ดวงตาทั้งสองแดงก่ำราวกับคนนอนน้อย การใช้สกิลดวงตารู้แจ้งจดจ่อกับหนังสือเป็นเวลานานส่งผลให้เขาต้องทำหลายอย่างพร้อมกัน
สิ่งแรกที่เขาทำใน 2 ชั่วโมงแรกคือการจดจำเนื้อหาภายในหนังสือทั้งหมด 95 เล่ม อีก 2 ชั่วโมงให้หลังแอ็กเซลจึงนั่งวิเคราะห์หนังสือแต่ละเล่มเพื่อให้ตนเองเข้าใจ เพียงแต่ว่าเขาวิเคราะห์หนังสือได้เพียง 10 เล่มเท่านั้นจำเป็นต้องยกเลิกก่อนเพราะได้เวลานัดกับป้า
หลังจากวางหน้าจอหนังสือกลับลงไปที่เดิม แอ็กเซลจึงเดินมารอป้าหน้าสถาบัน จากการวิเคราะห์หนังสือ 10 เล่มเมื่อครู่ทำให้เขารู้เกี่ยวกับร่างกายมนุษย์มากยิ่งขึ้น กระดูกภายในร่างของมนุษย์มีเท่ากัน ในความทรงจำของจอมเวทมนุษย์มีกระดูก 206 ชิ้น ในโลกใบนี้ก็มีจำนวนชิ้นเท่ากัน
อย่างไรก็ตามมันกลับมีข้อมูลหนึ่งที่ทำให้เขารู้สึกทึ่งไม่น้อย ต่อให้เขาจะเคยศึกษาร่างกายมนุษย์มาก็ตามเพื่อหาวิธีรักษาร่างกายโดยไม่ใช้เวทศักดิ์สิทธิ์ ผลที่ได้รับกลับไม่เทียบเท่าหนังสือ 1 เล่มของโลกนี้ เขาได้มองเห็นกล้ามเนื้อส่วนที่ไม่เคยเห็นและได้มองเห็นเส้นเลือดส่วนที่ไม่เคยคิดว่าจะมีมันอยู่ นอกจากนั้นเขายังได้รับข้อมูลส่วนที่ซับซ้อนมากที่สุดอย่างเช่นสมอง ถึงอย่างนั้นเขากลับพบว่าข้อมูลยังไม่เพียงพอจะให้ทดลองใช้วงจรเวทมนตร์กับร่างกายจึงคิดจะทำความเข้าใจหนังสือทั้ง 95 เล่มให้หมดก่อน เมื่อถึงตอนนั้นโอกาสผิดพลาดอาจจะลดลงไปไม่มากก็น้อย
“ มาถึงแล้วเหรอ ”
แอ็กเซลหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาหลังจากมันสั่นเล็กน้อย อีก 10 นาทีจะได้เวลาที่เขานัดกับป้าเอาไว้ เพียงแต่ว่าคนที่โทรติดต่อเขากลับไม่ใช่ป้าแต่เป็นเมสัน เพื่อสนิทที่ดูเหมือนจะมีบางอย่างแจ้งเพราะก่อนหน้าที่ติดต่อมามีข้อความมากมายส่งมาให้ แอ็กเซลไม่ได้สนใจโทรศัพท์มากนักเพราะเขาสนใจการจดจำหนังสือจึงไม่ได้อ่านข้อความ
“ แอ็กเซล แกเห็นสิ่งที่ฉันส่งให้หรือเปล่า ”
“ พึ่งเห็น แต่ยังไม่ได้เข้าไปอ่าน มีอะไรอย่างนั้นเหรอ ”
“ ตอนนี้มีคนพูดถึงหัวขโมยแห่งแสงมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆเลยจนสถาบันของเราถูกเพ่งเล็ง ”
“ ทำไมสถาบันจึงถูกเพ่งเล็งล่ะ”
แอ็กเซลถามด้วยความสงสัย เขาอยากรู้ว่ามีคนเห็นใบหน้าที่แท้จริงของหัวขโมยแห่งแสงแล้วหรือยัง
