ชะตาฟ้า ข้าลิขิต

    ตอนที่ 36 : แผนการที่พังทลาย

    【ป่าอสูรร่ำไห้】เป็นสถานที่ต้องห้ามที่อยู่ทางทิศใต้สุดของเมืองหยางโจว และที่แห่งนั้นมีการเล่าลือกันว่าเป็นรังขนาดใหญ่ของสัตว์วิญญาณระดับสูงที่ไม่มีผู้ใดกล้ากล้ำกรายเข้าไป 


    เพราะไม่ว่าใครก็ตามที่เข้าไป แทบจะไม่มีโอกาสได้กลับออกมาแบบมีชีวิต!


    ตำนานนี้ได้ถูกเล่าขานกันปากต่อปากมาเป็นสิบๆปี แต่ไม่มีผู้ใดรับรู้ว่าความจริงจะเหมือนอย่างคำเล่าอ้างหรือไม่


    ทว่าป่าอสูรร่ำไห้กลับเป็นเหมือนขุมทรัพย์ของเหล่านักผจญภัยทั้งหลาย เนื่องจากที่แห่งนั้นมักจะปรากฏให้เห็นสมุนไพรล้ำค่าอยู่บ่อยครั้ง 


    การที่จู่ๆสำนักจักรพรรดิดาราได้ส่งคนอย่างหยุนเหวินมาที่เมืองหยางโจวอันห่างไกลได้เป็นการชี้ชัดแล้วว่า อันตรายที่หลบซ่อนอยู่ในป่าอสูรร่ำไห้ต้องเป็นเรื่องใหญ่ที่จำเป็นต้องใช้ผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงในการตรวจสอบ


    เพราะโดยปกติแล้วป่าอสูรร่ำไห้แทบจะไม่มีความสำคัญใดๆกับกองกำลังที่ยิ่งใหญ่อย่างสำนักจักรพรรดิดารา แต่ในคราวนี้ดูเหมือนว่าจะมีหลายสิ่งหลายอย่างแตกต่างออกไป...


    หยุนเหวินเอามือกลับมาไพล่หลังตามเดิม “เอาล่ะ เรื่องนั้นเอาไว้ทีหลัง ข้าขอพักในคฤหาสน์เจ้าเมืองอีกสักไม่กี่วันก่อนจะออกเดินทางไปยังป่าอสูรร่ำไห้”


    “เสี่ยวมู่รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง” เจ้าเมืองมู่ยิ้มอย่างสุภาพ ก่อนที่เขาจะผายมือเชิญชวนผู้อาวุโสหยุนเหวินเข้าสู่คฤหาสน์ไป


    .

    .

    .


    หลังจากผ่านไปไม่กี่ชั่วยาม ข่าวคราวที่เกิดขึ้นกับตระกูลชิงและตระกูลจางก็แผ่ขยายออกไปราวกับไฟลามทุ่ง!


    ข่าวแรกก็คือจางหลินฉีกสัญญาหมั้นหมายระหว่างตระกูลจางและตระกูลชิงเพื่อที่จะปลดเปลื้องภาระอันยิ่งใหญ่ให้แก่ชิงเยว่ เพื่อไม่ให้นางต้องมาถูกคนไร้ประโยชน์อย่างเขาฉุดรั้งอนาคตไว้ การกระทำนี้ของเขาได้ทำให้ผู้คนที่อาศัยอยู่ภายในเมืองหยางโจวรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง


    ข่าวที่สองคือการมาถึงของผู้อาวุโสจากสำนักจักรพรรดิพิรุณ และผู้คนได้มารู้ในภายหลังว่า ชิงเยว่เทพธิดาแห่งเมืองหยางโจวได้กลายเป็นลูกศิษย์สายตรงลำดับที่สี่ของปรมาจารย์ซูหยานแห่งสำนักจักรพรรดิพิรุณไปแล้ว 


    ด้วยเหตุนี้ชิงเหลียนเฟิงและตระกูลชิงจึงถูกขับไล่ให้ออกไปจากเมืองหยางโจวในอีกสามวันต่อมา


    และข่าวสุดท้ายก็คือการปรากฏตัวขึ้นของผู้อาวุโสหยุนเหวินแห่งสำนักจักรพรรดิดารา การมาเยือนของเขาได้ทำให้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับตระกูลจางได้ถูกคลี่คลายลงโดยสมบูรณ์ 


    แต่นั่นก็อาจจะก่อให้เกิดคลื่นใต้น้ำครั้งใหญ่ เพราะการมาถึงของหยุนเหวินได้ทำให้ตระกูลชิงและปรมาจารย์ซูหยานเสียผลประโยชน์ไปเต็มๆ…


    .

