หลี่เป่าน้องสาวคนเล็ก
บทที่ 3 ขายผัก
เป่าเปาฟื้นขึ้นมาได้หนึ่งสัปดาห์แล้ว แม้นางจะยังปรับตัวได้ไม่ดีนัก แต่ก็พูดคุยกับคนในบ้านอยู่บ้าง และคนที่สองที่นางพูดด้วยนอกจากหลี่ซื่อผู้เป็แม่ คือหลี่ซานพี่ชายคนที่สาม
ทำให้วันนั้นทั้งวันหลี่ซานถึงกับหุบยิ้มไม่ลง จนคนอื่นที่เห็นเช่นนั้นเกิดความรู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาไม่น้อย
เป่าเปาได้รับรู้เกี่ยวกับสถานการณ์ในครอบครัวพอสมควร อาหารแต่ละมื้อจะประกอบด้วยน้ำจากข้าวต้มที่มีเนื้อข้าวปะปนอยู่บ้างเล็กน้อย ผัดผักจานใหญ่ที่ไม่มีเนื้อสัตว์หนึ่งจาน และเมล็ดธัญพืชหนึ่งถ้วย ยกเว้นเป่าเปาเท่านั้นที่จะมีข้าวต้มเต็มชามและไข่ไก่ไว้กินวันเว้นวันเพื่อบำรุงร่างกาย
แม้คนส่วนใหญ่ในครอบครัวจะเป็ผู้ชาย แต่พวกเขาก็ทำได้เพียงใช้แรงกายรับจ้างทำงานทั่วไป และทำงานในไร่นาเพื่อนำเอาผลผลิตที่เก็บเกี่ยวได้ออกไปขายในเมืองบ้างเป็บางครั้ง เพราะไม่มีใครอ่านออกเขียนได้ พวกเขาจึงไม่มีโอกาสขยับขยายไปอาชีพอย่างอื่น เช่นเดียวกับผู้คนในหมู่บ้าน
การเป็ชาวไร่ก็ใช้ว่าจะขัดสน แต่เพราะมีค่าใช้จ่ายในการรักษาเป่าเปา แก้วตาดวงใจ จึงทำให้เงินเก็บในบ้านมีไม่มากนัก และต้องใช้เงินอย่างประหยัด
นอกจากพ่อแม่และพี่ๆ ของเป่าเปาที่แสดงออกถึงความรักความห่วงใยต่อนางอย่างมากแล้ว หลี่กังท่านอาของนางเองก็เช่นกัน แม้เขาจะเป็คนที่พูดน้อย แต่ก็ปฏิบัติต่อเป่าเปาด้วยความรักความห่วงใยที่ไม่แตกต่างจากผู้อื่น ซึ่งทุกคนในครอบครัวหลี่ก็ต่างรู้ดีว่าเขารักหลานสาวคนเล็กผู้นี้ไม่น้อยกว่าใคร
เป่าเปาได้บอกหลี่หลิงผู้เป็มารดาถึงเื่ที่ตนเองไม่มีความทรงจำก่อนหน้านี้ ทำให้หลี่หลิงรู้สึกกังวลใจและพานางไปหาหมอจาง เมื่อหมอจางตรวจร่างกายโดยละเอียดก็ไม่พบสิ่งใดผิดปกติ หลี่หลิงและทุกคนในครอบครัวจึงคลายกังวลใจลงบ้าง
"ต้าหลาง เอ้อหลาง วันนี้เข้าเมืองพวกเ้าอย่าลืมซื้อเนื้อกลับมาสักครึ่งชั่งให้เป่าเปาบำรุงร่างกายด้วยนะ"
"ขอรับท่านแม่"
ทั้งสองตอบรับพร้อมกันโดยไม่มีใครเคลือบแคลงใจเกี่ยวกับเื่นี้ แม้พวกเขาจะมีโอกาสได้กินเนื้อไม่บ่อยนัก แต่พวกเขาก็ไม่ได้สนใจ เพราะเนื้อมีประโยชน์ต่อร่างกายเป่าเปามากกว่า
เมื่อได้ยินคำของแม่ที่บอกพี่ชายทั้งสอง เป่าเปาตัวน้อยก็มีความรู้สึกอบอุ่นเกิดขึ้นในใจ ทุกคนรักนางมากจริงๆ นางจะต้องทำตัวให้เป็ประโยชน์กับครัวให้มากกว่านี้
--------
ณ เมืองทังโจว
สองพี่น้องตระกูลหลี่แบกตะกร้าขึ้นหลังเดินผ่านเข้าประตูเมืองพบว่ามีผู้คนมากมายยืนมุงดูประกาศบางอย่างที่กำแพง ด้วยความอยากรู้อยากเห็น หลี่เอ้ออดไม่ได้ที่จะเดินไปถามคนในละแวกนั้นว่า
"พี่ชายมีข่าวดีอะไรงั้นหรือขอรับ"
"ข่าวดีที่ไหนกันล่ะ พวกทางการจะเริ่มเก็บภาษีค่าเข้าเมืองหัวละหนึ่งอีแปะต้นเดือนหน้าน่ะสิ"
