ย้อนกาลมาสานวาสนารักกับท่านอ๋อง 苏王妃

    ตอนที่ 26 ฤดูเปลี่ยน สถานะเปลี่ยนไป


     

    อาการป่วยของซูอันหนิงดีวันดีคืน ระหว่างที่พักรักษาตัวฮั่นอ๋องจะมาไถ่ถามอาการนางจากหม่าหมัวมัวทุกวัน แต่เขากลับไม่ได้เข้ามาในห้องอีก ทว่าได้สั่งให้ห้องครัวตุ๋นรังนกจากทะเลใต้มาเป็นของบำรุงช่วงพักฟื้นให้นางทุกวัน

    แต่เรื่องที่ฮั่นอ๋องและพระชายาแยกห้องนอนนั้นไม่ใช่ความลับ กลับไม่มีใครคิดว่าคนที่ปฏิเสธจะร่วมห้องหาใช่ท่านอ๋องแต่เป็นพระชายา ประกอบกับมีข่าวลือไม่ดีเกี่ยวกับพระชายาก่อนหน้านี้ บ่าวที่คอยดูสีหน้าคนจึงเริ่มมีความคิดเป็นของตนเองอีกครั้ง

    ซูอันหนิงเจ็บป่วยไม่สบาย จึงไม่ได้จัดการงานบ้านงานเรือนเสียนาน อำนาจบางส่วนจึงกลับไปอยู่ในมือพ่อบ้านใหญ่ บ่าวไพร่ในจวนเริ่มมีปากมากกว่ามือ

    เสียงบ่นของชางอิงดังขึ้นเบาๆ จากห้องข้าง “พวกเขาคิดว่าตัวเองเป็นใคร แอบนินทาหวางเฟยไม่พอ ยังกล้าไม่จัดถ่านมาให้หวางเฟยอีก ต่อให้มีตี้หลง ในห้องก็ยังต้องใช้เตาถ่านนะ”

    “หมายความว่าเจ้าไม่ได้ถ่านกลับมาหรือ” ลี่หนานถามด้วยน้ำเสียงกังวล

    เสียงของหนักตกลงพื้นดังตุบ ชางอิงพูดด้วยน้ำเสียงกระหยิ่ม “ข้าพบหวางเย่ที่ทางแยก ทรงไถ่ถามอาการหวางเฟยข้าจึงถือโอกาสฟ้องเสียเลย พอรู้ว่าส่วนกลางยักยอกถ่านก็พิโรธมาก ทรงจัดการคนเหล่านั้นด้วยตัวเองทันที เจ้าดูนี่สิ...นี่เป็นถ่านเงินซวงชั้นเลิศ คนพวกนั้นคิดยักยอกไว้ใช้เองทั้งนั้น น่าโมโหที่สุด”

    ชางอิงเสียงชางอิงเปลี่ยนเป็นกระหยิ่มยิ้มย่อง “หวางเย่ตรัสต่อหน้าบ่าวทั้งเรือน หากรู้ว่ามีคนกล้าไม่เคารพหวางเฟย แอบวิจารณ์หวางเฟยผิดๆ อีก จะโบยด้วยพลองทหารหากไม่ตายค่อยขับออกจากจวน ข้าสะใจยิ่งนัก”

    มือที่ประคองถ้วยชาของซูอันหนิงชะงัก ขอบถ้วยแตะค้างอยู่ที่ริมฝีปาก แต่ยังไม่ทันดื่มนางก็ลดมือวางถ้วยชาลงบนโต๊ะ สอดมือข้างหนึ่งเข้าไปในแขนเสื้อ ปลายนิ้วของนางชะงักเมื่อพบกับความว่างเปล่า

    นางลืมอีกแล้ว... ใต้แขนเสื้อไม่เคยมีสิ่งใดเลย แต่ยามที่ใจไหวหวั่นนางมักจะควานหามันอยู่ตลอด

     

    หิมะแรก โปรยปรายลงมายามที่แสงอุ่นเหลืองนวลจากตะเกียงสว่างขึ้นในห้อง

    ซูอันหนิงกำลังนั่งอุ่นมืออยู่ข้างเตาถ่าน แม้มีตี้หลงแต่นางก็ยังรู้สึกว่าเหมันต์แรกของโลกนี้ช่างเย็นเยียบยิ่งนัก

