ระบบกาชาอาชีพสุดแกร่ง กับ ทายาทมหาเศรษฐีสุดป่วน

    บทที่ 91

    ..อีกด้านหนึ่ง ณ มหาวิทยาลัย..“สองวันมานี้เราไม่ได้คุยกันเลยนะเฟิร์น แกโกรธฉันมากขนาดนั้นเลยเหรอ..” มนต์ และเฟิร์นเพื่อนสนิทของเธอที่เกิดเรื่องผิดใจกันเมื่อครั้งก่อน พวกเธอสองคนยังไม่ได้เคลียร์ปัญหานี้ต่อกันเลย และเป็นมนต์ที่กล่าวถามเพื่อที่จะเคลียร์ใจกันในวันนี้“ฉันไม่ได้โกรธแกหรอก แต่ฉันโกรธตัวเองมากกว่า.. ฉันรู้ดีว่ามันมีไม่ใครผิดหรอกเรื่องของมิเชล แต่ฉันก็แค่ยังไม่พร้อมจะคุยเรื่องนี้กับใครก็เท่านั้นเอง ขอโทษนะที่ทำให้แกต้องคิดมาก..” เฟิร์นกล่าว พร้อมกับถอนหายใจอย่างโล่ง สองวันมานี้เธอเอาแต่ทบทวนเรื่องราวต่างๆที่ผ่านมาอย่างละเอียด เธออยู่กับตัวเองทั้งวัน และเธอก็เลือกได้ว่าจะตัดสินใจยังไง“ก็อย่างที่แกบอกนั่นแหละมันไม่มีใครผิดหรอก.. แล้วแกจะเอายังไงต่อเรื่องของมิเชล” มนต์กล่าว“เฮ้ออ ฉันคิดว่าฉันจะตัดใจจากเขา แต่พวกเราก็คงยังเป็นเพื่อนกันต่อไปแหละมั้ง.. มันจะดีกว่าไหมนะที่ฉันจะหันไปจีบตาโอ๊ตน่ะ แกคิดว่ายังไง?..” เฟิร์นกล่าวพร้อมกับทำหน้าเศร้า ทั้งๆที่เธอเลือกที่จะตัดใจ แต่มันก็ยังทำใจไม่ได้เช่นกัน คงต้องใช้เวลาเยียวยาหัวใจ ก่อนที่เธอจะหันมามองที่เพื่อนรัก และแซวเธอเล็กน้อย“แกคงจะพูดเล่นสินะ!.. เหมือนว่าแกยังโกรธฉันเรื่องมิเชลอยู่เลย นี่เป็นการแก้แค้นสินะ..” มนต์กล่าวพร้อมกับจ้องมองไปที่เฟิร์นเพื่อนรักอย่างเอาเป็นเอาตาย ส่วนเฟิร์นก็เลิ่กลั่กเล็กน้อย“เปล่าน้า ฉันก็แค่เริ่มสนใจตาบ้านั่นขึ้นมาบ้างแล้วก็เท่านั้น.. อีกอย่างดูเหมือนว่าพักนี้คุณพ่อกับคุณแม่ของฉันจะพูดถึงตานั่นบ่อยๆ สงสัยอยากจะได้เป็นลูกเขยล่ะมั่ง..” เฟิร์นกล่าวพร้อมกับขนลุกชัน แค่คิดว่าจะต้องแต่งงานกับเจ้าคนมืดมนนั่นมันก็กระดากปากยังไงก็ไม่รู้“ห๊ะ! พ่อกับแม่แกต้องการให้โอ๊ตเป็นเขยตระกูลแก?.. แปลกมาก!..” มนต์ตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน และเริ่มสงสัยขึ้นมา เธอไม่เข้าใจเหตุผลหลายอย่างที่ผ่านมาสองวันนี้ คุณปู่ที่ห้ามยุ่งกับโอ๊ต แต่จู่ๆสักพักก็ให้เข้าหาแบบคนรัก