"เหตุใดถึงต้องเก็บด้วยเล่า พวกเรามาค้าขายไม่ได้มาสร้างความวุ่นวายเสียหน่อย"
"เฮ้อ ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร หากเ้าอยากรู้ก็ไปถามที่ว่าการดูสิ ได้ความยังไงก็บอกข้าด้วยละกัน เฮ้อออ"
กล่าวจบชายวัยกลางคนก็เดินส่ายหน้าจากไป ปกติแล้วเมืองทังโจวเป็เมืองศูนย์กลางที่มีความโดดเด่นเื่ตลาดแลกเปลี่ยนสินค้า ทำให้เป็เมืองปลอดภาษีเข้าออกมาโดยตลอด แต่กลับมีนโยบายเรียกเก็บภาษีแบบนี้ พวกเขาจะทำอย่างไรต่อไปดี
หลี่ต้ากับหลี่เอ้อได้แต่เก็บเื่นี้เอาไว้กลับไปปรึกษาครอบครัว ก่อนจะเริ่มมุ่งหน้าไปขายของในตลาด การค้าขายพืชผักและเนื้อสัตว์ใน่เช้าจะมีความคึกคักเป็พิเศษ เพราะผู้คนนิยมออกมาจับจ่ายใช้สอยเป็อย่างมาก เนื่องจาก่เช้าจะได้วัตถุดิบที่สดใหม่กว่า่สาย ดังนั้นสองพี่น้องตระกูลหลี่จึงตั้งใจเดินทางมาเพื่อขายผักสดๆ จากสวนของพวกเขา
หลี่เอ้อน้องชายคนรองผู้คล่องแคล่ววิ่งไปหาสถานที่วางขายของ ในขณะที่หลี่ต้าอยู่เฝ้าของเอาไว้ ขณะนั้นเองเสียงสตรีนางหนึ่งก็ดังขึ้นไม่ใกล้ไม่ไกลจากพวกเขา
"บอกแล้วไงว่าท่านพ่อข้าไม่ได้เอาไป ปล่อยท่านพ่อเดี๋ยวนี้นะ!!"
"เห็นชัดๆ ว่ามันอยู่ในมือพ่อของเ้า ยังจะแก้ตัวอีก!!"
"พวกท่านทำเหรียญอีแปะตกไว้ พ่อข้าแค่เก็บได้แล้วกำลังจะนำไปคืนพวกท่านเท่านั้น พวกเราไม่ได้ขโมยจริงๆ คนอื่นๆ เป็พยานให้ข้าได้ ใช่หรือไม่ทุกท่าน"
ผู้คนที่ได้ยินคำพูดนี้ถึงกับหลุบตาลง บ้างก็เดินหนีจากไป ปล่อยให้หญิงสาวยืนประจันหน้ากับชายหนุ่มตามลำพัง ชายหนุ่มผู้นี้เป็อันธพาลที่มีอิทธิพลในตลาดแห่งนี้ ทำให้ไม่มีใครกล้ายื่นมือเข้าช่วยเหลือหญิงสาว
"ถึงจะเป็อย่างที่ท่านกล่าวหาจริง ท่านก็ได้เงินหนึ่งอีแปะคืนแล้ว เช่นนั้นสมควรปล่อยข้ากับท่านพ่อไปได้แล้ว"
"พูดจาไร้สาระ แม้ข้าจะได้ของคืน แต่ค่าเสียเวลาข้ายังไม่ได้ ข้าคิดไม่แพงหรอก สองตำลึงก็พอ หากหามาไม่ได้ ใช้ร่างกายเ้าแก้ขัด ข้าก็ไม่เกี่ยงหรอกนะ ไม่งั้นข้าจะจับพ่อของเ้าส่งทางการ!!"
หลี่ต้าที่เห็นเหตุการณ์ตรงหน้าก็อยากแปลงร่างเป็วีรบุรุษไปช่วยสาวงามเช่นกัน แต่เขารู้ดีว่าตัวเองไม่สามารถต่อสู้กับฝ่ายตรงข้ามที่มีเื่ต่อยตีเป็ประจำได้ ซ้ำร้ายหากเขาเข้าไปช่วยตอนนี้ นอกจากจะช่วยไม่ได้แล้ว ตัวเองอาจต้องาเ็จนต้องเสียเงินเสียทองรักษาาแในครั้งนี้อีก ดังนั้นเขาจึงไม่มองไปทางหญิงสาวผู้นั้นอีก
อย่างไรก็ตามหลี่เอ้อน้องชายคนรองที่มีอายุน้อยกว่าหลี่ต้าพี่ชายคนโตสองปีกลับเป็ชายหนุ่มเืร้อน เมื่อกลับมาจากการออกหาพื้นที่ขายของ และได้เห็นเหตุการณ์ที่หญิงสาวถูกรังแก เขาก็พุ่งตรงไปทางอันธพาลสองคนนั้นทันที
"เฮ้ ในเมื่อแม่นางท่านนี้คืนของไปแล้ว เหตุใดต้องติดใจเอาความสองพ่อลูกคู่นี้ด้วย ดูไม่เป็สุภาพบุรุษเอาเสียเลย แน่จริง..."
