บทที่ 72
“เออปะ...เปล่าหรอกครับ ผมไม่ได้มาจากช่องไหนครับ จริงๆผมก็แค่มาเลี้ยงไอศกรีมเพราะว่าชนกับเธอคนนี้เท่านั้นเองครับ.. ลองถามกับเธอดูก็ได้” โอ๊ตที่กำลังเหวอกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ประกอบกับผู้จัดการมีนคนนี้กำลังจ้องมองเขาอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่ เขาจึงยกมือขึ้นมากล่าวปฏิเสธในทันที“หืออ จริงหรือเปล่า เขาไม่ได้ตั้งใจมาชนกับเธอใช่ไหม..” ผู้จัดการมีนไม่อยากจะเชื่อในสิ่งชายแปลกหน้ากล่าวสักเท่าไร เธอจึงหันไปถามเอากับไอนะที่กำลังทานไอศกรีมอย่างมีความสุข“อะไรเหรอ.. อ๋อ ก็คงใช่ล่ะมั้ง ตอนนั้นฉันกำลังจ้องมองร้านไอศกรีมอยู่อย่างเศร้าๆ เพราะดันลืมไปว่าไม่มีตังค์สักกะบาท แฮ่ๆ แล้วอยู่ดีๆเขาก็เดินมาชนฉัน.. แล้วเจ้าหมอนี่บอกว่าฉันเป็นเด็กน้อย ก็เลยให้เขาเลี้ยงไอศกรีมเป็นการขอโทษน่ะ..” ไอนะกล่าวก่อนจะตักไอศกรีมกินอีกหนึ่งคำอย่างมีความสุข ‘แปลว่าเราถูกเด็กหลอกให้เลี้ยงไอติมจริงๆสินะ..เฮ้อ เฮ้อ!.’ โอ๊ตที่ได้ยินก็อดจะคิดไม่ได้ เขามองที่ไอนะด้วยสีหน้าที่เรียกกันว่า ‘เอิ่ม’ และเขาก็ถอนหายใจให้กับความซวยนี้ “ฟังดูก็เหมือนกับว่าคุณตั้งใจมาชนกับเธอเลยนะคะ.. คุณมีอะไรมายืนยันได้ไหมว่าคุณไม่ได้จงใจมาชนกับเธอ เพื่อเหตุผลที่แอบแฝงอะไรอย่างอื่น” ผู้จัดการมีนคิดสักครู่ก่อนจะหันมากล่าวถามกับชายแปลกหน้า“อื้มม ตอนนั้นผมก็กำลังคิดอะไรเพลินๆอยู่ เลยไม่ได้มองทางน่ะครับ.. ถ้าถามว่ามีอะไรมายืนยัน ผมคงไม่มีหรอกครับ” โอ๊ตนึกถึงเหตุการณ์ก่อนที่จะมาชนกับไอนะเป็นฉากๆในหัว ก่อนจะกล่าวตอบกับผู้จัดการมีนไป แน่นอนว่ามันยิ่งทำให้ผู้จัดการมีนต้องรีบขมวดคิ้ว และไม่รู้ว่าจะจัดการกับปัญหานี้ยังไงดี“..ถ้าอย่างนั้น เพื่อให้คุณแสดงความบริสุทธิ์ใจ ฉันขออนุญาตถ่ายรูปบัตรประชาชนของคุณได้ไหม และถ้าคุณไม่เกี่ยวข้องจริงๆ ฉันสัญญาว่าจะรีบลบมันทิ้ง และมาขอโทษคุณด้วยตัวเองเลยค่ะ..”ผู้จัดการมีนกล่าววัดใจ ถ้าเป็นคนที่มีพิรุธหรือมีจุดประสงค์แอบแฝงอื่นๆก็คงจะเป็นกังวลแน่ๆกับการให้ข้อมูลส่วนตัวอย่างบัตรประชาชน อีกอย่างมันไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะเช็กว่าเขาเกี่ยวข้องกับทางช่องไหน หรือเป็นแฟนคลับของวง ‘Sweet Day’ หรือเปล่า“ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรหรอกครับ.. แต่ผมขอเตือนคุณสักเล็กน้อย