ตอนที่14 ต้องเป็ฉันเลี้ยงคุณต่างหาก
กู้เลี่ยงหวงเล็งเห็นถึงทักษะดั่งฟ้าประทานของณิชาจึงเอ่ยชวนเธอให้ทำงานในร้านจินหลงด้วยกันอย่างเป็มิตรว่า
“ในเมื่อเหยาเหยามีความสามารถเช่นนี้ซึ่งผลการทดสอบของหลานนับว่าใกล้เคียงกับปู่มากแสดงว่าทักษะของหลานเทียบเท่ากับมืออาชีพทีเดียว เก่งกาจเสียจริงเช่นนั้นมาทำงานด้วยกันในร้านจินหลงดีไหม?”
ประการสำคัญที่ชายชราเชื้อเชิญณิชานั่นเป็เพราะว่าเขาคาดหวังว่าทักษะพิเศษของณิชาจะช่วยภารกิจของเขา ซึ่งได้รับมาจากเ้านายให้ตามหาหยกพิเศษชิ้นหนึ่งซึ่งเขามีแค่ภาพร่างคร่าวๆ จากเ้านายทว่าไม่สามารถทำงานที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จได้จึง้ายืมมือและทักษะของณิชาช่วยเหลืองานของตน
“หนูผ่านการทดสอบแล้วหรือคะ?หากหนูทำงานที่นี่จะมีสวัสดิการอะไรให้บ้าง? พอดีหนูใช้วีซ่านักธุรกิจซึ่งคงอยู่ได้นานสุดแค่หกเดือนเท่านั้น”
ณิชาถามย้ำอย่างไม่แน่ใจว่าการทดสอบเพื่อเข้าทำงานในร้านจินหลงจะง่ายดายเช่นนี้รวมทั้งมีการทดสอบแค่รายการเดียว ทำให้เธอไม่มั่นใจกับการรับเข้าทำงานพร้อมกับผลประโยชน์ที่เธอจะได้รับ แม้แต่ปัญหาที่เธอจะต้องเผชิญต่อไปในอนาคต
กู้เลี่ยงหวงรับรู้ปัญหาของณิชาทำให้เขาเหล่ตามองหยางจวินอย่างมีเลศนัยเพราะเขารู้ดีว่าเ้านายและเ้านายน้อยจะต้องมีหนทางช่วยเหลือณิชาอย่างแน่นอน
หยางจวินกระแอมไอเล็กน้อยเมื่อได้รับสัญญาณจากชายชราเขาตอบกลับณิชาอย่างสบายใจว่า
“เงินเดือนและสวัสดิการของร้านจินหลงคงแล้วแต่ปู่กู้ แต่เื่วีซ่าของคุณเหยาไม่ต้องกังวลครับ ผมจะช่วยจัดการให้เองรับรองว่าจะอยู่ได้นาน เท่าที่คุณเหยา้าเลยละครับ”
เขาอาสาช่วยเหลือหญิงสาวด้วยความยินดีทั้งที่ในใจเขานั้น้าให้เธออยู่ที่นี่ตลอดไป ทำให้เขาออกตัวช่วยเหลือเธออย่างเต็มใจ
“ขอบคุณมากค่ะ”
ณิชายิ้มกว้างอย่างยินดีที่มีคนช่วยจัดการปัญหาพื้นฐานให้กับเธอซึ่งจะช่วยให้เธอสามารถใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ได้นานจนกว่าจะตามหาญาติทางแม่พบหรือมีเวลาตามหาพ่อของลูกได้ในอนาคต
ภาพของหญิงสาวกับรอยยิ้มหวานตรงหน้าส่งผลให้หยางจวินตาพร่ามัวอีกครั้งพร้อมกับหัวใจเต้นแรงอย่างมีความสุขท่าทางมองจ้องตากันของสองหนุ่มสาวทำให้ชายชราลอบถอนหายใจเพราะเขาค้นพบว่าหยางจวินดูท่าจะหลงรักหญิงสาวข้างเดียวในขณะที่ฝ่ายหญิงดูบริสุทธิ์จริงใจและไม่ได้มองหยางจวินอย่างคู่รักแต่อย่างใด
