กรงเล็บไป๋เหวินโจวพยายามเจาะทะลวงกำแพงอากาศที่มองไม่เห็นของซูเฟินเฉิน อากาศบริเวณโดยรอบสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ขณะเดียวกันไป๋เหวินโจวรู้สึกอากาศรอบข้างบีบอัดเข้ามาทำเอาอวัยวะภายในเขาปั่นป่วน คล้ายกำลังถูกบดจนละเอียด
ทั่วทั้งกายไป๋เหวินโจวเปล่งแสงสีขาวประกายเจิดจ้าดุจดวงตะวัน ลมปราณเอกอนันต์ถูกเร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง พลังของมันกำลังคุ้มกันอวัยวะภายในของไป๋เหวินโจวไว้
แต่พลังสลายดาราขั้นสุดยอดรุนแรงถึงเพียงไหน ปราชญ์มารบริสุทธิ์รู้สึกเจ็บปวดจนเหงื่อไหลโซมกาย มันเร่งลมปราณเอกอนันต์ขึ้นอีกจนสุดที่ร่างกายจะรับไหว กรงเล็บมันเปล่งแสงสีขาวค่อยๆ เจาะทะลวงเข้าไปในกำแพงอากาศแล้ว
ซูเฟินเฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย หากกรงเล็บไป๋เหวินโจวสัมผัสถูกหน้าอกนาง คงเจาะลวงเข้าไปถึงหัวใจแน่
ได้ยินเสียงกรีดร้องของเหล่าสาวกวังนิรมล ร่างกายพวกนางซึ่งลอยอยู่กลางอากาศรู้สึกเจ็บปวดเช่นกัน หลายคนเริ่มทนไม่ไหวถึงกับหมดสติกลางอากาศ
หนึ่งจอมมารหนึ่งราชินีเขาคุนหลุนต่อสู้กัน พลังของทั้งสองใกล้เคียงกันยิ่ง ยามกะทันหันยากพิสูจน์ผลแพ้ชนะ พลังของทั้งสองต่างเร่งขึ้นถึงขีดสุด ไม่สามารถรั้งถอยแต่กลางคันได้
ซูโหยวเสวียนเห็นว่าหากเป็นเช่นนี้คงมิได้การ ศิษย์วังนิรมลหลายสิบคนอาจต้องล้มตายก่อนที่ทั้งสองจะพิสูจน์ผลแพ้ชนะ ไม่แน่มารดานางหรือคนแซ่ไป๋ที่นางคะนึงหาอาจบาดเจ็บสาหัสถึงแก่ชีวิตด้วย ยามร้อนรุ่มใจ นางจึงสะกิดเท้าคราหนึ่งทะยานกายอย่างรวดเร็ว เข้าสู่วงต่อสู้
เทพธิดาแห่งเขาคุนหลุนเข้าใกล้ไป๋เหวินโจวและมารดานาง รู้สึกอึดอัดร่างกายแทบแหลกสลาย เจ็บปวดจนสั่นสะท้าน นางตวาดก้องใช้ยอดวิชาสลายดารา สลายพลังลมปราณเอกอนันต์และยอดวิชาสลายดารา
ยอดวิชาสลายดาราของซูโหยวเสวียนยังเป็นรองมารดานาง แต่พลังสลายดารานางก็ฝึกถึงขั้นสูงล้ำ พลังของไป๋เหวินโจวและมารดานางค่อยๆ สลายไป แต่ก็ไม่เพียงพอจะทำให้พลังทั้งหมดหายไป
ซูเฟินเฉินเห็นว่าหากเป็นเช่นนี้บุตรีนางอาจต้องตายก่อนแน่ นางมิทราบควรทำประการใด หากนางรั้งพลังกลับตอนนี้ก็จะถูกกงเล็บไป๋เหวินโจวทะลวงผ่านกำแพงอากาศจู่โจมเข้าหัวใจ
ส่วนลมปราณเอกอนันต์ของไป๋เหวินโจวก็เพิ่มขึ้นไม่หยุดยั้งตามธรรมชาติของวิชา หากรั้งพลังกลับกะทันหัน ร่างกายมันจะได้รับบาดเจ็บสาหัสทันที หน้ำซ้ำอาจถูกพลังสลายดาราที่กำลังจู่โจมมากระแทกอวัยวะภายในจนเสียชีวิต
ทั้งสามต่อสู้กันจนก่อเกิดเป็นกระแสพลังมหาศาลกระจายออกไป สตรีวังนิรมลหลายคนที่ลอยอยู่เริ่มมีเลือดไหลออกจากมุมปาก มีเพียงถงชิงนางเดียวที่มีฝีมือสูงส่งกว่าผู้อื่น พอจะใช้ลมปราณคุ้มกันกายได้ แต่ก็เจ็บปวดอย่างยิ่ง
ไป๋เหวินโจวพลันยื่นกงเล็บมือซ้ายอีกกงเล็บทะลวงใส่กำแพงอากาศพร้อมเร่งลมปราณเอกอนันต์ขึ้นอีก กำแพงลมปราณของซูเฟินเฉินเกิดเสียงสนั่นดังเปรี๊ยะ แสดงว่ากำแพงกำลังจะแตกออกแล้ว!
