ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล]

    บทที่ 118 พี่ชายมาแล้ว เด็กปีศาจโตเต็มวัย

    เม่าจิ้งพูดจบผมก็พยักหน้ารับ

            ในขณะเดียวกันเด็กปีศาจที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดโปนกำลังจ้องมาที่ผมด้วยแววตาดุดันก่อนจะพูดออกมาเสียงต่ำ

            “คืน...น้องชายของฉันมา...”

            พร้อมกับคำพูดนั้น กรงเล็บของมันข่วนลงบนพื้น

            “ครืดดดด!”

            เสียงเสียดสีกับหินดังขึ้น เปลวไฟสีเขียวลุกพรึ่บบนพื้นพลันปรากฏรอยข่วนลึกห้าเส้น

            ผมรู้ดีว่าการเผชิญหน้ากับพวกสิ่งสกปรกแบบนี้ไม่ควรแสดงความหวาดกลัว

            ดังนั้นผมจึงตอบกลับไปทันที “คืนแม่มุงดิ!อีกเดี๋ยวจะส่งแกตามไปอยู่ด้วยเอง!”

            เด็กปีศาจตัวนั้นตัวสั่นสะท้านทันที มันก้มศีรษะลง ส่งเสียงคร่ำครวญต่ำๆ “อื๊อๆ...”

            เส้นเลือดสีคล้ำทั่วร่างของมันเต้นตุบๆราวกับมีของเหลวบางอย่างกำลังไหลเวียน

            โดยเฉพาะก้อนเนื้อสีเขียวที่หน้าผาก มันเริ่มหมุนช้าๆ และปล่อยไอสีเขียวออกมา ทำให้มันดูน่ากลัวและโหดเหี้ยมกว่าเดิม

            เม่าจิ้งเหลือบมองผมแวบหนึ่ง ไม่คิดว่าผมจะกล้าปะทะกับเด็กปีศาจตัวนี้แบบไม่หวั่นเกรงแถมยังตอบโต้ด้วยท่าทีแข็งกร้าวและเฉียบขาด

            หลังจากคำรามอยู่ครู่หนึ่ง มันก็เลิกจับตาดูพวกเรา จากนั้นก็กระโดดพุ่งตรงเข้าหาผมพร้อมคำราม “ฉันจะกินแก!!”

            เสียงของมันแหบพร่า ฟังแทบไม่ออก แต่พลังอาฆาตของมันแผ่กระจายออกมาเป็นวงกว้าง

            ผมกระชับแส้กระดูกงูแน่น ก่อนจะสะบัดออกไปอย่างแรง

            “เพียะ!”

            แส้ฟาดเข้าที่ร่างของมันอย่างจัง ผิวหนังของมันปริออก เผยให้เห็นเนื้อในที่ขยับไหว

            ร่างของมันเสียสมดุล ล้มกระแทกพื้นด้านข้างอย่างแรง

            แต่ถึงอย่างนั้น มันกลับไม่ร้องโอดครวญมีเพียงสายตาอาฆาตที่จ้องผมกลับมา

            ผมไม่รอให้มันตั้งหลัก ฟาดแส้ออกไปอีกครั้ง

            “เพียะ!!”

            คราวนี้มันหลบพ้น แต่ไม่ทันที่มันจะโจมตีกลับเม่าจิ้งก็พุ่งเข้ามาประชิด

            ตาข่ายสะกดวิญญาณถูกขว้างลงมา

            ตาข่ายปกคลุมร่างของมันอย่างแม่นยำ

            จากนั้นเม่าจิ้งก็ผสานมุทราพลางตะโกนเสียงดัง “ผนึก!”

            ทันใดนั้นตาข่ายสะกดวิญญาณเริ่มหดตัวอย่างรวดเร็ว

            เด็กปีศาจกรีดร้องลั่น ดิ้นพล่านไปมา

            เสียง “เปรี๊ยะๆๆ!”ดังขึ้นจากภายในตาข่ายราวกับมีพลังงานไฟฟ้าวิ่งผ่าน

            มันถูกจับไว้ได้เร็วกว่าที่คาดนั่นหมายความว่ามันไม่ได้แข็งแกร่งเท่าที่คิด!

            แต่ผมยังรู้สึกไม่ไว้ใจ

            มันเป็นเด็กปีศาจที่วิวัฒนาการมาจากทารกวิญญาณพลังของมันจึงอันตรายเกินกว่าที่จะประมาทได้

            หากเกิดข้อผิดพลาด ผมหรือเม่าจิ้งอาจเป็นฝ่ายได้รับบาดเจ็บ

            ดังนั้น ผมตัดสินใจเข้าไปซ้ำเติมเพื่อปลิดชีพมันให้แน่ใจ

            ผมยกกระบี่กระดูกปลาขึ้น เตรียมสังหารมันให้สิ้นซาก

            แต่สิ่งที่เกิดขึ้นถัดมาเกินกว่าที่ผมคาดคิด

            แม้จะถูกตาข่ายสะกดวิญญาณพันธนาการไว้ แต่มันกลับคำรามเสียงดังลั่น

            “โฮกกกก!!”