‘เฮ้อ!เสี่ยวจวินเอ๋ย คราวนี้จะอกหักอีกหรือเปล่านะดูท่าเหยาเหยาจะไม่ได้มีหลานในสายตาเลย เธอน่าจะมองหลานเป็แค่เพื่อนเท่านั้นเองน่าสงสารเสี่ยวจวินเสียจริง’
กู้เลี่ยงหวงคิดอย่างเห็นใจในโชคชะตาของหยางจวิน จากนั้นเขาแจ้งเงินเดือนและสวัสดิการอื่นสำหรับณิชาตามจริงว่า
“เงินเดือนของเหยาเหยานั้นแต่เดิมสำหรับตำแหน่งนักประเมิน ทางเราตั้งไว้ที่เดือนละห้าพันถึงแปดพันหยวนแล้วแต่ระยะเวลาทำงานด้วย มีอาหารให้สามมื้อ และมีหอพักสำหรับพนักงานให้ที่พักจะอยู่ถนนอีกสายหนึ่งนี่เอง เดินไปกลับได้สะดวก”
ณิชารับฟังเงินเดือนและสวัสดิการจากชายชราด้วยความรู้สึกดีเธอไม่คาดคิดว่าร้านจินหลงแอนทีคจะมีสวัสดิการที่ดี กอปรกับเงินเดือนสูงขนาดนี้ทำให้เธอนึกอยากที่จะรู้จักเ้าของที่แท้จริงของร้านนี้เพราะสัญชาตญาณบอกเธอว่าชายชราไม่ใช่เ้าของร้านนี้ รวมทั้งไม่ใช่หยางจวินอย่างแน่นอน
“ว้าว! เงินเดือนสูงทีเดียวค่ะแถมยังมีสวัสดิการดีอีกด้วย แล้วฉันต้องทำงานกี่วันต่อสัปดาห์คะ?”
ณิชาอุทานด้วยความตื่นเต้นยินดีเธอสอบถามข้อมูลวันเวลาการทำงาน เนื่องจากชายชราไม่ได้แจ้งให้เธอรับรู้
“ทำงานหกวันต่อสัปดาห์จะหยุดวันพุธหรือพฤหัสก็เลือกได้ตามสบาย แต่เสาร์อาทิตย์ไม่ได้หยุดเพราะที่นี่จะมีลูกค้าเข้ามามาก่วันหยุด แต่ถ้ามีธุระจำเป็จริงๆ ก็ขอลาได้ปู่จะพิจารณาเป็ครั้งๆ ไป”
กู้เลี่ยงหวงจำเป็ต้องเพิ่มอีกหนึ่งประโยคเพื่อเอาใจหยางจวินที่คอยส่งสายตาเตือนเขาทางอ้อมซึ่งเขาเข้าใจความนัยได้อย่างชัดเจน เนื่องด้วยคิดว่าต่อไปร้านจินหลงแอนทีคคงมีเ้านายน้อยมาเยี่ยมเยียนบ่อยกว่าเดิมแน่ๆ
ณิชายิ้มกว้างอย่างยินดีกับเงื่อนไขการทำงานที่ยืดหยุ่นสำหรับตนเองเธอไม่กล้าขอเงินเดือนล่วงหน้าเพื่อไปซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ไว้ใช้งานส่วนตัวจึงได้แต่คิดว่าหากตนเองสามารถใช้ทักษะนี้ แล้วค้นหาสินค้าเก่าแก่พบหากไปขายได้อาจได้เงินมากในคราวเดียว จึงอดทนรับเงื่อนไขกับชายชราไปก่อนอย่างน้อยอีกฝ่ายก็สามารถช่วยเหลือเธอเกี่ยวกับวีซ่าเพื่ออยู่ยาวได้
“ขอบคุณมากค่ะปู่กู้งั้นหนูจะเริ่มทำงานได้เมื่อไหร่คะ?”
