ตอนพิเศษ ข้าเนี่ยนะ...ท้อง!!
“ฮื่อ...ฮื่อ...”
เสียงที่ดังมาทำให้ข้าที่มิอยากจะสนใจก็เริ่มจะมองหา แล้วข้าได้เห็นเจ้าก้อนแป้งตัวกลมป้อมใบหน้ากลมราวกับซาลาเปาเปรอะเปื้อนด้วยคราบน้ำตา
อื้อ...ลูกใครน่ะ น่ารักจัง น่ายึดเป็นเจ้าของ
ความที่ตัวข้าที่เห็นลูกของพี่ใหญ่กับพี่ห้าแล้วเกิดอยากจะมีลูกน่ารักๆ สักคนรีบเดินลิ่วไปหาเจ้าก้อนแป้งในทันที
“ก้อนแป้งน้อย...ร้องไห้ทำไม” ข้าทรุดตัวลงนั่งตรงหน้าเจ้าก้อนแป้งที่ข้าแทบระงับความอยาก...กอดเอาไว้มิได้หากต้องไต่ถามให้รู้ความเสียก่อน “แล้วบิดามารดาเจ้าล่ะ อยู่ไหน” ข้าไต่ถามด้วยน้ำเสียงที่คิดว่าอ่อนโยนที่สุด...อย่าร้องนะข้ามิรู้จะปลอบเจ้าอย่างไร
“ท่านแม่!”
ข้าได้แต่ตกใจจนทำอันใดมิถูกเมื่อเจ้าก้อนแป้งร้องเรียกพลางโถมตัวเข้ามาหาพร้อมกับกอดรัดด้วยแขนกลมๆ
“ทำไมท่านแม่ถึงได้มาช้านักละขอรับ ข้ารอท่านตั้งนานแนะ”
เจ้าก้อนแป้งที่สองแก้มนุ่มนิ่มเหมือนซาลาเปาเป็นสีชมพูดวงตากลมใสแจ๋วมีน้ำตาเอ่อล้นคลออยู่ ริมฝีปากเล็กเป็นสีแดงสดไต่ถามอย่างตัดพ้อ มันทำให้ข้ารู้สึกผิดเป็นอย่างมาก
“ท่านอย่าทิ้งข้าไปไหนนาน ๆ อีกนะ...ท่านแม่ ข้าคิดถึงท่าน”
ข้า...ข้ามิใช่แม่เจ้านะ หากข้าก็มิกล้าที่จะกล่าวออกไป ด้วยกลัวว่าเจ้าก้อนแป้งที่ตอนนี้หยุดร้องไปแล้วจะร้องไห้อีก
“ข้า...ข้ามิได้ทอดทิ้งเจ้าเสียหน่อย” ข้าเอ่ยบอกเสียงเบา เอาล่ะ...มิว่าเจ้าก้อนแป้งน้อยจะเป็นบุตรของผู้ใดก็ช่างหากตอนนี้อยู่กับข้าก็เป็นบุตรของข้าไปก่อนละกันน่ารักอย่างนี้จะให้ปล่อยไปได้อย่างไร
“ฮื่อ...” เด็กน้อยพยักหน้าที่ยิ้มจนตาแทบจะปิดรับ ก่อนจะลุกขึ้นแล้วจับมือข้าพาเดินไปบนถนนที่ทอดยาวมองมิเห็นที่สิ้นสุดสองข้างทางมีร้านรวงมากมาย
“ท่านแม่ อันนั่น...” เจ้าก้อนแป้งน้อยชี้ไปที่ถังหูลู่ “น่ากินจังเลย...อันโน้น...”แขนป้อมชี้ไปที่เซ่าปิง “ก็น่ากิน”
“ได้เลยลูกข้า” ข้ารีบจัดการคว้าถุงเงินที่ห้อยเอวอยู่มาจัดการซื้อให้เจ้าก้อนแป้งน้อยทาน“เจ้าต้องการสิ่งใด บอกเลยนะ ข้าจะ...” ข้ากล่าวมิทันจบถังหูลู่ก็ถูกยื่นมาแตะที่ริมฝีปาก
“ให้ท่านแม่ทานด้วย”
โอ๊ย! น่ารักมากเลยลูก ข้ามิสนใจแล้วล่ะว่าเจ้าก้อนแป้งน้อยจะเป็นบุตรผู้ใดตอนนี้ข้ายึด! จะพาไปอยู่ด้วย จะมิคืนให้
“ก้อนแป้งน้อย”
“ขอรับ”
เจ้าก้อนแป้งน้อยขานรับทั้งที่ในปากนั้นยังเคี้ยวถังหูลู่อยู่เลย ช่างน่ารัก...มากอยากกอดรัด พาไปไว้ในห้องนอนจริง ๆ
“เจ้าไปอยู่กับข้าไหม ข้าจะเลี้ยงดูเจ้าอย่างดี”
“ท่านแม่ขอรับ” เจ้าก้อนแป้งน้อยร้องเรียกพลางยกสองมือเท้าสะเอวทำหน้าตาเคร่งขรึมขณะถอนหายใจด้วยรำคาญออกมาเล็กน้อย
“ข้าเป็นบุตรของท่าน ข้าก็ต้องอยู่กับท่านสิขอรับ หากท่านจะขับไล่ไสส่งข้านะข้าจะให้ท่านพ่อตีทานให้ลุกจากเตียงมิได้ไปสามวันเลย”
ข้าได้แต่อ้าปากค้าง รีบคว้าแขนเจ้าก้อนแป้งน้อยที่ออกอาการน้อยอกน้อยใจจนถอยหลังไปยืนอยู่ห่างไกลจากมือข้า
“ไม่! ข้ามิได้คิดเช่นนั้นนะก้อนแป้งน้อย ข้า...”