“ ก็เพราะว่าหัวขโมยแห่งแสงใช้ทักษะของสถาบันเรา ตอนนี้จึงมีคนพยายามเชื่อมโยงนักศึกษาสถาบันเรากับหัวขโมยแห่งแสงว่าเป็นใคร แกอยู่ไหน ”
“ ฉันอยู่สถาบันกำลังจะกลับบ้าน ”
“ โอเค ถ้าเป็นไปได้อย่าพึ่งกลับเข้ามาล่ะ ต่อให้จะยังไม่มีใครรู้ว่าหัวขโมยแห่งแสงเป็นใครก็เถอะ แต่นักศึกษาสถาบันอื่นเล่นจับตามองดูสถาบันเราจนไม่ได้ทำอะไรเลย รุ่นพี่ของฉันคาดการณ์ว่าในอนาคตอาจจะถูกแย่งมอนสเตอร์แน่ๆ ดูจากการที่มีคนกำลังมุ่งเป้าไปที่สถาบันโนวาไพร์มมากมายเพราะทักษะสลิงเกอร์ ตอนนี้ทุกคนจึงเข้ามาด่าทอสถาบันโนวาไพร์มที่ผลิตคนไร้คุณภาพแบบหัวขโมยแห่งแสงออกมา ”
“ หัวขโมยแห่งแสงผิดอะไรงั้นเหรอ เขาก็ทำตามกฎทุกอย่างไม่ใช่หรือไง ใครแข็งแกร่งก็ได้ทรัพยากรไป ฉันเห็นระดับ 5 ตัดหน้าทุกคนเข้าไปเก็บผลไม้กลายพันธุ์ไม่เห็นจะมีใครเดือดร้อนเลย มอนสเตอร์ระดับ 4 หลายตัวก็ถูกระดับ 5 สังหารหมู่จนคนอื่นไม่ได้ล่า มันต่างยังไงกับหัวขโมยแห่งแสง ”
“ มันก็ใช่ที่ใครแข็งแกร่งก็ได้ของสิ่งนั้นไป เอาเป็นว่าแกระวังตัวไว้หน่อย ยิ่งล่าคนเดียว อาจจะถูกแย่งมอนสเตอร์ได้ ”
“ โอเค ขอบคุณมากที่เตือน ไว้แค่นี้นะ ”
แอ็กเซลวางสายเพื่อนแล้วยืนรอป้า ไม่นานก็มีรถไร้ล้อคันสีดำวิ่งเข้ามาใกล้จุดที่เขายืนอยู่ช้าๆ เมื่อกระจกฝั่งที่ติดกับเขาเปิดอ้าออก แอ็กเซลก็พบว่าป้าแครอลนั่งอยู่ด้านใน
“ สวัสดีครับป้าแครอล ”
“ สวัสดีจ้ะ ขึ้นรถเร็วเข้าเราจะไปบ้านป้ากัน ”
ต่อให้ใบหน้าจะดูนิ่ง น้ำเสียงที่ส่งออกมากลับไม่ต่างจากแม่ของเขา ทั้งวิธีการพูดและอารมณ์ที่สื่อออกมา แอ็กเซลจึงเปิดประตูขึ้นรถที่กำลังจะมุ่งหน้าไปยังบ้านของป้า
“ พี่เอ็กเซลสวัสดีค่า ”
เสียงทักทายดังมาจากด้านหลัง แอ็กเซลจึงหันกลับไปมองพบเข้ากับหลานสาวตัวน้อยอายุ 5 ปีกำลังนั่งเล่นตุ๊กตาหมีบนเบาะหลัง
“ สวัสดีจ้าลิลลี่กำลังทำอะไรอยู่เหรอ ”
“ หนูกำลังเล่นกับเพื่อนๆอยู่ค่า ”
“ ลิลลี่ รัดเข็มขัดเร็วเข้า เราจะกลับบ้านแล้ว ” แครอลพูดแทรกเพราะกลัวว่าลูกของเธอจะปีนขึ้นมาเบาะหน้า หลังจากนั้นรถของเธอก็ใช้ความเร็วสูงมุ่งหน้ากลับบ้าน แอ็กเซลเห็นว่าเด็กตัวเล็กๆบนเบาะหลังนั่งยิ้มให้ตนเอง เขาจึงยิ้มตอบก่อนจะเรียกกระบองเพชรและพิกซี่ออกมาเล่นกับเธอ
