บทที่ 19
มือที่ชุ่มเืกับเช้าวันใหม่
"เธอคิดหรือว่ามนุษย์พวกนี้จะเอาชนะฉันได้..."
แสงตะวันของวันใหม่ทอแสงอ่อนๆขึ้นมาจากอีกฝั่งของฟากฟ้า ท่ามกลางกองซากศพมนุษย์นับร้อยกองทับถมจนเป็เนินเตี้ยๆ ทั่วร่างของจูเลี่ยนถูกย้อมไปด้วยเืสีแดงสด เด็กน้อยที่ดูแล้วอายุไม่ต่างกับไอร่าคลานหนีตะเกียกตะกายอยากมีชีวิตรอด ลำตัวครึ่งล่างของเธอกระจัดกระจายไปคนละทิศทางทั่วร่างมีเส้นเืโยงใยพยายามเยียวยาาแ
"เธอคิดผิดเองที่มายุ่งกับฉัน..." จูเลี่ยนสาวเท้าเข้าไปใกล้ปลายเท้าเหยียบลงบนลำไส้ยืดยาวที่ไหลออกมาจากร่าง มันเหมือนเชือกเส้นใหญ่ที่ถูกถักทอด้วยเืเนื้อ เด็กน้อยร้องดังลั่นด้วยความเ็ป
"ราชินีของฉัน ไม่ปล่อยแกไว้แน่! ทุกคนทั้งทวีปจะออกตามล่าแก!"
"อ้อ...อย่างนั้นเหรอ...เดี๋ยวนี้ข่าวสารมันแพร่ออกไปไวจริงๆ อาณาจักรพวกแกคงขาดคนสินะ ถึงส่งเด็กน้อยแบบแกมาตายอย่างไร้ค่า"
จูเลี่ยนหมายจบเื่โดยไว เธอกระหน่ำฟาดคมดาบลงไปบนร่างที่ไม่สมประกอบอย่างบ้าคลั่ง เศษเนื้อกระจัดกระจายแหลกเละ มันคงดีกว่าที่ให้เธอต้องตกเป็เครื่องมือของผู้มีอำนาจ ชีวิตมันก็มีเพียงเท่านี้ไม่ว่ามนุษย์ธรรมดา หรือสตรีผู้เป็นิรันดร์เมื่อมันจบทุกอย่างก็คือจบไม่ต่างกัน
"มันช่วยไม่ได้ที่ฉันจะถูกทุกคนเกลียด..." จูเลี่ยนเสยผมสีน้ำตาลหยักศกเดินก้าวข้ามซากศพนับร้อย หลายชีวิตที่กองระเนระนาดอยู่บนพื้นต้องถูกสังเวยอย่างไร้ค่า แต่มันคงดีแล้วที่ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานอยู่บนโลกบิดเบี้ยวใบนี้ต่อไป
"จูเลี่ยน..." เสียงเรียกมาแต่ไกล เรอาพยายามพยุงร่างเข้ามาหา เธอพยายามทรงตัวให้ได้มากที่สุด แต่ทุกครั้งที่ก้าวเดินเธอก็ทรุดลงกับพื้น
"อย่าฝืนตัวเองให้มาก..."
