ตอนที่ 81: ธิดามารออกจากร่าง
บรรยากาศการกวาดล้างและเคลียร์พื้นที่บริเวณสวนชั้นนอกของวิลล่าหรูดำเนินไปอย่างขะมักเขม้นและเต็มไปด้วยความตึงเครียด แสงไฟวับวาบสีแดงและน้ำเงินจากรถไซเรนของตำรวจสาดส่องหมุนวนไปทั่วบริเวณ ตัดกับความมืดมิดของป่าสน เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ (SWAT) อาวุธครบมือกำลังควบคุมตัวบอดี้การ์ดร่างยักษ์ที่เพิ่งฟื้นจากมนต์สะกด ในขณะที่ทีมแพทย์สนามก็เร่งให้การปฐมพยาบาลและคลุมผ้าห่มให้กับบรรดาหญิงสาวที่ถูกจับมาเป็นเหยื่อโล่มนุษย์ ทุกอย่างดูเหมือนจะจบลงด้วยชัยชนะอันหอมหวานของความยุติธรรมเหนือเทคโนโลยีอันชั่วร้าย
ทว่า ท่ามกลางความวุ่นวายและเสียงวิทยุสื่อสารที่ดังก้องอยู่ภายนอก ไม่มีมนุษย์คนใดล่วงรู้เลยว่า ภายในห้องนอนใหญ่ (Master Bedroom) บนชั้นสองของวิลล่าที่มืดสนิทและคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นเหม็นไหม้ของสายไฟจากเซิร์ฟเวอร์ที่ระเบิด... ความสยดสยองที่แท้จริงซึ่งซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลังความวิปริตทั้งหมด กำลังจะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของมันออกมาสู่โลกใบนี้!
บนเตียงคิงไซส์บุนวมกำมะหยี่สีแดงที่ยับเยิน ร่างที่บอบช้ำและหมดสภาพของรัชชา นางมารร้ายผู้พ่ายแพ้ นอนสลบไศลไม่ได้สติ ข้อมือทั้งสองข้างของเธอยังคงถูกพันธนาการไว้กับลูกกรงเหล็กของหัวเตียงด้วยกุญแจมือยุทธวิธีที่ผู้พันวุฒิล็อกเอาไว้อย่างแน่นหนา ผิวขาวเนียนที่เคยเต็มไปด้วยเสน่ห์ยั่วยวน บัดนี้ซีดเผือดและเต็มไปด้วยรอยแดงช้ำจากการถูกปราบพยศอย่างรุนแรง
จู่ๆ บรรยากาศภายในห้องนอนก็แปรปรวนอย่างฉับพลัน อุณหภูมิที่เคชอบอ้าวลดฮวบลงต่ำกว่าจุดเยือกแข็งในเวลาเพียงไม่กี่วินาทีจนรู้สึกหนาวสะท้าน หยดน้ำค้างเกาะตัวและกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งเกาะอยู่บนกระจกหน้าต่างบานใหญ่ที่แตกร้าว เสียงลมหวีดหวิวเบาๆ คล้ายเสียงสะอื้นและเสียงกรีดร้องที่ถูกบีบรัดคอของหญิงสาวนับร้อยคน ดังแว่วประสานกันมาจากมุมมืดของเพดานห้อง
*ฟี้... ฟี้...*
จากปากและจมูกของรัชชาที่กำลังหายใจรวยริน ปรากฏกลุ่มควันสีม่วงเข้มข้นลอยพวยพุ่งออกมาอย่างช้าๆ มันไม่ใช่ควันไฟจากการระเบิดของเซิร์ฟเวอร์ และไม่ใช่ละอองฟีโรโมนสังเคราะห์ แต่มันคือกลุ่มก้อนพลังงานด้านมืดบางอย่างที่ดูมีชีวิต!
