ระบบตระกูลท้าปฐพีย่ำสวรรค์ 【จบ】

    เล่มที่ 6 บทที่ 161 ความเคารพของสุดยอดรุ่นเก่า การผนึกถ้ำปิศาจ นำความงามกลับบ้าน

            ถ้ำปิศาจทรุดลงและแตกสลายเศษดาวกระจัดกระจายอยู่ทุกหนทุกแห่ง

            ซูฉางเซิงเก็บกระบี่เซียนอมตะต้าหลัวกลับเดินลงมาทีละก้าว ที่ซึ่งเขาไปทุกหนแห่งพลังปิศาจล้วนล่าถอยราวกับเทพเซียนลงมายังเก้าสวรรค์

            กลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัวบนร่างกายที่ยังคงไม่จางหายทำให้หัวใจของเซียนหญิงศักดิ์สิทธิ์เต๋าเสวียนเกิดความปรารถนา

            เรื่องนี้จบลงแล้ว

            “ไปกันเถิด!”

            ซูฉางเซิงยื่นมือออกไปหา เซียนหญิงศักดิ์สิทธิ์เต๋าเสวียนพร้อมกับรอยยิ้ม

            เซียนหญิงหน้าแดงเล็กน้อยและวางมือหยกของนางลงในมือใหญ่ของเขาอย่างสง่างาม

            “อ๊ะ!”

            ในเสียงอุทานนั้น มือใหญ่โอบเอวคอดกิ่วพร้อมกับฉีกกำแพงถ้ำปิศาจ ทั้งสองคนเดินออกจากถ้ำ

            ...

            “คารวะท่านฉางเซิง!”

            สุดยอดรุ่นเก่าและผู้อาวุโสระดับจักรพรรดิของสำนักศึกษาอีกคนรวมถึงกลุ่มกึ่งจักรพรรดิ เมื่อเห็นทั้งสองเดินออกมาจากถ้ำปิศาจก็ตะโกนเสียงดัง

            ความคลั่งไคล้ในบุรุษผู้สง่างามที่ปราบถ้ำปิศาจด้วยตัวคนเดียวนั้น ถูกพุ่งเป้าไปยังคนผู้เดียว

            การต่อต้านผู้เป็นอมตะสูงสุดการยกมือปราบสิบผู้เป็นอมตะสูงสุด การตัดแขนกึ่งราชันเซียนอมตะ พฤติกรรมเหล่านี้ทำให้สั่นสะเทือนดินแดนศักดิ์สิทธิ์นับหมื่นและสามพันดินแดนสวรรค์

            ผู้ใดจะไม่เคารพสักการะ!

            “ไม่ต้องมากพิธี!”

            ซูฉางเซิงโอบเซียนหญิงศักดิ์สิทธิ์เต๋าเสวียน และลงมายืนต่อหน้าฝูงชนด้วยน้ำเสียงสงบ

            ยกมือโบกสะบัดพลังปิศาจมหาศาลดั่งมหาสมุทรม้วนตัวกลับเข้าไปในถ้ำปิศาจ การกระทำนี้ทำให้กึ่งจักรพรรดิหลายคนตาพร่าแต่เมื่อนึกถึงผลงานของอีกฝ่ายก็ไม่แปลกใจ

            จักรพรรดิของสำนักศึกษาหุนคุนมองเซียนหญิงศักดิ์สิทธิ์เต๋าเสวียนด้วยรอยยิ้มเขาเห็นความสัมพันธ์ของทั้งสองคนอย่างเป็นธรรมชาติ แต่คนแก่มักอาบน้ำร้อนมาก่อน เขาจะไม่พูดกระไร

            เมื่อพลังปิศาจหายไปก็เผยให้เห็นผนึกหม้อขนาดใหญ่ที่มีรอยแตกมากมายพลังปิศาจยังคงเล็ดลอดออกมาทีละเล็กทีละน้อยพลังปิศาจที่สามารถบุกรุกดินแดนศักดิ์สิทธิ์ได้กำลังอ้าปากกลืนกินแก่นแท้ของสวรรค์และปฐพี

            “ขอความกรุณาท่านช่วยซ่อมรอยร้าวด้วย!”

