สาวน้อยชาวนากับระบบยาพิศวง

    ตอนที่ 34 ขายโสม

    “ปู่ผู้นำตระกูล พวกข้ามาหาท่านเพราะอยากซื้อเรือนที่พวกเราอยู่ในตอนนี้ และที่สิบแปลงหลังเรือนด้วยขอรับ” เมื่อหลี่อวิ๋นห้าวและหลี่อวิ๋นซู่มาถึงบ้านของผู้นำตระกูลหลี่แล้วจึงเอ่ยปากพูดออกไปตามตรง


    หลี่ชงที่ได้ยินเช่นนี้ก็ตกตะลึง เด็กพวกนี้บอกว่าจะซื้อเรือนกับที่รกร้าง ในเวลาเพียงไม่กี่เดือนมานี้ พวกเขาเก็บเงินได้เพียงพอแล้วเช่นนั้นหรือ?


    เขายกชาบนโต๊ะขึ้นจิบ จากนั้นจึงถามด้วยความเป็นห่วง “ห้าวเกอเอ๋อร์ พวกเจ้าซื้อบ้านกับที่ดินไปทำอะไรหรือ?”


    “ปู่ผู้นำตระกูล พวกข้าว่าจะ……” หลี่อวิ๋นห้าวเล่าเรื่องที่ปรึกษากันมาแล้วภายในครอบครัวให้ผู้นำตระกูลหลี่ฟัง จากนั้นนำต้นโสมสองต้นออกมาให้เขาดู


    “ปู่ผู้นำตระกูลโปรดดูนี่สักหน่อยขอรับ นี่เป็นโสมที่พวกเราเก็บมาจากบนภูเขา พวกข้าให้อาจารย์ดูแล้ว เขาบอกว่าขายแลกเงินได้ไม่น้อย พวกเขาเลยอยากขอร้องให้ท่านเข้าเมืองไปกับพวกเรา และนำมันไปขายแลกเงินมาสร้างบ้านขอรับ” หลี่อวิ๋นซู่พูดอย่างมีความสุข ในมือประคองโสมล้ำค่าอย่างหวงแหน


    หลี่ชงฟังคำบอกเล่าของสองเด็กชายอย่างตั้งใจ ก่อนครุ่นคิดอยู่สักพัก จากนั้นจึงพยักหน้าอย่างยินดี “ในเมื่อพวกเจ้าวางแผนกันไว้แล้ว เช่นนั้นก็ควรสร้างบ้านขึ้นมาเสียตอนนี้ ไม่อย่างนั้นตอนที่น้อง ๆ ของพวกเจ้าเกิดมาจะลำบากเอา พวกเจ้าวางแผนสร้างบ้านไว้แล้ว เช่นนั้นก็ไปคุยกับช่างได้แล้ว”


    หลี่อวิ๋นห้าวกับหลี่อวิ๋นซู่สบตากัน จากนั้นจึงลุกขึ้นค้อมกายคำนับ “ปู่ผู้นำตระกูล มีอีกหนึ่งเหตุผลที่พวกข้ามาพบท่าน แม่ของข้ากำลังตั้งครรภ์ คนที่พอจะดูแลครอบครัวได้ก็มีเพียงพวกข้าสองคน แต่พวกข้าเป็นแค่เด็กสิบเอ็ดขวบ ข้าจึงอยากรบกวนท่านให้ความช่วยเหลือในเรื่องการสร้างบ้านให้แก่พวกเราด้วยขอรับ”


    “ได้ ปู่จะช่วยเรื่องนี้เอง” เมื่อหลี่ชงได้ยินพวกเขาร้องขอให้ตนเป็นผู้ดูแลเรื่องสร้างบ้านให้ เขาก็อดภาคภูมิใจและมีความสุขไม่ได้ นี่หมายความว่าเด็ก ๆ เหล่านี้เห็นเขามีความสำคัญมาก เมื่อมีความสุข เขาจึงรับปากในทันที


    หลังผ่านประตูบ้านผู้นำตระกูลหลี่ออกมาแล้ว สองพี่น้องก็หันมาสบตากันอีกครั้งอย่างดีใจ พวกเขาทำเรื่องที่น้องสี่มอบหมายให้สำเร็จลุล่วงแล้ว และรีบตรงกลับบ้านอย่างรวดเร็ว


    “น้องสี่ พวกข้าเจรจาขอซื้อบ้านเก่าของปู่ผู้นำตระกูลหลังนี้มาได้แล้ว ปู่ผู้นำตระกูลต้องการเงินเพียงสิบตำลึง และที่ดินรกร้างสิบแปลงรอบ ๆ นี้ ราคาห้าสิบตำลึง พวกข้าเอาเงินให้ปู่ไปหกสิบห้าตำลึงตามที่เจ้าบอก อีกห้าตำลึงให้เขาเอาไปใช้ตอนไปที่ศาลาว่าการ”


