไป และดูสดใสมากกว่าที่เคยเป็
แต่ยังดูออกว่ายังมีความทุกข์และความลังเลบางอย่างในใจ ที่เขาไม่ยอมพูดออกมาอยู่
อย่าทำให้เพื่อนเป็ห่วงมากนักจะได้มั้ยดอง?
พวกเราใช้ชีวิตเช่นนี้เรื่อยมาจนกระทั้ง
“แจ้งถึงลูกเรือทุกท่าน พวกเรามาถึงทวีปใหม่ ทวีป [ดรีมแลนด์] แล้ว อีกสามชั่วโมงเรือจะเข้าเทียบท่า ขอให้ผู้โดยสารทุกท่านไปเตรียมตัวด้วยครับ”
มีเสียง์ของกับตันเรือดังโลดแล่นออกมาเช่นนั้น
“รีบไปดูที่ดาดฟ้าเรือกันเถอะทุกคน! ”
มันเป็่เวลาที่ทุกคนกำลังกินข้าวกลางวันอยู่พอดี
พวกเราทั้งหกคนต่างเร่งฝีเท้าขึ้นไปดาดฟ้าเรือเพื่อชมภาพของทวีปใหม่ให้ได้กลุ่มแรกด้วยความตื่นเต้น โดยมีจาวิสคอยวิ่งตามหลังมาติด ๆ
แต่ทว่ากลับมีคนมาถึงดาดฟ้าเรือก่อนพวกเรา
“ลี่มาช้าจังค่ะ”
“ดิวซ์! แล้วก็เอซ…”
“อะไร? ทำหน้าแบบนั้นแปลว่าอะไรกันหรือยัยจิ๋ว”
บนพื้นที่ของดาดฟ้าเรือมีชายหญิงผิวสีแทนหน้าตาดีสองคนมาถึงก่อนหน้าฉันแล้ว
คนหนึ่งคือเพื่อนสมัยเด็กที่บ้านอยู่ติดกัน [ดิวซ์]
ส่วนอีกคนคือพี่ชายซึ่งมีอายุมากกว่าหนึ่งปี [เอซ] ชายที่มีอายุเท่ากับฉัน และยอมเข้าเรียนช้าหนึ่งปีเพื่อจะได้เรียนปีเดียวกับน้องสาวของตัวเอง
ชายที่ฉันเกลียดขี้หน้าที่สุดในโลก
“ดูนั่นสิ ทวีปใหม่ละ! มีลักษณะเหมือนแผ่นดินที่ถูกยกเพราะเหมือนถูกลูกอุกกาบาตตกใส่จริง ๆ ด้วย! น่าทึ่งจริง ๆ! ”
“แต่พี่ว่าน้องดูน่าทึ่งมากกว่าเป็ไหน ๆ เลยละ”
“...ดูตรงนั้นสิ มีหอคอยผิวเรียบสีขาวสูงตามภาพถ่าย แล้วยังมีแผ่นดินลอยฟ้าลอยเป็วงแหวนอยู่รอบ ๆ เกาะด้วย! สวยมากเลยละ! ”
“ไม่เห็นสวยสู้น้องดิวซ์ได้เลย”
ทุกครั้งที่ดิวซ์พูดชื่นชมหรือพยายามชวนคุยกับพวกเรา เ้าเอซเป็ต้องเข้ามาพูดแทรกแทบจะทุกครั้ง
นี่ละคือนิสัยที่ทำให้ฉันเกลียดมัน
มันคือชายที่หึงหวงน้องสาวตัวเองมาก หึงได้แม้แต่กับเพื่อนผู้หญิงอย่างฉันคนนี้ด้วย
[เอซ] ลูกชายของวีรสตรีเผ่ามนุษย์ [เอรีส] เป็พวกประเภท [พี่ติดน้อง] ละดอง
แถมเข้าขั้นอาการหนักมากด้วย
“... (พอจะมีวิธีสลัดเ้าพี่ชายตัวดีไหม ดอง?) ”
“ (ไม่มีค่ะ…) ”
เพราะมีตัวทำลายบรรยากาศอย่างเ้าเอซยืนอยู่ เลยทำให้ความสนุกตื่นเต้นหายใจจนหมดไม่มีเหลือ
