คำแนะนำของกุล
หลังจากผ่านมื้อเช้าใน่สายๆไปแล้วตอนนี้ก็เป็เวลาที่พวกผู้ใหญ่สองรุ่นก็ยังนั่งพุดคุยกันอยู่ในบ้านแต่ไม่ใช่กับเหล่าวัยรุ่นเช่นพวกเขาเสียเท่าไหร่เพราะตอนนี้นั้นพวกเขาออกจากตัวบ้านมาแล้ว ตอนนี้อยู่ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ใกล้ๆกับบึงบัวของบ้านแทนนอกจากที่นี่จะปลูกข้าวในเนื้อที่สองร้อยกว่าเอเคอร์แล้วยังมีการขุดบ่อไว้ใช้น้ำอีกเหมือนกับที่บ้านเขานั่นแหละแต่ใหญ่จนเป็บึงเล็กๆได้อยู่แล้วและใกล้กันอีกบึงนั้นก็ใหญ่แต่น้ำไม่ลึกเป็บึงบัวกว้างขนาดกว่าร้อยเอเคอร์นอกจากทำนาข้าวเป็หลักแล้วที่บ้านปู่กับย่าของเพเนียสก็มีนาบัวนี่แหละขายทั้งเม็ดบัว เกสร กลีบ ราก เอาเป็ว่าขายได้หมดนั่นแหละถือว่ามีรายได้ไม่น้อยเลยทีเดียว และตอนนี้พวกเขาทำอะไรนะหรือ
“มา เริ่มๆ” เสียงของเพวิสดังขึ้นส่งสัญญาณให้กรที่อายุเท่ากันที่กำลังเตรียมเล่นกีตาร์อยู่
“โอเค”กรทำท่ารับทราบแล้วเริ่มเล่นเพลงที่ตกลงกันไว้ทันที
“~ในกลุ่มดาวนี้จะมีดาวสักกี่ดวงที่จะทำให้ไม่อยากจากไปไหน ไม่มีเลย ถ้าดาวดวงนั้นมันไม่มีเธอ~”เสียงร้องเพลงด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มๆของเพวิสดังขึ้นทันทีเมื่อมีเสียงกีตาร์เริ่มดังขึ้นเป็ทำนองเพลงจากกรเวลาที่เพวิสร้องเพลงเขาจะมีความสุขและดูเปล่งประกายกว่าปกติมากเลยทีเดียว
“…”ส่วนพวกเขาที่เหลือที่โยกตัวไปตามทำนองเพลงส่งกำลังใจไปให้นักร้องนักดนตรีและนั่งแกะเม็ดบัวกินไปด้วย พร้อมฟังเพลงที่ขับกล่อมพวกเขาอยู่เพเนียสนั่งมองพี่ชายอย่างตั้งใจพี่ชายเขาที่ชอบการร้องเพลงแต่ก็ไม่ได้ขวานขวยหรือทำอะไรต่อนอกจากเอามาร้องเวลาว่างๆแบบนี้พี่ชายเขาที่คิดว่าเป็พี่คนโตเลยตั้งใจที่จะรับ่ดูแลกิจการของที่บ้านมากกว่าทำตามความฝันเล็กๆั้แ่เด็กของตนเองยิ่งเขาคิดก็รู้สึกผิดหวังผิดหวังในตัวเองที่ไม่ได้ดีเท่าพี่ชายแต่เมื่อเป็น้องพวกเขาก็มักถูกตามใจมากกว่าแต่ไม่ใช่ว่ารักลูกไม่เท่ากันนะ เพราะตามใจที่ว่าพี่ชายเขาก็ทำที่บ้านอยากให้เขาได้เรียนสูงๆ แต่ตัวเขาเองไม่ได้เก่งขนาดนั้นเขาก็ไมได้มีแรงผลักดันและความฝันอะไรเลยทำให้เขาขาดแรงในการทำเื่พวกนี้มากยิ่งไปเจอกับคนพวกเขายิ่งทำให้เขาไม่อยากจะออกไปจากเซฟโซนอีกเลยเขาก็หวังว่าจะได้อยู่บ้านอีกนานๆและน่าจะช่วยพี่ชายเื่ให้เขาเป็นักร้องได้บ้างด้วยถ้าพี่ชายเขาได้ร้องเพลงที่เขาฟังในยูทูบจะเพราะแบบนั้นไหมนะ แต่ต้องเพราะอยู่แล้วสิก็พี่ชายเขาเก่งขนาดนี้แต่ว่าจะทำยังไงหละก็แอปพลิเคชันนั้นเขาเห็นและได้ยินอยู่คนเดียวนี่สิ