นอกจากนี้ยังมีเรื่องของคุณปู่ภาคภูมิอีกที่เชียร์ให้เธอได้พบรับกับโอ๊ต นั่นมันทำให้เธองงเอามากๆ“แปลก? มันแปลกยังไงเหรอ.. แต่จะว่าไปคุณพ่อกับคุณแม่ของฉันก็แปลกเหมือนกัน เหมือนกับว่าพวกท่านกำลังวางแผนจะทำอะไรสักอย่างกับน้องสาวของฉันอยู่..” เฟิร์นกล่าวพร้อมกับทำท่าคิด“หืออ ทำไมจู่ๆพวกเขาถึงหันมาสนใจโอ๊ตกันได้ล่ะ ..ปู่เสรี กับปู่ภาคภูมิก็สนใจเขาเช่นกัน”มนต์กล่าวออกมา และมันทำให้ทั้งสองคนรู้แล้วว่ามันมีอะไรที่ไม่ชอบมาพากล มันจะต้องมีอะไรเบื้องหลังแน่ๆ ก่อนที่พวกเธอจะแชร์ข้อมูลที่พวกเธอมี สวมบทนักสืบสาวกันอยู่สองคนอย่างเงียบๆ แต่ทว่าพวกเธอก็ต้องหยุดความคิดเหล่านั้นเอาไว้ก่อน เพราะในตอนนี้อาจารย์ประจำคลาสมาถึงแล้ว“วันนี้โอ๊ตไม่มาเข้าคลาสอย่างนั้นเหรอ.. เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่านะ” มนต์กล่าวเมื่อเธอเดินเข้าห้องเรียนมา และมองหาโอ๊ตไม่เจอ เฟิร์นที่ได้ยินอย่างนั้นก็รีบกล่าวขึ้นมาทันที“แกก็รู้นี่ ตาบ้านั่นชอบมาแบบเวลาฉิวเฉียด วันนี้อาจจะมาสายบ้างก็ได้ใครจะไปรู้.. เราไปหาที่นั่งกันดีกว่า เดี๋ยวตานั่นก็คงจะมาเองนั่นแหละ..” เฟิร์นกล่าวออกมาอย่างไม่ใส่ใจเท่าไรนัก ก่อนที่เธอจะลากเพื่อนรักของตนไปหาที่นั่งเรียน ซึ่งมนต์ก็พยักหน้ารับ และเฝ้ามองประตูทางเข้าไม่ละสายตา แต่แล้วโอ๊ตก็ไม่มา.. ‘หลังจากเรียนจบ เราควรจะโทรหาเขาดีไหมนะ..’ มนต์กล่าวคิดในใจ แต่ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง โทรศัพท์ของเธอก็ร้องแจ้งเตือน และมันก็ทำให้เธอถึงกับเบิกตาขึ้นกว้างอย่างไม่เชื่อสายตาของตัวเอง ‘เพิ่มเพื่อนด้วยหมายเลขเบอร์โทร.. Oattyokashi’ ข้อความแจ้งเตือนเช่นนั้น ประกอบกับรูปโปรไฟล์เป็นโอ๊ตที่กำลังนั่งอยู่บนโซฟาถือถ้วยกาแฟ ดวงตาหันไปมองอีกทาง และมีรอยยิ้มอ่อนๆ แน่นอนว่ามนต์แทบจะอุทานออกมาอย่างเหลือเชื่อ แต่เธอก็ต้องเอามืออุบปากเอาไว้ เพราะอาจารย์ได้เริ่มสอนหนังสือแล้ว“เกิดอะไรขึ้นเหรอแก..” เฟิร์นที่เห็นอาการผิดปกติของเพื่อนรัก เธอจึงกระซิบถามในทันที“ก็จู่ๆโอ๊ตเขาก็มีไลน์ แล้วมันเด้งแจ้งเตือนขึ้นมาน่ะ..” มนต์กล่าวตอบ เฟิร์นที่ได้ยินก็ขมวดคิ้วสงสัย และยื่นหน้าเข้ามาดูชัดๆ เพราะเธอนั้นรู้ดีว่าตาบ้านั่นใช้มือถือรุ่นไหนอยู่“Oat-ty-o-ka-shi (โอ๊ตตี้โอกาชิ).. ขนมหวานนายโอ๊ตตี้อย่างนั้นเหรอ.. ฮ่าๆ ไม่เห็นเหมาะกับตาบ้านั่นเลย คิดอะไรของเขาอยู่กันนะ..” เฟิร์นกล่าวพร้อมกับหัวเราะแบบกลั้นๆเอาไว้ เธอพอจะรู้ภาษานิดหน่อย และที่แปลออกมาได้นั้น มันก็ค่อนข้างตลก และมันไม่เหมาะกับโอ๊ตตามความคิดของเธอ“ฉันควรจะทักหาเขาดีไหม..” มนต์กล่าวถามอย่างไม่มั่นใจตัวเองสักเท่าไร เฟิร์นที่เห็นอย่างนั้นก็ส่ายหัวให้กับเพื่อนรักของเธอเล็กน้อย เธอรู้ดีว่ามนต์นั้นไม่กล้าที่จะทักเขาไป“แกก็ลองถามเขาดูก็ได้ ว่าวันนี้ไม่มาเรียนเหรอ.. ฉันว่าก็น่าจะเหมาะสมอยู่..” เฟิร์นกล่าวให้คำแนะนำ ก่อนที่มนต์จะพยักหน้าเห็นด้วย และพิมพ์ไปตามที่เพื่อนเธอบอกทันที.. ..ทางด้านของโอ๊ต และปิงปิง..หลังจากอาหารมื้อมรณะได้จบลง โอ๊ตก็ได้เริ่มเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆจากการสอนของปิงปิง แม้ว่าทั้งสองคนจะมีอาการเขินๆกันเล็กน้อย แต่ทุกอย่างมันก็ผ่านไปได้ด้วยดี โอ๊ตเรียนรู้การใช้โทรศัพท์ได้อย่างรวดเร็ว มันอาจจะเป็นเรื่องง่ายๆสำหรับวัยรุ่นที่เปิดใจยอมรับได้ดีกว่าวัยอื่นๆ นอกจากนี้ปิงปิงยังได้แนะนำแอปพลิเคชันต่างๆให้กับโอ๊ตได้ใช้งาน เช่น เฟซบุ๊ค ไอจี วีทูป และที่ขาดไม่ได้เลยคือแอปพลิเคชันยอดฮิตของคนไทยที่เอาไว้ใช้ติดต่อพูดคุยกัน นั่นก็คือไลน์นั่นเอง การลงทะเบียนไม่ใช่เป็นเรื่องที่ยากเย็นอะไร แต่ในส่วนสำคัญอย่างรูปโปรไฟล์นั้นคือปัญหาเพราะว่าด้วยเครื่องโทรศัพท์ใหม่นั้น ยังไม่มีรูปของโอ๊ตเลยสักรูปเดียว และมันก็เป็นโอกาสดีที่โอ๊ตจะได้รับชมว่าเทคโนโลยีกล้องของเครื่องมันดีแค่ไหน“สวยมากเลยค่ะโอ๊ต.. ต่อไปก็ตั้งชื่อโปร์ไฟล์นะคะ โอ๊ตมีชื่ออยู่ในใจบ้างหรือยัง..” ปิงปิงกดถ่ายรูปหลังจากที่โอ๊ตนั้นเก๊กท่าตั้งนาน และรูปมันก็ออกมาดี ไม่ผิดหวังของทั้งสองคน ก่อนที่ปิงปิงจะหันมาถามเรื่องชื่อโปร์ไฟล์ที่โอ๊ตนั้นอยากจะใช้“อื้มม เอาเป็นโอ๊ตเฉยๆได้ไหมครับ หรือว่ามันจะใช้ซ้ำกับคนอื่นไม่ได้..”