ณิชากล่าวขอบคุณอย่างมีมารยาทเธอถามถึงกำหนดการเริ่มงานอย่างเป็ทางการจากชายชราอย่างเกรงใจ
“เริ่มไปแล้วไงครับก็ทดสอบชุดสินค้าที่เพิ่งเข้ามานี่ไง”
หยางจวินตอบแทนชายชราเขาอยากช่วยเหลือหญิงสาวให้ได้รับเงินเดือนเร็วขึ้น รวมทั้งทักษะที่ณิชาแสดงออกมาล้วนช่วยงานของทางร้านได้แล้ว ฉะนั้นจึงไม่จำเป็ต้องเสียเวลานับ่เวลาทำงานแต่อย่างใด
ณิชาพยักหน้าขอบคุณอีกครั้งอย่างเข้าใจจากนั้นชายชราเดินนำณิชาดูและตรวจสอบสินค้าในร้าน โดยมีหยางจวินเดินตามห่างๆพลางลอบสังเกตท่าทางของหญิงสาวด้วยความสนใจเขาพบว่าในสายตาตนตอนนี้มีแต่ภาพของณิชาเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็รอยยิ้ม แววตา ท่าทางสีหน้าต่างๆ ทุกอย่างล้วนถูกประทับอยู่ในความทรงจำของเขาอย่างไม่รู้ตัว
จนกระทั่งถึงเวลากินอาหารกลางวันหยางจวินตั้งใจชวนณิชาไปกินข้าวนอกร้านทว่ากลับถูกชายชราขัดขวางไว้อย่างเป็กังวลว่า
“เสี่ยวจวิน ในเมื่อให้เหยาเหยาเริ่มงานแล้วก็ควรกินข้าวที่นี่ดีกว่า ไว้คราวหน้าก็แล้วกัน”
หยางจวินชะงักครู่หนึ่งอย่างเข้าใจเขาหลงลืมกฎของร้านไปซึ่งจะเป็การสร้างความแตกแยกโดยไม่รู้ตัวและอาจนำมา
ซึ่งปัญหาให้กับณิชาเขาจึงกล่าวขอโทษชายชราพลางบอกณิชาอย่างไม่เต็มใจว่า
“อ๊ะ! จริงสิ งั้นไว้คราวหน้า ผมจะเลี้ยงข้าวคุณเหยาแล้วกันนะครับ”
“ไม่ค่ะต้องเป็ฉันเลี้ยงคุณต่างหาก คุณอุตส่าห์ช่วยหางานให้ฉันแล้วฉันจะกล้าให้คุณเลี้ยงข้าวอีกได้ยังไงละคะ?”
ณิชาส่ายหน้าปฏิเสธหยางจวินโดยตรงเธอไม่้าเป็หนี้บุญคุณกับเขาหรือมีสิ่งใดติดค้างต่อกันจึง้าเลี้ยงข้าวตอบแทนในโอกาสหน้า
อย่างไรก็ตามเวลานี้เธอ้าเรียนรู้งานในร้านเพราะชายชรานับเวลาทำงานของเธอแล้วฉะนั้นเธอควรทำหน้าที่ลูกจ้างให้ดีก่อนเพื่อที่การทำงานของตนจะไม่มีปัญหาในอนาคต
คำตอบจากณิชาทำให้หยางจวินลอบถอนหายใจเขายิ้มน้อยๆ พลางตอบกลับณิชาอย่างเข้าใจว่า
“ตกลงครับถ้างั้นคราวหน้าผมจะหิ้วท้องมาให้คุณเหยาเลี้ยงเต็มที่เลย”
“ยินดีค่ะ”ณิชายิ้มรับอย่างพอใจที่เขาตอบรับเงื่อนไขของเธอ
ต่อจากนั้นณิชาไปกินอาหารร่วมกับชายชรากู้และพนักงานชายหญิงในร้านอีกสองคนโดยเธอถือโอกาสทำความรู้จักกับพนักงานในร้านอย่างเป็กันเองส่วนหยางจวินขอตัวไปกินข้าวด้านนอกเพราะเขาต้องไปคุยธุรกิจให้เ้านายใหญ่อีกงาน
..........
