หมิงเหม่ย

    บทที่ 2 ความสูญเสีย

    บทที่ 2ความสูญเสีย
    “บอกมา. ..น้องของฉันอยู่ที่ไหน !!”
    เป็นครั้งที่สามแล้วที่นางปีศาจกล่าวถาม ชายวัยกลางคนเบื้องหน้า ชายที่ในตอนนี้กำลังขวัญหนีดีฝ่ออย่างที่สุด เขาพยายามเรียบเรียงคำตอบเพื่อจะกล่าวกับเธอ จะให้กล่าวตรง ๆ เห็นทีจะไม่ได้ว่าน้องของเธอนั้นอยู่ภายในห้องทางด้านหลังของเขา ใช่ !! เธออยู่ที่นั่นจริง ๆ เพียงแต่หาได้มีลมหายใจแล้วไม่ !!
                “อ่า. .ย. ..อยู่. ..เอ่อ”
    ชายคนนั้นพยายามจะกล่าวออกมา เขากดเครื่องมือบางอย่างบริเวณมือขวา ซึ่งหมิงเหม่ยสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน แต่กระนั้นเธอกลับหาได้เข้าขัดขวางเขาแต่อย่างใด
    ใบหน้าแสนงดงามแต่ดูอันตรายอย่างที่สุด มองตรงไปยังร่างของชายเบื้องหน้า ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นดั่งญาติที่เธอไว้ใจ หาได้คาดคิดมาก่อนเลยว่าเขาจะกลับกลายเป็นดั่งอสรพิษที่รอคอยลอบกัดเธอทีเผลอ ซ้ำร้ายผู้ที่รับเคราะห์นั้นกลับกลายเป็นน้องสาวบุญธรรมของเธอเอง
                ติ๊ดด. ..ติ๊ดด. ..
    เสียงเบา ๆ ราวกระซิบดึงขึ้นบริเวณมือขวาของชายคนนั้น เป็นดั่งสัญญาณบอกว่าทุกสิ่งนั้น ได้มีการเตรียมการไว้อย่างหมดสิ้นแล้ว เขามองไปยังใบหน้าของนางปีศาจที่คล้ายจะสังหารเขาอยู่ทุกเมื่อ ด้วยใจที่เต้นระส่ำราวกลองศึก ไม่สามารถเจรจาหรือถ่วงเวลาเธอได้มากกว่านี้อีกแล้ว
    “เธออยู่ทางด้านหลัง เดินตรงไปเลี้ยวขวาสองครั้งก็ถึงแล้ว” ชายคนนั้นกล่าวตอบ จากนั้นเขาก็กดคำสั่งบางอย่างลงบนเครื่องมือเล็ก ๆ บริเวณมือขวาของเขา
    เกร๊งงง เกร๊งงงง เกร๊งงงงง !!
    ดูราวกับกรงเหล็กขนาดยักษ์มันโผล่พรวดจากพื้นหินแกร่งรอบ ๆ ร่างของหมิงเหม่ยอย่างฉับพลัน ณ ตอนนั้นหมิงเหม่ยเพียงลอบมองไปยังแผ่นหลังของชายคนนั้น ที่กำลังกระโจนหนีห่างออกจากเธออย่างรวดเร็ว
    “การเจรจาล้มเหลว จัดการได้เลย สังหารนางปีศาจนั่นซะ !!”
    ชายคนนั้นกล่าวคำสั่งผ่านทางเครื่องมือเล็ก ๆ ซึ่งดูแล้วช่างอเนกประสงค์ดีเสียเหลือเกิน ถ้อยคำว่าจัดการกับนางปีศาจนั้นดังก้องอยู่ในโสตประสาทของหมิงเหม่ย ดูท่าแล้วมันจะมั่นใจเป็นอย่างมาก ว่าจะสามารถกักขังและสังหารนางปีศาจเช่นหมิงเหม่ยได้
    คิ้วทั้งสองของหมิงเหม่ยพลันยกขึ้นเล็กน้อย เมื่อได้ยินคำกล่าวที่ไม่ได้ยินมาเสียนาน เธอพลันชอบใจในทันที รอยยิ้มที่มิได้ปรากฎมาเสียนานกลับยกยิ้มขึ้น กรงขังเหล็กหนานี่นับว่ามีความแข็งแกร่งยากนักที่จะทำลาย แต่นั่นหาได้เป็นในกรณีของหมิงเหม่ย ปีศาจร้ายเช่นเธอมีความสามารถเกินกว่าคนธรรมดาไปมากโขแล้ว
    คมดาบสีเงินจากดาบยาวเล่มโปรดที่สังหารผู้คนมานับร้อยนับพันถูกประทับไว้บนมือขวาของเธออีกครั้ง สภาพของมันนั้นดูใหม่ถอดด้ามราวกับไม่เคยพบเจอความเสียหายมาก่อนเลย ทั้ง ๆ ที่หากเป็นดาบธรรมดานั้น ย่อมต้องมีผุผังและสึกหรออย่างนับไม่ถ้วนแล้ว
    เคร้งงงงงงงงง !!