ควันสีม่วงนั้นขดตัวและหมุนวนอยู่เหนือร่างที่ไร้สติของรัชชา มันค่อยๆ ดูดซับกลิ่นคาวโลกีย์ กลิ่นความใคร่ และเศษซากของตัณหาราคะที่ตกค้างและฝังรากลึกอยู่ในห้องนี้มารวมกัน ควันเริ่มหนาแน่นขึ้น ทวีความมืดมิด และเปลี่ยนรูปร่างไปมาอย่างน่าขนลุกราวกับกำลังดิ้นรนเพื่อก่อร่างสร้างตัว
ในที่สุด ท่ามกลางแสงจันทร์สีเงินที่สาดส่องลอดผ่านรอยแตกของหน้าต่างเข้ามา กลุ่มควันสีม่วงก็รวมตัวกันจนกลายเป็นร่างเงาโปร่งแสงขนาดใหญ่ของหญิงสาวนางหนึ่ง...
เธอคือ 'ธิดามารราคะ' (Demon Daughter of Lust) จิตวิญญาณแห่งตัณหา กามารมณ์ และความวิปริตที่เก่าแก่ที่สุด ซึ่งสิงสู่และบงการจิตใต้สำนึกของรัชชามาตลอด! แอปพลิเคชัน LUST Note และเครื่องส่งคลื่นอินฟราซาวด์อันล้ำสมัย เป็นเพียงแค่เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็น 'พาหนะ' และ 'สะพาน' ให้วิญญาณร้ายตนนี้สามารถแทรกซึมเข้าสู่จิตใจอันเปราะบางของมนุษย์ในยุคดิจิทัลได้ง่ายขึ้นและเป็นวงกว้างขึ้นเท่านั้น
ใบหน้าของธิดามารราคะนั้นงดงามหยดย้อยจนแทบทำให้ผู้ที่จ้องมองหยุดหายใจ ดวงตากลมโต จมูกโด่งรั้น และริมฝีปากอวบอิ่ม ทว่ามันเป็นความงามที่บิดเบี้ยว แฝงไปด้วยความวิปริตและสยดสยองอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ ดวงตาของเธอไม่มีตาขาว มีเพียงความดำสนิทที่สะท้อนถึงความมืดมิดและก้นบึ้งของห้วงนรกอเวจี ผิวพรรณของเธอซีดเซียวราวกับศพที่ถูกแช่แข็ง ร่างกายที่โปร่งแสงถูกพันธนาการด้วยเศษผ้าบางเบาที่ถักทอขึ้นจากเงามืดและเสียงครางแห่งความทรมาน เผยให้เห็นสัดส่วนโค้งเว้าที่เย้ายวนแต่น่าสะพรึงกลัวจนชวนให้คลื่นไส้
"อ๊าาา..." วิญญาณปีศาจสาวเปล่งเสียงครางต่ำๆ ออกมาจากลำคอ มันเป็นเสียงที่ไม่ได้กระตุ้นอารมณ์ทางเพศ แต่มันเต็มไปด้วยความหิวโหย อาฆาตมาดร้าย และความเคียดแค้นที่ถูกกักขังมาเนิ่นนาน
ธิดามารราคะก้มมองร่างเนื้อของรัชชาที่นอนสลบไศลอยู่บนเตียงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยามและขยะแขยง ร่างกายพาหนะนี้บอบช้ำและจิตใจแหลกสลายเกินกว่าที่เธอจะสิงสู่และใช้งานเพื่อสูบพลังชีวิตได้อีกต่อไป ความเย่อหยิ่งและอีโก้ของรัชชาถูกผู้พันวุฒิบดขยี้ทำลายจนไม่เหลือชิ้นดี
"พาหนะที่อ่อนแอและไร้ค่า... จิตใจมนุษย์ที่เปราะบางและแตกสลายง่ายดายเพียงนี้... ไม่อาจรองรับพลังอำนาจที่แท้จริงของข้าได้อีกต่อไป..." เสียงของธิดามารดังก้องกังวานในโสตประสาท มันไม่ใช่เสียงที่ได้ยินด้วยหู แต่เป็นเสียงคลื่นความถี่ต่ำที่ดังสะท้อนขึ้นในจิตใต้สำนึก "นังมนุษย์โง่เขลา... เจ้าหมดประโยชน์แล้ว"
วิญญาณร้ายลอยละล่องไปรอบๆ ห้องอย่างเกรี้ยวกราด มันพยายามจะแผ่ขยายรัศมีเพื่อหาร่างเนื้อใหม่ที่เหมาะสมในการสิงสู่ มันได้กลิ่นอายความกลัวและความสับสนของบรรดาตำรวจหน่วยสวาท และกลิ่นอายความอ่อนแอของเหยื่อโล่มนุษย์ที่อยู่ข้างล่าง แต่ไม่มีจิตใจของมนุษย์คนใดในบริเวณนั้นเลยที่โดดเด่น ทรงพลัง และมีศักยภาพพอที่จะดึงดูดความสนใจของมันได้
จนกระทั่ง...