เมื่อหยางจวินเดินออกมานอกร้านจินหลงแอนทีคแล้วมีเสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าโทรศัพท์ดังขึ้น พอเขาหยิบขึ้นมาดูปรากฏว่าเป็ข้อมูลการตรวจสอบเครื่องคอมพิวเตอร์ในร้านฟิวเจอร์อินเทอร์เน็ต
‘ไม่พบโปรแกรมผิดปกติใดๆในเครื่องคอมพิวเตอร์ของทางร้านครับตรวจสอบโดยโปรแกรมเมอร์ฝีมือดีทั้งสามคนของร้านนี้และร้านสาขาทั้งหมดในเมืองซีอานยืนยันผลการตรวจสอบว่าไม่พบโปรแกรมน่าสงสัย ลงชื่อ ผู้จัดการหัว’
หยางจวินกดส่งข้อความเสียงผลตรวจสอบจากร้านฟิวเจอร์อินเทอร์เน็ตไปให้เ้านายโดยตรงพลางพึมพำด้วยความสงสัยว่า
“ก็ไม่เห็นมีอะไร? เ้านายพบอะไรผิดปกติงั้นหรือ? น่าสงสัยจริง”
เขารู้สึกแปลกใจกับการตรวจสอบของเ้านายเนื่องจากเ้านายไม่เคยตรวจสอบผิดพลาด เพราะทุกครั้งที่ได้รับคำเตือนจากเ้านายล้วนตรวจสอบพบความผิดปกติตามการแจ้งเตือนทุกครั้ง
อย่างไรก็ตามการตรวจสอบเครื่องคอมพิวเตอร์ของร้านฟิวเจอร์อินเทอร์เน็ตครั้งนี้ปรากฏว่าไม่พบสิ่งผิดปกติหรือโปรแกรมน่าสงสัยใดๆสร้างความสับสนงุนงงให้กับหยางจวินเป็อย่างยิ่ง
ทางด้านจ้าวหลงที่เวลานี้กำลังเอนกายนั่งจิบไวน์และฟังเพลงอย่างสบายใจในคฤหาสน์เมืองซีอานหลังจากที่เขาแวะชมสุสานจักรพรรดิจิ๋นซีฮ่องเต้พร้อมกับแวะเยี่ยมสุสานของบุคคลสำคัญคนหนึ่งที่เขาให้ความเคารพนับถือเป็ชายชราที่เคยเป็เพื่อนบ้านของปู่ตนเอง ซึ่งเขาเคยไปเที่ยวเล่นเป็ประจำเมื่อครั้งเป็เด็กตัวเล็กโดยได้รับความเมตตาและเอื้ออาทรจากอีกฝ่ายเป็อย่างดี
จ้าวหลงยังจดจำเหตุการณ์วันวานเมื่อครั้งที่เขาอายุแค่เจ็ดแปดขวบซึ่งเขาแอบได้ยินการพูดคุยของชายชราเพื่อนบ้านกับลูกชายคนเล็กของเขาเป็การสนทนาเกี่ยวกับหยกชิ้นหนึ่งที่มีความสำคัญสำหรับตระกูลเทียนสายหลักก่อนที่จะล่มสลายว่า
“เสี่ยวรุ่ยอย่าลืมที่พ่อบอกไว้ละ เก็บซ่อนหยกชิ้นนั้นให้ดีอย่าให้สายรองหรือคนอื่นรู้เด็ดขาด มันอาจนำภัยมาสู่โลกนี้”
“ผมรู้แล้วครับพ่อผมจะจัดการเื่นี้ให้เรียบร้อย”
“ไม่จำเป็ต้องบอกคนอื่นในครอบครัวเรามันอาจนำภัยมาให้พวกเขาด้วย”
“ผมเข้าใจพ่อไม่ต้องเป็ห่วงหรอกครับ”
