หลังงานเลี้ยงจบ ผู้คนต่างแยกย้ายกลับบ้าน เยว่เล่อในร่างเด็กหญิงได้แต่เดินตามอี้ผิงไม่พูดไม่จา
อี้ผิงได้แต่มองไปทางอี้ฮวาด้วยความประหลาดใจ อี้ฮวาเป็เด็กที่ช่างพูดช่างเจรจามาโดยตลอด แต่วันนี้อี้ฮวากลับไม่กล่าวสิ่งใดออกมาเลย นับั้แ่แยกกับสองแฝด หรือจะมีความในใจที่ยังไม่บอกกล่าวกับนางกันนะ
เมื่อเดินออกมาได้พักหนึ่งอี้ผิงที่ทนไม่ไหวจึงเอ่ยถามขึ้นว่า
"น้องเล็ก เ้าเป็อะไรไป หรือองค์ชายน้อยรังแกเ้า"
ั้แ่ที่รู้ว่าแม่ทัพอี้เป็ท่านพ่อของอี้ฮวา พวกนางก็มีศักดิ์เป็ลูกพี่ลูกน้องกัน ดังนั้นนางจึงเรียกอี้ฮวาว่าน้องเล็ก
เยว่เล่อที่ได้ยินคำถามอดเบ้ปากขึ้นมาไม่ได้ ข้ารังแกยัยเด็กน่ารำคาญเสียที่ไหน นางต่างหากที่รังแกข้า นอกจากจะชิ้งฉ่องรดชุดในร่างของข้า ยังจะใส่ชุดน่าขนลุกนั่นต่อหน้าผู้คนอีก ยังไม่รู้ว่าหลังกลับไปแล้วนางยังจะทำอะไรแปลกประหลาดอีกไหม ยิ่งคิดยิ่งกลุ้มใจ
อี้ผิงที่เห็นสีหน้าของอี้ฮวาเดียวดำเดี๋ยวแดงก็อดคิดขึ้นไม่ได้ว่า หรือนางจะอยากปลดทุกข์แต่ไม่กล้าบอก ต้องเป็เช่นนี้แน่ๆ อี้ผิงจึงพาอี้ฮวาเดินไปทางห้องน้ำที่อยู่ด้านหลัง
เยว่เล่อที่เดินตามหลัง ไม่รู้ทางในจวน และก็ไม่ได้สนใจทางเดินมากนัก เพราะเขามัวแต่คิดเื่ของอี้ฮวาที่อยู่ในร่างของเขาหลังกลับไปที่วังหลวง
จนอี้ผิงหยุดเดิน เยว่เล่อได้สังเกตเห็นว่านางพาเขามาที่ห้องน้ำ เขาก็เลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ
"น้องเล็ก เ้าทำธุระของเ้าเถอะ ข้าจะรออยู่ตรงนี้"
เยว่เล่อคิดจะปฏิเสธ แต่เมื่อมองไปทางห้องน้ำเบื้องหน้า ก็รู้สึกปวดขึ้นมาหน่อยๆ แล้วเหมือนกัน เขาจึงเดินเข้าไปด้านใน และเลิกชุดขึ้นด้วยความเคยชิน แต่ก่อนที่จะได้ปลดทุกข์ เขาก็นึกขึ้นได้ว่าตอนนี้เขาอยู่ในร่างอี้ฮวา จะปลดทุกข์แบบเดิมไม่ได้ แม้จะคิดได้เช่นนั้น แต่ร่างกายกลับไม่ทำตาม มันไหลออกมาแล้ว หยุดไม่ทันเสียแล้ว ไม่นะ ตายแน่ เขาต้องตายแน่ๆ สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว เขารีบตักน้ำที่มีในนั้นรดเข้าไปที่ชุดของเขา แล้วรีบออกมาจากในห้องน้ำร้องะโบอกอี้ผิงขึ้นว่า
"พี่อี้ผิง ข้าทำชุดเปียกไปหมดเลย เ้าค่ะ"