ทวีปดรีมแลน ทวีปแห่งความฝันของคนรุ่นใหม่
หากมองจากบนเรือลำนี้ ก็จะมองเห็นแนวเทือกเขาสูงที่เรียงตัวยาวไปตามตลอดแนวชายฝั่ง ประดุจเป็ปราการธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่
เลยแนวเทือกเขาเข้าไป คือผืนป่าสีเขียวที่เต็มไปด้วยหมอกสีขาว กับแผ่นดินที่ยกตัวสูงคล้ายเกลียวงูทอดตัวไปมาฟาดผ่านตัวผืนป่านั้น
เลยออกไปไกลระยะสายตามองเห็น คือหอคอยสีขาวที่สูงราวกับจะไปถึงสรวง์
รอบหอคอยมีแผ่นดินลอยฟ้าที่ซ้อนตัวกันขึ้นไปอีกถึงเก้าชั้น กับน้ำตกที่ไหลขึ้นสู่ท้องฟ้ากว้าง
เป็สิ่งแวดล้อมที่ผิดเพี้ยนและไม่อาจพบเห็นได้ในทวีปคริสตัลของพวกเรา
ทั้งที่ควรจะเป็่เวลาที่ทำให้รู้สึกตื่นเต้นจนยิ้มแก้มปริ
“ดิวซ์ยิ้มหน่อย! พี่จะได้ถ่ายภาพสวย ๆ ของน้องเอาไปอวดพ่อกับแม่ที่กำลังรอพวกเราในตอนขึ้นฝั่งนะ”
แต่บรรยากาศเ่าั้กลับถูกพังไม่เป็ท่าเพราะเ้าพี่ชายติดน้องตัวดีคนนี้ซะงั้น
“เออ…”
“มีอะไรหรือค่ะไฮเจน”
“แฟต เธอเห็นเหมือนกับผมหรือเปล่า? ”
“...มีอะไรบางอย่างกำลังพุ่งมาทางนี้ค่ะ! ”
ฉันมองไปในทิศที่ไฮเจนกับแฟตชี้ไป
บนผิวน้ำมีเงาของสิ่งมีชีวิตบางอย่างกำลังว่ายทวนกระแสคลื่นมาทางพวกเราอย่างรวดเร็ว
“อันตราย! ”
ฝูงสัตว์ร้ายเ่าั้กระโจนขึ้นจากผิวน้ำมายืนอยู่บนดาดฟ้าเรือตรงหน้าพวกเราทั้งหมดสิบตัว
“นี่มัน… จระเข้มรกต! ”
สิ่งมีชีวิตที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าพวกเราคือจระเข้ขนาดใหญ่สูงสามเมตร
แต่พวกมันไม่ใช่จระเข้ธรรมดา
พวกมันมีเกล็ดที่หนาและแข็งจนเหมือนกับก้อนหิน อีกทั้งยังมีกระดูกอันคมกริบปูดโปนออกมาจากผิวส่วนหาง
ถึงจะมีรูปร่างที่ดูเคลื่อนไหวเชื่องช้า แต่พวกมันรวดเร็วกว่าที่คิดด้วยการวิ่งสองขา แล้วใช้แขนที่มีผิวหนานั้นในการตะครุบเหยือ
พวกมันสามารถทำให้หัวของเผ่าั์หลุดออกจากร่างได้ด้วยการตะปบเพียงครั้งเดียว
เป็สัตว์ทะเลที่อันตรายซึ่งพบได้เฉพาะในทวีปใหม่เท่านั้น
จุดเด่นของมันคือการที่มีิัสีเขียวมรกตแทบจะทั้งตัวอย่างที่เห็น
“กรรร! ”
พวกอสูรเ่าั้คำรามดังลั่น ก่อนจะแยกเขี้ยวที่ใหญ่โตมาทางพวกเราทั้งเก้าคน
คงเห็นพวกเราเป็อาหารแสนอร่อยอยู่สินะดอง?