มือที่ชุ่มไปด้วยเืพยุงข้างเอวของเรอาเอาไว้ ไม่ว่าเวลานี้อะไรจะเกิดขึ้นเรอาก็พร้อมเผชิญ ครั้งนี้เธอจะไม่ปล่อยให้จูเลี่ยนคลาดสายตาไปไหนอีก ถึงแม้ต้องเป็ศัตรูกับคนทั้งโลกแต่ขอเพียงได้ยืนเคียงข้างคนที่ตนรักเท่านี้ก็เกินพอสำหรับสิ่งที่ดำเนินอยู่
"ฉันคิดว่าเราคงต้องเดินกันอีกไกล..." จูเลี่ยนก้มลงสำรวจรอยเท้าที่ฝังลึกลงในดิน มันเป็รอยเท้าขนาดใหญ่ของริน ทิศทางนั้นมุ่งตรงไปยังชายฝั่งติดทะเล เรอาพยายามเบ่งพลังอีกรอบหมายทำให้การเดินทางร่นระยะไวขึ้น เส้นเืเส้นเล็กออกมาจากใต้กระโปรงอย่างเชื่องช้า จูเลี่ยนเห็นการกระทำนั้นต้องรีบตอบกลับทันที
"แต่บางทีได้เดินรับแดดยามเช้ากับเธอมันก็ดีเหมือนกันนะว่ามั้ย..." วงแขนของจูเลี่ยนรีบกระชับข้างเอวของเรอาให้แน่นขึ้น สตรีในชุดเปิดไหล่ใบหน้าแดงก่ำเส้นเืค่อยๆหดกลับเข้าไปอย่างแ่เบา จูเลี่ยนถอนหายใจกับเรอาที่ไม่ค่อยรู้จักประมาณตนเสียเท่าไหร่ สำหรับเรอาเวลาเหล่านี้คงไม่มี่เวลาไหนมาทดแทนได้
"เธอคงไม่โกรธที่ฉันพาเธอมาเจอเื่แบบนี้"
เรอาส่ายหัวเบาๆ เป็การตอบรับใบหน้าของเธอกลับรู้สึกอิ่มเอมเสียมากกว่า
"หากเธอสั่งให้ฉันตายฉันก็จะตายให้เธอดู"
จูเลี่ยนรู้สึกขนลุกซู่ ถึงเรอาจะดูเป็คนแปลกๆชอบทำอะไรฝืนตัวเองแต่นั่นอาจเป็ข้อดีของเธอ การมีเธอร่วมเดินทางไปด้วยมันก็ไม่ได้แย่เสียเท่าไหร่ โดยเฉพาะความงามของเธอยามแสงอาทิตย์ส่องมันช่างดูดีเป็พิเศษ จูเลี่ยนแทบไม่รู้ตัวว่าเด็กน้อยเมื่อครั้งอดีตเวลานี้โตเป็สาวงามที่เพียบพร้อมไปทุกอย่าง จูเลี่ยนใบหน้าแดงเรื่อแอบมองเรอาเป็ระยะเมื่อเธอหันมาสบตากลับจึงแสร้งมองไปทางอื่น มือที่เคยพรากชีวิตปกติของเรอาไปในอดีตวันนี้มือข้างนั้นยังคงมีคราบเืติดเหมือนเคย มันกระชับข้างเอวบางๆของเรอาไว้แน่น หวังว่าต่อจากนี้มันจะชดเชยอะไรได้บ้างกับชีวิตนิรันดร์ที่เหลืออยู่
ภายในท้องพระโรงของอาณาจักรเทอร์ควอยซ์ สตรีผมสีฟ้านั่งหลังตรงอยู่บนบัลลังก์สีทองมันถูกกัดเซาะด้วยน้ำแข็งดูเยือกเย็นแข็งกร้าว แต่สำหรับผู้เป็เ้าของในใจกลับร้อนรุ่มเหมือนถูกไฟแผดเผา เื่ราวของจูเลี่ยนทรยศต่อเบื้องบนแพร่กระจายไปทั่วไม่ว่าใครเวลานี้ต่างรู้จักจูเลี่ยนเป็อย่างดี การทำให้หมากทุกตัวบนกระดานเชื่อฟัง จำเป็ต้องมีหมากอีกตัวอยู่นอกกระดานเป็เื้ั คอยรับใช้เก็บกวาดหมากตัวใดก็ตามแต่ที่คิดออกนอกลู่นอกทาง บัดนี้เงาของจูเลี่ยนได้เลือนหายไปเสียแล้วโครงสร้างของความวุ่นวายกำลังก่อตัวขึ้นในระยะเวลาอันสั้น
ดวงตาสีฟ้าจ้องมองไปยังผู้มาเยือนจากแดนไกลแต่หาได้ใส่ใจกับคำพูดตลอดชั่วโมงที่ผ่านมา เธอคิดถึงเพียงสตรีที่ผู้คนต่างหวาดกลัว ไม่รู้ว่าเวลานี้จะเป็ตายร้ายดีหรืออย่างไร
"องค์หญิงเอวาลิน โปรดให้คำตอบด้วย?" ไม่มีเสียงตอบรับใดใด มีเพียงความเงียบเกิดขึ้นชั่วครู่ สร้างความรู้สึกอึดอัดใจต่อชายชราในชุดผ้าไหมสีเขียวอมส้มราคาแพงที่ข้ามน้ำข้ามทะเลอย่างยากลำบากเพื่อมาพบเธอ
"ท่านว่าอย่างไรนะ?..."