โอ๊ตคิด และกล่าวถามกับปิงปิงที่ทำหน้าตกใจกับคำตอบของเขา โอ๊ตเคยได้ยินเพื่อนสมัยก่อนพูดถึงเกมออนไลน์อยู่บ่อยครั้ง และครั้งหนึ่งเขาเคยได้ยินว่ามันไม่สามารถตั้งชื่อซ้ำกันได้ ดังนั้นเขาจึงอนุมานไปเองว่าแอปพลิเคชันตัวนี้ไม่สามารถใช้ชื่อเหมือนกันได้ และมันก็เป็นครั้งที่เท่าไรก็รู้แล้วที่ปิงปิงจะต้องหัวเราะออกมา เพราะว่าโอ๊ตนั้นปล่อยไก่“ตั้งว่าโอ๊ตเฉยๆก็ได้ค่ะ.. แต่ว่ามันก็ดูเหมือนไม่มีอะไรเลย ปกติแล้วจะมีคำสร้อยสักเล็กน้อย อย่างของปิงปิงก็ ‘PeilinPing’ ผสมชื่อจริงกับชื่อเล่นอะไรประมาณนี้น่ะค่ะ..” ปิงปิงกล่าว โอ๊ตก็ใช้ความคิดสักเล็กน้อย และผลก็ปรากฏออกมาเป็นชื่อ ‘Oattyokashi’ ชึ่งมันก็มาจากขนมแพนเค้กที่เขาขายกับชื่อเล่นของเขานั่นเอง ตอนแรกจะใช้ ‘แพนเค้กโอ๊ต’ มันก็ดูจะไม่เหมาะสักเท่าไร ก็เลยมีการเล่นคำเล่นภาษาเล็กน้อย“แค่นี้ก็เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ.. ต่อไปก็เพิ่มเพื่อนกันก่อนนะคะ โอ๊ตมีเบอร์ของปิงปิงอยู่แล้ว มันน่าจะขึ้นแสดงตรงนี้.. อืมม ไหนดูสิ! อันนี้ไงคะ หลังจากนี้เราก็ใช้งานมันได้เลย แต่ว่าปิงปิงขอแนะนำให้โอ๊ตเปลี่ยนโปรเบอร์โทรก่อนนะคะ..” ปิงปิงกล่าว โอ๊ตก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ“เป็นเพราะต้องมีอินเทอร์เน็ตเคลื่อนที่อย่างนั้นสินะครับ.. โอ๊ตเข้าใจแล้วครับ เดี๋ยวขอลองเล่นดูอีกสักหน่อยก็แล้วกัน..” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับก้มหน้าก้มตาจ้องมัน และเขาก็ไปสะดุดกับโปรไฟล์ไลน์อันหนึ่งที่เขาสามารถแอดเพิ่มเพื่อนได้ หรือก็คือมนต์หัวหน้ารุ่นของเขานั่นเอง เขาคิดว่าแอดไว้ก็คงไม่เสียหายอะไร ก็กดปุ่มแอดไปในทันทีก่อนที่จะหันไปสนใจคนอื่นต่อ อาทิเช่นผู้จัดการกิ๊ก ผู้จัดการปลา กิตติ และอีกหลายคน ‘วันนี้ไม่มาเรียนเหรอคะโอ๊ต..’ จู่ๆก็มีข้อความเด้งเตือนเข้ามาเรียกร้องความสนใจจากโอ๊ต และปิงปิงเองก็ยื่นหน้ามารับชมด้วยความแปลกใจเช่นกัน เพราะโอ๊ตเพิ่งจะสมัครแอปพลิเคชันก็มีคนทักมาแล้ว และเธอก็ต้องขมวดคิ้วเพราะรูปโปรไฟล์นั้นเป็นผู้หญิงที่เธอพอจะรู้จักอยู่บ้าง“..