    .

    .


    “บัดซบ!”


    “บัดซบ!”


    “บัดซบ!”


    ใจกลางห้องโถงของตระกูลชิง ปรมาจารย์ซูหยานระเบิดความโกรธด้วยการทำลายข้าวของจนกระจัดกระจายกันไปคนละทิศคนละทาง! แม้แต่เครื่องประดับที่งดงามอย่างแจกันราคาสูงก็ยังแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ!


    ดวงตาของมันแดงก่ำราวกับสัตว์ป่า มันหอบหายใจอย่างหนักราวกับกำลังจะเป็นลมบ้าหมู!


    เห็นได้ชัดว่าปรมาจารย์ซูหยานรู้สึกคับแค้นใจที่หยุนเหวินมามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยไม่ได้ตั้งใจ และทำให้แผนการของมันพังทลายลงอย่างย่อยยับจนไม่เหลือชิ้นดี!


    ชิงเหลียนเฟิง ชิงเยว่และหยางเซี่ยเพียงแค่ยืนมองจากด้านหลัง พวกเขาก็ไม่มีความคิดที่จะนำเรือไปขวางน้ำที่กำลังเชี่ยวแต่อย่างใด


    ปรมาจารย์ซูหยานยืนอยู่ท่ามกลางเศษข้าวของที่กระจัดกระจาย ดวงตาที่เย็นชาจ้องมองไปที่หยางเซี่ยพลางตะคอกขึ้นว่า “หยางเซี่ย! เจ้ารู้ความผิดของเจ้าหรือไม่!?”


    เมื่อเห็นดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยเจตนาฆ่าของปรมาจารย์ซูหยาน หยางเซี่ยก็ตัวแข็งทื่อ “ทะ-ท่านอาจารย์… ท่านหมายความว่าอย่างไร?”


    เมื่อเห็นว่าหยางเซี่ยยังไม่รู้ความผิดของตนเอง ปรมาจารย์ซูหยานก็ยิ่งเลือดขึ้นหน้า “หากเจ้าไม่ได้โจมตีจางหลิน พวกเราจะยังพอมีโอกาสที่จะได้รับสิ่งประดิษฐ์ระดับ 7 ต่อให้มันจะพยายามยกเลิกการหมั้นหมายก็ตาม! หรือต่อให้จางหลินมีส่วนเกี่ยวข้องกับองค์หญิงน้อยแห่งจักรวรรดิซวนหยวน แต่สิ่งนั้นก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ได้!”


    “ทะ-ท่านอาจารย์ ข้าไม่เข้าใจ” หยางเซี่ยยังคงแสดงสีหน้าสับสนปะปนไปด้วยความกลัว


    ปรมาจารย์ซูหยานคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว “ไอ้โง่! การที่เจ้าทำเช่นนี้ก็เท่ากับว่าพิษแช่แข็งกระดูกที่ถูกฝังอยู่ในร่างของมันก็อาจจะจบลงด้วยความช่วยเหลือจากเจ้าหยุนเหวิน! และพวกมันจะไม่มีทางมาขอความช่วยเหลือจากพวกเราอีกต่อไป! นั่นทำให้โอกาสครั้งสุดท้ายของพวกเราต้องสูญเสียไปเพราะการตัดสินใจที่โง่เขลาของเจ้า!”


    ปรมาจารย์ซูหยานพอจะตระหนักได้ว่าหากหยางเซี่ยไม่คิดลงมือกับจางหลินและปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปตามธรรมชาติ ความขัดแย้งก็จะไม่เกิดขึ้น และยังพอมีโอกาสที่มันจะได้รับสิ่งประดิษฐ์ระดับ 7 ของตระกูลจาง


    ทว่าเมื่อเกิดความขัดแย้ง เป็นไปไม่ได้เลยที่หยุนเหวินจะอยู่เฉย นั่นทำให้ทุกอย่างอยู่นอกเหนือการควบคุมของมัน และไม่เป็นไปตามที่มันคาดหวังไว้


    ด้วยการตัดสินใจที่ไม่ผ่านการไตร่ตรองของหยางเซี่ย หยุนเหวินจึงได้ปรากฏตัวขึ้นเพื่อยับยั้งสถานการณ์! ทำให้แผนการของปรมาจารย์ซูหยานพังทลายและไม่สามารถแก้ไขได้อีกต่อไป!


    โอกาสของปรมาจารย์ซูหยานได้หลุดลอยไปด้วยน้ำมือของลูกศิษย์ของมันเอง!