เมื่อไป๋เหวินโจวโจมตีสุดกำลังเช่นนี้ พลังลมปราณคุ้มกันกายในร่างก็ลดลง อวัยวะภายในค่อยๆ หดตัวคล้ายถูกมือที่มองไม่เห็นบีบจนเริ่มแตก
ไป๋เหวินโจวตวาดก้อง มันใช้มือขวาซึ่งกำลังทะลวงกำแพงอากาศ คว้าจับใส่ข้อมือซูโหยวเสวียนทันที!
ซูโหยวเสวียนรู้สึกลมปราณที่ร่างไป๋เหวินโจวถ่ายทอดมาที่นางอย่างรวดเร็ว พลังสลายดาราของนางเพิ่มขึ้นไม่หยุดยั้ง
ที่แท้ไป๋เหวินโจวใช้กรงเล็บซ้ายยันกำแพงอากาศของซูเฟินเฉินไว้ ส่วนมือขวามันคว้าจับมือซูโหยวเสวียนเพื่อถ่ายทอดพลัง มันเห็นว่าซูโหยวเสวียนมีวิชาสลายดาราซึ่งสลายลมปราณผู้อื่นได้ มีแต่วิชาสลายดาราเท่านั้นจึงจะคลี่คลายการต่อสู้ครั้งนี้
เมื่อซูโหยวเสวียนได้รับลมปราณเอกอนันต์ซึ่งมีพลังไร้ที่สิ้นสุดแล้ว วิชาสลายดาราของนางก็ขึ้นสู่ขั้นสูงสุดเช่นกัน!
พลังสลายดาราของซูโหยวเสวียนค่อยๆ สลายกำแพงอากาศที่บีบอัดไป๋เหวินโจวให้คลายไป ส่วนพลังกรงเล็บของไป๋เหวินโจวก็ค่อยๆ อ่อนโทรมลงเพราะมันกำลังถ่ายทอดลมปราณให้ผู้อื่น
ร่างสตรีวังนิรมลต่างทยอยตกลงกระแทกพื้น มีเพียงถงชิงเท่านั้นที่พอจะยืนได้ แต่ร่างนางก็ส่ายโงนเงนไปมา
ถงชิงเห็นคนทั้งสามกำลังต่อสู้กัน ในใจลอบเป็นห่วง แต่ทันใดนั้นนางก็ใจหายวาบรีบร้อง
“ระวัง!”
บุรุษผู้หนึ่งอยู่กลางอากาศเหนือศีรษะคนทั้งสาม มันแทงกระบี่อย่างรวดเร็ว กระบี่เป็นประกายสีเหลืองเจิดจ้านับร้อยสายพุ่งลงมาประหนึ่งดาวตกจากฟากฟ้า
เพลงกระบี่พายุดาวตก สุดยอดวิชากระบี่สำนักคุนหลุน!