ยังไม่ทันจะพูดจบได้มีมือข้างหนึ่งมาปิดปากเขาเอาไว้ เ้าของมือข้างนั้นคือหลี่ต้าพี่ชายคนโตนั่นเอง
"ขออภัยแทนน้องชายข้าด้วย พอดีเขาเป็คนใจร้อนไปหน่อย"
"พี่ใหญ่!!"
"เฮอะ โชคดีที่เ้ายังรู้จักกาลเทศะ ช่วยสอนน้องเ้าหน่อยก็แล้วกัน มิฉะนั้นมันอาจต้องตายก่อนวัยอันควร พวกเ้าไปได้แล้ว!!"
จบคำของอันธพาล หลี่ต้าพี่ชายคนโตคิดจะหันหลังกลับออกไปพร้อมน้องชายคนรอง แต่หญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงนั้นกลับดึงชายเสื้อของเขาไว้ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"พี่ชายช่วยข้ากับท่านพ่อของข้าด้วย"
แค่คำพูดเดียวของหญิงสาวทำเอาหลี่ต้าพี่ชายคนโตถึงกับหยุดชะงัก และคิดถึงน้องสาวของตนเองอย่างเป่าเปาขึ้นมาทันที เขาแกะมือของหญิงสาวออก ก่อนจะแกล้งทำเหรียญอีแปะหล่นลงกับพื้น และได้มีคนเก็บมันขึ้นมาส่งคืนให้หลี่ต้า
"โอ้ว พี่ชายท่านขโมยเงินข้างั้นหรือ?"
"เฮ้ยข้าเปล่านะ แค่สองอีแปะข้าจะขโมยไปทำไมกัน เ้าทำหล่นไว้ข้าแค่เก็บขึ้นมาเฉยๆ"
"จะเป็แบบนั้นได้อย่างไร ขนาดท่านลุงคนนั้นยังขโมยเงินเพียงหนึ่งอีแปะ นี่มันมากกว่าถึงสองเท่าเชียวนะ พอดีเลย ข้าจะส่งท่านไปหาทางการพร้อมท่านลุงผู้นั้นเลยก็แล้วกัน"
หลี่ต้าทำท่าทางเหมือนจะพาทั้งสองคนไปที่ว่าการจริงๆ ทำให้อันธพาลมองหน้าหลี่ต้าด้วยความโมโหทีหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงลอดไรฟันขึ้นว่า
"แส่ไม่เข้าเื่!! ฝากไว้ก่อนเถอะ"
กล่าวจบ อันธพาลสองคนก็เดินจากไป ทิ้งให้หลี่ต้าเหงื่อตกอยู่ในใจ โชคดีจริงๆ ที่มีผู้คนอยู่ที่นี่มากมาย ทำให้เขาไม่ได้รับาเ็ใดๆ ไม่งั้นเขาต้องโดนท่านแม่บ่นจนหูชาแน่นอน
หลังจากเหตุการณ์ทั้งหมดจบลงหลี่ต้าก็รีบตรงเข้าไปขออภัยชายคนที่ช่วยเก็บเงินให้เขา และอธิบายเื่ราวที่เกิดขึ้น ทำให้ชายผู้นั้นไม่ติดใจเอาความ และบอกให้เขาระวังตัวให้ดี พร้อมจากไปด้วยรอยยิ้ม
"พี่ชาย ข้าแซ่หง นามว่าิจู ขอบคุณมากที่ช่วยข้ากับพ่อเอาไว้"
"ไม่เป็ไรหรอก เ้าไม่เป็อะไรก็ดีแล้ว ข้าขอตัวก่อน"
หลี่ต้าพยักหน้าน้อยๆ ให้หญิงสาวก่อนเดินจากไป หลี่เอ้อน้องชายคนรองที่เห็นเช่นนั้นก็รีบวิ่งตามไปทันทีก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"ชนะพวกอันธพาลได้โดยไม่ต้องใช้กำลัง พี่ใหญ่ ท่านนี่สุดยอดไปเลย"
หลี่ต้าพี่ชายคนโตยิ้มกว้าง ก่อนจะยักคิ้วให้น้องชายทีหนึ่งอย่างอารมณ์ดี
"ว่าแต่ ผักที่เราเอามาขายอยู่ที่ใดหรือขอรับ"
"...!!"
เขาวางผักไว้ที่ใดกันล่ะเนี่ย หากผักเ่าั้หายไป เขาและน้องชายอาจไม่ได้ตายเพราะมีเื่ต่อยตีกับอันธพาลเป็แน่ แต่จะเป็มารดาต่างหากล่ะที่เล่นงานพวกเขาจนถึงขั้นเสียชีวิต แค่คิดขึ้นมาคนทั้งสองก็ถึงกับหน้าซีด พวกเขากลัวจนทำอะไรไม่ถูกแล้ว
ดังนั้นเมื่อตั้งสติได้สองพี่น้องจึงรีบวิ่งค้นหาตะกร้าผักที่นำมาจากบ้าน และขายมันออกไปโดยเร็วที่สุด