คนนี้ใช่มนต์ที่เป็นหลานสาวของท่านเสรี กับคุณภาคภูมิหรือเปล่าคะ.. ถ้าจำไม่ผิดเธอเป็นดาวสาขาของโอ๊ตด้วยนี่นา..” ปิงปิงกล่าวถามเหมือนเป็นเชิงหลอกถามว่าใช่คนที่เธอคิดเอาไว้หรือเปล่า“ใช่แล้วครับ.. นอกจากนั้นเธอยังเป็นหัวหน้าประจำชั้นปีอีกด้วย เธอกำลังสงสัยว่าทำไมโอ๊ตถึงไม่ไปเรียนในวันนี้อยู่น่ะครับ.. เดี๋ยวโอ๊ตพิมพ์ตอบกลับเธอก่อนนะ”โอ๊ตกล่าวพร้อมกับลองพิมพ์ข้อความบนมือถือเครื่องใหม่ ซึ่งแน่นอนว่ามันใช้งานได้สะดวกมากกว่าเครื่องเก่ามากหลายเท่าตัว ปิงปิงที่เห็นอย่างนั้นก็หน้าบึ้งเล็กน้อยที่โอ๊ตหันไปสนใจมนต์แทน และตามความคิดของเธออีกหน่อยโอ๊ตก็คงจะต้องมีไลน์ของไอนะเพิ่มเข้ามาอีกคนแน่นอน ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่มั่นใจว่าคิดถูกหรือไม่ที่สอนโอ๊ตเล่นแอปพลิเคชันพวกนี้ จนเธอต้องถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้“เป็นอะไรเหรอครับปิงปิง..” โอ๊ตที่ได้ยินเสียงเห็นว่าปิงปิงกำลังถอนหายใจ เขาก็เงยหน้าขึ้นมามอง ก่อนจะถามกลับไป ซึ่งปิงปิงก็รีบยกมือขึ้นมาอย่างเลิ่กลั่ก และกล่าวตอบว่า ‘ไม่มีอะไร’ ในทันที โอ๊ตจึงยิ้มให้เธอไปหนึ่งครั้งก่อนจะคุยธุระกับมนต์ให้เสร็จ เขาอ้างว่าเขาต้องมาเซ็นเอกสารรับคอนโดที่ซื้อเอาไว้ และคิดว่าจะซื้อของเข้าห้องเลยในทีเดียว เมื่อพูดไปพูดมามนต์ก็ไม่ลืมที่จะย้ำเตือนว่าพรุ่งนี้เขาจะต้องไปเป็นเบ้ขนของให้กับพวกเธอตามที่โอ๊ตเข้าใจผิด ซึ่งเขาก็ขอเวลานัดหมายกับพวกเธอ และบอกย้ำไปว่าเขาสามารถอยู่ด้วยได้จนถึงช่วงราวๆ 16 นาฬิกา เพราะว่าหลังจากนั้นเขามีธุระที่จะต้องไปทำต่อ (นัดของโรส) ซึ่งเธอก็บอกว่าจะแจ้งอีกที และก็เป็นอันจบบทสนทนานี้ไป โอ๊ตเลิกสนใจมือถือก่อนที่จะชวนปิงปิงไปยังธนาคาร เพื่อจะได้ติดตั้งแอปพลิเคชันธุรกรรมทางการเงินตามที่ปิงปิงเคยแนะนำเอาไว้...“ปิงปิงว่าเราไปที่ศูนย์ของเครือข่ายโทรศัพท์ของโอ๊ตก่อนดีกว่านะคะ.. ถ้าไปถึงธนาคารไม่มีอินเทอร์เน็ตใช้มันคงจะเป็นเรื่องที่ตลกให้ผู้จัดการคนเมื่อวานได้หัวเราะแน่ๆเลยค่ะ..”