ตอนที่ 6 เสียงกระซิบของิญญา
ความมืดภายในคุกใต้ดินชั้นที่เจ็ดของสำนักฝึกอาคมกลางนั้นหนาแน่นเสียจนแทบจะกลายเป็ของเหลว แสงจากตะเกียงน้ำมันห่างออกไปทุกๆ สิบเมตรส่งกลิ่นน้ำมันสนไหม้ฉุนกึก ธีรภพนั่งนิ่งอยู่บนแผ่นหินเย็นเฉียบ กุญแจมือเหล็กไหลที่ข้อมือยังคงส่งกระแสพลังงานสีฟ้าจางๆ ออกมาเพื่อสะกดการไหลเวียนของโลหิตอาคมในร่าง แต่มันกลับทำให้เขารู้สึกเหมือนมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงเข้าสู่เส้นประสาทตลอดเวลา
เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามประคองสติที่เริ่มพล่าเลือน
“อย่าพยายามฝืนพลังของเหล็กไหลเลยเ้าหนุ่ม” เสียงแหบพร่าจากห้องขังฝั่งตรงข้ามดังขึ้นอีกครั้ง “ยิ่งเ้าต่อต้าน มันยิ่งจะรีดเค้นิญญาเ้าออกมาเป็เชื้อเพลิงให้ตัวมันเอง”
ธีรภพค่อยๆ ลืมตาขึ้น จ้องมองเข้าไปในเงามืดที่มีเพียงดวงตาคู่หนึ่งสะท้อนแสงจางๆ “คุณเป็ใคร แล้วทำไมถึงถูกขังอยู่ในที่แบบนี้”
“ข้าคือคนที่โลกลืมไปแล้ว” ชายคนนั้นขยับตัวลุกขึ้น เสียงโซ่ตรวนที่ล่ามข้อเท้าเขาดังกราวใหญ่ “นามของข้าคือ ‘อาจารย์คง’ อดีตจอมอาคมผู้ที่เคยคิดว่าตัวเองอยู่เหนือสัจธรรม จนกระทั่งความโลภนำพาข้ามาสู่ก้นบึ้งของนรกแห่งนี้”
อาจารย์คงก้าวออกมาสู่ระยะที่แสงสลัวส่องถึง ใบหน้าของเขาซูบผอมจนเห็นโหนกแก้มชัดเจน มีรอยสักอักขระสีดำคล้ำพาดผ่านั้แ่ลำคอขึ้นไปจนถึงใบหน้าซีกขวา “เ้ามีกลิ่นที่ข้าไม่ได้ััมานาน กลิ่นของเืที่เปี่ยมไปด้วยคำสาปและอำนาจ”
ขณะที่ธีรภพกำลังจะเอ่ยปากถามต่อ เสียงกระซิบที่เขาได้ยินก่อนหน้านี้ก็กลับมาอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ได้ดังมาจากในหัว แต่มันดูเหมือนจะดังมาจากใต้พื้นหินที่เขานั่งอยู่
“ปลดปล่อย ข้า”
เสียงนั้นโหยหวนและเต็มไปด้วยความเคียดแค้น มันสั่นะเืเข้ามาถึงกระดูกสันหลังของธีรภพ ตราประทับที่หลังมือขวาของเขาเริ่มตอบสนอง มันร้อนขึ้นจนกุญแจมือเหล็กไหลเริ่มส่งเสียงร้องคราง เปรี๊ยะ... ราวกับจะแตกสลาย
“ได้ยินแล้วสินะ” อาจารย์คงยิ้มอย่างน่าสยดสยอง “สิ่งที่เป็ความลับดำมืดที่สุดของสำนักอาคมขาว ‘ิญญาบรรพชนกระหายเื’ ที่ถูกกักขังไว้ใต้คุกชั้นที่เจ็ดนี้มานานกว่าสามร้อยปี”
“พวกเขากักขังิญญาไว้ใต้โรงเรียนงั้นเหรอ” ธีรภพขมวดคิ้ว “เพื่ออะไร”
“เพื่อใช้เป็แหล่งพลังงานสำรองให้ข่ายมนต์ปกป้องเมืองอัมพรพิมานยังไงล่ะ” อาจารย์คงแค่นเสียงหัวเราะ “โลกแห่งความดีงามที่เ้าเห็นเบื้องบนนั้น สร้างขึ้นบนกองซากศพและการทรมานิญญาเบื้องล่างนี้ และตอนนี้มันััได้ถึงเืของเ้า ธีรภพ เืที่สามารถทำลายผนึกของมันได้”
ทันใดนั้น พื้นห้องขังของธีรภพก็เริ่มสั่นะเื ไอหมอกสีดำเข้มพวยพุ่งขึ้นมาจากรอยแตกของหิน มันก่อตัวเป็รูปมือปีศาจขนาดใหญ่ที่พยายามจะคว้าจับตัวเขา
“ส่งเืของเ้ามา ส่งดวงิญญาของเ้ามา”
ธีรภพพยายามจะถอยหนี แต่กุญแจมือเหล็กไหลที่ดูดพลังเขาไปทำให้เขาอ่อนแอเกินกว่าจะขัดขืน