    เหตุผลที่ตระกูลชิงได้ถูกขับไล่ออกจากเมืองหยางโจว และเหตุผลที่ปรมาจารย์ซูหยานหมดหนทางที่จะได้รับสิ่งประดิษฐ์ระดับ 7 ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพียงเพราะการตัดสินใจด้วยอารมณ์เพียงชั่ววูบของหยางเซี่ยทั้งสิ้น!


    แผนการทุกอย่างที่ถูกวางไว้เป็นเดือนๆ และการลงทุนมากมายกับสมุนไพรระดับ 5 ทุกอย่างนี้ได้พังทลายอย่างไม่มีชิ้นดี!


    เมื่อได้ยินได้ฟังเหตุผลเบื้องหลังทั้งหมด หยางเซี่ยก็ตัวสั่นและหน้าซีดด้วยความสิ้นหวัง “ขะ-ข้า…”


    มันค่อยๆถอยหลังและพยายามประคับประคองร่างไว้ไม่ให้ล้มลง


    ปรากฏว่าเป็นตัวของมันเองที่ทำลายแผนการทั้งหมดจนย่อยยับ!


    หากเหตุการณ์ในวันนี้ไม่มีหยุนเหวินจากสำนักจักรพรรดิดาราเข้ามาเกี่ยวข้อง สถานการณ์จะกลับตาลปัตรเช่นนี้ได้อย่างไร?


    ตุบ!


    หยางเซี่ยคุกเข่าลงกับพื้นในทันที มันเอาศีรษะกระแทกพื้นอย่างรุนแรงจนเลือดไหล “ท่านอาจารย์ ข้าผิดไปแล้ว ได้โปรดยกโทษให้ข้าด้วย”


    “ยกโทษ?” ปรมาจารย์ซูหยานแสดงสีหน้าเย้ยหยัน “เจ้าคิดว่าเจ้ารับผิดชอบไหวหรือไม่!? หากข้าได้รับสิ่งประดิษฐ์ระดับ 7 มา เจ้ารู้หรือไม่ว่าความแข็งแกร่งของสำนักจักรพรรดิพิรุณจะทะยานแข็งแกร่งขึ้นมากเพียงใด!? แต่เป็นเพราะเจ้า! เจ้าทำให้โอกาสการทะยานของสำนักจักรพรรดิพิรุณต้องหายไปด้วยการตัดสินใจที่โง่เขลาของเจ้า!”


    ดวงตาของหยางเซี่ยสั่นคลอนด้วยความหวาดกลัว เนื้อตัวของมันสั่นเทาราวกับถูกผีเข้า


    มันเพิ่งจะตระหนักได้ว่าการกระทำที่ขาดความยั้งคิดของมันส่งผลร้ายแรงและเกิดความเสียหายเป็นวงกว้างมากเพียงใด


    แต่ถึงกระนั้นปรมาจารย์ซูหยานก็พยายามสงบสติอารมณ์ให้ได้มากที่สุด ก่อนจะสะบัดแขนเสื้ออย่างแรง “ลุกขึ้น!”


    “ขอรับ…” หยางเซี่ยค่อยๆลุกขึ้นอย่างยากลำบาก จนร่างกายเปียกโชกด้วยเลือดที่ไหลจากหน้าผาก 


    เมื่อมันเงยหน้าขึ้นมา ดวงตาของมันกลับแดงก่ำด้วยความอาฆาตแค้น!


    หากไม่ใช่เพราะจางหลิน มันจะมาตกอยู่ในสภาพนี้ได้อย่างไร!?


    ทุกอย่างเกิดจากจางหลินคนเดียวเท่านั้น! 


    หากไม่มีจางหลินสักคน มันก็คงไม่ต้องมาพบเจอกับเหตุการณ์ที่มันต้องสูญเสียความไว้วางใจต่อปรมาจารย์ซูหยานเช่นนี้!


    เมื่อเห็นว่าหยางเซี่ยพยายามลุกขึ้นมาอย่างยากลำบาก ชิงเยว่รีบวิ่งเข้ามาประคองร่างของมันขึ้นมาด้วยความกังวล “พี่หยาง ท่านเป็นอะไรหรือไม่?”


    ดวงตาของหยางเซี่ยแข็งกร้าว ขณะจ้องมองชิงเยว่ที่เข้ามาใกล้


    [ตอนนั้นเจ้ายังดูเป็นห่วงเป็นใยจางหลินมากมิใช่หรือ!?]


    [แต่ตอนนี้เจ้าจะมาเป็นห่วงข้างั้นรึ?]


    [นังเพศยา!]