“หนิงเหอ”
แผ่นดินไหวเหรอ ทำไมแผ่นดินถึงได้ไหวรุนแรงเช่นนี้ แล้วก้อนแป้งน้อยของข้าล่ะหายไปไหนแล้ว ข้ารีบร้องเรียก หากรอบกาย มิว่ามองไปทางใดก็เต็มไปด้วยหมอกขาวโพลน
ลูกข้า...ลูกข้าหายไปแล้ว เจ้าก้อนแป้งของข้า เจ้าหายไปไหน
“เกิดอันใดขึ้นหนิงเหอ เจ้าร้องไห้ทำไม”
ที่ข้าเข้าใจว่าแผ่นดินไหว ที่แท้จริงแล้วคือท่านพี่กำลังเขย่าปลุกให้ข้าตื่น
“เกิดอันใดขึ้นขอรับท่านพี่” ข้าถามพลางยกมือขึ้นขยี้ดวงตาหากก็ถูกมือของท่านพี่จับเอาไว้พร้อมกับกดซับ...น้ำตาที่ข้ามิรู้เลยว่ามันไหลออกไปตั้งแต่เมื่อใด
“ข้าควรถามเจ้ามากกว่าหนิงเหอ เกิดอันใดขึ้น ร้องไห้ด้วยเหตุใด”
ข้าได้แต่มองท่านพี่ด้วยความงุนงง
“เจ้าฝันร้ายหรือ ถึงได้นอนดิ้นรนราวกับถูกรัดเช่นนี้ แล้วยังจะเอ่ยวาจาบางอย่างออกมา...หากข้าก็จับใจความมิถูก”
ตอนแรกข้าก็มีโทสะเล็กน้อยที่ท่านพี่ทำให้ข้าต้องตื่นจากฝันที่ดี...หากเมื่อเห็นความรักและห่วงใยความวิตกกังวลที่มีอยู่ในดวงตาและใบหน้านั้นก็ทำให้ข้ารู้สึกผิด ความมิพอใจก็มะลายหายไปในทันที
“ขอรับ...ฝันร้ายนิดหน่อย”
“เป็นเพราะเจ้าทานข้าวเย็นมากเกินไปนั่นแหละ อาหารมันจึงย่อยมิทันทำให้เจ้าอึดอัดจนเก็บเอาไปฝันร้ายเช่นนี้”
มิใช่เสียหน่อย หากข้าก็มิคิดจะโต้เถียงกับท่านพี่ออกไป
“ต่อไปห้ามทานเยอะแบบเมื่อเย็นอีกแล้วนะ ข้ามิอยากให้เจ้าทรมาน”
“ข้าก็อยากจะรับปากท่านนะขอรับ ถ้าไม่ติดว่าตอนนี้ตัวข้าหิว...หิวจนปวดท้องไปหมดแล้ว”ข้ายิ้มแหย ๆ พลางส่งสายตาอ้อนวอนขอให้ท่านพี่ยินยอมให้ข้าได้ทานสิ่งที่ต้องการ
“หิวมากจริง ๆ นะ ขอให้ข้าได้ทานเซ่าปิงกับถังหูลู่นะขอรับท่านพี่”จำได้ว่าเมื่อเย็นที่ท่านพี่กับพี่ห้าแวะมาเยี่ยม ได้พาติดไม้ติดมือมาไม่น้อยและข้าก็ยังทานมิหมดด้วย
“ข้าว่ามันแปลกเกินไปแล้วนะหนิงเหอ”
“อันใดแปลกหรือข้อรับ”
“ก็เจ้าอย่างไรเล่า จำได้ไหมว่าเจ้าเป็นเช่นนี้มานานเท่าใดแล้วตื่นมาตอนดึกด้วยอาการหิวโซ ส่วนของที่เลือกทานก็จะเป็นเซ่าปิงกับถังหูลู่ทุกครั้งด้วย”
จะว่าไปมันก็แปลกจริง ๆ นั่นแหละ หากจำมิผิด ข้าฝันถึงเจ้าก้อนแป้งน้อยมาห้าหกครั้งแล้วและทุกครั้งที่ตื่นจากฝันนั้นก็จะเป็นอย่างที่ท่านพี่กล่าวมาทุกอย่างเลย