ในสภาวะกึ่งเป็กึ่งตาย จิตของธีรภพถูกกระชากเข้าไปสู่ห้วงมิติสีแดงฉาน เขาพบว่าตัวเองยืนอยู่ท่ามกลางทะเลเืที่กว้างใหญ่ไพศาล เบื้องหน้าของเขาคือ ตำราอาคมเื เล่มั์ที่ลอยอยู่กลางอากาศ หน้ากระดาษพัดพลิกไปมาอย่างรวดเร็วก่อนจะหยุดลงที่หน้าหนึ่งซึ่งว่างเปล่า
“จงจารึกนามของเ้าลงไป หากเ้า้ารอดชีวิต” เสียงจากตำราดังก้อง
“ถ้าฉันจารึก ฉันต้องแลกด้วยอะไร” ธีรภพถาม เสียงของเขามั่นคงแม้จะอยู่ท่ามกลางนิมิตที่น่าสะพรึงกลัว
“แลกด้วยความเป็มนุษย์ที่เรียบง่าย และแบกรับความแค้นของดวงิญญานับล้าน”
ธีรภพมองดูมือที่สั่นเทาของตนเอง เขานึกถึงลลินทิพย์ที่พยายามปกป้องเขา นึกถึงปู่ที่ทิ้งมรดกเืนี้ไว้ให้ หากเขาตายที่นี่ ทุกอย่างจะจบลง และิญญาร้ายเบื้องล่างจะถูกปลดปล่อยออกมาทำลายทุกสิ่ง
“ถ้าความมืดคือสิ่งที่จำเป็ต้องมีเพื่อปกป้องแสงสว่าง ฉันก็จะรับมันไว้เอง”
ธีรภพยื่นมือที่อาบไปด้วยเืของตนเอง ที่เกิดจากแรงบีบของกุญแจมือเหล็กไหลออกไป ป้ายลงบนหน้ากระดาษที่ว่างเปล่าในตำราทันที
เปรี้ยงงงงง!
สายฟ้าสีแดงผ่าลงมากลางจิติญญาของเขา พลังงานมหาศาละเิออกจากตัวธีรภพในโลกความเป็จริง
กลับมาที่ห้องขัง แสงสีแดงเจิดจ้าพุ่งทะลุผ่านความมืด กุญแจมือเหล็กไหลที่ว่ากันว่าไม่มีวันถูกทำลาย บัดนี้กลับหลอมละลายกลายเป็ของเหลวสีดำหยดลงสู่พื้น พลังอาคมในกายของธีรภพพลุ่งพล่านจนเกิดเป็พายุหมุนขนาดเล็กเป่ากระจุยฝุ่นผงรอบตัว
“มหาอาคมบทที่หนึ่ง ‘เสียงเพรียกจากอเวจี’” ธีรภพะโออกมา ดวงตาของเขากลายเป็สีแดงสดที่มีวงแหวนอักขระหมุนวน
มือปีศาจที่พุ่งขึ้นมาจากพื้นถูกแสงสีแดงแผดเผาจนสลายตัวไป แต่ิญญาบรรพชนที่ถูกกักขังอยู่ใต้ดินกลับยิ่งบ้าคลั่งกว่าเดิม พวกมันรับรู้ได้ว่ากุญแจที่พวกมันรอคอยได้ตื่นขึ้นแล้ว
“หยุดนะ ธีรภพ อย่าปล่อยให้มันดึงพลังเ้าไปมากกว่านี้” เสียงที่คุ้นเคยดังมาจากทางเดินคุก
ลลินทิพย์วิ่งเข้ามาพร้อมกับไม้เท้าพระจันทร์เสี้ยวในมือ เธอเห็นสภาพของธีรภพแล้วถึงกับหน้าซีด “กุญแจมือเหล็กไหลสลายไปแล้ว เป็ไปไม่ได้”
“ลลินทิพย์ ถอยไป” ธีรภพคำราม เสียงของเขาเริ่มมีความแหบพร่าคล้ายกับเสียงของอสูร “ผม ผมควบคุมมันไม่ไหว”
เงาดำนับพันดวงเริ่มพุ่งออกมาจากผนังคุก พวกมันคือิญญาพยาบาทที่ถูกดึงดูดด้วยพลังของตำราอาคมเื พวกมันไม่ได้้าทำร้ายธีรภพ แต่มัน้าจะรวมเป็หนึ่งกับเขา
“ในนามแห่งจันทรา ม่านมนตรานิรันดร์” ลลินทิพย์กระแทกไม้เท้าลงบนพื้น สร้างโดมแสงสีขาวบริสุทธิ์เข้าปกคลุมตัวธีรภพไว้ เพื่อตัดขาดเขาจากเสียงเรียกของิญญาร้าย
แรงปะทะระหว่างพลังสีขาวของลลินทิพย์และพลังสีแดงของธีรภพทำให้เกิดแรงอัดอากาศมหาศาลจนกำแพงหินรอบๆ เริ่มมีรอยร้าว
“ธีรภพ ตั้งสติ อย่าฟังเสียงพวกมัน มองมาที่ฉัน” ลลินทิพย์ะโทั้งน้ำตา เธอเห็นเส้นเืสีดำเริ่มลามขึ้นไปบนใบหน้าของชายหนุ่ม
ธีรภพจ้องมองเข้าไปในดวงตาของลลินทิพย์ ความอ่อนโยนและความเป็ห่วงในดวงตาคู่นั้นช่วยดึงเขากลับมาจากขอบเหวของความบ้าคลั่ง เขากัดริมฝีปากจนห่อเื พยายามรวบรวมเจตจำนงสุดท้ายเพื่อกดข่มพลังสีแดงลงไป
“อึก... ฮ่าห์!”
