ภายในห้องสวีทที่ปิดม่านมิดชิดจนแสงจากภายนอกไม่อาจเล็ดลอดเข้ามาได้ มีเพียงแสงสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะที่ทอดเงาของ อเล็กซ์ แซนเดอร์ ให้ดูขยายใหญ่ติดผนัง เขานั่งเอนกายลงบนเก้าอี้หนังราคาแพง ในมือถือแก้ววิสกี้ที่น้ำแข็งเริ่มละลาย สายตาคมกริบจ้องมองเอกสารที่เพิ่งได้รับมาจากผู้บริหารสเปอร์สอย่างไม่วางตา
รายชื่อนักเตะ 4 คนปรากฏเด่นหรา ซึ่งเป็นเด็กในคาถาของแมวมองสเปอร์สที่แฝงตัวอยู่ในบราซิล
ลูอิส ฟาเบียโน่ (Luís Fabiano): กองหน้าจอมดีเดือดจากเซาเปาโล ที่มีสัญชาตญาณการพังประตูเป็นเลิศ เป็นกองหน้าที่อารมณ์ร้อนแต่ยิงคมมาก อนาคตจะกลายเป็นดาวยิงระดับตำนานของเซบีญ่า
เอลาโน่ (Elano): กองกลางเทคนิคสูงจากซานโตสที่เล่นได้สารพัดประโยชน์ ในอนาคตจะโด่งดังกับแมนฯ ซิตี้ และชัคตาร์ โดเน็ตส์ค
แม็กซ์เวลล์ (Maxwell):แบ็กซ้ายดาวรุ่งจากครูเซโร่ ผู้มีพรสวรรค์ในการเติมเกมรุก เป็นชื่อที่คุ้นหูมากที่สุดถ้ามีคนในอนาคตมาได้ยิน เพราะในอนาคตเขาจะกลายเป็นนักเตะที่กวาดแชมป์มากที่สุดคนหนึ่งกับอาแจ็กซ์, บาร์ซ่า และ PSG
ลุยเซา (Luisão): ปราการหลังร่างยักษ์ผู้แข็งแกร่งจากครูเซโร่เช่นกันกับแม็กเวลล์ ในอนาคตจะกลายเป็นกัปตันทีมระดับตำนานของเบนฟิก้าในโปรตุเกส
'แมวมองสเปอร์สยุคนี้ตาถึงไม่เบา' อเล็กซ์นึกในใจ ข้อมูลจากอนาคตแล่นเข้ามาในหัวเขาทันที นักเตะเหล่านี้คือทองคำแท้ที่รอวันเจียระไนในอนาคต
เขาเริ่มวิเคราะห์ถึงเหตุผลที่เลวี่ส่งดีลนี้มาผ่านผู้บริหารที่เป็นญาติเจ้าของทีมในโปรตุเกส เลวี่คงได้ยินเรื่อง "สถานีพักนักเตะ" ที่เขาทำในโปรตุเกสผ่านเขา และมันตรงกับสิ่งที่เลวี่ต้องการพอดี นั่นคือการทำสิ่งที่เรียกว่า "Third-Party Ownership" หรือการถือครองกรรมสิทธิ์โดยบุคคลที่สาม
ในยุคนั้น มันคือกลยุทธ์สีเทาที่แยบยล เอเย่นต์หรือกลุ่มทุนจะเข้าไปซื้อหุ้นในตัวนักเตะจากสโมสรต้นสังกัดในอเมริกาใต้ด้วยราคาถูก จากนั้นจึงส่งนักเตะไปพักไว้ที่สโมสรขนาดเล็กในยุโรป (เช่น ไลเรีย หรือทีมในลีกรองโปรตุเกสเหมือนที่อเล็กซ์เพิ่งไปวางหมากไว้) เพื่อสร้างโปรไฟล์และหลบเลี่ยงภาษีรวมถึงการตรวจสอบทางการเงิน ก่อนจะขายต่อให้ยักษ์ใหญ่ในราคามหาศาล
"เลวี่... นายคงคิดจะใช้ฉันเป็นเครื่องมือฟอกตัวนักเตะให้สะอาดก่อนดึงเข้าสเปอร์สสินะ" อเล็กซ์พึมพำพลางกระตุกยิ้ม "การส่งรายชื่อพวกนี้มาพร้อมเช็ค 2 ล้านปอนด์นี่... นายคงคิดว่าฉันเป็นเบี้ยล่างที่ต้องรับงานตามคำสั่งงั้นสิ? หึ"
เขามองดูเช็คมูลค่า 2 ล้านปอนด์ในมือ ซึ่งถูกแบ่งเป็นค่าดำเนินการคนละ 5 แสนปอนด์ มันคือเงินทุนฟรีๆ ที่เลวี่ยื่นมาให้เขาใช้สอยได้ตามใจชอบ แถมเขายังสามารถใช้ชื่อของสเปอร์สเป็น "เกราะคุ้มกัน" และ "เหยื่อล่อ" ในการทำธุรกิจที่บราซิลได้อีกด้วย
ตอนแรกอเล็กซ์วางแผนว่าจะต้องวิ่งรอกทำดีลเล็กๆ อีกสัก 3-4 ดีลเพื่อระดมทุนในการสร้างอาณาจักรที่อเมริกาใต้ แต่ตอนนี้ เลวี่เพิ่งจะยื่นถังเงินและใบเบิกทางชั้นยอดมาให้เขาถึงที่
"ในเมื่อรายชื่อพวกนี้มีแต่คนบราซิล... และฉันเองก็มี 'แผนงาน' ที่จะจัดการที่นั้นพอดี"
เขากระดกวิสกี้จนหมดแก้ว ความร้อนผ่าวของแอลกอฮอล์แผ่ซ่านไปทั่วอก แผนการในหัวของเขาเริ่มซ้อนทับกันอย่างสมบูรณ์แบบ
อเล็กซ์ลุกขึ้นยืน พับเอกสารใส่กระเป๋า และก้าวออกจากห้องมืดมิดนั้นมุ่งหน้าสู่สนามบินฮีทโธรว์
-----