ในวังหลวงอันกว้างใหญ่ไพศาลดั่งดวงใจที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนแห่งราชบัลลังก์ ดอกบัวขาวบริสุทธิ์หนึ่งดอกผลิบานกลางทะเลเพลิงแห่งราคะต้องห้าม ผู้ใดแตะต้อง ย่อมถูกชะตาฟ้าลิขิตกลืนกินด้วยไฟปรารถนาที่มิอาจดับสิ้น แต่โศกนาฏกรรมอันแสนหวานกลับเริ่มต้นจากหยาดน้ำค้างหยดหนึ่ง...
ราคะแห่งราชวงศ์ (TheLotus of Forbidden Fate)
“ดอกบัวขาวต้องห้าม...ถูกหยกอันตรายด้วยราคะซาดิสต์ข้ามชาติภพ”
ท้องฟ้าเหนือเส้นทางหลวงสู่เมืองหลวงในยามสนธยาแดงฉานดั่งเืที่ไหลรินจากาแของแผ่นดินที่กำลังสั่นคลอนในปลายยุคราชวงศ์ิอันวุ่นวายฝุ่นธุลีคละคลุ้งไปกับลมหนาวที่พัดพากลิ่นดินโคลนและใบไม้ร่วง หลานจิ้งซู ชายหนุ่มวัยยี่สิบเอ็ดปีนั่งตัวสั่นอยู่บนหลังม้าที่เชื่องช้า มือทั้งสองข้างยังกำกระเป๋าหนังเก่าๆที่บรรจุตำราและเงินที่เหลือจากการเดินทางอันยาวไกลจากบ้านเกิดที่เสื่อมถอย
ผิวพรรณของเขาขาวละเอียดดั่งหยกเนื้อดีที่เพิ่งถูกขัดเกลาริมฝีปากแดงระเรื่อราวกับกลีบดอกท้อแรกแย้มตาคมใสซื่อแต่แฝงประกายแห่งปัญญาที่เฉียบแหลมราวดาบที่ซ่อนในฝักผมยาวสีดำสนิทถูกรวบไว้หลวมๆ ด้วยผ้าไหมสีครามเรียบง่ายชุดนักศึกษาที่สวมใส่แม้จะเก่าขาดวิ่นแต่ยังคงรักษาความสะอาดเอี่ยมอ่องไว้ได้เขาเป็บุตรชายของขุนนางตระกูลหลานที่เคยรุ่งเรืองแต่ล้มเหลวลงด้วยภัยพิบัติและการเมืองภายในใฝ่ฝันเพียงสิ่งเดียว: สอบจอหงวนเพื่อฟื้นฟูเกียรติยศตระกูล
“อีกไม่ไกล... เมืองหลวงต้องอยู่ตรงหน้าแล้ว” เขาพึมพำกับตนเองเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่นดั่งคำสอนของบิดาที่ล่วงลับไป
ทันใดนั้นเสียงหัวเราะหยาบกร้านและเสียงม้าตะบึงก็ดังก้องจากด้านหลังกลุ่มโจรสามหัวแปดตาที่มีใบหน้าบึ้งตึงเต็มไปด้วยรอยแผลเป็พุ่งออกมาจากพุ่มไม้ข้างทางดาบโค้งและหอกยาวสะท้อนแสงเย็นะเื
“หยุดม้าเดี๋ยวนี้! มอบเงินและสัมภาระมา แล้วข้าจะไว้ชีวิตเ้าเด็กบัณฑิต!”หัวหน้าโจระโ เสียงดังก้องราวฟ้าร้อง
หลานจิ้งซูหน้าซีดเผือดมือที่กำบังเหียนสั่นเทา แต่เขากัดฟันแน่นดึงดาบสั้นที่พกติดตัวออกมา—ดาบที่บิดมอบให้ก่อนสิ้นใจ “ข้าไม่มีเงินมากมาย...แต่หากพวกเ้าเอาชีวิตข้าไป ก็จงรับไว้เถิด!”