“ข้าว่า...ควรให้เสี่ยวฝานตรวจดูเจ้าแล้วล่ะ”
“อย่างไรก็ได้ขอรับแต่...ตอนนี้ขอข้าไปทานเซ่าปิงกับถังหูลู่ก่อนได้ไหม...มันหิวมากเลยขอรับท่านพี่”ข้าสอดมือเข้าไปกอดแขนท่านพี่พร้อมกับวางใบหน้าออดอ้อนที่ต้นไหล่กว้าง ก่อนที่ข้าจะยิ้มกว้างเมื่อท่านพี่พยักหน้ารับ
“ท่านพี่น่ารักที่สุดเลย...ข้ารักท่านพี่ขอรับ” ข้ากดปากลงบนแก้มของท่านพี่ก่อนจะรีบก้าวลงจากเตียงนอนเพื่อไปทานเซ่าปิงกับถังหูลู่ที่เก็บไว้ในครัว
“ข้าขอตรวจใหม่อีกรอบได้ไหมขอรับ”
“ข้าคงจะมิได้เป็นโรคร้ายแรงใช่ไหมเสี่ยวฝาน” จะมิให้ข้าถามออกไปเช่นนี้ได้อย่างไรกันเล่าในเมื่อครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่สามแล้วที่เสี่ยวฝานจับเส้นชีพจรของข้าแล้วทำหน้าตาครุ่นคิดเหมือนว่าพบเจอเรื่องประหลาดที่มิน่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้
“หนิงเหอมิได้เป็นอันใดใช่ไหมเสี่ยวฝาน”
“คือ...ข้าก็ตรวจซ้ำอยู่สองสามรอบแล้ว คิดว่าอย่างไรก็มิผิดพลาดหนิงเกอ...ตั้งครรภ์ขอรับ”
ข้าได้แต่กะพริบตาปริบ ๆ มองเสี่ยวฝานก่อนจะหันไปมองท่านพี่แล้วย้อนกลับมามองเสี่ยวฝานซ้ำอีกครั้งด้วยความงุนงง
ข้าเนี่ยนะ...ตั้งครรภ์!
“เจ้า...มิได้ตรวจผิดหรอกนะเสี่ยวฝาน”
ข้าก็คิดเช่นเดียวกับท่านพี่นะ เจ้าจะต้องตรวจผิดแน่เลยเสี่ยวฝาน ข้าพยักหน้าเห็นด้วยกับคำกล่าวของท่านพี่
“เส้นชีพจรของท่านบอกเช่นนั้นจริง ๆ ขอรับหนิงเกอ”
“ถึงแม้ว่าข้าจะเป็นฟูเหรินของท่านพี่ หากข้า...” ข้าชี้นิ้วใส่ตนเอง“ก็เป็นบุรุษนะเสี่ยวฝาน จะมีครรภ์ได้อย่างไรกัน” มันจะแปลก...พิสดารเกินไปแล้วล่ะข้านี่นะ...ตั้งครรภ์!
ข้าได้แต่ส่ายศีรษะอย่างมิคาดคิดว่ามันจะเป็นไปได้ หากว่า...มันจะมีบางคำที่ติดค้างอยู่ในใจข้าเมื่อครั้งก่อนที่จะฟื้นขึ้นมา...
“แล้วเจอกันนะ...ท่านแม่!”วาจานั้นแม้จะแผ่วเบาราวกับเสียงของสายลมกระซิบ หากข้าก็ได้ยินและจำมันได้ดี
หรือว่า...
“เอ่อคือ...ข้าคิดว่า...”ข้ายกนิ้วเกาแก้มตนเอง พลางยิ้มเขิน ๆ ให้กับท่านพี่และเสี่ยวฝาน “เสี่ยวฝานมิได้ตรวจผิดไปแล้วละขอรับท่านพี่ข้าคิดว่าข้าอาจจะตั้งครรภ์จริง ๆ ล่ะขอรับ”
“หนิงเหอ!”