“เพวิสเนี่ยร้องเพลงเพราะจริงๆนะเสียดายที่ไม่ได้เป็นักร้อง”กุลที่นั่งอยู่ข้างเขากำลังโยกตัวตามเสียงเพลงของเพวิชได้โยกเข้ามาใกล้แล้วเอ่ยออกความเห็นออกมาใช่เขาก็เสียดายเหมือนกัน
“นั่นสิครับแต่เขายืนยันเองนี่นะว่าจะดูแลงานที่บ้าน” เพเนียสเองก็เห็นด้วยแต่คนเป็พี่ก็ยืนยันเช่นกันว่าการร้องเพลงเขาจะทำเป็อดิเรกเท่านั้นไม่ได้อยากยึดเป็อาชีพแต่อย่างไร แต่เขาไม่เชื่อหรอก
“นั่นสินะ พี่กับกรก็เหมือนกัน” กุลก็คิดแบบนั้นไม่ต่างเพราะเธอและน้องชายก็ต้องช่วยงานที่บ้านไม่ได้คิดจะทำอะไรแปลกแยกเช่นกันจะมีก็แต่น้องชายคนเล็กที่พอจะมีโอกาสได้คิดต่างไปบ้างแต่มันก็เป็ความฝันและความสามารถของเขาที่มีจริงๆนั่นแหละนะ
“แต่ผมนี่สิ อยากอยู่บ้านนะแต่พวกเขาอยากให้ผมทำอย่างอื่นมากกว่า” เพเนียสนึกแล้วก็ว่าออกมาเศร้าๆเขาที่ไม่มีความฝันเป็ชิ้นเป็อันสมควรจะอยู่บ้านมากกว่า
“ทำอย่างอื่นที่ว่า ก็ทำอาหารก็ได้นี่เปิดร้านอาหารเล็กๆที่บ้าน แค่นี้ก็ได้อยู่บ้านแล้ว พี่เห็นหลายดาวเริ่มมีรีสอร์ทหรือบ้านพักเล็กๆในพื้นที่ส่วนตัวด้วยนะถึงส่วนใหญ่จะเน้นไปที่ดาวส่วนตัวหรือที่ดาวท่องเที่ยวก็เถอะแต่ก็มีบ้างที่เปิดให้คนมาเที่ยวสวนแล้วก็มีร้านอาหารด้วย น่าสนใจออก”กุลแนะนำออกมาอย่างตื่นเต้นเหมือนตัวเองกำลังจะเปิดเองถ้าเธอทำอาหารเป็นะทำที่นี่ก็น่าสนใจเช่นกันที่นี่มีนาข้าวบึงบัวก็น่าเดินเล่นไม่น้อย ถึงคนส่วนหนึ่งจะนิยมเที่ยวแบบโฮโลแกรม*แต่ก็ยังมีอีกส่วนที่อยากจะมาเที่ยวเพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศจริงๆเหมือนกันถึงแม้เทคโนโลยีเดี๋ยวนี้จะพัฒนาไปมาก แต่ระบบการรับรู้ทั้งห้าที่รับส่งสารมานั้นก็ยังไม่ได้เหมือนของแท้นักใช่แล้วยังไม่มีคอนโทรลแบนด์ของบริษัทไหนที่ทำให้การรับรู้เกี่ยวกับกลิ่น และรสออกมาได้เหมือน เกิน 70 เปอร์เซ็นต์เลย หากเื่เสียงและสีนั้นก็ใกล้เคียงกับของจริงมากกว่าจนจะเกือบ100 เปอร์เซ็นต์อยู่แล้วส่วนเื่ััรูปร่างหรือความร้อนนั้นต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มอีกจึงจะได้รับสารส่วนนี้ได้แต่ก็ยังทำได้เหมือนในระดับหนึ่งพอๆกับกลิ่นและรสเท่านั้น