    ตึงงง. ... ตึงงงง. ..
    การฟาดฟันเพียงหนึ่งครั้งกลับรุนแรงยิ่งเกินกว่าจะคาดการณ์ กลงเหล็กหนาที่ยากแก่การทำลาย ยังถูกตัดออกเป็นท่อน ๆ อย่างง่ายดายจากคมดาบที่คมกริบยิ่งกว่าสิ่งใดเล่มนั้น เศษซากของมันพล่นร่วงหล่นลงพื้นเกิดเสียงอึกทึกอยู่ไม่หาย ก่อนร่างบางของนางปีศาจจะเคลื่อนหายไปจากพื้นที่บริเวณนั้นอย่างรวดเร็ว
                ตึมมม ตึมม ตึมมม. ..
    หมิงเหม่ยรู้สึกได้ถึงเสียงฝีเท้าของคนราวยี่สิบเศษที่สวมใส่เครื่องป้องกันแทบทั้งตัว ทั้งยังถือปืนกลหนักและเบาอย่างครบครัน จุดประสงค์ของพวกมันนั้นล้วนมีเพียงหนึ่งมิอาจเป็นสอง เจตนาสังหารเธอให้ดับแดดิ้นอย่างไร้เศษซากไม่ผิดแน่
    คนเหล่านั้นต่างเคลื่อนที่เข้ามาโดยมิได้ทราบเลยว่า กรงเหล็กที่พวกมันแสนมั่นใจว่าจะควบคุมนางปีศาจได้นั้น ณ บัดนี้ได้ถูกทำลายลงสิ้นไม่ต่างจากกล่องโฟมไปแล้ว พวกเขากำลังเคลื่อนที่เข้าไปหาพญามัจจุราชในร่างมนุษย์อย่างแท้จริง มือสังหารที่รวดเร็ว แม่นยำและลงมือได้อย่างเงียบเชียบอย่างที่สุด
                อ๊ากกกกกก !!
    พวกเขาได้เดินทางมาถึงห้องโถงใหญ่เหลือเพียงยี่สิบเมตรก่อนจะถึงร่างของนางปีศาจที่ถูกคุมขังไว้ ในห้องโถงนี้เต็มไปด้วยอุปกรณ์ประดับอยู่มาก จึงค่อนข้างบดบังทัศนวิสัยอยู่สักหน่อย และในระหว่างนั้นเองเสียงกรีดร้องของชายคนหนึ่งกลับดังขึ้นมา พร้อมห่าเลือดที่สาดกระเซ็นราวกับน้ำพุ จากส่วนคอที่ไร้ซึ่งศีรษะของชายคนนั้น
                “โจมตี โจมตีเร็วเข้า !!”
                “นั่น !! เธออยู่นั่น ยิง !! ยิงเลย. ..”
                “ตายซะเถอะ นังปีศาจ !!”
    เมื่อนางปีศาจร้ายลงมือ ใครหน้าไหนก็มิอาจหยุดยั้งเธอได้ ห่าฝนกระสุนที่ถูกยิงออกมาจากทุกทิศทุกทางล้วนมิได้สัมผัสแม้เพียงปลายผม ครั้นจะกระทบกับร่างนั้นอยู่ ๆ ก็ถูกฟันจนผ่าครึ่งเป็นสองซีก ขณะเดียวกันหัวของชายฉกรรย์ราวยี่สิบคนนั้น ก็พลันร่วงหล่นลงสู่พื้นทีละคน และทีละคน
    โลหิตสีแดงฉานชโลมไปทั่วทั้งห้องโถงแห่งนั้น เป็นอีกครั้งที่นางปีศาจแปรเปลี่ยนสถานที่ที่เธอเคลื่อนผ่าน ให้กลับกลายเป็นดั่งทะเลเลือด ศพไร้ศีรษะต่างกระจัดกระจายไปทั่วทั้งบริเวณ ขณะที่ศีรษะของคนเหล่านั้นยังคงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวในภาพติดตาสุดท้ายที่พวกเขาพบเห็น
                ซ่า ซ่า ซ่า. ..