    “น้องสี่ พวกเราตกลงกับปู่ผู้นำตระกูลแล้วว่าเช้าวันรุ่งขึ้น ลุงเหมิงจื่อจะมารับพวกเรา แล้วเดินทางเข้าเมืองไปด้วยกัน” หลี่อวิ๋นซู่รีบพูดต่ออย่างไม่น้อยหน้า


    เช้าวันรุ่งขึ้น พี่น้องหญิงชายนั่งเกวียนของหลี่เหมิงเดินทางเข้าเมืองไปด้วยกัน อันดับแรก พวกเขาไปส่งผักและเนื้อที่หอหรูอี้ก่อน และนำเกวียนไปจอดไว้ในสวนหลังหอหรูอี้ จากนั้นจึงไปจี้ชื่อถังด้วยกัน


    “ปู่หลิว พวกข้ามาแล้ว” ทันทีที่หลี่หมิงเยว่มาถึงเรือนหลังของจี้ชื่อถัง นางก็เห็นผู้เฒ่าหลิวกำลังดื่มชาอยู่บนโต๊ะหินที่เรือนหลังจึงตะโกนเรียกอย่างดีใจ หลายเดือนที่ผ่านมาพวกเขาสนิทสนมกับผู้ดูแลจี้ชื่อถังขึ้นมาก โดยเฉพาะหลี่หมิงเยว่ที่พูดคุยกับผู้เฒ่าหลิวอย่างมีความสุขในทุกครั้งที่มา


    ความจริงแล้ว ที่หลี่หมิงเยว่ถูกชะตากับผู้เฒ่าหลิวมากเพียงนี้ ก็เป็นเพราะนางเห็นเงาคุณตาในชาติก่อนซ้อนทับร่างของผู้เฒ่าหลิวคนนี้ ผู้เฒ่าหลิวมักจะชี้แนะวิชาแพทย์ให้นางเสมอควบคู่ไปกับการดูต้นสมุนไพรที่นางนำมาส่งให้ และทุกครั้งที่ชายชราทำเช่นนั้นนางก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงคุณตาในชาติที่แล้ว เขาเองก็มักจะคอยบอกคอยสอนนางอย่างไม่รู้ตัวเช่นกัน


    “แม่หนู พวกเจ้ามากันแล้วหรือ วันนี้เอาอะไรอร่อย ๆ มาฝากข้าหรือไม่” ผู้เฒ่าหลิวมองหลี่หมิงเยว่อย่างร่าเริง แม่หนูคนนี้มักจะนำของอร่อยติดไม้ติดมือมาด้วยทุกครั้ง ดังนั้นเขาจึงเอ่ยถามนางอย่างหยอกล้อ


    “ปู่หลิว วันนี้ข้านำหัวหมูมาให้เจ้าค่ะ แล้วก็มีขาหมูหมักอย่างดี ให้ลุงโจวไปอุ่นให้กินเป็นกับแกล้มนะเจ้าคะ” หลี่หมิงเยว่ส่งตะกร้าในมือไป


    “โอ้ หัวหมูนี่อร่อยจริงเชียว แม่หนู ฝีมือเจ้าดีขึ้นเรื่อย ๆ เลยนะ” ผู้เฒ่าหลิวรับตะกร้ามาพร้อมกับถูกกลิ่นหอมของอาหารภายในนั้นดึงดูดเข้า เขาอดไม่ได้ที่จะแกะกระดาษมันที่ห่อเอาไว้ออก ใช้ตะเกียบคีบขึ้นมาหนึ่งชิ้นและโยนเข้าปาก เมื่อได้ลิ้มรสชาติแสนละมุนจึงอดเอ่ยปากชมออกมาไม่ได้


    “ปู่หลิว วันนี้ข้านำของดีมาด้วยเจ้าค่ะ แล้วก็ปู่หลิวเจ้าคะ นี่คือท่านปู่หลี่ชง เป็นผู้นำตระกูลหลี่แห่งหมู่บ้านตระกูลหลี่ ทั้งยังเป็นปู่หกของข้าอีกด้วย ท่านจะเมินเขาไม่ได้นะเจ้าคะ” เมื่อหลี่หมิงเยว่เห็นผู้เฒ่าหลิวพอใจ จึงอดไม่ได้ที่จะยกมุมปากยิ้มกว้าง จากนั้นจึงแนะนำหลี่ชงอย่างยิ้มแย้ม


    ผู้เฒ่าหลิวทักทายหลี่ชง ก่อนเชื้อเชิญให้ผู้มาเยือนทั้งสองนั่งลงบนโต๊ะหิน “ที่แท้ก็เป็นผู้นำของหมู่บ้านสกุลหลี่นี่เอง เช่นนั้นพวกเราก็ไม่ต้องสุภาพกันแล้ว ข้าเรียกเจ้าว่าน้องหลี่ได้หรือไม่”


    หลี่ชงพยักหน้า เขาเองก็รู้ว่าผู้เฒ่าหลิวนั้นเป็นผู้มีอิทธิพลแห่งจี้ชื่อถัง ยากนักที่จะได้รู้จักกับท่านหมอที่มีความสามารถมากเช่นนี้ ดังนั้นเขาจึงตอบกลับอย่างคล้อยตาม “เช่นนั้นข้าเรียกท่านว่าพี่หลิวก็แล้วกัน”


    ทั้งสองคนพูดคุยกันอยู่พักหนึ่ง ผู้เฒ่าหลิวจึงเอ่ยถามหลี่อวิ๋นห้าว “ห้าวเกอเอ๋อร์ เมื่อครู่นี้แม่หนูบอกว่ามีของดีจะให้ข้าดู จริงหรือ?”


