“กูตัดสินใจแล้ว...กูซื้อ แพงเท่าไหร่แต่ขอให้ชัวร์ละกัน”
“เออ...ชัวร์ และปลอดภัยด้วย เมียกูยังเคยใช้ เพื่อนๆ มันถ้ามีปัญหานี้ก็ใช้กันทุกคน”
การเจรจาเต็มไปด้วยบรรยากาศเคร่งเครียดอมันต์นั่งหน้านิ่วคิ้วขมวด สองมือประสานไว้รองรับปลายคางเอาไว้ ข้างๆมีแก้วเหล้าวางอยู่
เสียงเพลงเบาๆขับกล่อมผู้คนที่มาเยือน ซึ่งส่วนมากก็ล้วนเป็เพื่อนฝูงกันทั้งนั้นผับกึ่งร้านอาหารเล็กๆ แห่งนี้เป็รุ่นพี่ที่เคยเรียนมหาลัยเดียวกันเป็เ้าของดังนั้นลูกค้าส่วนใหญ่จึงเป็บรรดาลูกศิษย์ลูกหาจากสถาบันเดียวกันนั่นแหละ
และมันก็เป็ที่ประจำของเขาด้วย...
“ไม่มีผลข้างเคียงอะไรใช่ไหม”ชายหนุ่มถามย้ำ สีหน้าหม่นหมอง หัวใจมีแต่ความร้อนรุ่มนับั้แ่รู้ข่าวความผิดพลาดมหันต์ของตัวเอง
“ไม่มีหรอก ไม่เชื่อกูแล้วมึงจะเชื่อใครออ...แล้วเมียมึงตอนนี้เป็ไงบ้าง พาไปอยู่กันที่ไหนล่ะ”ตะวันถาม พลางยกแก้วเหล้าขึ้นจิบแล้ววางลงที่เดิมรสชาติของแอลกอฮอล์เข้มข้นจนเขาครางฮือเบาๆ เมื่อกลืนมันลงไป
“พาไปเช่าคอนโดอยู่ถ้าป๊ากับม๊ารู้เข้ากูตายแน่ๆ แต่จะให้ทำยังไงได้...ก็เภตราถูกไล่ออกจากบ้านกูก็ต้องดูแลเขาสิ” เขาว่า ใจก็เฝ้าคิดถึงหญิงสาวที่เอ่ยถึงเขายังไม่ได้บอกเลยว่า ‘วิธีการแก้ปัญหา’ ของเขานั้นเป็แบบไหน
“เขารู้หรือยังว่ามึงจะจัดการยังไง” ตะวันถามเหมือนรู้ความคิดของเพื่อน
“ยัง...”
“เมียมึงอยากเก็บเด็กไว้หรือเปล่า...กูว่าคุยกันก่อนดีกว่านะ”
“มึงจะบ้าเหรอยังเรียนไม่จบด้วยกันทั้งคู่ เขาก็เพิ่งถูกไล่ออกจากบ้านกูไม่ได้อยากทำถ้ากูพร้อมกว่านี้...แต่มันพลาดไปแล้วจะแก้ปัญหาก็มีวิธีนี้วิธีเดียว”
“ก็แล้วแต่พวกมึงก็แล้วกันกูก็ช่วยได้แค่นี้แหละ ถ้ามึงห่วงเขามากวันทำ...ก็ให้เมียกูไปอยู่เป็เพื่อนก็ได้นะ จะได้ช่วยกันดูแล”
“ไม่เป็ไร...กูจะพาเขาไปเช่าห้องที่ใกล้โรงพยาบาลที่สุดเผื่อมีเหตุฉุกเฉินจะได้รักษาตัวได้ทัน”
“แล้วทำไมไม่พาไปทำที่คลินิกหรือโรงพยาบาลเลยวะ”
“กูไม่รู้เื่พวกนี้หรอกก็มีแต่มึงนี่แหละที่กูปรึกษาด้วย มันไม่ใช่เื่ตลกโปกฮานะเว้ยจะได้วิ่งไปถามคนนั้นทีคนนี้ที” เขาถอนหายใจเป็ครั้งที่ร้อยแต่ความขุ่นมัวในใจก็ไม่ได้บรรเทาลงเลย