เหลียงจื่อเจ้าสำนักคุนหลุนตวาดเสียงดัง พร้อมใช้ท่าไม้ตายในเพลงกระบี่พายุดาวตก นามอุกกาบาตทลายภพ
สามยอดฝีมือกำลังประลองพลังภายในกันต่างร้องคราหนึ่ง พลังภายในของทั้งสามก็กระแทกกันเองจนร่างทั้งสามลอยถอยไปคนละทิศ แต่พลังกระบี่พายุดาวตกครอบคลุมบริเวณกว้าง แสงสีเหลืองนับร้อยพุ่งลงมาจากฟากฟ้า ไป๋เหวินโจวรีบใช้ท่าเท้าเก้าปราสาทแปดทิศหลบเลี่ยง
ซูโหยวเสวียนรีบโบกแขนเสื้อปัดป่ายพลัง แต่นางเพิ่งเหน็ดเหนื่อยจากการใช้พลังสลายดาราขั้นสุดยอดซึ่งเกินขีดจำกัดร่างกายนาง ทันใดแสงกระบี่พายุดาวตกก็กระแทกใส่ร่างนางสองสามแห่งจนล้มลง ไป๋เหวินโจวเห็นเช่นนั้นก็พุ่งร่างมาดุจกระต่ายเปรียวรับร่างนางไว้
แสงกระบี่ดาวตกหลายสิบแสงยังโจมตีใส่ซูเฟินเฉินด้วย ประมุขวังนิรมลโบกแขนเสื้อคราหนึ่งแสงเหล่านั้นก็สลายหายไปราวกับไม่เคยมีมาก่อน
เหลียงจื่อแทงกระบี่จากฟากฟ้าพุ่งตรงลงมายังซูเฟินเฉิน สภาวะกระบี่เกรี้ยวกราดอย่างยิ่ง ขณะที่กระบี่จะกระทบถูกกายซูเฟินเฉิน นางประกบสองมือห่างๆ ที่อกใช้วิชาลายดารารับกระบี่เหลียงจื่อไว้
เหลียงจื่อร่างกายสั่นสะท้านกระบี่มันค่อยๆ ม้วนบิดเป็นเกลียว พลังลมปราณสลายดารากำลังสลายพลังภายในมันทั้งหมด!
ทันใดนั้นซูเฟินเฉินรีบผลักสองมือออก ทั้งร่างและกระบี่ของเหลียงจื่อก็ลอยปลิวไป นางรั้งพลังกลับกะทันหัน ตวัดฝ่ามือกลับหลังไปรับมือกับคนอีกผู้หนึ่งไว้
โครม!!
เสียงดังกัมปนาทสะท้านกึกก้องฟ้า ร่างซูเฟินเฉินถอยกายไปสามก้าว แต่ละก้าวล้วนเหยียดย่ำพื้นจนปริแตก คนผู้หนึ่งซึ่งยืนอยู่ด้านหลังนางกลับยืนนิ่งสงบ
ประมุขวังเทพธรณิน หลี่กวนหยาง!
หลี่กวนหยางยิ้มเล็กน้อย มันกล่าวว่า
“ข้าบอกแล้วว่าเราจะได้พบกัน พวกเจ้าไม่ควรตั้งตนเป็นศัตรูกับข้า”
ซูเฟินเฉินเลือดไหลซึมมุมปากตอบไม่ออก ตอนนี้เลือดลมภายในนางปั่นป่วน ได้รับบาดเจ็บสาหัสไม่น้อย
นางเหลือบไปมองบุตรีก็พบว่าไป๋เหวินโจวกำลังโอบอุ้มบุตรีนางไว้ ปราชญ์มารบริสุทธิ์ยืนจ้องหลี่กวนหยางอย่างเย็นชา
ไม่นานก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังขึ้น คนหลายร้อยคน ทั้งศิษย์สำนักคุนหลุน ทั้งคนของตำหนักเทพธรณินรวมกว่าสามสี่ร้อยคนต่างถืออาวุธครบมือ วิ่งมารายล้อมลานกว้างไว้
ถงชิงรีบเป่านิ้วมือเป็นสัญญาณระดมกำลังเช่นกัน ศิษย์วังนิรมลนับร้อยต่างมารวมตัว แต่ก็มีไม่น้อยที่บาดเจ็บเพราะการต่อสู้ของไป๋เหวินโจวและซูเฟินเฉิน สภาพทุลักทุเลยิ่ง
หลี่กวนหยางกระแทกฝ่ามือออกอีกครา ซูเฟินเฉินรีบถอยกายไป แต่ลมปราณคุมจักรวาลแผ่ขยายออก ร่างนางหยุดนิ่งกะทันหันราวกับถูกตะปูตอกตรึงไว้ ได้ยินเสียงโครมหนักๆ หลี่กวนหยางฟาดฝ่ามือใส่หน้าอกนางอย่างถนัดถนี่
ซูเฟินเฉินกระอักโลหิตออกมาอีกคำหนึ่ง แต่ร่างยังยืนอย่างมั่นคง ซูโหยวเสวียนซึ่งอยู่ในอ้อมอกไป๋เหวินโจวรีบร้อง
“พระมารดา!”
