สตรีดื้อรั้นผู้นี้ เป็นภรรยาของข้า

    บทที่ 55 ฟ้าหลังฝน

    เมื่อหยางลี่เจินฟื้นตัวจนร่างกายกลับมาแข็งแรงขึ้น เหวินเจาเหยียนจึงสั่งให้บ่าวเตรียมรถม้าและจัดเสื้อผ้าให้นางอย่างเรียบร้อย


    “ท่านจะพาข้าไปที่ไหนหรือ?” หยางลี่เจินถามด้วยน้ำเสียงสงสัย ขณะกำลังจัดปิ่นปักผมที่เขาเคยซื้อให้


    เหวินเจาเหยียนยิ้มบางๆ สายตาของเขาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน “เจ้าอยู่แต่ในจวนมานาน ข้าจะพาเจ้าออกไปเดินเล่น สูดอากาศข้างนอกบ้าง”


    หยางลี่เจินยิ้มกว้าง ความตื่นเต้นปรากฏในแววตา “จริงหรือ? ข้าไม่ได้ออกไปข้างนอกมานานแล้ว!”


    เหวินเจาเหยียนมองนางด้วยความเอ็นดู “อย่าเพิ่งดีใจจนลืมพักผ่อนเสียล่ะ ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าหักโหม” ทั้งสองเดินทางไปยังสวนขนาดใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลจากจวน สถานที่แห่งนี้ล้อมรอบด้วยต้นไม้เขียวขจีและดอกไม้ที่บานสะพรั่งในฤดูนี้


    หยางลี่เจินก้าวลงจากรถม้าพร้อมกับดวงตาที่เปล่งประกาย เธอสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดลึกๆ ก่อนจะหันมามองเหวินเจาเหยียนที่เดินตามลงมา


    “ที่นี่สวยมาก…” นางพูดเบาๆ ขณะที่สายตากวาดมองรอบๆ


    เหวินเจาเหยียนยิ้มบาง “ข้าคิดว่าเจ้าคงชอบ”


    หยางลี่เจินเดินสำรวจรอบสวนด้วยความตื่นเต้น ดวงตาของนางเป็นประกายเหมือนเด็กสาวที่พบสิ่งใหม่ นางหยุดมองดอกไม้ที่ปลิวตามลม แล้วหันกลับมามองเหวินเจาเหยียน


    “ข้ารู้สึกดีเหลือเกิน…” นางพูดด้วยรอยยิ้มสดใส “ขอบคุณท่านมากที่พาข้าออกมา”


    เหวินเจาเหยียนมองนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “แค่เห็นเจ้ามีความสุข ข้าก็เพียงพอแล้ว”


    หยางลี่เจินหันกลับมามองเขา ใบหน้าของนางแดงเล็กน้อย “ท่านมักพูดจาให้ข้าเขินเสมอ…”


    เหวินเจาเหยียนหัวเราะเบาๆ “ข้าแค่พูดความจริงเท่านั้น”


    ทั้งสองเดินเล่นด้วยกันใต้ร่มเงาต้นไม้ใหญ่ ลมอ่อนๆ พัดผ่านทำให้บรรยากาศสดชื่น นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่หยางลี่เจินรู้สึกผ่อนคลายอย่างแท้จริง ในขณะที่เหวินเจาเหยียนก็พอใจที่ได้เห็นรอยยิ้มของนางอีกครั้ง…


    หลังจากที่หยางลี่เจินและเหวินเจาเหยียนเดินเล่นอยู่ในสวน ดวงตะวันเริ่มคล้อยต่ำ บรรยากาศรอบตัวค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นสีส้มทองอ่อนๆ แสงแดดลอดผ่านต้นไม้ใหญ่ ทำให้เงาของทั้งสองทอดยาวไปตามพื้น


    หยางลี่เจินหยุดเดินเมื่อเห็นม้านั่งไม้ใต้ต้นหลิวที่ไหวเอนไปตามสายลม เธอหันมามองเหวินเจาเหยียนก่อนจะเอ่ยเบาๆ “เรานั่งพักกันหน่อยไหมคะ?” เหวินเจาเหยียนพยักหน้า เขาเดินไปนั่งลงข้างนาง สายตาของเขามองไปยังทิวทัศน์รอบๆ ที่เงียบสงบ


    หยางลี่เจินสูดลมหายใจลึก พลางหลับตา รู้สึกถึงสายลมที่เย็นสบาย “ท่านรู้ไหมคะ นี่เป็นครั้งแรกที่ข้ารู้สึกสงบขนาดนี้ตั้งแต่มาที่นี่”


    เหวินเจาเหยียนเหลือบมองเธอ ใบหน้าของเธอที่มีรอยยิ้มบางๆ ทำให้หัวใจของเขาอ่อนลงอย่างไม่ทันตั้งตัว “ข้ารู้ว่าเจ้าผ่านอะไรมามาก แต่ตอนนี้ เจ้าสามารถพักผ่อนได้จริงๆ”


    หยางลี่เจินหันมามองเขา แววตาของเธอเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง “ข้ารู้ว่าท่านทำเพื่อข้ามากแค่ไหน ข้าไม่มีวันลืม…” เหวินเจาเหยียนส่ายหน้าช้าๆ “เจ้าคือภรรยาของข้า ไม่ว่าข้าต้องทำอะไรเพื่อปกป้องเจ้า ข้าก็ยินดี”


