ตอนที่ 41 ระดับสี่
“อยู่แค่ระดับสองกล้าที่จะเกรี้ยวกราดงั้นเหรอ!” ฉู่อี้โกรธจัดเมื่อเห็นแมงมุมเริ่มโจมตีซ่งเจิงรอบร่างกายของเขาถูกเปลวไฟล้อมรอบเอาไว้ ความร้อนของมันแทบจะแผดเผาทุกอย่างให้ละลายกลายเป็นผุยผง
“อย่าฆ่ามัน!” ซ่งเจิงร้องออกแต่ว่าสายเกินไป
เขาเห็นฉู่อี้ชูกำปั้นขึ้นเหนือศีรษะปลดปล่อยเปลวไฟออกราวกับมังกรเพลิงเขาพุ่งเข้าหาแมงมุมยักษ์ทันที “ตู้ม!”เสียงระเบิดดังสนั่นก่อนที่แมงมุมจะดิ้นพล่านอยู่ในกองเพลิงขนาดใหญ่จนในที่สุดร่างกายของมันก็ไหม้เกรียมกลายเป็นเถ้าถ่าน
“น้องชาย!” หลัวเทียนร้องตะโกนเมื่อเห็นแมงมุมถูกเผาเป็นตอตะโกเขาจ้องซ่งเจิงพร้อมคำรามลั่น “ไอ้บัดซบ! แกรู้ไหมว่าฉันพยายามแค่ไหนกว่าจะทำมันจนสำเร็จความพยายามทั้งหมดของฉันในหนึ่งปีพังเพราะพวกแก!ไอ้เวรเอ๊ยตายซะ!”
“ไอ้โง่!”ซ่งเจิงเหวี่ยงกระทะเหล็กออกไปด้วยท่าแบล็กแฮนด์ จากนั้นจึงเหยียบศีรษะของอีกฝ่ายติดพื้นไว้และใช้กำปั้นทุบลงอย่างรุนแรงใบหน้าของอีกฝ่ายแทบจะบุบสลายเมื่อปะทะกับความโหดเหี้ยมนั้น
“มันน่าชื่นชมตรงไหนที่เอาน้องชายตัวเองมาทดลอง! การเอาคนอื่นมาสนองความต้องการของตัวเองมันน่าชื่นชมตรงไหน! ห๊า!?”ซ่งเจิงโกรธจนเส้นเลือดปูดโปน ฉู่อี้ได้แต่ยืนมองอย่างเงียบงัน เขาไม่เคยเห็นอีกฝ่ายโกรธจัดขนาดนี้แม้แต่ตอนที่พี่ใหญ่กุ้ยตายเขาก็ยังไม่เกรี้ยวกราดเช่นนี้
ดวงตาของซ่งเจิงแดงก่ำเขายังรัวหมัดลงใบหน้านั้นอย่างต่อเนื่องกำปั้นเต็มไปด้วยเลือดที่สาดกระเด็นออกมาจากใบหน้าของหลัวเทียน
“พอแล้ว ถ้านายยังไม่หยุดเขาจะตาย!” เมื่อเห็นหลัวเทียนหมดสติไปแล้วฉู่อี้วิ่งเข้าไปหยุดเขาไว้ทันที
“ฟู่ ฟู่!”ร่างของแมงมุมที่ไหม้เกรียมไปก่อนหน้าพลันแตกออกดวงตาของซ่งเจิงและฉู่อี้เบิกกว้างทันทีเมื่อรับรู้ถึงความผิดปกติ
“ระวัง!”ฉู่อี้ดึงซ่งเจิงออกหลังจากเห็นแมงมุมสีขาวพุ่งเข้าหาเขา
แต่ว่ามันกลับไม่ได้โจมตีพวกเขาสองคนมันพุ่งเข้าหาหลัวเทียนที่กำลังจะตายและเริ่มกัดกินเลือดเนื้อของเขาอย่างหิวกระหาย
“เกิดอะไรขึ้นน่ะ?มันยังไม่ตายงั้นเหรอ?”ซ่งเจิงมองฉากนองเลือดตรงหน้าด้วยความประหลาดใจพร้อมอุทานออก
“ดูเหมือนว่ามันน่าจะแค่ลอกคราบนะ…” ฉู่อี้กล่าวตอบ ซ่งเจิงพิจารณาและเห็นด้วยทันที
“นี่มันเรื่องบ้าอะไรเนี่ย?” ซ่งเจิงตื่นตระหนก
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันแต่มันคือสัตว์ประหลาดที่พวกเขาสร้างขึ้นมา” ฉู่อี้ก็ไม่อยากจะเชื่อสายตาเหมือนกันเขายืนมองแมงมุมกลืนกินร่างของหลัวเทียนไปอย่างรวดเร็วและในท้ายที่สุดร่างกายของหลัวเทียนก็ถูกจัดการจนสะอาดสะอ้านเหลือไว้เพียงโครงกระดูกที่ขาวสะอาดไร้เนื้อหรือเลือดแม้สักหยด