            เสียงของมันก้องสะท้อนไปทั่วบริเวณลมพายุอันเย็นยะเยือกโหมกระหน่ำตามมา

            ดวงตาที่สามของมันที่อยู่บนหน้าผากพลันเปล่งแสงสีเขียวสว่างวาบ

            และในพริบตานั้นร่างกายของมันเริ่มขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับเดอะ ฮัคที่กำลังกลายร่าง

            กล้ามเนื้อของมันปูดโปนขึ้นเป็นชั้นๆทำให้รูปร่างใหญ่ขึ้นกว่าก่อนหน้าหลายเท่า

            ตาข่ายสะกดวิญญาณไม่อาจทานพลังมหาศาลนั้นได้ เสียง “เปรี๊ยะๆๆๆ!”ดังขึ้นเป็นชุด ก่อนที่ตาข่ายจะเริ่มขาดวิ่น

            เม่าจิ้งเบิกตากว้าง รีบเปลี่ยนมุทราเพื่อกดข่มมันไว้

            ในขณะเดียวกันผมก็ตกตะลึงไปชั่วขณะก่อนจะเร่งฝีเท้าพุ่งเข้าไปหมายจะสังหารก่อนที่มันจะเป็นอิสระ

            แต่...ผมช้าไปเพียงเสี้ยววินาที

            ในจังหวะที่กระบี่กระดูกปลาของผมพุ่งออกไป เด็กปีศาจก็สะบัดตัวหลุดจากพันธนาการสำเร็จ

            กรงเล็บของมันกวาดออกมาปะทะกับผมโดยตรง

            ผมรู้สึกถึงแรงลมมหาศาลกระแทกเข้าที่ตัวก่อนที่ทั้งผมและกระบี่จะถูกซัดปลิวกระเด็น

            “ตุ้บ!”

            ผมกระแทกพื้นแล้วกลิ้งไปหลายตลบ

            ขณะเดียวกันตาข่ายสะกดวิญญาณที่พันรอบตัวมันก็ถูกแรงมหาศาลฉีกขาดทั้งหมด

            พายุอาฆาตรุนแรงปะทะเข้าหาพวกเราทั้งสองราวกับคลื่นยักษ์ ทำให้ผมและเม่าจิ้งต้องถอยร่นไปด้านหลังโดยไม่อาจต้านทานได้

            “โคตรแข็งแกร่ง...”เราทั้งคู่จ้องมองภาพตรงหน้าด้วยสีหน้าตึงเครียด

            ยังไม่จบเพียงแค่นั้น

            หลังจากสลัดตาข่ายออกได้ มันก็หันมาจ้องผมอีกครั้ง

            แต่คราวนี้ร่างของมันไม่ใช่เด็กอีกต่อไป มันมีรูปร่างเฉกเช่นผู้ใหญ่เต็มตัวและไม่คลานอีกแล้ว

            มันเริ่มก้าวเดินด้วยสองขา เงื้อกรงเล็บขึ้นสูงแล้วกระโจนเข้าหาผมทันที

            ผมรีบยกกระบี่ขึ้นป้องกัน

            “ติ๊ง!!”

            แรงปะทะมหาศาลราวกับภูเขากดทับทำให้ผมต้องงอตัวลงไปกับพื้น

            เม่าจิ้งเห็นสถานการณ์ไม่ดี รีบพุ่งแทงกระบี่ไม้ท้อเข้าใส่มันจากด้านหลัง

            มันละทิ้งการโจมตีผม แล้วหันกลับไปฟาดกรงเล็บสวนเม่าจิ้งแทน

            “ปึงๆ!”

            เม่าจิ้งรับแรงโจมตีไปเต็มๆ กระบี่ไม้ท้อแทบจะหลุดจากมือ

            พลังของมันเหนือชั้นกว่าพวกเรามากอย่างเห็นได้ชัด

            เม่าจิ้งถูกบังคับให้ถอยร่นแทบไม่ทันการโจมตีของเด็กปีศาจนั้นรุนแรงเกินกว่าที่เราคาดคิด

            พวกเราไม่สามารถจัดการมันได้ด้วยวิธีทั่วไป

            ผมรีบเก็บแส้กระดูกงูเข้าที่ ก่อนจะหยิบยันต์สะกดวิญญาณออกมาแล้วพุ่งเข้าโจมตีจากทางด้านหลัง

            ผมฟันกระบี่เข้าใส่ก่อนเป็นอย่างแรก

            แต่ราวกับมันมองเห็นทุกทิศทางเด็กปีศาจหันกลับมาสกัดการโจมตีของผมได้อย่างแม่นยำ

            กรงเล็บของมันสะบัดมาปัดคมกระบี่ออกไปได้

            แต่ในจังหวะนั้นเองผมก็ตบยันต์ที่อยู่ในมือซ้ายเข้าไปที่ใบหน้าของมันเต็มแรง

            เปลวอาคมจากยันต์สะกดวิญญาณปะทุขึ้นทันที

            “บึ้ม!”