อี้ผิงเห็นอี้ฮวาเดินออกมาด้วยสภาพเปียกปอนก็อดส่ายหน้าน้อยๆ ไม่ได้ สงสัยนางจะปวดมากจริงๆ นางจึงพาอี้ฮวากลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเข้านอน
--------------------------
ทางด้านอี้ฮวา เมื่อขึ้นรถม้ากลับวังกับเยว่ซิน นางก็ชวนเยว่ซินกับอู๋มามาที่ตามมาดูแลพูดคุยไปตลอดเส้นทาง
เยว่ซินได้แต่สงสัยว่าวันนี้น้องชายของนางอาจจะป่วยจริงๆ กลับไปนางต้องขอให้หมอหลวงมาช่วยตรวจดูอาการสักหน่อย หากไม่สบายจะได้รักษาได้ทันการณ์ นางได้แต่คิดกับตัวเองอยู่ในใจ
อี้ฮวาที่ไม่รู้ความคิดของเยว่ซินได้แต่ถามนู่นถามนี่ไปตลอดเส้นทาง ก่อนหน้านี้นางรู้สึกหวาดกลัวก็จริง แต่ตอนนี้นางกลับรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เข้าไปในวังหลวงที่แสนงดงามอีกครั้ง
นางเคยเข้าวังหลวงครั้งหนึ่ง เมื่อครั้งที่เยว่ซินชวนนางไปรับประทานอาหารเพื่อขออภัยแทนเยว่เล่อที่ชนนางล้มเมื่อหลานเดือนก่อน ดังนั้นนี่จึงเป็ครั้งที่สองที่นางได้เข้าวัง แต่ครั้งนี้นางไม่ได้มาในฐานะแขก แต่มาให้ฐานะเ้าบ้าน
เมื่อรถม้าหยุด ทั้งสามลงจากรถม้า ก่อนจะมุ่งหน้าเข้าตำหนักตัวเอง เยว่ซินและเยว่เล่อแม้จะเป็ฝาแฝดกันแต่พวกเขาเป็แฝดหญิงชาย ดังนั้นตำหนักของพวกเขาจึงแยกกันอยู่ แต่ก็ไม่ไกลกันมากนัก
เมื่อเยว่ซินเดินมาเกือบถึงตำหนักตัวเอง นางรู้สึกว่ามีอะไรไม่ถูกอยู่นะ นางหยุดเดินกะทันหัน จนอี้ฮวาที่มัวแต่ตื่นตาตื่นใจกับทิวทัศน์รอบด้านชนเยว่ซินเข้าอย่างจัง
"โอ๊ย วันนี้เ้าเป็อะไรของเ้าเนี่ย"
เยว่ซินที่ถูกชนอดที่จะบ่นออกมาไม่ได้ ปกติเมื่อมาถึงตำหนักต่างฝ่ายต่างจะแยกย้ายไปพักผ่อนที่ตำหนักตัวเอง แต่ครั้งนี้น้องชายนางกลับเดินตามมาเสียอย่างนั้น
อี้ฮวาได้แต่หัวเราะแห้งๆ ออกมา ก่อนจะกล่าวขึ้นว่า
"ขออภัย...พะยะค่ะ"
อี้ฮวาเอ่ยตามแบบที่เยว่เล่อเอ่ยกับเยว่ซิน นางคิดซะว่านี่เป็การเล่นเป็เยว่เล่อ นางเป็เด็กที่มีความจำดี และพวกเขาก็มักจะอยู่ด้วยกับบ่อยครั้ง ดังนั้นนางจึงพยายามพูดจาเลียนแบบเยว่เล่อให้มากที่สุด
เยว่ซินที่เห็นน้องชายรู้สึกผิดจึงพูดขึ้นว่า
"เอาเถอะ กลับตำหนักไปพักผ่อนได้เแล้ว พรุ่งนี้เ้ามีเรียนแต่เช้านะ"
อี้ฮวาได้ยินดังนั้นจึงพยักหน้าด้วยสีหน้างุนงง พรุ่งนี้นางต้องเรียนด้วยหรือนี่ นางต้องเรียนอะไรแล้วนางจะเรียนได้ไหม ขณะที่นางกำลังคิดไปคิดมา เยว่ซินได้หันหลังเดินกลับตำหนักไปแล้ว