“มันจะได้ผลหรือพี่กุลแต่ที่ว่าได้อยู่บ้านก็น่าสนใจนะ แต่เื่ฝีมือแล้วก็ทุนนี่สิ” เขายังคิดหนักอยู่โดยเฉพาะเื่หลังเขาไม่อยากรบกวนที่บ้านเลย
“ทำได้ขนาดนี้ก็ดีแล้วไหม ค่อยๆหัดไปพี่มองดูเราแล้วคงสามารถไปได้อีกไกลเลย”กุลว่าขึ้นพร้อมพยักหน้าเห็นด้วยกับความคิดนี้ของตนเองอย่างกับกำลังเป็นักทำนายอย่างไรอย่างนั้นใช่ดาวระดับดีอย่างพวกเขายังมีความเชื่อพวกนี้อยู่การทำนายเื่ต่างๆที่วิทยาศาสตร์ไม่มีการรองรับหรือพิสูจน์ข้อมูลไม่ได้แน่ชัดเื่แบบนี้ก็ยังมีอยู่แต่ส่วนใหญ่ก็ใช้หลักความน่าจะเป็ร่วมด้วยจะได้ดูน่าเชื่อถือขึ้น
“ขอบคุณนะครับสำหรับคำแนะนำผมจะเอากลับไปคิด”
“เออ ใช่แล้วถ้าอยากได้ทุนหรือลองทำให้คนอื่นกินแบบยังไม่เปิดร้านก็ลองเปิดช่องไลฟ์สตรีมดูสิให้คนดูช่วยชิม อาหารจริงๆ คนต้องสนใจมากแน่คิดดูสิแค่อาหารสังเคราะห์ยังมีคนสตรีมเลย” กุลแนะนำออกมาเพราะเธอเองก็ชื่นชอบและติดตามสตรีมเมอร์อยู่หลายคนแต่ถ้าสายทำอาหารจริงๆยังมีไม่มาก ส่วนใหญ่ก็เน้นทำอาหารง่ายๆเช่นต้มไข่ในเวลาต่างกัน หรือไม่ก็พวกวัตถุดิบไม่เยอะทำง่ายแบบแค่เอาลงไปต้ม ทอดอะไรประมาณนั้น แต่ถ้าเป็อาหารที่เธอได้กินมาเมื่อเช้านี้นะถ้าคนได้รองชิม(กินเสมือนจริงผ่านการสตรีม)พวกเขาต้องชอบแน่ๆเลย
“มันจะได้ผลหรือพี่กุล”เขาถามอย่างกังวล ปกติเขาก็ไม่ได้เป็คนขี้อายอะไรหรอกถ้าอยู่ทั่วไปก็ไม่มีปัญหาแต่ให้เปิดช่องสตรีมให้คนเห็นหน้าไหนจะต้องพูดไม่ให้ช่องเงียบอีกเขาก็ออกจะเขินๆอยู่นะ
“ไม่ลองแล้วจะรู้หรือ ไม่เสียหายหรอกน่าลองๆดู” กุลส่งเสริมชวนเชื่อพร้อมเอาไหล่มาชนน้องชายอีกทีถ้าทำจริงๆนะเธอนี่แหละจะเป็แฟนคลับคนแรกเอง และจะได้ชิมเป็คนแรกด้วยและเดี๋ยวจะเรียกเหล่าเพื่อนๆของเธอมาร่วมติดตามด้วยเลย
แปะๆๆๆ
“เอาอีกๆ”กันต์ผู้ฟังอย่างตั้งใจเพียงหนึ่งเดียวว่าขึ้นทั้งเพเนียสและกุลนั่งคุยกันจนเพวิสร้องจบไปสองเพลงแล้ว
“ฮาๆๆ ได้ๆแต่ดื่มน้ำแป๊บ”มีหรือเพวิสจะค้าน เพราะการร้องเพลงก็เป็การพักผ่อนของเขาเช่นกัน