            สุดยอดรุ่นเก่าและจักรพรรดิของสำนักศึกษาโค้งคำนับอย่างจริงใจผนึกนี้ถูกทิ้งไว้โดยกึ่งราชันเซียนอมตะ หากพวกเขาต้องการซ่อมแซมมีเพียงผู้แข็งแกร่งระดับเดียวกันเท่านั้นที่สามารถช่วยได้

            แต่โลกแห่งเสวียนหวงไม่ใช่โลกแห่งเซียนอย่าว่าแต่กึ่งราชันเซียนอมตะเลย แม้แต่เซียนอมตะก็มีน้อยมากพวกเขาหลับใหลอยู่ในตระกูลเซียนและราชวงศ์เซียนที่เก่าแก่ที่สุดและจะไม่ฟื้นคืนชีพง่ายๆ

            ยิ่งไปกว่านั้นสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นผู้แข็งแกร่งที่เติบโตในโลกเสวียนหวง พวกเขาเป็นผู้ที่ลงมาจากโลกเซียน

            หากโลกแห่งเสวียนหวงประสบกับภัยพิบัติพวกเขามีวิธีที่จะกลับไปยังโลกเซียนและจะไม่ถูกรุกรานด้วยความวุ่นวายแห่งความมืดมิด

            ซูฉางเซิงประคองจักรพรรดิทั้งสองขึ้นมองไปยังผนึกหม้อแล้วขมวดคิ้ว

            เซียนหญิงศักดิ์สิทธิ์เต๋าเสวียนมองเขาด้วยความคาดหวังเดินไปดึงแขนเสื้อของเขา แล้วกล่าวอย่างอ่อนโยน

            “หากมีเรื่องยากก็ไม่ต้องฝืนตัวเองก็ได้เจ้าค่ะอย่างไรเสียสิ่งมีชีวิตแห่งความมืดมิดข้างในก็ตายไปเกือบหมดแล้ว”

            ซูฉางเซิงตะลึงและอธิบายขึ้นว่า

            “มันไม่ใช่เรื่องยาก ทว่าถ้ำปิศาจนี้เชื่อมต่อกับโลกแห่งความมืดมิดการเคลื่อนไหวอย่างไม่ระมัดระวังอาจจะทำให้ถ้ำปิศาจระเบิดและเชื่อมต่อกับโลกแห่งความมืดมิด หากเกิดสิ่งใดขึ้นมันจะไม่คุ้มค่า”

            “ตอนนี้ข้ายังไม่สามารถแก้ปัญหาถ้ำปิศาจนี้ได้อย่างสมบูรณ์ตัดขาดการเชื่อมต่อกับโลกแห่งความมืดมิดทำได้เพียงเสริมความแข็งแกร่งของผนึกชั่วคราวเหมือนกับกึ่งราชันเซียนอมตะคนก่อนๆ”

            เมื่อได้ยินเช่นนี้ เซียนหญิงศักดิ์สิทธิ์เต๋าเสวียนก็ยิ้มอ่อนโยนและกล่าวเบาๆ ว่า

            “ข้าช่วยท่านเอง”

            “ดี!”

            สังขารเทพศักดิ์สิทธิ์เต๋าสวรรค์เชื่อมต่อกับเต๋าสวรรค์แล้ว สามารถรับรู้จุดอ่อนของผนึกได้และสามารถชี้นำให้ซูฉางเซิงใช้พลังอย่างสมบูรณ์แบบโดยไม่ทำให้พลังไม่สม่ำเสมอจนทำให้รอยแตกไม่มั่นคง

            ซูฉางเซิงหัวเราะ โอบเซียนหญิงศักดิ์สิทธิ์เต๋าเสวียนไว่แล้วพุ่งไปยังผนึกหม้อพลังปิศาจที่พบเขาก็ล่าถอยไปอย่างหวาดกลัวราวกับว่ามีจิตวิญญาณ

            ฉากนี้ทำให้สตรีผู้แข็งแกร่งหลายคนในสำนักศึกษารู้สึกอิจฉาอยากจะเข้าไปแทนที่

            “ดูเหมือนว่าข่าวลือที่ว่าท่านผู้นี้ชอบเทพธิดาและเซียนนักบุญหญิงจะเป็นเรื่องจริง!”

            สุดยอดรุ่นเก่าคนหนึ่งกล่าวอย่างแผ่วเบา

            จักรพรรดิของสำนักศึกษาอีกคนเห็นด้วยและไม่มีกระไรผิดปกติ

            ท้ายที่สุดแล้ว ในตอนที่พวกเขายังเด็กก็เป็นเช่นนี้

            ผู้แข็งแกร่งในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทุกแห่งไม่ใช่ว่ามีฮูหยินและสนมมากมายเต็มโลกใบเล็กรึ ยิ่งไปกว่านั้นซูฉางเซิงก็มีความแข็งแกร่งเทียบได้กับกึ่งราชันเซียนอมตะ