อย่างไรก็ดีทั้งสองพ่อลูกไม่รู้เลยว่าลูกสาวคนเล็กเป็คนนำหยกชิ้นนั้นติดตัวไปพร้อมกับชายคนรักที่เป็คนไทยของเธอทำให้ตระกูลเทียนสายหลักไม่มีใครล่วงรู้ที่อยู่ของหยกชิ้นนั้นอีกต่อไปรวมทั้งตระกูลเทียนสายรองก็ไม่ได้ล่วงรู้ถึงที่อยู่ของหยกพิเศษนั้นเช่นกันถึงแม้ว่าจะมีการค้นหาทั้งในและต่างประเทศอย่างเข้มข้นก็ตาม
ทันใดนั้นมีเสียงแจ้งเตือนเข้าโทรศัพท์ของจ้าวหลงเขาหยิบมากดฟังข้อความเสียงที่ปลายสายกดส่งมาให้ด้วยความสนใจ
“คนของเราตรวจสอบคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในร้านฟิวเจอร์แล้วไม่พบความผิดปกติหรือโปรแกรมน่าสงสัยใดๆ อ้อ! ร้านจินหลงแอนทีคได้นักประเมินโบราณวัตถุใหม่แล้วนะฝีมือเก่งกาจทีเดียว อาจมีโอกาสค้นหาหยกชิ้นนั้นได้”
“ไม่มีความผิดปกติงั้นหรือ?น่าสนใจ! เป็คนที่มีทักษะสูงทีเดียว”
จ้าวหลงยิ้มมุมปากด้วยความสนใจกับข้อมูลที่รับรู้มาเขาแปลกใจที่คนของตนเองไม่สามารถตรวจพบความผิดปกติของ
โปรแกรมนั้นได้ ทำให้เขาส่ายหัวก่อนพูดกับตัวเองอย่างเบื่อหน่ายว่า
“เฮ้อ!เห็นทีงานนี้ ฉันคงต้องลงมือเองเสียแล้ว”
เขาลุกขึ้นยืนพลางบิดตัวอย่างเกียจคร้านถึงแม้ว่าเขาจะรับรู้ว่าหยางจวินอยู่ในเมืองซีอานก็ตามทว่าเขาไม่คิดที่จะรบกวนหยางจวินอีก เพราะได้มอบหมายให้หยางจวินไปพูดคุยธุรกิจหนึ่งแทนตนแล้วประการสำคัญคือทักษะทางด้านเทคโนโลยีของเขาเหนือกว่าหยางจวินมากนักจึง้าพิสูจน์ความจริงด้วยตัวเองดีกว่า
“อยากรู้เสียจริงเป็ใครกันที่สามารถสร้างโปรแกรมแบบนั้นได้?”
จ้าวหลงยิ้มมุมปากด้วยความสนใจก่อนที่จะหยิบกุญแจรถสปอร์ตหรูขับออกไปจากคฤหาสน์ของตนเอง
..........
สักพักจ้าวหลงมาถึงร้านฟิวเจอร์อินเทอร์เน็ตเขาทำตัวเหมือนลูกค้าทั่วไปโดยที่พนักงานในร้านให้บริการเขาตามปกติเพราะพนักงานทั่วไปไม่เคยพบเ้านายใหญ่เช่นเขามาก่อนยกเว้นหยางจวินที่เป็คนทำหน้าที่จัดการปัญหาทั้งหลายแทน
“สวัสดีคะ กรุณาลงชื่อและชำระเงินล่วงหน้าก่อนนะคะทางเราจะได้มอบรหัสผ่านใช้งานให้ค่ะ”
เสียงของพนักงานหญิงแผนกลงทะเบียนแจ้งกับจ้าวหลงอย่างเป็มิตรเนื่องจากเธอเหลือบมองเห็นเขาเดินเข้ามาในร้านพอดี