หลี่กวนหยางกล่าวเสียงเย็นชากับซูเฟินเฉิน
“ยอดเยี่ยม หากเป็นคนธรรมดาคงอวัยวะภายในแหลกสลายตายไปแล้ว”
ซูโหยวเสวียนรีบพุ่งกายไปหาหลี่กวนหยาง แต่ทันใดก็มีลูกเหล็กกลมๆ สามลูกซัดมา ลูกเหล็กยิงเข็มพิษออกรอบด้าน ซูโหยวเสวียนใจหายวาบรีบโบกแขนเสื้อปัดป้อง
เข็มพิษนับร้อยมิอาจปัดป้องได้โดยง่าย ไป๋เหวินโจวพุ่งกายเข้ามาช่วยเหลือกระแทกฝ่ามือลมใส่เข็มพิษเหล่านั้นจนปลิวกระเด็น
เซียนหนวดมังกรถือไม้เท้าหัวมังกรเดินมาถึง มันลูบหนวดหัวร่ออย่างพอใจ
ชั่วพริบตาเดียวกันก็มีทวนเล่มหนึ่งพร้อมบุรุษผู้หนึ่งพุ่งเข้ามาขวางด้านหน้าพวกไป๋เหวินโจวไว้ บุรุษชุดดำโพกผ้าสีแดง ใบหน้าคมแต่เย็นชากล่าวขึ้น
“ขออภัย พวกท่านยังเข้าไปไม่ได้”
เทพจักรวาลหลี่หย่ง บุตรชายของหลี่กวนหยาง
ซูโหยวเสวียนตวาดถาม
“พวกเจ้าต้องการอะไร?”
หลี่หย่งไม่ตอบ แต่หลี่กวนหยางเอ่ยขึ้นแทน
“วังนิรมลตั้งตนเป็นศัตรูกับข้า ขัดขวางข้าจับตัวเจียงเยี่ยน ไป๋เหวินโจว เจ้าฆ่าคนของตำหนักข้าไปไม่น้อย เรื่องราวทั้งหมดสะสางในที่นี่เถอะ”
หลี่กวนหยางหันไปมองซูเฟินเฉิน
“เฟินเฉิน หากเจ้ายอมมอบตัวเจียงเยี่ยน พวกเราจะกลับ”
ซูเฟินเฉินได้รับบาดเจ็บสาหัสจึงไม่ตอบคำ ซูโหยวเสวียนรีบกล่าว
“มันไม่ได้อยู่ที่นี่ มันลงจากเขาไปแล้ว”
หลี่กวนหยางส่ายหน้าช้าๆ
“ข้าให้คนของสำนักคุนหลุนจับตาดูพวกเจ้าไว้ ยี่สิบหกวันมานี้ไม่มีผู้ใดลงจากเขาแม้แต่คนเดียว เมื่อข้าเห็นไป๋เหวินโจวขึ้นเขามา จึงยกกำลังขึ้นมาตาม นึกไม่ถึงจะจัดการพวกเจ้าได้ในคราเดียว”
ซูโหยวเสวียนลอบตำหนิตนประมาทไป ไม่ยอมส่งคนลงไปสำรวจเชิงเขาตั้งแต่แรก เพราะปกตินางสองแม่ลูกอยู่บนเขาเทวีก็ไม่มีใครในคุนหลุนกล้าตอแยอยู่แล้ว
การที่ไป๋เหวินโจวต่อสู้กับค่ายกลท่องดาราและซูเฟินเฉิน ทำให้การป้องกันของเขาเทวีอ่อนโทรมลง ยี่สิบหกวันมานี้หลี่กวนหยางสั่งระดมพลของตนและคุนหลุนเพื่อเตรียมบุกเขาเทวีแต่แรก เมื่อสบโอกาสที่เขาเทวีมีการต่อสู้จึงนำกำลังบุกทันที
เหลียงจื่อ เฒ่าหนวดมังกร เดินไปหาหลี่กวนหยางและคารวะ หลี่กวนหยางยืนนิ่งมีลักษณะของจักรพรรดิเจ้าชีวิต มันกล่าวว่า
“หากเจียงเยี่ยนไม่ปรากฏตัว ข้าจะสังหารคนของวังนิรมลทั้งหมด”
ในบรรดาศัตรูหลี่กวนหยางทั้งหมด มีเพียงไป๋เหวินโจวผู้เดียวมิได้รับบาดเจ็บ แต่ก็สูญเสียกำลังภายในไม่น้อย สถานการณ์บนเขาเทวีวิกฤติถึงขีดสุด!
------- จบตอน --------ไป๋เหวินโจวจะแก้สถานการณ์อย่างไร เจียงเยี่ยนจะฝึกวิชาสำเร็จไหม โปรดติดตามคร้าบ