กรุณาอย่าเอามันไปใช้มั่วๆ เพราะถ้าคุณทำอย่างนั้น ผมเชื่อว่ามันคงจะไม่จบง่ายๆแน่นอน..” โอ๊ตกล่าวก่อนจะหยิบบัตรประชาชนของตัวเองที่บรรจุเอาไว้ในกระเป๋าตังค์ออกมาให้กับเธอ“ฉันมีความซื่อสัตย์พอค่ะ.. อย่างที่คุณเห็น ฉันเองก็มีหน้ามีตาในวงการพอสมควร ฉันจะไม่เอาตัวเองไปเดือดร้อนกับเรื่องไม่เป็นเรื่องหรอกค่ะ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อความปลอดภัยเท่านั้น ขอบคุณคุณอีกครั้งที่ให้ความร่วมมือ และฉันยังยืนยันคำเดิมว่าคุณสามารถเรียกเก็บค่าใช้จ่ายของเธอได้จากทางเราค่ะ..”ผู้จัดการมีนกล่าวพร้อมกับใช้โทรศัพท์มือถือของเธอถ่ายรูปบัตรประชาชนของชายแปลกหน้าเอาไว้ ส่วนทางด้านโอ๊ตก็ไม่ได้ติดใจอะไร เขาเชื่อว่าเธอจะทำตามนั้น แต่ถ้าเธอไม่ทำตามสัญญา เขาเชื่อว่ามันอาจจะมีปัญหาตามมาก็ได้ และไหนๆเขาก็เอากระเป๋าตังค์ออกมาแล้ว จึงหันไปเรียกพนักงานของร้านทันที“คุณพนักงานครับ!.. ไหนๆก็ไหนๆแล้วจ่ายเงินเลยก็แล้วกัน..” โอ๊ตยกมือเรียกพนักงาน และกล่าวกับตัวเองเบาๆ ก่อนที่เขาจะหยิบบัตรเดบิตออกมาหนึ่งใบ และด้วยสายตาที่ดีของผู้จัดการมีนเธอเห็นตัวอักษรหน้าบัตรที่มันเขียนว่า ‘VIP’ และเธอก็รู้ดีว่ามันเป็นบัตรของธนาคารไหน และมีความหมายว่ายังไง ‘ชายคนนี้เป็นถึง ‘วีไอพี’ ของโฮมแบงก์เชียวหรือ..’ แน่นอนว่าเธอก็อ้าปากค้างไปเล็กน้อย เพราะเจ้าบัตรนั้นไม่ใช่ว่าใครจะมีก็มีมันได้ มันจะต้องเป็นคนที่มีเงินมากกว่า 10 ล้านบาทขึ้นไปเท่านั้น “อ๊ะ!.. ผิดใบหรือเปล่าเปล่าเนี่ย.. หรือว่าใบนี้กันน่ะ” โอ๊ตสับสนกับบัตรเดบิตของเขา ซึ่งมันมีหน้าตา และรูปแบบเหมือนกัน มันจะแตกต่างกันแค่ตัวอักษรหน้าบัตรเท่านั้น เขาหยิบบัตรออกมาหมุนดูความแตกต่างของมันระหว่าง ‘SVVIP’ กับ ‘VIP’ และเขาก็นึกขึ้นมาได้ว่าไอ้บัตรที่มีตัวอักษรเยอะๆนั้นมันเป็นบัตรที่มีเงินกว่า 3 แสนล้านบาท เขาจึงเก็บบัตรใบนั้นลงไป ก่อนจะยื่นบัตร ‘VIP’ ให้กับพนักงานที่เดินมา“ช่วยชำระยอดทั้งหมดกับบัตรใบนี้ได้เลยครับ..” โอ๊ตกล่าวกับพนักงานของร้าน และพนักงานคนนั้นก็รับไปอย่างไม่ได้คิดอะไร ทำเหมือนตามปกติทั่วๆไป แต่มันไม่ใช่กับผู้จัดการมีนที่อึ้งไปมากกว่าเดิม ‘บัตร ‘SVVIP’..