อี้ฮวาที่รู้สึกตัวได้แต่มองซ้ายมองขวา แล้วตำหนักเ้าเด็กนิสัยไม่ดีอยู่ที่ไหนกันล่ะ นางจะไปรู้ได้ยังไง แม้พวกเขาจะเป็องค์หญิงและองค์ชาย แต่พวกเขาไม่ชอบให้มีข้ารับใช้ติดตามพวกเขามากนัก เว้นแต่เวลาที่ต้องออกไปข้างนอก
จึงมีเพียงอู๋มามาที่คอยดูแลทั้งสอง และอู๋มามาได้พักอยู่ตำหนักเดียวกับเยว่ซิน ดังนั้นตอนนี้จึงมีเพียงอี้ฮวาในร่างเยว่เล่อยืนอยู่เพียงลำพัง
อี้ฮวาตัดสินใจเดินไปทิศทางตรงข้ามกับที่เยว่ซินเดิน เพราะนางเดาว่าน่าจะเป็ทางไปตำหนักเยว่เล่อ เมื่อนางเดินมาได้สักพักก็ยังไม่พบผู้ใดจนนางเริ่มเหนื่อยจึงหยุดพักทีู่เาจำลองแห่งหนึ่ง
"อย่าสิ่เดี๋ยวมีคนเห็นเข้านะเ้าคะ"
เสียงสตรีนางหนึ่งดังขึ้นมาจากอีกด้านหนึ่งของูเาจำลอง
"ไม่มีใครเห็นหรอกน่า นี่มันตำหนักขององค์ชายสี่นะ เย็นขนาดนี้ ใครจะกล้าเข้ามากัน"
อีกเสียงที่เป็บุรุษดังขึ้น วันนี้องค์ชายสี่เสด็จออกไปข้างนอก ดังนั้นในตำหนักจึงมีบ่าวรับใช้อยู่ไม่มากนัก ทั้งสองจึงมาแอบพลอดรักกันทีู่เาจำลองแห่งนี้ ูเาจำลองนี้มีทางเข้าที่ด้านหลัง ทำให้พวกเขาไม่รู้ว่าอี้ฮวานั่งอยู่ด้านหน้า
ทั้งสองพลอดรักกันพักหนึ่ง ฝ่ายหญิงได้เอ่ยขึ้นว่า
"ท่านอย่ารังแกข้าสิ่เ้าคะ"
อี้ฮวาที่ได้ยินคำพูดนี้ เืแห่งความยุติธรรมพุ่งสูงขึ้นเสียดฟ้า รีบลุกขึ้นเดินเข้าไปทางต้นเสียงทันทีก่อนจะยืนกอดอกแล้วพูดขึ้นว่า
"ปล่อยนางเดี๋ยวนี้นะ"
ทั้งสองที่ได้ยินเสียงเด็กน้อยก็คุกเข่าลงด้วยความใ ก่อนจะเอ่ยขึ้นพร้อมกันว่า
" ถวายบังคมองค์ชายน้อย พะยะค่ะ/เพคะ"
ในวังหลวงไม่ได้มีข้อห้ามเื่การมีความรัก แต่ห้ามมีการกระทำที่จะทำให้วังหลวงเสื่อมเสียชื่อเสียง แต่ยังมีคู่รักหลายๆ คู่แอบพลอดรักกันอยู่บ่อยครั้ง หากไม่มีผู้ใดพบเห็นก็แล้วไป แต่หากถูกพบเห็นก็จะถูกลงโทษ
แม้บุคคลตรงหน้าจะเป็เพียงเด็กน้อยคนหนึ่งแต่ก็มีศักดิ์เป็ถึงองค์ชาย อีกทั้งยังมีชื่อเสียงเื่การชอบกลั่นแกล้งผู้อื่น ดังนัั้นทั้งสองจึงนั่งสั่นเทาไปด้วยความหวาดกลัว
อี้ฮวาที่ไม่ได้รู้สึกถึงความหวาดกลัวของพวกเขารีบเอ่ยขึ้นว่า
"เ้ารังแกแม่นางผู้นี้ แสดงว่าเ้าเป็บุรุษนิสัยไม่ดี ดังนั้นข้าขอลงโทษเ้า"
นางหยุดพูดนิดหนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"ข้าขอลงโทษให้เ้าพาข้ากลับตำหนัก"
อี้ฮวาคิดว่าการหาตำหนักของเยว่เล่อมันช่างหนักหนาสาหัส ดังนั้นจึงคิดว่าบทลงโทษนี้เหมาะสมที่สุด
ทั้งสองที่ได้ยินดังนั้นถึงกับงุนงง นี่มันถือว่าเป็การลงโทษด้วยงั้นหรือ หรือเมื่อถึงตำหนักองค์ชายน้อยจะลงโทษเขาด้วยวิธีอื่น ทั้งสองมองหน้ากันและกันก่อนก้มหน้ายอมรับโทษนี้แบบงงๆ จากนั้นฝ่ายชายก็ลุกขึ้นเตรียมพาองค์ชายน้อยกลับตำหนัก
อี้ฮวาที่นึกขึ้นมาได้หันไปกล่าวกับสตรีที่ยังนั่งคุกเข่าอยู่ว่า
"ท่านแม่เคยบอกไว้ว่า บุรุษที่ดีย่อมไม่รังแกสตรี เขาที่รังแกเ้าจึงเป็บุรุษนิสัยไม่ดี ดังนั้นข้าว่าเ้าอย่าได้มายุ่งกับเขาอีกเลย"
พูดจบอี้ฮวาก็เดินจากไปพร้อมกับทหารองครักษ์ผู้นั้น
ภายหลังฝ่ายนางกำนัลไม่ออกมาพบกับทหารองครักษ์ผู้นี้อีกเลย ไม่รู้เพราะนางเชื่อคำพูดของอี้ฮวาหรือนางกลัวจะถูกลงโทษ หรือนี่จะเป็การลงโทษที่แท้จริงกันแน่นะ
หลังจากเดินจากมา ทหารองครักษ์พาอี้ฮวามุ่งหน้ากลับตำหนัก อี้ฮวาได้ถามจนได้ความว่า ทหารองครักษ์นายนี้มีนามว่า จ้ง ปกติจะทำงานอยู่ที่ตำหนักของเยว่เล่ออยู่แล้ว แต่ที่เขามาอยู่ที่นี่ เพราะนางกำนัลผู้นั้นทำงานอยู่ตำหนักองค์ชายสี่ จ้งบอกว่าที่พวกเรายืนอยู่นี่คือตำหนักองค์ชายสี่ หากเดินไปทางด้านหน้าจะเป็ตำหนักขององค์ชายห้า แต่ละตำหนักมีความงดงามแตกต่างกันไป อย่างเช่นตำหนักองค์ชายสี่จะมีการตกแต่งที่สื่อถึงความมั่งคั่ง เห็นได้ชัดว่ามารดาของเขาเป็สตรีจากตระกูลที่มีความร่ำรวยเป็อย่างมาก
ระหว่างที่พวกเขาเดินกลับตำหนักได้พบขบวนเสด็จของสตรีนางหนึ่งระหว่างทาง อี้ฮวากระซิบถามจ้งว่าสตรีผู้นั้นคือใคร จ้งเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัยแต่ก็ตอบคำถามไปว่า เป็หวงกุ้ยเฟย ผู้เป็มารดาขององค์ชายสี่นั่นเอง ขณะที่พวกเขาคุยกัน ขบวนเสด็จนั้นก็ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนมาหยุดอยู่ตรงหน้าพวกเขา
หวงกุ้ยเฟยที่เห็นองค์ชายน้อยตรงหน้าก็ยิ้มกว้างอย่างเสแสร้ง
อี้ฮวาที่ไม่รู้ว่าปกติเยว่เล่อเรียกบุคคลตรงหน้าว่าอย่างไร ได้แต่ขบคิดไปมาหลายตลบก่อนจะเอ่ยออกมาว่า