สัมผัสอันแหลมคมดุจใบมีดของปีศาจราคะ รับรู้ได้ถึงคลื่นพลังงานทางจิตที่สว่างไสว แข็งแกร่ง และบริสุทธิ์อย่างประหลาด มันเป็นคลื่นจิตของผู้หญิงคนหนึ่งที่ลอยแว่วมาจากที่ไกลๆ ท่ามกลางความมืดมิด ทว่ามันกลับส่องสว่างและทรงอานุภาพเหลือเกิน
มันคือคลื่นจิตของ ดร.น้ำฟ้า จิตแพทย์สาวผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาและการสะกดจิต!
ดร.น้ำฟ้าผู้มีจิตใจที่เข้มแข็งพอจะต้านทานความหวาดกลัว มีปัญญาที่เฉียบแหลมพอจะสร้าง 'สมอจิตใจ' เพื่อช่วยเหลือผู้พันวุฒิให้รอดพ้นจากภาพหลอน และที่สำคัญที่สุด... ในก้นบึ้งของหัวใจอันบริสุทธิ์นั้น เธอมีความปรารถนาอันลึกซึ้งและความรักที่ซ่อนเร้นอยู่อย่างเปี่ยมล้น ซึ่งความรักและความปรารถนาอันแรงกล้านี้แหละ คืออาหารชั้นเลิศที่ธิดามารราคะโปรดปรานที่สุด!
"ช่างเป็นจิตใจที่งดงาม... แข็งแกร่งดุจเพชร... และหอมหวานเหลือเกิน..." ธิดามารราคะแสยะยิ้มกว้างจนมุมปากฉีกไปถึงใบหู รอยยิ้มนั้นบิดเบี้ยวและสยดสยองจนขนหัวลุก "นี่สิ... พาหนะชิ้นใหม่ที่คู่ควรกับข้า... ราชินีองค์ใหม่แห่งอาณาจักรราคะ... ข้าเจอตัวเจ้าแล้ว!"
ดวงตาสีดำสนิทที่ไร้แววตาของปีศาจสาวจ้องเขม็งทะลุกำแพงหนาของวิลล่า มุ่งตรงไปยังรถตู้โมบายล์ส่งสัญญาณดาวเทียมที่จอดพรางตัวอยู่บริเวณลานน้ำพุด้านนอก
ขณะเดียวกัน บนรถโมบายล์ที่อัดแน่นไปด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ดร.น้ำฟ้าที่เพิ่งจะถอนหายใจด้วยความโล่งอกและกำลังช่วยรินเก็บกู้ข้อมูลสำคัญจากฮาร์ดดิสก์ จู่ๆ ก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบอย่างรุนแรง
อุณหภูมิรอบตัวเธอลดต่ำลงอย่างน่าประหลาด เธอขนลุกซู่ไปทั้งตัวราวกับมีสายลมเย็นเฉียบจากขั้วโลกพัดผ่านหลังคอและซอกซอนเข้าไปถึงกระดูก หัวใจของเธอที่เพิ่งจะเต้นเป็นปกติ กลับมากระตุกและเต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรง ลางสังหรณ์อันตรายระดับสูงสุดร้องเตือนในสัญชาตญาณ
"หมอครับ? เป็นอะไรหรือเปล่าครับ จู่ๆ ก็หน้าซีดๆ เหงื่อแตกเต็มหน้าผากเลย" รินละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ ทักขึ้นด้วยความห่วงใยเมื่อเห็นท่าทีผิดปกติและอาการตัวสั่นของดร.น้ำฟ้า