    โลหิตสาดกระเซ็นไปทั่วทั้งบริเวณ แปรเปลี่ยนเครื่องแต่งกายที่เคยเป็นสีขาวสะอาดตาของหมิงเหม่ย ให้กลับกลายเป็นสีแดงร้องแรงประดุจเปลวเพลิงได้อย่างหมดจด ใบหน้างามของนางปีศาจร้ายคล้ายยังไม่สาสมใจ เธอยังคงมองหาเหยื่อที่อาจจะยังเหลือรอด
    ชายฉกรรย์ทั้งยี่สิบคนนั้นหาได้ใช่ไร้ฝีมือ พวกเขาแทบทั้งหมดต่างเป็นหน่วยรบพิเศษที่ถูกฝึก และถูกใช้งานมาอย่างโชกโชน แต่กระนั้นประสบการณ์ที่สั่งสมมา กลับมิอาจต่อกรกับนางปีศาจร้ายที่สังหารคนราวผักปลาได้เลย เธอเคลื่อนที่ได้รวดเร็วยิ่งนัก แม้เซ็นเซอร์ตรวจจับความร้อนยังตามติดไม่ทัน
    ทั้งดาบเล่มนั้นยังคมและแข็งอย่างไม่น่าเชื่อ มันจะเป็นไปได้อย่างไรที่ดาบยาวแลดูบอบบางนั่น จะปัดป้องกระสุนจากอาวุธสงครามที่สามารถทำลายร่างกายของคนทั้งคนได้เพียงการยิงไม่กี่ครั้ง แน่นอนว่าพวกเขาล้วนเตรียมตัวมาเป็นอย่างดีจากการได้รับข้อมูลของนางปีศาจร้ายมาบ้าง
    แต่กระนั้นพวกเขาก็คาดไม่ถึงเลยว่าเธอจะโหดร้ายและอำมหิตได้มากเพียงนี้ การฆ่าล้างสังหารอย่างไร้ซึ่งอารมณ์และการเปลี่ยนแปลงทางสีหน้านั้น ต่อให้เป็นหน่วยรบพิเศษที่ถูกฝึกมาหลายสิบปีก็หาได้ปฏิบัติได้โดยง่ายแต่อย่างใด นางปีศาจร้ายนี้ช่างเป็นตัวตนที่คุ้นชินกับการฆ่าล้างสังหารอย่างที่สุดแล้ว
    เหตุการณ์ไปเพียงชั่วครู่ ทุกสิ่งก็กลับมาสู่สถานการณ์ปกติอีกครั้ง ไร้ซึ่งเสียงโหวกเหวกโวยวายของชายฉกรรย์ทั้งยี่สิบคน ที่ตอนนี้กลับกลายเป็นเพียงร่างที่ไร้ศีรษะกันอย่างหมดสิ้น และเช่นเดียวกันเมื่อไม่มีผู้ใช้เสียงปืนที่เคยอื้ออึงก็พลันสงบลงไปด้วยเช่นกัน
    จากนั้นหญิงสาวก็เคลื่อนที่ไปทางขวามือจุดหมายย่อมมิใช่อื่นใด นอกจากห้อง ๆ นั้นห้องที่น้องสาวของเธอถูกคุมขังเอาไว้
    แอ๊ดดดดด. ..
    ประตูเหล็กหนาพลันถูกเปิดออกอย่างช้า ๆ เผยให้เห็นร่างของเด็กสาวถูกห้อยอยู่กับกางเขนขนาดใหญ่ เลือดสีแดงสดของเธอไหลหลากจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ คล้ายว่ามันได้ไหลลงมานานแล้ว จากการที่คราบเลือดพวกนี้เริ่มจะแห้งกรังอยู่มาก มองไปทางอกซ้ายนั้นกลับปรากฏบาดแผลขนาดใหญ่ขึ้น รอยผ่ายังคงเห็นได้อย่างเด่นชัด แต่ภายในนั้นล้วนว่างเปล่า หมิงเหม่ยไม่ต้องก้าวเท้าเข้าไปใกล้ เธอล้วนทราบดีว่าในตอนนี้น้องสาวของเธอได้ตายไปแล้ว ทั้งหัวใจของนางยังถูกควักออกมาด้วย
                พรึบบบ. ..