            บางอย่างไม่จำเป็นต้องอธิบายออกมา

            ผนึกหม้อปิดกั้นท้องฟ้าติดแน่นอยู่กับตำแหน่งเชื่อมต่อระหว่างโลกทั้งสองทำให้สิ่งมีชีวิตแห่งความมืดมิดหวาดกลัว หากไม่มีกึ่งราชันเซียนอมตะเคลื่อนไหวก็จะไม่สามารถทำลายได้ง่ายๆ

            รอยแตกเหมือนหุบเหวกำลังพ่นพลังปิศาจอันมหาศาลอย่างต่อเนื่อง มีพลังบุกรุกอย่างยิ่งแม้แต่เซียนอมตะสูงสุดทั่วไปก็ไม่สามารถทำกระไรได้มีเพียงกึ่งราชันเซียนอมตะเท่านั้นที่สามารถแก้ปัญหาความยากลำบากนี้ได้

            เซียนหญิงศักดิ์สิทธิ์เต๋าเสวียนได้ปลดปล่อยลมหายใจที่ลึกลับและน่าพิศวงออกมาทั้งร่างนางลอยเหมือนเซียนผสานเข้ากับสวรรค์และพิภพ สัมผัสจุดอ่อนของผนึก

            ซูฉางเซิงแสดงพลังที่ไม่มีผู้ใดเทียบได้ของกึ่งราชันเซียนอมตะ และแตะไปยังรอยแตกอย่างต่อเนื่องภายใต้การนำทางของพลังอันแข็งแกร่ง ผนึกหม้อก็ปล่อยแสงเซียนเจิดจ้าปลดปล่อยพลังแห่งการปราบปรามอันมหาศาล

            รอยแตกเสมือนหุบเหวค่อยๆปิดลง แสงเซียนส่องมาที่รอยแตกราวกับกำลังเย็บสองฝากฝั่งเข้าด้วยกัน เป็นการเชื่อมและหล่อหลอมรอยแตก

            ผนึกทั้งหมดที่ดูเหมือนกึ่งราชันเซียนอมตะกำลังปราบปรามอยู่นี้ พลังนั้นอยู่เหนือพิภพ ทำให้สิ่งมีชีวิตแห่งความมืดมิดต่างหวาดกลัว

            เพียงแต่ว่าบัดนี้เปลี่ยนมือมาเป็นซูฉางเซิงครั้นผนึกแตกสลาย เขาจะเป็นคนแรกที่ล่วงรู้

            เซียนหญิงศักดิ์สิทธิ์เต๋าเสวียนหน้าซีดนางเป็นเพียงกึ่งจักรพรรดิและการมีส่วนร่วมในการซ่อมแซมผนึกที่กึ่งราชันเซียนอมตะทิ้งไว้ก็ค่อนข้างยากนางค่อยๆ ถอนตัวออกจากสภาวะการเป็นหนึ่งเดียวกับสวรรค์และพิภพ ลมหายใจของนางเริ่มอ่อนแอลง

            ตกลงมาจากอากาศ

            ซูฉางเซิงพุ่งตรงไปรับร่างและอุ้มนางไว้ในอ้อมแขนของเขานางพิงอกของเขาอย่างผ่อนคลาย ใบหน้าของนางยังคงมีสีชมพูระเรื่อ

            “ดูเหมือนว่าผู้นี้จะมีพลังต่อสู้ของกึ่งราชันเซียนอมตะจริงๆ!”

            “ไม่เสียชื่อที่เป็นผู้ที่สามารถตัดแขนของกึ่งราชันเซียนอมตะได้!”

            ผู้แข็งแกร่งมากมายในสำนักศึกษาหุนคุนมองซูฉางเซิงด้วยสายตาที่ร้อนแรงการมีอยู่ของผู้แข็งแกร่งเช่นนี้ทำให้ผู้คนเกิดความเคารพได้อย่างง่ายดาย

            พวกเขาเคยสัมผัสได้ถึงความผันผวนของการต่อสู้ที่น่าสะพรึงกลัวที่ส่งมาจากถ้ำปิศาจในระยะใกล้สวรรค์และพิภพถูกทำลายลง เส้นทางนับหมื่นโศกเศร้าและภาพเตือนเต๋าอันยิ่งใหญ่ก็ยังคงปรากฏให้เห็นไม่มีผู้ใดเข้าใจถึงพลังของคนตรงหน้าได้มากเท่าพวกเขา

            “ขอบคุณท่านที่ให้ความช่วยเหลือ!”ผู้แข็งแกร่งของสำนักศึกษาหุนคุนหลายคนโค้งคำนับ

            ซูฉางเซิงโบกมือ ทั้งยังกล่าวว่า

            “ไม่เป็นไรข้าเกิดที่ทวีปเจินเซิ่ง ก็มีหน้าที่ต้องปกป้องเช่นกัน!”