“คิดดูสิไลฟ์สตรีมทำอาหารและมีเสียงร้องเพลงของเพวิสคลอไปด้วย คนต้องชอบแน่ๆ”และดูเหมือนคำพูดเข้าหูประโยคสุดท้ายของกุลจะไม่ใช่แค่ทำให้เขาขนลุกขนพองแต่มันทำให้เขาตาเบิกโพลงกระปี้กระเป่าขึ้นมา ข้อแนะนำนี้น่าสนใจ
“ครับ ขอบคุณพี่กุลมากๆ”เพเนียสร้องออกมาเสียงดังจะคว้าตัวพี่สาวเข้ามากอดทันทีจริงๆแล้วเป็นักร้องที่ว่าก็ไม่ใช่แค่ต้องมีสังกัดมีค่ายหรือออกสื่อหลักก็ได้นี่นามีคนดังหลายๆคนที่ดังมาจากการเปิดช่องของตัวเองขึ้นมาในแพลตฟอร์มออนไลน์ยอดนิยมแบบนี้เขาและพี่ชายก็จะได้ทำสองอย่างไปพร้อมๆกันได้แล้วนะสิ ทั้งทำงานในสวนที่บ้านและทำสิ่งที่ตัวเองรัก(ของเพวิสร้องเพลงแต่ของเพเนียสสิ่งที่รักอีกอย่างก็คืออยู่บ้าน)
“อือๆๆ ใช่ๆ ใช่แล้ว ดีๆ”กุลที่ถูกน้องชายกอดจนตัวโยกเอนไปมาไม่รู้จะเอ่ยอะไรไปมากกว่านี้เธอไม่อยากห้ามคนกำลังมีความสุขถึงเธอจะกำลังขาดอากาศหายใจก็ตาม
“ทำอะไรกันน่ะสองคนนั้น”แต่คนอื่นก็ได้แต่มองหน้ากันและถามอย่างสงสัย
“พี่กุลแกล้งน้องหรือเปล่าเลยถูกเอาคืน” กรว่าขึ้นตามที่เห็นว่าเพเนียสคล้ายจะกำลังฆาตกรรมกุล
“แต่น้องพูดว่าขอบคุณนะจะเป็การแกล้งได้ยังไง” กันต์แย้งออกมาพร้อมตาที่ยังคงมองสองคนที่กอดกันอยู่ข้างๆไม่ไกลกันนัก (จริงๆเพเนียสกอดแน่นอยู่คนเดียว)
“นั่นสินะ คงพูดอะไรกันนั่นแหละไม่ต้องสนใจหรอก มาพร้อมแล้วอีกเพลง” เพวิสว่าขึ้นก่อนจะพูดกับกรให้กรเล่นเพลงต่อไปบรรยากาศข้างบึงบัวแบบนี้ยิ่งได้อารมณ์ทั้งคนร้องและคนฟังเลย
“จัดไป”
*เที่ยวแบบโฮโลแกรม หรือ Hologramurs เป็การเที่ยวที่ไม่ต้องเดินทางไปที่นั่นจริงๆแค่เปิดคอนโทรลแบนด์หรืออุปกรณ์สื่อสารอื่นๆแล้วเข้าโหมดภาพโฮโลแกรมเสมือนจริง(จะและสมจริงมากน้อยก็ต้องขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ของแต่ละคนด้วย)ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง อยากเที่ยวตอนไหนก็ได้ ได้เปิดหูเปิดตา เที่ยวชมได้หลายที่สถานที่ท่องเที่ยวหลายๆที่จะเปิดระบบให้เข้าเที่ยวชมแบบเสมือนจริงในทุกๆซอกมุมในสถานที่นั้นๆซึ่งก็มีค่าใช้จ่ายเช่นกัน แต่ถ้าเทียบแล้วก็ไม่ได้แพงเท่ากับการเดินทางไปชมสถานที่จริง แต่ถึงอย่างนั้นไม่ใช่ว่าคนจะเลิกการไปเที่ยวจริงไปเพราะอย่างไรเสียความรู้สึกก็ต่างกันอยู่ดี