ตอนที่ 160ทักษะดาบคู่
"เกือบไปไม่นึกว่าผู้ใช้ปราณยุคนี้จะแข็งแกร่งเช่นนี้"
โครงกระดูก ที่ถือดาบไม้สองเล่มเอ่ยชื่นชมออกมา
ดาบไม้เล่มแรกที่ถูกทำลายไปแล้วบัดนี้ได้รับการฟื้นฟูอีกครั้งจากปราณจิตขั้น 5 ธาตุไม้ ที่มีความสามารถในการฟื้นฟูตัวเอง
"ดาบไม้ ฟื้นฟูตัวเองได้"
เต้าซื่อที่ไม่คิดเลยว่าจะเผชิญหน้ากับผู้ใช้ปราณจิตขั้น 5 ธาตุไม้เช่นนี้
"พวกนี้ไม่ใช่โครงกระดูกธรรมดาแน่"
เต้าซื่อ ที่เริ่มหยุดโจมตีลงเพื่อเริ่มทำการวิเคราะห์อีกฝ่าย
โครงกระดูกที่ขยับได้เอง พูดออกมาเองเคลื่อนไหวราวกับมีชีวิตเป็นของตัวเอง เหมือนกับไม่ได้ถูกใครควบคุมแล้วยังใช้ปราณจิตศาสตราวุธออกมาได้อีก ถือว่าเป็นเรื่องน่าสนใจมาก
"เป็นไรไป ไม่เข้ามาต่ออีกรึไง"
"ข้ากำลังสนุกอยู่เลย"
"มาสิ ข้าจะได้รื้อฟื้นฝีมือขึ้นมาอีกครั้ง"
โครงกระดูก ที่ท้าทายออกมาเมื่อตัวเองที่คืนชีพขึ้นมาแล้ว ยังไม่ได้ยืดเส้นยืดสายเลยจึงพึงพอใจอย่างมากกับการปะทะกันในครั้งนี้
"ฝีมือเจ้าอาวุโสจิ้นจริงๆสินะ"
เต้าซื่อ ได้ยินคำพูดของโครงกระดูกจึงเดาได้อย่างเดียวว่าต้องเป็นฝีมืออาวุโสจิ้นแน่ๆ
"ตกลง อาวุโสจิ้น เป็นใครกันแน่"
เต้าซื่อที่อยากรู้เกี่ยวกับตัวตนอาวุโสจิ้นมากขึ้นเรื่อยๆเมื่อมีวิชานอกรีตที่น่ากลัวเช่นนี้ แต่กับมาซ่อนตัวในสำนักมังกรสุริยัน
หากอาวุโสจิ้นใช้วิชานอกรีตแต่แรกคงสามารถสร้างชื่อเสียง หรือไปสร้างสำนักใหม่ขึ้นมาเองก็ยังได้สบายเลยด้วยซ้ำไม่จำเป็นต้องเสียเวลามาลดตัวในสำนักนี้เลย
"ถ้าไม่บุก ข้าจะบุกละนะ"
โครงกระดูกที่เปลี่ยนจากตั้งรับมาเป็นรุกกลับบ้างแล้ว
เฟี้ยว เปรี้ยง
ดาบไม้ในมือสองข้างของโครงกระดูกฟาดฟันไปมาอย่างรวดเร็ว
เต้าซื่อที่ต้องใช้พัดหมากล้อมตั้งรับ ป้องกันการโจมตีอีกฝ่ายที่โหมกระหน่ำเป็นพายุทันที
"การใช้ทักษะดาบคู่ สุดยอดมาก"
เต้าซื่อที่แม้จะเชี่ยวชาญด้านทักษะพัดคู่ด้วยเช่นกัน แต่อีกฝ่ายกับเคลื่อนไหวเหนือกว่าตัวเองไปอีกขั้นจนไม่เปิดโอกาสให้สวนกลับ
ด้วยการทิ่ม แทง ฟัน ของดาบไม้ตอนนี้ทำให้เต้าซื่อต้องถอยร่นออกมาเรื่อยๆ
ทำให้เต้าซื่อที่เริ่มเสียเปรียบการดวล ต้องงัดวิชาออกมาใช้เพื่อเล่นงานกลับ
พัดแสงที่สร้างความปั่นป่วนล่อลวงคู่ต่อสู้เริ่มแสดงอานุภาพออกมา
จากนั้นพัดสีดำ หรือพัดเงาที่คอยจู่โจมจากเงามืด คอยเล่นงานใส่ศัตรูอยู่เป็นระยะ
"ไม่เลว"
โครงกระดูกที่ตกเป็นฝ่ายตั้งรับบ้างแล้ว ถึงกับต้องชมเชยออกมา
จู่ๆก็มีเถาวัลย์ไม้จากพื้นดินโผล่มาจู่โจมใส่เต้าซื่อที่ตอนนี้กำลังควบคุมควบคู่กับการใช้วิชาออกไป จนต้องหยุดชะงักลงเพื่อรีบหลบเถาวัลย์ไม้อย่างรวดเร็ว
"หลบไปกฌไม่พ้นหรอก"
เถาวัลย์ไม้จำนวนมากเคลื่อนไหวเลื้อยไปมา หลบหลีกพัดหมากล้อมดั่งอสรพิษ
ตอนนี้เต้าซื่อตกอยู่ในวงล้อมของเถาวัลย์ไม้ ซ้าย ขวา หน้า หลัง เรียบร้อยแล้ว
จนสุดท้ายเต้าซื่อต้องรีบขี่พัดเหาะขึ้นไปด้านบน เพื่อถอยมาตั้งหลัก
"ซือฟาง ถอยออกมาก่อน"
เต้าซื่อ ตะโกนแจ้งกับซือฟางเมื่ออีกฝ่ายกำลังเผชิญหน้ากับโครงกระดูกตนอื่นๆอยู่ตอนนี้
"มีอะไรกัน"
"อย่าบอกนะว่ากลัวโครงกระดูกเหล่านี้กัน"
ซือฟาง ที่ไม่เข้าใจว่าเต้าซื่อจะให้ถอยมาตั้งหลักทำไม
แม้ว่าโครงกระดูกจะสามารถเคลื่อนไหวได้ใช้ปราณจิตออกมาได้ แต่ใช่ว่าจะแข็งแกร่งขนาดนั้นสักหน่อย
"เจ้าไม่รู้สึกบ้างหรอ ว่าพวกนี้ไม่ธรรมดา"
เต้าซื่อที่แม้จะมั่นใจในฝีมืออย่างมาก แต่จากการปะทะกันต่อเมื่อสักครู่ก็รู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายยังไม่แสดงความสามารถที่แท้จริงออกมาเลย
...