            พลังของยันต์แผ่ซ่านออกมาเป็นวงกว้าง

            แต่...เด็กปีศาจกลับไม่ได้เจ็บหนักเท่าที่ควร

            มันเพียงแค่คำรามด้วยความเจ็บปวดสองสามครั้งแล้วก็กลับมายืนได้อย่างมั่นคงอีกครั้ง

            ผมตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ

            “บ้าชะมัด! ทำไมพลังป้องกันของมันถึงสูงขนาดนี้!”

            ยันต์สะกดวิญญาณของผมไม่มีผลใดๆ กับมันเลย

            ทันใดนั้น กรงเล็บของมันก็ตวัดใส่ผมเต็มแรง

            “ฝับ!!”

            ร่างของผมกระเด็นไปไกลความเจ็บแปลบแล่นขึ้นมาที่หน้าอกจนแทบหายใจไม่ออก

            เม่าจิ้งเห็นเช่นนั้นก็เริ่มใช้ยันต์ของเขาบ้าง

            ด้วยพลังของเด็กปีศาจที่สูงเกินไป การโจมตีปกติไม่สามารถทำอะไรได้

            ผมไม่รู้ว่าเม่าจิ้งใช้ยันต์อะไรแต่พลังของมันต้องสูงกว่ายันต์สะกดวิญญาณของผมแน่นอน

            เขาหยิบยันต์ขึ้นมา ขยำมันไว้ในมือซ้าย ก่อนจะขว้างออกไป

            ยันต์พุ่งไปปะทะแขนของเด็กปีศาจโดยตรง

            “ทะลวง!” เม่าจิ้งตะโกนเสียงดัง

            “บึ้ม!”

            ยันต์ปะทุพลังออกมาอย่างรุนแรงจนแม้แต่เด็กปีศาจยังส่งเสียงกรีดร้อง

            โลหิตสีดำพุ่งกระจายออกจากบาดแผลก่อนจะสลายกลายเป็นควันดำ

            แต่แทนที่มันจะอ่อนแรงลง มันกลับโกรธกว่าเดิม

            “พวกแก...ต้องตาย!!”

            มันคำรามเสียงแหลมสูงขณะที่ก้อนเนื้อสีเขียวบนหน้าผากของมันเริ่มปล่อยไอสีเขียวออกมา

            ผมกับเม่าจิ้งรีบถอยหลังออกไปโดยไม่จำเป็นต้องพูดอะไร

            แม้เราไม่รู้ว่าไอสีเขียวนี้คืออะไร แต่หากสัมผัสมันเข้าไป ไม่มีทางที่ผลลัพธ์จะออกมาดีแน่

            ไอสีเขียวแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว

            ในขณะเดียวกันเสียงแปลกๆ ก็ดังออกมาจากห้องน้ำที่อยู่ด้านหลังเด็กปีศาจ

            “พี่ชาย...พี่ชาย...พี่ชาย...”

            เสียงนั้นเริ่มต้นเบาๆ ก่อนจะดังขึ้นเรื่อยๆ จนถี่รัวไปทั่วบริเวณ

            ภายในห้องน้ำสาธารณะ เสียงร้องสะท้อนก้องออกมาอย่างต่อเนื่อง

            ผมกับเม่าจิ้งสะดุ้งเฮือก หันไปมองอย่างระแวดระวัง

            ทันใดนั้นเงาดำขนาดเล็กหลายสิบเงาก็พุ่งออกมาจากช่องไม้ที่แตกเป็นรู!

            ทารกวิญญาณตัวเล็กๆ จำนวนมากเริ่มคลานออกมา

            เพียงเวลาไม่นานก็มีมากกว่าสิบตนแล้ว และดูเหมือนยังมีอีกหลายตนที่กำลังจะโผล่ตามมาอีก

            แต่สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือ...

            ทารกวิญญาณพวกนี้หน้าตาเหมือนกันทุกตน!

            พวกมันมีศีรษะขนาดใหญ่ปราศจากเส้นผมร่างกายเต็มไปด้วยเส้นเลือดแดงที่พาดไปทั่ว

            ปากของพวกมันแยกกว้างไปถึงใบหูเผยให้เห็นฟันเล็กแหลมที่เรียงตัวกันแน่น

            พวกมันคลานสี่ขา เคลื่อนที่เร็วราวสัตว์ร้ายก่อนจะพุ่งตรงไปยังเด็กปีศาจ

            ในพริบตาเดียว บริเวณรอบตัวเรากลายเป็นฝูงทารกวิญญาณ

            บนพื้นดิน...ตามต้นไม้...แม้แต่บนหลังคาห้องน้ำ พวกมันอยู่เต็มไปหมด!


     

    คล้ายกับเรื่องขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล] ที่คุณอ่าน