การต่อสู้ที่ไม่สมน้ำสมเนื้อเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วดาบของเขาถูกฟาดกระแทกกระเด็น ไหล่ซ้ายถูกเฉี่ยวจนเืไหลซึมร่างกายถูกโยนลงจากหลังม้า ฝุ่นธุลีคละคลุ้งปกคลุมใบหน้าที่งดงามกลุ่มโจรหัวเราะลั่นขณะที่มือหยาบกร้านยื่นออกมาจะปล้นชิงกระเป๋าและอาจจะมากกว่านั้น
ในวินาทีที่ดาบโจรกำลังจะฟันลงมาเสียงม้าตะบึงอันทรงพลังก็ดังก้องจากระยะไกลเงาร่างสูงสง่างามบนหลังม้าดำสนิทพุ่งทะยานเข้ามาราวพญาัที่ตื่นจากหลับใหล
“หยุดมือ!”
เสียงนั้นต่ำทุ้มเ็าแต่แฝงอำนาจที่ไม่อาจโต้แย้ง ดั่งคำสั่งจาก์ กลุ่มโจรหันขวับไปเห็นชายในชุดคลุมสีครามเข้มปักลายัเงิน ท่าทางสงบนิ่งดั่งูเาหยกใบหน้าที่งามสง่าเหลือประมาณ ผิวขาวผ่องราวหยกแกะสลักผมยาวดำสนิทปล่อยสยายตามสายลม ตาคมกริบดั่งดวงดาราที่ซ่อนคมมีด ฉือเย่ว่หลิง อ๋องเย่ว่หลิง วัยยี่สิบแปดปีผู้ครองตำแหน่งสูงส่งในราชสำนัก เก่งกาจทั้งกลยุทธ์การเมืองและฝีมือการรบ
ดาบยาวในมือเขาพลิ้วไหวเพียงไม่กี่กระบวนท่ากลุ่มโจรก็ล้มลงราวใบไม้ร่วง โลหิตฉีดพุ่งแต่งแต้มพื้นดินแดงฉานอ๋องเย่ว่หลิงะโลงจากม้ามองลงไปที่หลานจิ้งซูที่นอนหอบหายใจด้วยสายตาที่เ็าแต่แวบหนึ่งด้วยประกายประหลาด
“เ้า... เป็ใคร?” เสียงอ๋องทุ้มต่ำดังก้อง
หลานจิ้งซูยกมือขึ้นปิดาแที่ไหล่พยายามลุกขึ้นนั่ง “ข้าน้อย... หลานจิ้งซู บัณฑิตจากชนบทเดินทางมาสอบจอหงวนในเมืองหลวง ขอบพระทัยท่านผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิต...”
สายตาของอ๋องเย่ว่หลิงหยุดนิ่งอยู่ที่ใบหน้าของชายหนุ่มนานกว่าปกติความงามที่บริสุทธิ์ดั่งดอกบัวแรกแย้มในบ่อน้ำใสผสมผสานกับความซื่อสัตย์ที่ฉายออกมาจากดวงตาใสซื่อทำให้หัวใจที่เคยเ็าของเขาสั่นไหวเล็กน้อยเป็ครั้งแรกในรอบหลายปี“ขึ้นม้ากับข้า เ้าาเ็หนัก ข้าจะพาไปรักษาที่จวน”
หลานจิ้งซูลังเลแต่ความเ็ปและความเหนื่อยล้าทำให้เขายอมจำนน อ๋องเย่ว่หลิงอุ้มร่างเบาๆของเขาขึ้นบนหลังม้าด้วยมือที่แข็งแรงแต่แฝงความอ่อนโยนที่แม้แต่ตัวเขาเองยังไม่รู้ตัวกลิ่นหอมอ่อนๆของไม้จันทน์และความเย็นจากร่างกายของอ๋องทำให้หลานจิ้งซูหน้าแดงก่ำโดยไม่รู้ตัว
จวนอ๋องเย่ว่หลิงตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวงงดงามอลังการด้วยสถาปัตยกรรมราชวงศ์ หลังคาโค้งประดับกระเบื้องสีเหลืองทองสวนหย่อมเต็มไปด้วยบ่อน้ำดอกบัว ที่ดอกบัวขาวกำลังผลิบานในแสงจันทร์กลิ่นธูปและดอกไม้ลอยคละคลุ้ง ผสมกับเสียงเพลงจากบรรเลงพิณในหอใกล้เคียง
กุ้ยหลงหัวหน้าสายลับผู้ซื่อสัตย์ของอ๋อง รีบเข้ามารับ “ท่านอ๋อง... ผู้าเ็ผู้นี้คือ?”