"เฮ้อ"
อาวุโสจิ้นที่ถอนหายใจโล่งอกขึ้นมา โดยไม่สนใจคนของสำนักนอกรีตว่ากำลังทำอะไรกันอยู่ราวกับว่าทั้งสองไม่เคยอยู่ในสายตาตัวเองมาก่อน
"เจ้าแก่ จะมากไปแล้ว อยากลองดีสินะ"
ซือฟาง ที่ไล่ตามมาโมโหออกมาอย่างมาก เมื่ออีกฝ่ายไม่เห็นหัวพวกตัวเอง แล้วยังให้โครงกระดูกแปลกๆพวกนี้มาขัดขวางอีกด้วย
"หึ"
หลังจากที่อาวุโสจิ้นจัดการรักษาหยางหลงให้พ้นจากวิกฤติได้แล้ว จึงเริ่มขยับตัวขึ้นมา
"โชคดีที่เค้าไม่เป็นไรมาก"
"ไม่เช่นนั้น พวกเจ้าคงไม่มีลมหายใจในตอนนี้แน่"
อาวุโสจิ้นที่จ้องมองคนของสำนักนอกรีตด้วยแววตาดุร้าย เมื่อคนของสำนักนอกรีตต่อสู้กับหยางหลงจนเกือบตาย
"นำทางไปสิ"
จู่ๆอาวุโสจิ้นที่เริ่มกล่าวบางอย่างแก่คนของสำนักนอกรีตออกมา
"นำทาง"
เต้าซื่อ ที่งงงวยว่าอีกฝ่ายหมายถึงอะไรกันจนเมื่อได้ยินคำพูดต่อไปของอาวุโสจิ้นจนเข้าใจทันที
"พวกเจ้ามาพาข้าไปกับเจ้าไม่ใช่รึไง"
อาวุโสจิ้น ตอบอย่างเบื่อหน่ายออกมา
เมื่อคนของสำนักนอกรีตได้ยินเช่นนั้นก็เตรียมตัวที่จะเดินทางกลับไปยังสถานที่พักของตนเองขึ้นมา
อาวุโสจิ้น ที่มองดูสำนักมังกรสุริยันเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะติดตามกลับไปพร้อมกับคนของสำนักนอกรีตทั้งสอง
"อาวุโสจิ้น ท่านจะไปไหนกัน"
หยางเฟิ่ง ที่รีบเข้ามาหาเมื่อตอนนี้ไอความร้อนจากการปะทะกันของสุดยอดเพลิงทั้งสองเริ่มเบาบางลงแล้ว
"เจ้าสำนัก พวกนั้นมันเจ้าพวกสำนักนอกรีตไม่ใช่รึ"
"ทำไมเจ้าพวกนั้นถึงมาอยู่ที่นี้ได้"
"โครงกระดูกเหล่านี้มันคืออะไรกัน"
ตอนนี้ทุกคนในสำนักมังกรสุริยันต่างเข้ามาดูเหตุการณ์ตามหยางเฟิ่งด้วยเช่นกัน
ทุกคนเริ่มโล่งอกกันออกมาเมื่ออาวุโสจิ้น (เจ้าสำนักมังกรสุริยัน) ที่หายตัวไปเป็นเดือน ตอนนี้ยังคงมีชีวิตอยู่เบื้องหน้า
แต่สีหน้าต้องพลันเปลี่ยนไปเมื่อคนของสำนักนอกรีตก็อยู่ด้วยเช่นกัน
"อย่าบอกนะว่าเป็นฝีมือพวกมันกัน"
"ท่านเจ้าสำนักกำลังถูกล้อมจากโครงกระดูกและคนของสำนักนอกรีตอยู่ รีบเข้าไปช่วยเหลือกันเร็ว"
อาวุโสคนนึง ที่เข้าใจว่าโครงกระดูกที่รายล้อมเจ้าสำนักจิ้นเป็นวิชานอกรีตบางอย่างของคนสำนักนอกรีตอยู่แน่จึงคิดจะพุ่งเข้าไปช่วยต่อสู้กับเจ้าสำนักจิ้นทันที
"อย่าเข้ามา"
เจ้าสำนักจิ้น ตะโกนก้องออกมาเมื่อตอนนี้ทุกคนต่างคิดจะเข้ามาช่วยเหลือตัวเอง
ทุกคนของสำนักมังกรสุริยันต้องหยุดชะงักลงทันที เมื่อได้ยินเสียงเจ้าสำนักจิ้นตะโกนออกมา