เขาคนนี้เป็นคนสำคัญถึงขนาดนั้นเชียวเหรอ เขาเป็นใครกันแน่’ มีนกล่าวในใจพร้อมกับเหงื่อที่ไหลตกลงมา แน่นอนว่าเธอรู้ความหมายของอีกบัตรที่ชายคนนี้ถือครองอยู่ เขาจะต้องเป็นคนที่นอกจากจะมีเงินสดมากกว่า 5 พันล้านบาทในบัญชีแล้ว ยังจะต้องมีอำนาจระดับประเทศอีกด้วย ถึงจะได้ ‘ซุปเปอร์ วี วีไอพี’ ของธนาคาร ‘โฮมแบงก์’“เดี๋ยวสินายน่ะ!.. คือว่า.. ฉันขออีกถ้วยหนึ่งได้ไหม..นะ..นะนะ!” ในขณะที่พนักงานกำลังจะเดินจากไป ไอนะก็หยุดทุกการกระทำของเธอ ก่อนจะหันไปอ้อนโอ๊ตอย่างออกหน้าออกตา แน่นอนว่าโอ๊ตก็ต้องถึงกับติดสตั๊นท์ไปเล็กน้อย“นี่เธอยังกินไหวอยู่อีกเหรอเนี่ย.. เอาไอติมไปไว้ส่วนไหนของร่างกายกัน... เออๆ หยุดทำสายตาอย่างนั้นได้แล้ว ก็ได้ๆ อีกแค่ถ้วยเดียวเท่านั้นนะ.. รบกวนคุณพนักงานด้วยนะครับ เฮ้อ” โอ๊ตอดไม่ได้ที่จะบ่นออกมากับไอนะ แต่ด้วยความที่ไอนะทำสายตาอ้อนขนาดนั้น เขาจำใจเลี้ยงเธออีกหนึ่งถ้วยก็คงจะไม่เท่าไรหรอก ก่อนจะบอกพนักงานให้ดำเนินการรับออเดอร์จากเธอต่อด้วยชำระค่าใช้จ่ายเลย“เย้ๆๆ ขอบใจนะ ฉันหายโกรธนายจริงๆละ อืมๆ.. ถ้าอย่างนั้นเอาเป็น ‘ชุดเซตหนูน้อยหมวกชมพู’ ค้า” เธอกล่าวออกมาอย่างดีใจ ก่อนจะสั่งกับพนักงานไปด้วยความร่าเริง โอ๊ตที่ได้ยินอย่างนั้นในหัวของเขาก็คิดอยู่ดีว่า เธอคนนี้มันเด็กชัดๆ ก่อนจะหันไปทางผู้จัดการมีนที่กำลังอ้าปากค้างอยู่ข้างไอนะ“เออ.. ถ้าอยากกินขนาดนั้นคุณสามารถสั่งได้นะครับ..” โอ๊ตกล่าวชวน เพราะเห็นว่าเธอกำลังอ้าปากอยากจะทานด้วยคน ซึ่งมันผิดกับความคิดของมีนเลยทุกอย่าง“ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ..” เมื่อมีนได้ยินก็เริ่มกลับมามีสติอีกครั้งก่อนจะรีบส่ายหัวปฏิเสธในทันที“ไม่ต้องเกรงใจไปหรอกครับ.. คุณพนักงานยังไงก็รบกวนรับออเดอร์จากเธอด้วย” โอ๊ตกล่าว และแน่นอนว่ามันเป็นอะไรที่กดดันมากจากทั้งพนักงาน และชายตรงหน้า มันจึงทำให้เธอยอมจำใจสั่งเอาเป็นเซตอะไรก็ได้มาหนึ่งเซต โดยที่เธอชี้ในเมนูมั่วๆไปเพื่อแก้เขิน แต่ทว่าเธอก็ต้องเขินหนักมากกว่าเดิมเสียอีก“ของคุณลูกค้าเป็นชุด ‘ชุดเซตปราสาทขนมหวาน’ นะคะ.. กรุณารอสักครู่ค่ะ..” พนักงานกล่าวเสร็จพร้อมกับโยนระเบิดเอาไว้กลางวงสนทนาแล้วก็จากไป โอ๊ตที่ได้ยินว่าเธอสั่งชุดเซตอะไรมาทาน เขาก็ได้แต่หัวเราะแห้งๆ และคิดอยู่ในใจ ‘ก็เด็กไม่ต่างกันสินะ หึหึ...’ โอ๊ตคิด แต่ทว่ามันแสดงออกมาผ่านทางสีหน้าของเขาได้เป็นอย่างดี “ไม่ใช่อย่างที่คุณคิดนะคะ.. ฉันก็แค่ชี้ไป..” มีนพยายามจะอธิบายถึงเหตุผลที่ตนสั่งเซตนี้ไป แต่เธอก็ยังไม่ทันได้พูดจบเลยทั้งประโยค โอ๊ตก็หยุดคำพูดของเธอเอาไว้จากการกระทำทันที เขาลุกขึ้นยืนก่อนจะหยิบถุงที่ใส่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขึ้นมาถือก่อนจะกล่าว“ถ้ายังไงก็ทานให้อร่อยนะครับทั้งสองคน.. ผมยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องจัดการ ขอตัวก่อนนะครับ”โอ๊ตกล่าวพร้อมกับรอยยิ้ม มีนที่เห็นว่าเขาไม่ฟังเหตุผลของตนเลยสักนิดก็ได้แต่หลบหน้าหลบตา ส่วนไอนะก็ได้ตอบกลับออกมาอย่างร่าเริงตามประสาเด็กน้อย จากนั้นโอ๊ตก็เดินไปที่แคชเชียร์พร้อมกับรับบัตรของเขาคืน และออกจากร้านไปท่ามกลางความมึนงงของผู้จัดการมีน แต่ทว่าเธอก็มึนกับเรื่องนี้ได้ไม่นาน เธอก็ต้องมึนกับเรื่องถัดไปในทันที“ผู้จัดการมีน.. ท่านผู้นี้มีเรื่องอยากจะคุยกับคุณ” จู่ๆชายจำนวน 3 คนก็เดินเข้ามา 1 ชายชุดสีดำสวมใส่แว่นตาที่เธอไม่รู้จัก สองคือผู้อำนวยการห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ คุณ ‘นภดล’ และคนสุดท้ายที่กล่าวกับเธอคือผู้คอบคุมงานอีเวนต์ในครั้งนี้ หรืออาจจะบอกได้ว่าเขาเป็นหัวหน้าของเธออีกทีหนึ่งตามตำแหน่งทางบริษัท โปรดิวเซอร์ ‘จิมมี่’“คุณจิมมี่มาที่นี่ได้ยังไงกันคะ.. แล้วเขาคนนี้คือใคร” ผู้จัดการมีนถามออกไปด้วยความสงสัย โปรดิวเซอร์ที่ได้ยินอย่างนั้นก็ทำสีหน้าลำบากใจไม่น้อย แต่ชายชุดดำสวมแว่นก็ได้หันมากล่าวกับทั้งโปรดิวเซอร์ และทั้งนภดลทันที“ผมต้องการคุยกับเธอคนนี้เป็นการส่วนตัว.. ถ้าผมจะขอตัวของเธอออกไปเพื่อทำความเข้าใจอะไรบางอย่าง พวกคุณคงจะไม่ว่าอะไรใช่หรือไม่..” ชายชุดดำกล่าว แน่นอนว่าทั้งสองคนก็ได้แต่พยักหน้ารับอย่างที่พวกเขาไม่สามารถเถียงอะไรได้เลย“ถ้าอย่างนั้นเชิญคุณผู้หญิงทางนี้ครับ..” ชายชุดดำเมื่อเห็นว่าทั้งสองคนพยักหน้ารับ เขาก็กล่าวเชิญผู้จัดการมีนในทันที และด้วยตัวของมีนเอง ถึงเธอจะไม่รู้เรื่องก็ตามว่ามันเป็นเรื่องอะไร แต่เธอก็ต้องออกไปคุยกับเขาคนนี้ตามคำสั่งของหัวหน้า ทั้งชายชุดดำ และมีนเดินออกมาจากร้านสักพัก ชายคนนั้นก็หยุดเดินแถวระเบียงของห้าง ก่อนที่เขาจะหันมายิ้มให้กับมีนอย่างเป็นกันเอง“สวัสดีครับ ผมมีชื่อว่า ‘ชูเกียรติ’.. และผมจะขอเข้าเรื่องเลยก็แล้วกันนะครับคุณผู้จัดการ.. เนื่องจากคุณได้ถ่ายรูปบัตรประชาชนของคุณชายของเราเอาไว้ ถึงแม้ว่าจะเป็นความสมัครใจของคุณชายก็ตาม แต่ทางเราอยากให้คุณลบมันทิ้ง.. พอจะทำให้ได้ไหมครับ” ชูเกียรติกล่าว พร้อมกับใบหน้าที่ยังคงยิ้มแย้ม..