    ร่างของหมิงเหม่ยเลือนหายไปอีกครั้ง ก่อนเธอจะโผล่พรวดยังเตียงเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลนัก เธอบรรจงวางร่างน้องสาวของเธอลงสู่เตียงนั้นอย่างถนุถนอม มือข้าวขวาบรรจงปิดเปลืองตาที่ยังคงเปิดอยู่ตลอดเวลา พลางปัดเส้นผมที่ดูจะบดบังใบหน้าแสนน่ารักของน้องสาวของเธอ
    หมิงเหม่ยที่คิดว่าหัวใจตายด้าน ไม่เคยรู้สึกต่อสิ่งใดตั้งแต่จำความได้ กลับรู้สึกเจ็บในอกราวกับมันกำลังจะระเบิดออกมา ร่างกายพลันหนักอึ้งอย่างที่สุด น้ำตาของเธอนั้นมิอาจไหลออกมาได้อย่างที่ควรจะเป็น เธอสับสนอยู่มากกับความรู้สึกที่เธอไม่เคยเผชิญมาก่อนในชีวิต
    . ..ความสูญเสีย. ..
                ตึงงงงงง !! ตึงงงงงงงง !! ตึงงงงงงงงง !!
    วินาทีนั้นกลับบังเกิดกำแพงหินขนาดยักษ์หล่นลงมาจากเพดานด้านบน พลางห้อมล้อมหมิงเหม่ยทุกทิศทุกทางอย่างฉับพลัน ทุกสิ่งเกิดขึ้นเร็วมาก แต่ใช่ว่าหมิงเหม่ยมิได้สังเกตเห็น เธอเห็นเต็มสองตาแต่ร่างกายนี้กลับมิอาจสั่งการได้ดั่งที่ใจคิด แม้เธอเองจะปฏิเสธความรู้สึกนี้มากแค่ไหน แต่กลับไม่ใช่ร่างกายของเธอที่ไม่สามารถหลอกลวงตนเองได้
    “แม้เจ้าจะเป็นเครื่องจักรสังหารที่มีตัวตนอยู่เพื่อการฆ่าฟัน แต่กระนั้นแกก็ผิดพลาดนัก ที่ไปเกี่ยวข้องกับมนุษย์มากไป นางปีศาจร้ายเอ๋ย นี่แหละคือสิ่งที่แกจะต้องชดใช้ !!”
    ชายคนเดิมนั่งลงอยู่ในรถกันกระสุนของตนอย่างสบายอารมณ์ เขามองไปยังภาพหน้าจอที่ในตอนนี้คือกล่องขนาดใหญ่ที่ยากแก่การทำลาย มันถูกสร้างด้วยหินที่แกร่งที่สุดในโลกมีชื่อว่า แกรนิตเพิร์ล ต่อให้เป็นเธอคนนั้นก็ยังต้องใช้เวลาอีกมากกว่าจะทำลายหินนั่นได้
                ติ๊ดดดดด. ..
    ชายคนดังกล่าวกดปุ่ม ๆ หนึ่งลงไปในอุปกรณ์คู่ใจของเขา ก่อนเขาจะพับหน้าจอนั้นลงพลางกล่าวอย่างสบายอารมณ์ “ลาก่อน. .. นังปีศาจ”
    ภายในกล่องในตอนนี้นอกจากอากาศภายในที่เริ่มร้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว สิ่งหนึ่งที่เริ่มพูนเข้ามาอย่างมหาศาลก็คือ น้ำกรด พวกมันเอ่อเข้ามาภายในกล่องมากขึ้นเรื่อย ๆ พลางเผาไหม้และกัดกร่อนทุก ๆ สิ่งไปอย่างรวดเร็ว ไม่เว้นแม้แต่ร่างของหมิงเหม่ยที่คล้ายจะจำยอม หลายส่วนของเธอล้วนถูกกัดกร่อนไปเป็นอันมาก ในขณะที่ใบหน้างามนั้นกลับนิ่งเฉยราวกับหุ่นยนตร์ ไร้ความรู้สึก ไร้สภาวะอารมณ์ ราวกับโลกทั้งใบได้หยุดหมุนลงแล้ว. ..