"ไม่มีอะไรหรอกริน... แค่... แค่รู้สึกหนาวๆ นิดหน่อย สงสัยแอร์บนรถจะเย็นเกินไป..." น้ำฟ้าตอบปัดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ พยายามยกแขนทั้งสองข้างขึ้นกอดอกและลูบต้นแขนตัวเองเพื่อบรรเทาความหนาวสั่น แต่มันไม่ได้ช่วยอะไรเลย ความรู้สึกถูกคุกคามด้วย 'สายตาอำมหิต' ที่มองไม่เห็นกำลังจดจ้องและดึงดูดเธออย่างรุนแรง ความอึดอัดนี้ทำให้เธอแทบจะหายใจไม่ออก
กลับมาที่ห้องนอนชั้นสองของวิลล่า ธิดามารราคะรวบรวมพลังงานด้านมืดทั้งหมดของมันเข้าด้วยกัน กลุ่มควันวิญญาณสีม่วงเข้มข้นหมุนวนและขยายตัวอย่างเกรี้ยวกราดราวกับพายุทอร์นาโดขนาดย่อมที่พร้อมจะทำลายล้างทุกสิ่ง
"กรรร! กรี๊ดดดดดดดดดดดด!!!"
วิญญาณปีศาจสาวแผดเสียงกรีดร้องแหลมสูงจนแสบแก้วหู มันเป็นเสียงกู่ร้องแห่งความหิวโหย ความเคียดแค้น และการประกาศเริ่มต้นการไล่ล่าครั้งใหม่!
ร่างเงาสีม่วงของธิดามารพุ่งทะยานทะลุบานหน้าต่างกระจกของวิลล่าออกไปอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ เศษกระจกที่แตกร้าวอยู่แล้วแตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยร่วงหล่นลงสู่เบื้องล่างดุจห่าฝน
กลุ่มควันวิญญาณร้ายพุ่งแหวกลอยข้ามสวนและลานน้ำพุ ผ่านเหนือศีรษะของบรรดาเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยสวาท และผ่านข้ามร่างของผู้พันวุฒิที่กำลังยืนสั่งการอยู่เบื้องล่าง โดยที่ไม่มีสายตาของมนุษย์คนใดมองเห็นหรือสัมผัสได้ถึงการมีอยู่ของมัน มีเพียงลมกรรโชกแรงที่พัดวูบผ่านไปจนทำให้ทุกคนต้องยกมือขึ้นบังหน้าและรู้สึกหนาวสั่นชั่วขณะเท่านั้น
เป้าหมายของมันชัดเจนและแน่วแน่... มันพุ่งตรงดิ่งฝ่าความมืด ไปยังรถตู้โมบายล์ที่ดร.น้ำฟ้านั่งอยู่อย่างรวดเร็วและไม่ลดละ!
การกวาดล้างเทคโนโลยีสะกดจิตและชัยชนะของผู้พันวุฒิในคืนนี้ อาจจะเป็นเพียงแค่การทุบทำลายกรงขัง และเปิดประตูมิติให้ปีศาจที่แท้จริงหลุดรอดออกมาสู่โลกภายนอกอย่างอิสระ ภัยคุกคามครั้งใหม่ที่ไม่ได้มาจากโค้ดคอมพิวเตอร์ แต่มาจากโลกแห่งจิตวิญญาณและความลี้ลับอันน่าสะพรึงกลัวเกินกว่าวิทยาศาสตร์จะอธิบายได้ กำลังจะเริ่มต้นขึ้น... และเป้าหมายแรกในการครอบงำของมัน ก็คือผู้หญิงที่ผู้พันวุฒิรักและห่วงใยที่สุด! เกมการไล่ล่าเหนือธรรมชาติเพิ่งจะเปิดฉาก!