“รักษาเขาให้ดีที่สุด” อ๋องเย่ว่หลิงสั่งสั้นๆก่อนพาหลานจิ้งซูเข้าไปในห้องพักรับรองที่ตกแต่งด้วยผ้าไหมและเครื่องหอมล้ำค่า
ในห้องที่อบอุ่นด้วยแสงเทียนสีแดงอ๋องเย่ว่หลิงถอดเสื้อคลุมตัวเองออกโชว์แผงอกที่กำยำแ่าแต่ผิวพรรณยังคงขาวผ่องดั่งหยก เขานั่งลงข้างเตียงใช้ผ้าไหมชุบน้ำอุ่นเช็ดเืที่ไหลจากไหล่ของหลานจิ้งซูด้วยมือที่ชำนาญ
“ท่านอ๋อง... ข้าน้อยเองก็ทำได้...” หลานจิ้งซูพยายามขยับตัวใบหน้าซีดเผือดแต่ดวงตายังคงใสซื่อ
“นิ่งไว้” เสียงอ๋องทุ้มต่ำใกล้ชิดจนลมหายใจรดต้นคอของหลานจิ้งซู“เ้าเป็แขกของข้า... และข้าไม่เคยปล่อยให้สิ่งที่ข้าช่วยชีวิตตายไปง่ายๆ”
นิ้วเรียวยาวของอ๋องััผิวเนื้อนุ่มละเอียดของชายหนุ่มโดยบังเอิญขณะทายาเส้นสีเข้มที่มีกลิ่นหอมเย็น หลานจิ้งซูตัวสั่นเล็กน้อยความรู้สึกแปลกประหลาดแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย ทั้งอบอุ่นทั้งเสียวซ่านที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนดวงตาของอ๋องเย่ว่หลิงจ้องมองใบหน้าที่แดงระเรื่อของเขานิ่งอยู่นานก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แผงความซับซ้อน
“เ้ามีใบหน้าที่... ทำให้ผู้คนหลงใหลได้ง่ายนัก หลานจิ้งซู”
“ท่านอ๋องล้อข้าน้อยแล้ว ข้าน้อยเพียงบัณฑิตธรรมดา...” หลานจิ้งซูก้มหน้าใจเต้นแรงราวกลองศึก
อ๋องเย่ว่หลิงยิ้มมุมปากเล็กน้อยเป็รอยยิ้มที่เ็าแต่แฝงเสน่ห์อันตราย “ธรรมดา? ข้าเห็นมาแล้วมากมาย... แต่เ้า... แตกต่าง”
การรักษาาแดำเนินไปในบรรยากาศที่เงียบสงบแต่เต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าที่มองไม่เห็นทุกััของนิ้วอ๋องล้วนทำให้หลานจิ้งซูรู้สึกถึงความใกล้ชิดที่เกินเลยสถานะ ต่างชนชั้นระหว่างอ๋องผู้สูงส่งกับบัณฑิตจนๆแต่ชะตาฟ้ากำลังเริ่มพลิกผัน...
ดอกบัวขาวกลางฝุ่นธุลี ยังคงบริสุทธิ์ท่ามกลางพายุ หยกแกะสลักัักลีบอ่อนราคะแรกแย้มซ่อนในสายตา ชะตาลิขิตพันธนาการใจ ห้ามแตะต้องแต่โศกหวานกลืนกิน วัฏจักรหมื่นวนเริ่มจากหยาดน้ำค้างหยดนี้...
สุสาส์นราคะ