“แอ๊!”เกิดเสียงดังออกมาจากร่างของแมงมุมราวกับทารกน้อย ลำคอของมันค่อย ๆ ปูดโปนและหลัวเฉิงก็ปรากฏขึ้นบนหลังของมันอีกครั้ง
“มีวิธีที่เราจะจับมันได้ไหมฉันว่ามันต้องมีประโยชน์มากแน่” ซ่งเจิงถามฉู่อี้
“ฉันจะลอง!” ซ่งเจิงโบกมือพร้อมกับปลดปล่อยเปลวไฟเข้าหาแมงมุมตรงหน้าแต่แมงมุมสีขาวตัวใหญ่กลับอ้าปากออกและกลืนลูกบอลเพลิงทั้งหมดเข้าไปอย่างง่ายดายหลังจัดการกับไฟเสร็จสิ้นแล้วมันหันกลับมาพร้อมกับใช้ก้นพ่นใยแมงมุมผสมไปด้วยเปลวเพลิง… เป้าหมายของมันคือซ่งเจิงและฉู่อี้
“นี่มันเรื่องบ้าอะไรเนี่ย!” ซ่งเจิงกระโดดหลบอย่างรวดเร็วแต่ฉู่อี้ไม่กลัวเขาปลดปล่อยเปลวเพลิงออกจากกำปั้นอีกครั้งและเผาให้ใยแมงมุมกลายเป็นเถ้าถ่าน
“โชคดีที่ตอนนี้ฉันแค่อยากจะจับมันแต่ฉันก็ไม่ได้คาดหวังว่ามันจะสามารถกลืนกินพลังงานของศัตรูและเอาไปใช้เป็นพลังของตัวเองบ้าเอ๊ย เรื่องนี้เหลือเชื่อชะมัด! อ้อนี่คือความสามารถระดับสี่หรือเปล่า?”ฉู่อี้กล่าวออกพร้อมกับเหงื่อเม็ดใหญ่ที่ผุดขึ้นมาเต็มหน้าผาก
“ต้องรีบจัดการมันให้ได้ไม่งั้นคงยุ่งยากน่าดู!” ฉู่อี้กล่าวต่ออย่างร้อนใจ
“นั่นไม่ใช่แค่ระดับสามเหรอ?อย่าบอกนะว่าเราสองคนไม่สามารถจัดการกับมันได้?!” ซ่งเจิงไม่สนใจแอนตี้บอดี้จากแมงมุมตัวนั้นอีกแล้วเขากลับเริ่มหวาดกลัวว่าตัวเองกำลังตายมากกว่า
“ไม่ต้องตื่นตูมหรอกหน่าถึงฉันจะจับมันไม่ได้ แต่เราก็สามารถสร้างกับดักเพื่อจัดการมันได้” ฉู่อี้หงุดหงิดที่ซ่งเจิงสติแตก ฉับพลันริ้วเปลวเพลิงสีแดงปรากฏขึ้นผ่านนิ้วทั้งสิบพร้อมกับพุ่งทะยานเข้าล้อมรอบแมงมุมตรงหน้า
“มันจะกินไฟของนายอีกอย่าโง่ได้ไหม!” ซ่งเจิงตะโกน
“ไม่เป็นไรหรอกไฟทั้งสิบเส้นนี้มีขนาดเล็กแต่สุดท้ายจะถูกหลอมรวมเข้าด้วยกัน ทั้งพลังและความร้อนของมันจะสูงเป็นสองเท่า!” ฉู่อี้อธิบายอย่างเร่งรีบ
“หลอมรวมงั้นเหรอ?” ซ่งเจิงอดไม่ได้ที่จะมองฉู่อี้อย่างปลื้มปีติเขาก็ควรเข้าใจเรื่องนี้ด้วยเช่นกันถ้าหากทะลวงผ่านระดับสามมาได้
“อ๊า! อ๊าก!”หลัวเฉิงที่อยู่บนหลังของแมงมุมส่งเสียงร้องออกมาอย่างเจ็บปวดเมื่อต้องเผชิญหน้ากับไฟที่ร้อนแรงกว่าเดิมถึงสองเท่า
“เสียงมันเปลี่ยนไป! มันโตแล้วงั้นเหรอ?”ซ่งเจิงตื่นตระหนกเพราะก่อนหน้านี้ยังเป็นเสียงของเด็กอ่อนอยู่เลย
“สัตว์ประหลาดระดับสองแต่ความสามารถอยู่ในระดับสี่… มันสร้างของแบบนี้ได้ยังไงนะ?”ฉู่อี้มองดูแมงมุมที่ถูกเปลวไฟล้อมรอบอย่างตกตะลึงทุกครั้งที่ร่างของมันปะทะกับเปลวไฟพวกนั้น รอยไหม้ดำจะปรากฎขึ้นบนร่างกายของมัน