"คือว่า..." ชายชรารู้สึกประหม่าต่อสตรีผู้นี้โดยเฉพาะไอเย็นที่แผ่ออกมาเป็ระยะ มันทำให้เขารู้สึกไม่ปลอดภัย ในกำมือเหงื่อเม็ดเล็กผุดออกมาไม่ขาดสาย
"ทางเราอยากขออนุญาตองค์หญิงเอวาลินเปิดเส้นทางการค้าทางเรือจากที่มั่นสมาคมการค้าภาคตะวันออก เลียบชายฝั่งมายังอาณาจักรเทอร์ควอยซ์ เนื่องจากทางบกใช้เวลาเดินทางยาวนานกว่า..."
เกิดความเงียบงันขึ้นอึดใจหนึ่ง หัวใจของชายผู้นี้เต้นไม่เป็จังหวะรอคอยคำตอบที่จะได้รับ
"ฉันอนุญาต!" องค์หญิงกล่าวเสียงดังฟังชัด ชายผู้นี้รู้สึกโล่งอกเป็อย่างยิ่งเหมือนหัวใจของเขาจะกลับเป็หนุ่มขึ้นอีกครั้ง ความรู้สึกหวาดกลัวของเขาต่อองค์หญิงเอวาลินแห่งอาณาจักรเทอร์ควอยซ์ถูกปรับเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
"แต่ภายใต้เงื่อนไขเพียงข้อเดียว ท่านจงฟังคำพูดนี้ให้ดี..." เอวาหลับตานึกถึงคำพูดสำคัญยังครั้งอดีต
'ก้อนหินหนึ่งเดียวบนท้องนภา...ฉันจะเป็ผืนฟ้าอันหนาวเหน็บบนผืนดินให้เธอเอง'
"จงกระจายคำกล่าวนี้สู่พ่อค้าทุกคนที่ท่านติดต่อ หัวเมืองทุกเมืองที่ท่านไปถึงขยายออกไปให้กว้างที่สุดเท่าที่ท่านจะทำได้ นั่นคือข้อเสนอของฉัน..."
ชายชรารู้สึกงุนงงไม่เข้าใจถึงคำขออันแปลกประหลาดที่เขาไม่เข้าใจถึงความหมาย แต่เห็นว่ามันเป็เงื่อนไขง่ายดายหากเขาปฏิเสธจะดูเป็คนโง่ทันที เขารีบโค้งตัวน้อมรับอย่างเร่งด่วน เขามั่นใจว่าพ่อค้าในอาณัติทั้งหมด จะได้รับรู้ถึงคำกล่าวนี้ องค์หญิงรีบลุกขึ้นก้าวเดินออกไปอย่างสง่า ยามบ่ายอันน่าเบื่อได้ผ่านไปเสียทีเธอรีบปิดประตูห้องค้นหีบใบโตพบเสื้อคลุมตัวยาวสีน้ำตาลเข้มดูเก่าและสกปรก เธอรีบนำมาสวมใส่ทับเสื้อผ้าน้อยชิ้น