    เสียงตื่นเต้นของชางอิงดังขึ้นอีกครั้ง “หวางเฟยเพคะ หิมะแรกตกแล้วเจ้าค่ะ”

    ซูอันหนิงเงยหน้าขึ้น กำลังจะลุกวิ่งออกไป หม่าหมัวมัวก็ขยับเข้ามากดไหล่นางไว้ “สวมเสื้อคลุมก่อนนะเพคะ หวางเฟยเพิ่งฟื้นไข้ หากล้มป่วยอีกจะแย่กว่าเดิม”

    เฉินชิงชิงรีบหยิบเสื้อคลุมขนจิ้งจอกมาสวมให้ผู้เป็นนายทันที ชุดอุ่นพร้อมหมวกที่นางออกแบบเอง เมื่อสวมใส่ก็อุ่นสบาย หม่าหมัวมัวยื่นเตาอุ่นมือให้ ซูอันหนิงรับมาซุกไว้ในแขนเสื้อ

    ด้านนอก หิมะขาวขนาดใหญ่ราวกับขนเป็ดโปรยปรายในอากาศ ท้องฟ้าเป็นสีทึมเทา ลมหนาวพัดปลายยอดสนกลางสวนไหวเบาๆ เหมือนได้เห็นภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมา

    เพียงไม่นานก็มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้น ชีวิตเหมือนจะราบรื่นแต่กลับเต็มไปด้วยภัยแฝงที่มองไม่เห็น ทั้งถูกลอบสังหาร ถูกคนสร้างภาพลักษณ์ใส่ร้าย หากนางเป็นสตรีโบราณจริงๆ ป่านนี้อาจจะผูกคอตายไปแล้วก็เป็นได้

    ใกล้ครบหนึ่งปีแล้ว นางยังคงมีชีวิตอยู่ที่นี่

    การมีชีวิตอยู่ช่างดียิ่งนัก

     

    ภายในห้องหนังสือเรือนหน้า จูเกาเซวียนวางม้วนหนังสือลง แล้วเดินไปหยุดยืนอยู่ริมหน้าต่าง หิมะแรกตกบนผิวน้ำจากนั้นก็ละลายหายไป… ไม่ทิ้งสิ่งใดไว้เลยนอกจากไอเย็น

    เสียงกระดิ่งบนชายคาดังเบาๆ ร่างสูงหมุนตัว เดินออกจากห้องโดยไม่บอกกล่าว จางเจี้ยนกำลังชมหิมะอย่างเพลิดเพลินต้องรีบวิ่งตามไปแทบไม่ทัน

    ฝีเท้าที่ก้าวเดินของฮั่นอ๋องคล้ายจะเร็วกว่าทุกครั้ง แขนเสื้อกว้างสีดำข้างหนึ่งแกว่งไปมา เมื่อเดินผ่านประตูฉุยฮวาเหมินความเร็วจึงค่อยๆ ลดลง จูเกาเซวียนมาหยุดยืนอยู่ใต้หลังคาทางเดินเชื่อมเรือน มองไปทางสตรีนางหนึ่งนิ่ง

    ไม่รู้ว่าเขาคิดสิ่งใด จู่ๆ ก็หันไปสั่งจางเจี้ยน

    “ไปหยิบฉินมา”

    “อ้อ...พ่ะย่ะค่ะ”

    จางเจี้ยนเพิ่งวิ่งตามมาทันกำลังหยุดพักหายใจหอบแรง จำต้องวิ่งกลับไปทางเดิมอีกครั้ง

    จูเกาเซวียนเอามือไพล่หลังข้างหนึ่งค่อยๆ เดินไปตามระเบียงทางเดิน ตามองนางแล้วจึงมองตามสายตานาง...นอกจากยอดสนสีเขียวตัดหิมะขาว ที่เหลือก็มีเพียงกิ่งเหมยไร้ใบเท่านั้น