“ตอนนี้มันกำลังปรับตัวเพื่อให้จัดการกับเปลวเพลิงได้รีบฆ่ามันซะ!”ทันทีที่ฉู่อี้เห็นว่าแมงมุมเริ่มปรับตัวได้เขาเร่งรีบตะโกนบอกซ่งเจิงทันที
“มาแล้ว!”ซ่งเจิงหยิบกระทะเหล็กออกมาพร้อมกับหยิบมีดยาวคมปลาบที่น่าทึ่งออกมาความยาวของมันเท่ากับความสูงของคน ๆ หนึ่งเลยทีเดียว
มันคือมีดมาเชเต้เขาหยิบยกมันขึ้นอย่างยากลำบากพร้อมกับฟาดลงที่หลัวเฉิงซึ่งอยู่บนหลังของแมงมุม
“ฟึ่บ!”ร่างของหลัวเฉิงถูกซ่งเจิงตัดขาดเป็นสองท่อน แมงมุมโกรธจัดจนพุ่งเข้าหากองเพลิงด้านหน้าและเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดอย่างรุนแรง
“ระวัง อย่าปล่อยให้มันหนีไป!” ซ่งเจิงตะโกนบอกฉู่อี้พร้อมกับวิ่งเข้าหาหลัวเฉิง
“มันยังหายใจอยู่!” ซ่งเจิงอุทานออกหลังจากใช้มือกดที่คอของหลัวเฉิงเขารีบชักมือกลับทันทีด้วยความตื่นตระหนก
“ขอบคุณ…ในที่สุดฉันก็เป็นอิสระสักที!”แววตาแดงก่ำของหลัวเฉิงหายไปแล้วเหลือไว้เพียงความโล่งอกที่ฉายชัดออกมา
“แมงมุมตัวนี้คืออะไร?” ซ่งเจิงถามหลัวเฉิงอย่างตรงไปตรงมาอีกฝ่ายเหลือร่างกายเพียงครึ่งท่อนเท่านั้นและสุดท้ายก็รู้ดีว่าเขาคงต้องตายและไม่มีมีใครช่วยได้นี่จึงเป็นโอกาสเดียวที่ซ่งเจิงจะมีโอกาสถามไถ่
“แมงมุมตัวนี้ถูกสร้างโดยมนุษย์พันธุ์ใหม่ระดับสี่ที่ชื่ออดัมเขาใช้เซลของตัวเองผสมกับไข่ของแมงมุมน่ะ…ส่วนแมงมุมตัวนี้ชื่ออีฟฉันได้ยินอดัมพูดกับคนของเขาว่าการทดลองแมงมุมครั้งนี้คือกุญแจสู่ความก้าวหน้าถ้าหากเขาเข้าสู่ระดับห้าได้เขาจะกลายเป็นบุคคลที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกและจะปกครองเมืองแห่งความหวัง”
“แล้วนายกับแมงมุมตัวนี้เกี่ยวข้องกันยังไง?” ซ่งเจิงตกใจในความบ้าคลั่งของอดัมพร้อมกับรีบถามออก
‘เส้นทางที่จะก้าวเข้าสู่ระดับห้าต้องใช้น้ำยาวิวัฒนาการไม่ใช่เหรอ?หรือว่าตั้งแต่ระดับสี่ขึ้นไปน้ำยาวิวัฒนาการจะไม่สามารถใช้ได้… ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วจะหาอะไรมาทดแทนล่ะ?’ซ่งเจิงได้แต่คิดในใจ
“ที่ฉันเป็นอย่างนี้ก็เพราะพี่ชายต้องการจะช่วยชีวิตฉัน… ตอนนั้นฉันถูกซอมบี้กัดและกำลังจะตายเขาเลยใช้การทดลองของอดัมเป็นต้นแบบและเอาร่างของฉันเข้าไปผสมแต่สุดท้ายกลายเป็นฉันเองที่ฆ่าเขา… แค่ก แค่ก แค่ก!” หลังจากหลัวเฉิงพูดจบ เขาอาเจียนเลือดก้อนใหญ่ออกมาก่อนจะแน่นิ่งไป
ซ่งเจิงถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้บางครั้งการไม่รู้ความจริงก็ทำให้มีความสุขซะกว่า…