            เซียนหญิงศักดิ์สิทธิ์เต๋าเสวียนถูกผู้คนมากมายมองมาใบหน้าแดงก่ำและรู้สึกเขินอายเล็กน้อย

            พยายามที่จะลงมาจากอ้อมแขนของเขา ทว่ากลับถูกซูฉางเซิงกอดแน่นนางจึงต้องเอาศีรษะเล็กๆ ซุกอกของเขา ไม่กล้าสบตาผู้คน

            ผู้แข็งแกร่งของสำนักศึกษาหุนคุนหลายคนมองอย่างไม่สบายใจครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นเซียนหญิงศักดิ์สิทธิ์ของพระราชวังเต๋าสวรรค์ในท่าทางดุจสตรีบอบบางเช่นนี้

            เมื่อผนึกถ้ำปิศาจได้รับการแก้ไขอย่างสมบูรณ์ภูเขาใหญ่ที่กดทับหัวใจก็หายไป ทวีปเจินเซิ่งก็รอดพ้นจากการตกอยู่ในอันตรายและแม้กระทั่งวิกฤตการณ์ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์นับล้านรอบๆ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์หุนคุนก็ได้รับการแก้ไข

            จักรพรรดิทั้งสองคนยิ้มแย้มแจ่มใสและรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นในชั่วขณะหนึ่ง

            ยิ่งไปกว่านั้นด้วยความคุ้มครองของผู้แข็งแกร่งอย่างซูฉางเซิง พวกเขาไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับภัยพิบัติของถ้ำปิศาจอีกต่อไป

            ทุกคนต่างร่ำลาซูฉางเซิง

            สุดยอดรุ่นเก่าของสำนักศึกษาคนหนึ่งดูเหมือนจะนึกกระไรออกเขาจึงรออยู่ เมื่อทุกคนเดินจากไปเกือบหมดแล้ว เขาก็เริ่มพูดช้าๆ

            “ท่านฉางเซิง ไม่ทราบว่าสำนักศึกษาหุนคุนจะมีโอกาสเชิญท่านไปเป็นแขกได้หรือไม่”

            ซูฉางเซิงกำลังจะปฏิเสธแต่สุดยอดรุ่นเก่าของสำนักศึกษาก็เข้ามาใกล้และกล่าวว่า

            “สำนักศึกษามีมรดกสถานที่ลับข้าขอเชิญอัจฉริยะรุ่นเยาว์ของตระกูลซูเข้าร่วม”

            ซูฉางเซิงพยักหน้าลูกหลานรุ่นเยาว์ของตระกูลก็ต้องการประสบการณ์จริงๆดอกไม้ในเรือนกระจกไม่สามารถเติบโตเป็นต้นไม้สูงใหญ่ได้

            เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาก็ตกลง

            เมื่อต่างฝ่ายก็ร่ำลากันแล้ว

            คณะของสำนักศึกษาหุนคุนก็จากไปจนหมดที่นี่เหลือเพียงซูฉางเซิงและเซียนหญิงศักดิ์สิทธิ์เต๋าเสวียนเท่านั้น

            “ทุกคนไปหมดแล้ว!”

            เซียนหญิงศักดิ์สิทธิ์เต๋าเสวียนเงยหน้าขึ้นและลงมาจากอ้อมกอดอันอบอุ่นด้วยความเขินอาย

            “เอ่อข้าก็ควรจะไปแล้วเช่นกัน!”

            ซูฉางเซิงยิ้มและพยักหน้าพลางกล่าวขึ้นว่า

            “ได้สิ!”

            เซียนหญิงศักดิ์สิทธิ์เต๋าเสวียนรู้สึกเศร้าเล็กน้อยเคลื่อนเท้าไปทีละข้าง ทว่าก็มีเสียงหัวเราะดังมาจากข้างหลัง

            “ตระกูลซูอยู่ทางนี้!”

            “เจ้าเต็มใจที่จะกลับไปยังตระกูลซูกับข้าหรือไม่”

            “อ๊ะ!”

            ดวงตาคู่งามฉายแววสดใสหันหลังกลับเข้าไปในอ้อมแขนของซูฉางเซิง และทุบหน้าอกของอีกฝ่ายด้วยกำปั้นเล็กๆ

            “ก็รู้อยู่แล้วยังจะแกล้งข้า!”

    คล้ายกับเรื่องระบบตระกูลท้าปฐพีย่ำสวรรค์ 【จบ】 ที่คุณอ่าน