“คือ...ข้าคิดว่า...”ข้าจะบอกกล่าวให้ทั้งสองคนเข้าใจอย่างไรดีล่ะ ด้วยตัวข้าเองก็แทบจะมิเชื่อหากความฝัน...กับวาจาที่ได้ยินก่อนจะฟื้นบ่งบอกให้รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องจริง
“เรื่องนี้คงจะเกี่ยวเนื่องกับการที่ข้าได้รับพลังบางอย่างกับเสียเลือดในถ้ำขุมทรัพย์ราชามังกรก็ได้...ก่อนที่ข้าจะได้ลูกแก้วมังกรมาข้าสัมผัสได้ถึงพลังบางอย่างที่ข้าก็อธิบายมิถูก หากข้ารับรู้ว่าพลังนั้นทำให้ร่างกายของข้าเปลี่ยนแปลง”
“เจ้าตรวจหนิงเหอซ้ำอีกครั้งได้ไหมเสี่ยวฝาน”
ข้ารีบยื่นมือไปให้เสี่ยวฝานตรวจเส้นชีพจรอีกครั้งซึ่งคำตอบที่ได้รับก็คือ...
“มิผิดพลาดขอรับหนิงเกอตั้งครรภ์”
“ท่านพี่...”สำหรับข้า สิ่งที่เกิดขึ้นคือมันดีมาก หากข้าก็กลัวว่าท่านพี่จะ...รังเกียจ
“มันดีมากเลยหนิงเหอดีที่สุด ดีจนข้ามิรู้ว่าจะกล่าวอย่างไรแล้ว...ขอบใจเจ้ามากเลยนะ”
ข้าจับมือของท่านพี่มาทาบบนใบหน้า“ท่านมิได้รังเกียจและต้องการเจ้าก้อนแป้งน้อยจริง ๆ ใช่ไหมขอรับ”
“ข้าจะรังเกียจได้อย่างไรเจ้าก้อนแป้งน้อยก็ลูกข้าเช่นกัน...ตอนนี้เจ้ามิใช่ตัวคนเดียวแล้ว จากนี้ไปเจ้าต้องดูแลตัวเองให้มากขึ้นรู้ไหม”
ท่านพี่แนบมือลงบนท้องของข้าพลางลูบไล้อย่างแผ่วเบาบนใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและดีใจอย่างที่มิอาจจะระงับไว้ได้
“ขอรับ”ข้าเอนกายอิงแอบร่างของท่านพี่ พลางหันไปมองเสี่ยวฝานที่กล่าวก่อนจะเดินออกไปจากห้องว่า...
“ข้าจะไปบอกข่าวดีให้กับทุกคนได้รู้และจัดการหายามาเพื่อบำรุงร่างกายของข้าและเจ้าก้อนแป้งน้อยให้สมบูรณ์ดีและมิเป็นอันตราย”
“ขอบใจนะเสี่ยวฝาน”หลังจากนี้เสี่ยวฝานและทุกคนคงจะต้องเหน็ดเหนื่อยกับข้ามิใช่น้อย หากคนสำคัญก็คือ...ข้าเงยหน้าที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวลและขลาดกลัวขึ้นมองท่านพี่
“ท่านพี่ดีใจหรือเปล่าขอรับที่เราจะ...”น้ำเสียงของข้าที่เปล่งออกไปคงจะเบามาก ข้าดีใจที่มีเจ้าก้อนแป้งน้อย หากท่านพี่...
“คิดมาก...เจ้าเป็นคนคิดมากเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”ท่านพี่กดนวดคลึงหน้าผากข้าแผ่วเบา “สิ่งที่เกิดขึ้นคือสวรรค์ประทานมาให้เราข้าควรจะต้องขอบคุณเจ้ามากกว่า ข้าดีใจจน...กล่าวอันใดมิถูกแล้ว”
ท่านพี่จับปลายคางข้าให้เงยหน้าขึ้นแล้วโน้มใบหน้าตนเองลงมาแนบปากลงบนปากข้าขบกัดบดคลึงอย่างแผ่วและอ่อนโยน
“ข้าจะทำให้เจ้ารู้ว่าดีใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นมากแค่ไหน”
น้ำเสียงนุ่มทุ้มแผ่วเบาหากอ่อนโยนมาพร้อมกับจูบที่เว้าวอน
“รักเจ้ามากเพียงใด”
ทุกอย่างรางเลือนเพราะสัมผัสของท่านพี่ที่ตั้งใจบอกให้ข้าล่วงรู้ถึงความดีใจกับเรื่องที่ได้รู้และความรักที่มอบให้...