“ วาว ” เด็กน้อยทำตาโตเมื่อพบว่ามีมอนสเตอร์ตัวเล็กๆ 4 ตัวกำลังมองเธอด้วยความสงสัย แอ็กเซลจึงแนะนำให้ทั้งสองฝ่ายรู้จักกัน กระบองเพชรจึงกระโจนขึ้นไปนั่งบนตักของลิลลี่ก่อนจะเล่นชกต่อยกันอย่างสนุกสนานดึงความสนใจไปที่พวกมันทั้งสองตัว พิกซี่ทั้ง 2 พยายามบินวนรอบๆตักพยายามสั่งให้กระบองเพชรฝั่งที่ตัวเองเชียร์ลงมืออย่างไรให้ได้เปรียบ ลิลลี่เห็นการเล่นสนุกของมอนสเตอร์ทั้ง 4 จึงปรบมือด้วยความสนุก
แครอลเห็นลูกสาวยิ้มมากกว่าทุกวันเธอจึงอดไม่ได้ที่จะยิ้มไปพร้อมกับขับรถ
แอ็กเซลที่นั่งอยู่เบาะหน้าอย่างเงียบสงบไม่ต้องตอบคำถามเด็กน้อยเบาะหลัง ในที่สุดเขาก็พบว่ารถที่วิ่งด้วยความเร็วค่อยๆลดความเร็วลง เขาจึงมองดูสถานที่ที่เดินทางมาถึง
กำแพงสูงใหญ่ถูกประดับตกแต่งสวยงามคือกำแพงของโครงการบ้านหรูแห่งหนึ่ง ด้านหน้าประตูทางเข้าที่มีขนาดใหญ่มีแชมเปี้ยนระดับ 5 ยืนเฝ้าอยู่จำนวน 5 คน หลังจากที่ป้าของเขาชะลอรถแล้วเปิดกระจกยื่นบัตรผ่านให้กับคนเฝ้าประตู รถของพวกเขาก็วิ่งเข้าไปในโครงการบ้านหรูที่มีอยู่หลายร้อยหลัง จนกระทั่งรถวิ่งมาหยุดอยู่ที่บ้านหลังหนึ่งขนาดของมันไม่ต่างจากคฤหาสน์มีอาณาเขตบ้านกว้างราว 4 ไล่ รถก็ได้วิ่งผ่านประตูรั้วบ้านที่เปิดอัตโนมัติเข้าไปจอดในโรงรถ ก่อนที่คนทั้ง 3 จะเดินลงมา
“ ป้าไม่ได้อยู่ที่เดิมเหรอครับ ”
“ ป้าย้ายมาที่นี่ได้ 1 ปีแล้วจ้ะ ที่เดิมไกลโรงเรียนของลิลลี่พอสมควร ป้าก็เลยมาที่นี่เพราะอย่างน้อยก็มีพนักงานของโครงการคอยเฝ้าบ้านให้ วันไหนป้าไม่ว่างก็มีพี่เลี้ยงคอยรับส่งลิลลี่ ”
“ เพื่อความสะดวกสินะครับ ”
“ เข้ามาก่อนสิ ”
แอ็กเซลมองไปยังเจ้าตัวน้อยทั้ง 4 หลังจากลงรถพวกมันก็วิ่งไปสำรวจสนามหญ้ารอบๆโดยมีลิลลี่วิ่งตาม เขาจึงบอกพวกมันเข้าไปในบ้านพร้อมกันไม่อย่างนั้นอาจจะพาลิลลี่ไปเล่นซนจนเกิดอุบัติเหตุ