“อืม...อีกสองวัน กูเอาของมาให้ แต่มึงต้องจ่ายก่อนนะเว้ยกูก็ไม่มีสำรองให้หรอก แม่งของมันแพง หายากด้วย”
“รู้แล้วเอาเลขบัญชีมา...เดี๋ยวกูโอนเลย” ชายหนุ่มหยิบมือถือขึ้นมาพร้อมเปิดแอ๊ฟพลิเคชันของธนาคารเพื่อทำธุรกรรม
“เออ...เดี๋ยวจดให้”พูดพลางตะวันก็ขอปากกากับกระดาษจากบาร์เทนเดอร์เนื่องจากเสียงเพลงที่ดังเคล้าคลอบรรยากาศ จึงทำให้ไม่สะดวกในการเอ่ยบอกเมื่อจดเลขบัญชีเสร็จเขาก็ส่งกระดาษแผ่นนั้นให้อมันต์
ชายหนุ่มชั่งใจเขาเม้มริมฝีปากอย่างครุ่นคิด มองดูตัวเลขก่อนจะตัดสินใจกดโอนเงินให้เพื่อนเสร็จสรรพ
“กูต้องกลับแล้วล่ะ...เภตราอยู่ห้องคนเดียวเขาไม่เคยใช้ชีวิตข้างนอกด้วย ต่อไปนี้กูคงไปไหนมาไหนกับพวกมึงบ่อยๆเหมือนแต่ก่อนไม่ได้” ชายหนุ่มเก็บสมาร์ตโฟนใส่กระเป๋ากางเกงด้านหลังแล้วยกแก้วเหล้าของตัวเองขึ้นจิบเล็กน้อย
“อย่าให้เกินไปไอ้อาร์ตเพื่อนเราหลายคนก็มีเมียกันทั้งนั้นไม่เห็นใครต้องนั่งโอ๋นั่งประคบประหงมกันทั้งวันทั้งคืนเลย มันก็ต้องมีชีวิตมีเวลาเป็ของตัวเองกันบ้างสิวะ”
“อืม...” อมันต์ไม่ได้อยากต่อล้อต่อเถียงกับเพื่อนเื่นี้ส่วนหนึ่งมันก็จริง...เขามีเพื่อนมีฝูง เคยใช้ชีวิตอิสระแต่ตอนนี้เภตราไม่ได้มีใคร และเธอ้าเขามากที่สุด
ชายหนุ่มกล่าวลากับเพื่อนๆก่อนจะออกจากผับกึ่งร้านอาหารแห่งนั้นขับรถมุ่งไปคอนโดที่เช่าไว้เป็เรือนรักระหว่างเขากับเภตราทันที
สองวันก่อน...หลังจากเธอกลับจากมหาลัยเพียงไม่กี่ชั่วโมงหญิงสาวก็โทร.กลับมาหาเขาทั้งร้องไห้ทั้งสะอื้นเล่าว่าถูกพ่อกับแม่จับได้เื่ตั้งครรภ์ แล้วให้เลือกระหว่างครอบครัวกับเขาและลูกในท้องแต่เธอไม่สามารถตัดสินใจได้ ดังนั้น...บทลงโทษก็คือการถูกตัดขาดจากบุพการี “หนูไม่มีที่ไปแล้วไม่เหลือใครแล้ว...พี่อาร์ตอย่าทิ้งหนูกับลูกไปอีกคนนะคะ” น้ำเสียงของเธอในวันนั้นมันช่างเศร้าและหดหู่จนเขาไม่อาจลืม
วันนั้นเขารีบขับรถไปรับเธอ...และหาเช่าคอนโดใกล้ๆมหาวิทยาลัย เพื่อให้เธอได้อาศัยอยู่ก่อนชายหนุ่มไม่คิดว่าบิดาและมารดาของเธอจะใจดำได้นานนัก ยิ่งเป็ลูกสาวคนเดียวด้วยอย่างไรเสียวันหนึ่ง พวกท่านก็ต้องเป็ห่วงคิดถึงกันบ้าง