    หลี่หมิงเยว่ที่วิ่งไปช่วยตากสมุนไพรด้านนอกวิ่งกลับเข้ามาทันที พลางแสร้งทำหน้ามุ่ยพูดอย่างไม่พอใจ “ปู่หลิวก็รู้ว่าข้าอยู่ตรงนี้ ท่านยังจะไปถามพี่ใหญ่อีก ไม่ดีเลย ข้าโกรธท่านแล้วนะเจ้าคะ”


    ผู้เฒ่าหลิวจิ้มจมูกนางเบา ๆ และดีดหน้าผากเล็ก ๆ นั่นไปอีกที พร้อมกับถามขึ้น “มีของดีอะไรให้ข้าดูกันแน่ ยังไม่รีบเอาออกมาให้ข้าดูอีก”


    หลี่หมิงเยว่เองก็ไม่อุบไว้ นางหยิบห่อผ้าออกมาจากตะกร้า ก่อนเปิดเอาของข้างในออกมาอย่างระมัดระวัง “ปู่หลิว ก่อนหน้านี้พวกข้าเก็บโสมได้สองต้นจากบนเขา ท่านช่วยดูให้หน่อยเจ้าค่ะว่าคุณภาพเป็นเช่นไร”


    เมื่อผู้เฒ่าหลิวเห็นโสมสองต้นนั้น ดวงตาก็เป็นประกายในทันที เดี๋ยวนี้โสมภูเขาหายากยิ่งนัก ยิ่งมีคุณภาพดีเช่นนี้ก็ยิ่งมีน้อยเข้าไปอีก โดยทั่วไปแล้ว โสมที่เก็บมาส่วนมากจะมีอายุเพียงไม่กี่สิบปี แม่หนูน้อยนี่ช่างดวงดีจริง ๆ ขึ้นเขาไปครั้งเดียวกลับได้โสมเก่าแก่มาถึงสองต้น


    เขารับโสมจากในมือของเด็กหญิงตัวน้อยมาตรวจสอบอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์หรือว่ารสชาติ ทั้งหมดล้วนทำให้เขาพึงพอใจยิ่งนัก อันที่จริง หลายวันมานี้เขากำลังหาโสมดี ๆ อยู่ ไม่นึกเลยว่าแม่หนูน้อยนี่จะเอามาส่งให้อย่างประจวบเหมาะเช่นนี้


    “แม่หนู นี่คือโสมภูเขาอายุร้อยปี ปกติมีราคาต้นละสองร้อยตำลึง ทั้งสองต้นของเจ้าล้วนมีคุณภาพไม่เลวเลย เอาเช่นนี้ก็แล้วกัน สำหรับโสมสองต้นนี้ ข้าจะให้เจ้าห้าร้อยตำลึง เจ้าว่าอย่างไร” หลังจากที่ผู้เฒ่าหลิวตรวจดูโสมทั้งสองต้นแล้วจึงเสนอราคาที่ค่อนข้างสูงให้


    หลี่ชงรู้ดีว่าโสมนั้นมีราคาที่แพงมาก แต่เมื่อได้ยินว่าสองต้นนี้ขายได้ถึงห้าร้อยตำลึง เขาเองก็ตกใจไม่น้อย ภายในใจเริ่มยินดี ต่อไปเด็กพวกนี้จะมีชีวิตที่ดีแล้ว


    แต่หลี่เหมิงกลับไม่สงบนิ่งได้เท่าผู้เป็นบิดา เขาหายใจเข้าลึกอย่างตื่นเต้น เด็กดีของข้า! เด็กพวกนี้ช่างโชคดีจริง ๆ! สวรรค์คงเมตตาพวกเขาแล้ว ขุดเจอของล้ำค่าเช่นนี้ ต่อไปพวกเขาคงจะต้องมีชีวิตที่ดีแน่นอน เมื่อมีเงินก้อนนี้ พวกเขาก็จะมีเงินไว้สร้างบ้านแล้ว มองดูหลี่อวิ๋นห้าวและหลี่อวิ๋นซู่ก็เห็นแววตาสดใสและฮึดสู้ของเด็ก ๆ  ต่อไปวางใจได้แล้ว บิดาเขาไม่ต้องเป็นห่วงเด็ก ๆ พวกนี้อีกต่อไปแล้ว

    .

    .

    .


    ลำดับพี่น้องครอบครัวหลี่หง

    คล้ายกับเรื่องสาวน้อยชาวนากับระบบยาพิศวง ที่คุณอ่าน