“ระ...รีบหนี---”
โฮปที่อยู่ข้างหลังสุด เริ่มทำท่าจะออกตัววิ่งหนีพร้อมกับดึงแขนของฉันที่อยู่ใกล้ที่สุดไปด้วย
แต่ว่านะ
“ไม่จำเป็หรอกดอง”
“พวกเราไม่มีอาวุธนะ ผมไม่สามารถเป็แนวหน้าให้เธอตอนนี้ได้ เดียวก็ถูกกินกันทุกคนหรอก! ”
“ไม่เป็ไร ดูนั่นก่อนสิดอง”
“ดู..? เฮ้ย!? ”
ระหว่างพวกเรากับอสูรจระเข้นั้น มีคนสองคนออกไปยืนขวางเอาไว้
คนหนึ่งคือบุรุษผิวสีคล้ำในชุดคลุมนักเรียนสีเทา [เอซ] อีกคนหนึ่งคือสตรีเมดผมสีฟ้ายาวงดงาม [จาวิส]
ที่หัวของเอซนั้นมีวงแหวนสีดำสวมเอาไว้ พร้อมกับที่มีวัตถุรูปไข่จำนวนเก้าฟองลอยขึ้นมาอยู่รอบตัวของเขา
ส่วนจาวิสนั้น เธอกำลังตั้งท่าต่อสู้ด้วยมือเปล่าของเธอ
เธอแผ่ฝ่ามือออกกว้าง นิ้วทั้งห้าชิดเรียงติดกัน เป็วิชามือดาบที่ถูกห่อหุ้มไปด้วยแสงรังสีความร้อนสูงอันตราย
อสูรที่ไร้สติปัญญา ไม่อาจรู้ได้เลยว่ากำลังท้าทายกับสิ่งใดอยู่
ในสายตาของพวกมันคงเห็นว่าเป็สิ่งมีชีวิตตัวเล็กที่อ่อนแอกว่า
ดังนั้นพวกมันจึงพุ่งเข้าใส่ทั้งสองคนอย่างรวดเร็วอย่างไร้ซึ่งความลังเล
“เป็แค่มอนสเตอร์ ริอาจมารบกวนเวลาอันมีค่าของผมกับน้องสาวเช่นนั้นหรือครับ? ”
เอซกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดุร้าย แล้วเริ่มสั่งการวัตถุทรงไข่ด้วยคลื่นสมองที่ส่งออกมาจากวงแหวนบนหัว
วัตถุทรงไข่สีดำทั้งเก้าพุ่งตรงไปกระแทกใส่จระเข้หนึ่งตัวตรงหน้า ก่อนจะเกิดเสียงเหมือนรถบรรทุกชนอย่างรุนแรงดังออกมา
แต่เขาไม่หยุดโจมตีแค่นั้น
ไข่เ่าั้พุ่งกระแทกคาง ลำตัว แขน และขา อย่างรวดเร็ว แม่นยำ จนเ้าจระเข้ไม่อาจกลับมาตั้งตัวโจมตีกลับได้
เพียงแค่พริบตาเดียว จระเข้มรกตหนึ่งตัวก็สิ้นท่ากลายเป็เนื้อทุบนุ่มนิ่มพร้อมเอาไปทำอาหารกินแล้ว
แต่พวกมันไม่สนเพื่อนที่ตายไป แล้วยังคงวิ่งบุกเข้ามาต่อ
ไข่ทั้งเก้าบินกลับมาทางเอซ ก่อนจะหมุนวนรอบตัวเขาอย่างรวดเร็วประดุจเป็ม่านบาเรีย
ไข่เ่าั้หมุนเร็วมาก จนพวกจระเข้มรกตไม่สามารถหาช่องว่างบุกเข้าไปได้เลย
ท่ามกลางความลังเลนั้น มีเพียงสี่ตัวที่กล้าหาญพอจะท้าทายความตาย
พวกมันกระโจนเข้าใส่จากทั้งสี่ทิศทางพร้อมกัน