เมื่อเข้ามาภายในบ้าน แอ็กเซลพบเข้ากับความหรูหราไม่ต่างจากสิ่งที่คิด ภายในบ้านถูกตกแต่งอย่างประณีตมีคริสตัลคอยส่องแสงระยิบระยับทำให้บ้านดูสวยงาม กระทั่งเขามายังห้องรับประทานอาหารมีโต๊ะตัวยาวตั้งอยู่ แอ็กเซลจึงไปนั่งรออยู่ใกล้ๆกับหัวโต๊ะพลางมองดูลิลลี่ที่กำลังกระโจนขึ้นนั่งเก้าอี้ใกล้ๆตนเอง จากการกระโดดเมื่อครู่ทำให้เขาตกใจไม่น้อย เนื่องจากว่าเด็กสาวตัวเล็กๆเป็นแชมเปี้ยนแล้ว นอกจากนั้นเธอยังแข็งแกร่งกว่าแชมเปี้ยนทั่วไปที่เขาเห็น แม้จะปลดปล่อยระดับ 2 ดาวออกมาก็ตาม พลังเมื่อครู่ที่แสดงออกมาน่าจะเพียงพอรับมือกับระดับ 3 ดาวได้
หลังจากนั่งรอให้ป้าทำอาหารแอ็กเซลจึงสั่งให้เจ้าตัวน้อยทั้ง 4 อย่าดื้อและพยายามเล่นกับลิลลี่ให้อยู่ในขอบเขตที่ไม่ต้องลงจากเก้าอี้ ในระหว่างนี้เขาก็เปิดใช้ดวงตารู้แจ้งทำความเข้าใจกับหนังสือเล่มที่เหลือ อย่างน้อยก่อนที่อาหารจะเสร็จเขาน่าจะทำความเข้าใจได้สัก 1 - 2 เล่ม
“ ดวงตานั่นคืออะไรเหรอจ๊ะ ”
แอ็กเซลหันมองป้า เป็นเรื่องยากที่จะมีคนสังเกตเห็นวงเวทภายในดวงตาของเขาที่มีขนาดเล็กเป็นอย่างมาก มันกลมกลืนไปกับนัยน์ตาดำจนยากจะแยกออก ป้าของเขากลับมองเห็นทั้งๆที่เธอใช้ช่วงเวลาในการวางจานข้าวไม่กี่อย่างเท่านั้น แอ็กเซลจึงรู้ว่าผู้หญิงที่มีพันธุกรรมเดียวกันกับเขาแข็งแกร่งมาก ซึ่งมันทำให้เขาอยากรู้มากยิ่งขึ้นว่าผู้ชายก่อนจะถูกเชื้อนี้แข็งแกร่งมากขนาดไหน
“ มันเป็นสกิลที่เอาไว้บันทึกแล้วนำสิ่งที่บันทึกออกมาทบทวนครับ ”
“ สะดวกดีจังเลยนะ ว่าแต่แอ็กเซลมีอาชีพเกี่ยวกับการอัญเชิญไม่ใช่เหรอ ”
แครอลถอดผ้ากันเปื้อนแล้วนั่งลงฝั่งตรงข้ามกับแอ็กเซลก่อนจะผายมือบอกให้เขากินข้าวได้ตามสบาย
“ ใช่ครับ แต่สกิลของผมดันแปลกกว่าคนอื่นๆ บางสกิลที่ควรมีไม่มี แต่บางสกิลก็ไม่รู้ว่าโผล่มาจากไหน หาข้อมูลก็ไม่ได้ ”
“ ดูเหมือนว่าอาชีพของหลานจะกลายพันธุ์สินะ นั่นถือเป็นเรื่องดีนะรู้ไหม หลายคนล้วนแล้วอยากให้อาชีพของตนเองกลายพันธุ์ทั้งนั้นเพราะจะได้มีสกิลแปลกๆเอาไว้เป็นไม้ตาย ”
“ ครับ ว่าแต่ป้ารู้อะไรเกี่ยวกับแม่หรือเปล่า ทำไมถึงต้องให้ผมมาอยู่กับป้า ”
แอ็กเซลถามเข้าประเด็น ในระหว่างนี้เขาก็เหลือบมองลิลลี่ อีกฝ่ายไม่ได้สนใจเขาเลยเพราะกำลังป้อนอาหารให้เจ้าตัวน้อยทั้ง 4 ราวกับเป็นตุ๊กตา
“ เรื่องนี้เหรอ ป้าก็ไม่ค่อยรู้อะไรมากนักหรอก แต่จากที่เมลด้าพูดให้ฟังก่อนจะเดินทางออกจากดาวโนวา เธอบอกให้ป้าไปรับหลานมาอยู่ด้วยสักระยะหนึ่ง ”
“ แม่ได้บอกไหมครับว่าไปที่ไหน ”