"ถวายบังคมเสด็จป้าพะยะค่ะ"
อี้ฮวารู้สึกว่าเสด็จแม่ของเยว่เล่อดูอ่อนเยาว์กว่าบุคคลตรงหน้า ดังนั้นจึงเดาว่าเขาต้องเรียกนางว่าเสด็จป้าอย่างแน่นอน
รอยยิ้มบนใบหน้าหวงกุ้ยเฟยแข็งค้าง กล้าดีอย่างไรมาเรียกนางว่าป้า แต่สีหน้ายังคงไว้ซึ่งความอ่อนโยน เพราะบุคคลตรงหน้าเป็โอรสที่ได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้เป็อย่างมากในขณะนี้
"องค์ชายน้อยทรงล้อเล่นแล้ว"
หวงกุ้ยเฟยหัวเราะน้อยๆ พูดเป็เชิงเย้าหยอกกับอี้ฮวา
"ล้อเล่นอะไรหรือพะยะค่ะ เสด็จป้า"
อี้ฮวาเอียงคอด้วยความสงสัย นางไปล้อเล่นกับหวงกุ้ยเฟยั้แ่เมื่อใดกัน
จ้งที่อยู่ด้านข้างกลั้นขำอย่างสุดชีวิต เขาทำงานในวังหลวงมาหลายปี ไหนเลยจะไม่รู้เื่การคานอำนาจระหว่างฮองเฮากับหวงกุ้ยเฟย เมื่อเห็นหวงกุ้ยเฟยที่เก็บอาการแทบไม่อยู่เพราะเด็กน้อยตรงหน้าก็อดขำขึ้นมาไม่ได้
หวงกุ้ยเฟยที่ถูกอี้ฮวาถามสีหน้าก็เปลี่ยนเป็โมโหแวบหนึ่งก่อนจะดึงสีหน้ากลับมาเป็อ่อนโยนตามเดิม
"ช่างเถอะ ว่าแต่พวกท่านมาทำอะไรกันที่ตำหนักขององค์ชายสี่งั้นหรือ"
อี้ฮวาคิดไปคิดมาก่อนจะตอบไปตามจริงว่า
"หม่อมฉันหลงทางนิดหน่อย ตอนนี้กำลังจะกลับตำหนักพะยะค่ะ"
หวงกุ้ยเฟยเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย หลงทางงั้นหรือ จะเป็ไปได้อย่างไรกัน ตำหนักขององค์ชายน้อยกับองค์หญิงน้อยอยู่ห่างจากที่นี่ตั้งหลายตำหนัก ที่ไม่พูดความจริงเห็นทีว่าต้องมีแผนการณ์บางอย่างอย่างแน่นอน หรือเขาจะรู้อะไรกันนะ อีกทั้งเขายังกล้าต่อล้อต่อเถียงกับนาง ในขณะที่เมื่อก่อนแม้จะสนทนายังไม่ค่อยกล้า นางต้องระวังตัวให้ดีเสียแล้ว
อี้ฮวาที่ไม่รู้ตัวว่าไปทำความหวาดระแวงให้กับหวงกุ้ยเฟย ได้ขอตัวลากลับตำหนักไปพร้อมกับจ้ง
เมื่ออี้ฮวาจากไป หวงกุ้ยเฟยรีบส่งคนไปตรวจสอบทันที แต่กลับไม่พบสิ่งใดผิดปกติ องค์ชายน้อยยิ่งโตยิ่งน่ากลัวจริงๆ นางจึงยิ่งระมัดระวังตัวมากขึ้น และบอกให้องค์ชายสี่จับตาดูองค์ชายน้อยให้มากขึ้น
ฝ่ายอี้ผิงกลับถึงตำหนักอย่างสบายใจโดยการนำทางของจ้ง นางเดินสำรวจตำหนักอย่างมีความสุข นางใช้เวลาตามหาตำหนักคนเดียวเกือบ2ชั่วยาม นางเดินไปไกลจากตำหนักมากจริงๆ ดังนั้นตอนนี้นางที่เหนื่อยมากจึงอาบน้ำและเข้านอนอย่างรวดเร็ว