แต่เอซกลับไม่มีทีท่าว่าจะหลบหรือขยับตัวแม้แต่น้อย
เขาเพียงแค่ใช้สายตาจ้องมองการเคลื่อนไหวศัตรู แล้วสั่งการด้วยคลื่นสมองให้ไข่รับมือเท่านั้น
ไข่ทั้งเก้าได้บินกระจายออกรับมือทั้งสี่ทิศพร้อมกัน
พวกมันบินกระแทกสมองของพวกจรเข้ พร้อมกับปัดฝ่ามือที่ตะปบลงมาจนพ้นตัวของเอซไปในเวลาเดียวกัน
จระเข้ทั้งสี่สิ้นชีพไปในทันทีจากการที่สมองถูกกระแทกอย่างรุนแรง
ในขณะเดียวกัน พวกจระเข้อีกห้าตัวที่ตัดสินใจหนีแล้วหันไปโจมตีจาวิสนั้น ก็กำลังมีสภาพที่น่าเวทนาไม่ต่างกัน
ร่างของเธอกำลังเคลื่อนไหวอยู่ท่ามกลางการโรมรันอันป่าเถือนของพวกสัตว์ร้าย
เส้นผมสีฟ้ากับชุดเมดสีขาวกำลังโบกสะบัดพริ้วไหวไปตามพายุของคมเขี้ยวกับหางที่อันตรายของพวกจระเข้
ไม่มีการโจมตีใด ที่สามารถทำร้ายเธอได้แม้แต่ปลายเส้นผมหรือเสื้อผ้า ราวกับว่าเธอกำลังหยอกเล่นสนุกกับพวกมันเช่นนั้น
“วิเคราะห์โครงสร้างร่างกายเสร็จสิ้น จะทำการสังหารเดียวนี้”
หลังสิ้นเสียงนั้น ร่างของจระเข้ทั้งห้าตัวก็ถูกตัดแยกส่วนแล่หนังกับเนื้อออกจากกันไปในทันที ด้วยมือทั้งสองข้างที่กำลังส่องแสงสีฟ้า
ไม่สิ ดูเหมือนว่าจะรอดมาได้ตัวหนึ่งนะดอง
มีจระเข้มรกตตัวหนึ่งในสภาพท่วมเืสีฟ้ากำลังวิ่งตรงมาทางฉัน
แต่ฉันรู้ดึว่าปลอดภัย เลยไม่ได้รู้สึกตื่นตระหนกเท่าไหรนัก
“คิดจะโจมตีดิวซ์ของผมหรือครับ! ”
เอซพูดด้วยความโกรธ ก่อนจะสั่งให้ไข่สองใบพุ่งตรงมาทางหน้าฉัน
เออ… คนที่ถูกโจมตีคือฉันนะดอง
จระเข้ผิวสีเขียวได้ถูกไข่ทั้งสองทุบจนเกล็ดแตกกระจุย ก่อนจะกลายเป็เนื้อบดในวินาทีต่อมา
รวมเวลาที่เจอมอนสเตอร์โจมตี จนกระทั้งฆ่าพวกมันทั้งหมดแล้ว... ใช้เวลาแค่สามนาทีมาม่าสุกเองดอง~
“ดิวซ์! เธอไม่เป็อะไรนะ! าเ็ตรงไหนหรือเปล่า!? ”
เอซวิ่งเข้าดูอาการของดิวซ์ด้วยความเป็ห่วง
“จัดการศัตรูเสร็จสิ้นแล้วค่ะ”
ส่วนจาวิสนั้นกำลังเดินเข้าไปแทงซ้ำทีละตัวเพื่อเช็คว่าตายสนิทไปแล้ว
ฉันมองดูสองคนนั้นแล้วหันไปมองพวกเพื่อน ๆ ตัวเองอีกครั้ง ซึ่ง… ทุกคนได้อ้าปากตาค้างไปกันหมดแล้ว
ใช่แล้ว... สองคนนี้นะ เป็ปีศาจตัวจริงเสียงจริงเลยละดอง