    หยางลี่เจินยิ้มบางๆ ก่อนจะก้มหน้าหลบสายตาเขา ใบหน้าของเธอแดงระเรื่อ “ท่านมักพูดจาทำให้ข้าเขินอยู่เรื่อย…”


    เขาอดไม่ได้ที่จะยิ้ม ก่อนจะยื่นมือไปแตะมือของเธอที่วางอยู่บนตักเบาๆ “ข้าพูดจากใจ ข้ารู้ว่าเจ้ายังคิดถึงบ้านเดิมของเจ้า แต่ข้าหวังว่าเจ้าจะเริ่มรู้สึกว่านี่คือบ้านของเจ้าเช่นกัน” คำพูดนั้นทำให้หยางลี่เจินนิ่งไปชั่วครู่ เธอเงยหน้าขึ้นมามองเขา ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้


    “บ้านของข้า… มีท่านอยู่ ข้าก็เพียงพอแล้ว” เธอพูดเบาๆ แต่หนักแน่น


    เหวินเจาเหยียนจ้องมองเธอด้วยสายตาที่อบอุ่น รอยยิ้มบางๆ ปรากฏบนใบหน้าของเขา เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่จับมือของเธอไว้แน่น ราวกับจะบอกว่าเขาจะอยู่เคียงข้างเธอเสมอ

    หลังจากที่หยางลี่เจินและเหวินเจาเหยียนนั่งพักใต้ต้นหลิวท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบ แสงอาทิตย์ยามเย็นที่ลอดผ่านต้นไม้ทำให้เงาของทั้งสองทอดยาวไปบนพื้น นางเหลือบมองเหวินเจาเหยียนที่นั่งอยู่ข้างๆ ใบหน้าของเขาดูผ่อนคลายมากกว่าที่นางเคยเห็น หยางลี่เจินลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา “หลางจวิน…”


    เหวินเจาเหยียนที่กำลังมองต้นหลิวอยู่ชะงักไปทันที เขาหันมามองนางด้วยสายตาที่ทั้งตกใจและสงสัย “เจ้าเรียกข้าว่าอะไรนะ?” เขาถามพร้อมกับรอยยิ้มเล็กๆ บนใบหน้า


    ใบหน้าของหยางลี่เจินแดงระเรื่อ นางหลบสายตาเขาเล็กน้อย แต่ยังคงพูดซ้ำด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา “หลางจวิน…”


    คำเรียกนั้นทำให้เหวินเจาเหยียนนิ่งไป ดวงตาที่เคยเยือกเย็นของเขากลับเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนอย่างน่าเหลือเชื่อ รอยยิ้มที่มุมปากปรากฏขึ้นเล็กน้อย “เจ้ารู้หรือไม่ว่า ข้ารอคอยให้เจ้าเรียกข้าแบบนี้มานานแค่ไหน?”


    หยางลี่เจินกัดริมฝีปาก ใบหน้ายิ่งแดงขึ้น “ข้าคิดว่า… ถึงเวลาแล้วที่ข้าควรเรียกท่านเช่นนั้น”


    เหวินเจาเหยียนหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะของเขาแฝงไปด้วยความพอใจ “ข้าไม่รู้ว่าเจ้ากล้าขึ้น หรือเริ่มรักข้ามากขึ้นกันแน่”


    “ท่านนี่…” นางเอ่ยเบาๆ พยายามดึงมือออกจากมือของเขา แต่เหวินเจาเหยียนกลับจับไว้แน่น


    “อย่าดึงมือหนีข้า” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่หนักแน่น “เรียกข้าอีกครั้งสิ” หยางลี่เจินหันหน้าหนีเล็กน้อย ก่อนจะพึมพำเสียงเบา “หลางจวิน…”


    คำเรียกนั้นทำให้เหวินเจาเหยียนยิ้มกว้างขึ้นอย่างที่ไม่ค่อยมีใครได้เห็น “ดีมาก ข้าชอบฟังคำนี้จากปากเจ้า”


    นางเงยหน้ามองเขา ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความรู้สึกอบอุ่น “ข้าคิดว่าท่านน่าจะชอบ”


    “ไม่ใช่แค่ชอบ แต่ข้ารู้สึกว่าเจ้าคือของข้าจริงๆ ในที่สุด” เขาพูด น้ำเสียงแฝงความลึกซึ้ง เหวินเจาเหยียนจ้องมองใบหน้าที่แดงระเรื่อของหยางลี่เจิน ก่อนจะค่อยๆ ยกมือขึ้นแตะแก้มของนางอย่างเบามือ

    “ลี่เจิน… ข้าสัญญาว่าจะปกป้องเจ้าในทุกวิถีทาง ข้าจะไม่ยอมให้ใครหรืออะไรพรากเจ้าไปจากข้าอีก”


    หยางลี่เจินมองเขาด้วยดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยความเชื่อมั่น นางพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะพูดเสียงแผ่ว “ข้าเชื่อท่าน หลางจวินของข้า”


    คำพูดนั้นทำให้หัวใจของเหวินเจาเหยียนเต็มไปด้วยความพึงพอใจ เขาโน้มตัวเข้าใกล้นาง ราวกับจะสื่อว่าทุกคำสัญญาของเขาจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง…


    คล้ายกับเรื่องสตรีดื้อรั้นผู้นี้ เป็นภรรยาของข้า ที่คุณอ่าน