เขาทรุดตัวลงกับพื้น พลังสีแดงค่อยๆ จางหายไป ไอหมอกดำรอบๆ ห้องขังถอยร่นกลับลงสู่ใต้ดินตามเดิม ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่น่าอึดอัดและซากปรักหักพังของกุญแจมือ
“เ้าทำได้ดีมาก แม่นางน้อย” อาจารย์คงที่นั่งดูเหตุการณ์อยู่กล่าวขึ้นเบาๆ “แต่เ้าเพิ่งจะทำพลาดครั้งยิ่งใหญ่ เ้าไม่ได้ช่วยเขา แต่เ้าเพิ่งจะแสดงให้สภาเห็นว่า พลังของเด็กคนนี้มันเกินกว่าที่พวกเขาจะอนุญาตให้มีตัวตนอยู่ได้”
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนกลุ่มใหญ่ดังแว่วมาจาก้า แสงคบไฟจำนวนมากสว่างไสวไปทั่วทางเดิน
“ท่านประธานสภาและเหล่านักล่าิญญาระดับสูงกำลังมาที่นี่” ลลินทิพย์รีบคว้ามือธีรภพขึ้นมา “ธีรภพ เราต้องหนี ถ้าพวกเขาเห็นคุณในสภาพนี้ พวกเขาจะกำจัดคุณทิ้งทันที”
“หนีไปที่ไหน” ธีรภพถามพลางหอบหายใจ
“ไปที่ หอตำราลับ ท้ายสำนัก ที่นั่นมีประตูมิติที่เชื่อมต่อไปยังโลกมนุษย์อยู่ ฉันจะพาคุณหนีไปก่อนที่เื่จะบานปลาย”
“แล้วเธอล่ะ ถ้าเธอพาผมหนี เธอจะมีความผิดนะ”
ลลินทิพย์ยิ้มเศร้าๆ “ฉันเป็ศิษย์เอกจากตระกูลจันทราเวท พวกเขาทำอะไรฉันไม่ได้มากหรอก แต่คุณ ถ้าคุณอยู่ คุณตายแน่”
ธีรภพมองไปยังทางเดินที่มีคนกำลังใกล้เข้ามา สลับกับดวงตาของอาจารย์คงที่ดูเหมือนจะส่งสัญลักษณ์บางอย่างให้เขา
“ไปซะเ้าหนุ่ม ไปตามหาความหมายที่แท้จริงของตรานั่น แล้ววันหนึ่งเ้าจะกลับมาที่นี่เพื่อทำลายกรงขังทั้งหมดนี้” อาจารย์คงโยนของสิ่งหนึ่งผ่านซี่กรงมาให้ธีรภพ มันคือ เหรียญตราสีดำ เก่าๆ
“เอานี่ไป ถ้าเ้าไปถึงโลกมนุษย์ จงไปตามหาคนที่ชื่อเฒ่าพรายที่ย่านเยาวราช เขาจะช่วยเ้าได้”
ธีรภพเก็บเหรียญตราและกระชับตำราอาคมเืในอก เขาหันไปมองลลินทิพย์แล้วพยักหน้า
“ตกลง เราไปกันเถอะ”
ทั้งคู่พุ่งตัวออกไปจากห้องขังมุ่งหน้าสู่ทางลับที่ลลินทิพย์เตรียมไว้ ทิ้งเื้ัไว้ซึ่งเสียงคำรามของิญญาใต้ดินที่ยังคงเรียกหาเ้านายคนใหม่ของมัน และแผนการร้ายของสภาอาคมที่เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น
แต่สิ่งที่ธีรภพยังไม่รู้คือ การที่เขาสามารถทำลายกุญแจมือเหล็กไหลได้นั้น ได้ส่งคลื่นพลังกระเพื่อมไปถึงาาอสูริญญาที่ถูกผนึกอยู่ในอีกมิติหนึ่ง และมันได้ตื่นขึ้นจากการหลับใหลนับพันปีแล้ว
จบตอนที่ 6
สนับสนุนค่ากาแฟ หรือโดเนทเป็กำลังใจให้ได้นะครับ
4380169722 : ธนาคารไทยพาณิชย์