“ ไม่ได้บอกว่าไปไหน บอกแค่ว่าจะไปหาสามีสักหน่อยเพราะอีกฝ่ายเจอตอใหญ่ก็เลยต้องไปช่วย ”
“ ตอ ? ” แอ็กเซลทำหน้าสงสัย ตอที่ป้าของเขาพูดออกมาคงจะหมายถึงปัญหา
“ ป้าก็ไม่รู้อะไรมากนัก รู้แค่ว่าปัญหานี้น่าจะใหญ่พอสมควรจนต้องให้ป้ารับหลานมาดูแล แต่ไม่ต้องห่วงหรอกจ้ะ ด้วยพลังของพ่อหลาน ป้าคิดว่าอีกไม่นานก็เคลียร์ได้ คงไปติดอยู่ในซากโบราณสถานหรือไม่ก็ติดอยู่ในสนามรบไหนสักแห่ง ”
“ อ๋อ แล้วผมต้องอยู่กับป้ากี่วันอย่างนั้นเหรอครับ ”
“ ขึ้นอยู่ที่ว่าหลานจะอยู่กี่วัน เห็นว่าช่วงนี้มีงาน 7 มังกรและฟีนิกส์ด้วย หลานคงจะเข้าร่วมงานนี้ใช่ไหม ”
“ ผมลงทะเบียนเล่นๆเอาไว้ครับเพราะอยากรู้ว่าวันที่สหพันธ์ได้ 7 มังกรและฟีนิกส์ของปีนี้พวกเขาจะนำอะไรออกมาขาย แต้มที่ได้ก็เตรียมไว้ซื้อพวกมันเลยครับ ”
“ ถ้าอย่างนั้นทุกครั้งที่หลานออกมาจากสนามรบปฐมภูมิจะต้องกลับมานอนที่บ้านป้านะ ห้ามกลับบ้านเด็ดขาด แล้วก็ก่อนจะมาที่นี่ต้องโทรหาป้าทุกครั้ง ป้าจะให้คนไปรับ ตกลงไหม ”
“ ครับ ว่าแต่ปัญหาของพ่อและแม่ใหญ่มากๆใช่ไหมครับ ป้าไม่รู้เรื่องนี้จริงๆเหรอ ”
แอ็กเซลถามอีกฝ่ายเพราะดูเหมือนว่าเขาแม่จะไม่ได้กลับมาในเร็วๆนี้ การดูแลของป้าดูผิดปกติเกินไปจนเขาไม่สามารถกลับบ้านได้หากออกมาจากสถาบันจะต้องมาที่นี่ทันที โดยมีคนของป้าคอยรับส่ง
“ ป้ารู้แค่ว่ามีปัญหาเท่านั้น แต่ไม่รู้ว่ามีปัญหาอะไร เดี๋ยวก็คงเคลียร์ได้นั่นแหละ ว่าแต่แอ็กเซลอายุครบ 20 ปีแล้วใช่ไหม ” แอ็กเซลเห็นป้าเปลี่ยนเรื่องคุยเขาจึงตามน้ำ เพราะดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่รู้เช่นกันว่าเกิดอะไรขึ้น เขาจึงต้องรอจนกว่าแม่จะติดต่อกลับมาหาป้า
“ ครับ ”
“ แย่แล้วสิ ป้านึกว่าจะมีเวลาสัก 1 - 2 ปี ” แอ็กเซลเห็นสีหน้ากังวลของป้าเพราะเขากำลังจะตายเหมือนผู้ชายคนอื่นๆที่มีสายเลือดเดียวกัน
“ มีอะไรงั้นเหรอครับ ”
“ ป้าได้ข่าวมาว่าหลานเป็นแชมเปี้ยนแล้ว จากที่เห็นหลานก็เป็นแชมเปี้ยนจริงๆ นับว่าน่าตกใจไม่น้อยเพราะไม่มีผู้ชายคนไหนเป็นแชมเปี้ยนเลยจากการรับเชื้อเข้าไป ป้าก็เลยคิดว่าจะสอนทักษะตระกูลให้สักหน่อยเผื่อจะปลดขีดจำกัดอายุขัยได้ ”
แอ็กเซลเบิกตาโตเมื่อรู้ว่าป้าจะสอนทักษะ แต่ดูเหมือนว่าจะติดปัญหาบางอย่าง.