    สาวใช้หันมาเห็นเขาก่อน จึงยอบกายทำความเคารพแล้วถอยออกไปด้านหลัง

    ซูอันหนิงเห็นเขาทางหางตาแล้วทว่านางก็ไม่ได้หันมาทำความเคารพ อาจเพราะเพิ่งหายป่วยความเหน็ดเหนื่อยยังไม่จางหาย นางจึงรู้สึกขี้เกียจจะสวมหน้ากาก ไม่อยากมีพิธีรีตองอะไรทั้งนั้น หากเป็นที่โลกเดิมคนที่สนิทกันก็แค่พยักหน้าทักทาย ไม่สนิทกันก็แค่เมินเฉยไม่ใส่ใจ

    แล้วนางก็ทำเช่นนั้นจริงๆ ทำราวกับเขาเป็นเพียงคนแปลกหน้าที่ผ่านมา จะอยู่ก็ได้จะไปก็ไม่คิดรั้ง

    จูเกาเซวียนไม่เอ่ยคำใด เพียงหันไปมองหม่าหมัวมัวแฝงความนัย บ่าวชราเข้าใจความหมายทันที จึงสั่งให้สาวใช้ยกโต๊ะกับเก้าอี้มา

    เก้าอี้สองตัววางเคียงกัน มีโต๊ะหวายกั้นกลาง ด้านข้างคือโต๊ะชงชาและเตาต้มน้ำ ไอขาวพวยพุ่งจากพวยกา ความเงียบรอบกายทำให้เสียงน้ำเดือดดังชัดกว่าปกติ ลี่หนานรินน้ำร้อนใส่กาชงดินเผา รอเพียงครู่เดียวจึงรินน้ำชาใส่ถ้วยชาบางใสสำหรับถวายเจ้านาย

    จูเกาเซวียนยกชาขึ้นจิบ เขาเหลือบหางตามองคนข้างกาย นางวางเตาอุ่นมือลงบนโต๊ะ ปลายนิ้วแดงสั่นน้อยๆ ยื่นออกมากุมถ้วยชา ดูบอบบางยิ่งกว่ากลีบของดอกไห่ถัง

    เขาขมวดคิ้ว มองใบหน้าด้านข้างของนางตรงๆ ขอบตาและปลายจมูกของนางแดงเรื่อทว่าริมฝีปากซีดคล้ำ

    เสียงหิมะจากชายคาหล่นลงมาเบาๆ หัวใจเขากลับหนักอึ้ง

    ฮั่นอ๋องวางถ้วยชาลงแล้วยื่นมือออกไปก่อนจะทันได้คิด คราแรกเขาชะงักไปครู่หนึ่งแต่ไม่ได้ชักมือกลับ เสียงที่เอ่ยออกมาทุ้มต่ำแฝงความประหม่านิดๆ “ยื่นมือมา”

    ซูอันหนิงหันมามองเจ้าของมือใหญ่ด้วยสีหน้าฉงน นางไม่ตอบรับและไม่ทำตาม เพียงหันไปชมหิมะพลางจิบชาต่อ คาดไม่ถึงว่าเขาจะยื่นมือข้ามโต๊ะมากุมมือนางพร้อมกับถ้วยชาไว้

    หญิงสาวนิ่งอึ้งมองเขาตาโต พยายามออกแรงดึงมือออกแต่กลับขยับไม่ได้ นางไม่กล้าขยับแรงเพราะกลัวชาร้อนหกลวกมือจึงทำได้เพียงถลึงตามอง

    เขากลับเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “หวางเฟยเพิ่งหายไข้ก็ออกมาต้องลมหนาวแล้ว ต้องรักษาความอบอุ่นให้ดี”

    ซูอันหนิงกัดฟันพูดช้าๆ “ท่านปล่อยมือ หม่อมฉันจะดื่มชา”

    จูเกาเซวียนนิ่งอยู่อีกครู่หนึ่งก่อนจะคลายมือออก ขยับไปนั่งตัวตรงราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

    ดวงตาหงส์ของซูอันหนิงเหลือบมองเหมือนจะค้อน นางก้มหน้าลงมองน้ำชาในถ้วย ขนตาของนางกระพือเบาๆ ขณะยกชาขึ้นจิบ ทว่าไออุ่นบนหลังมือกลับไม่จางหายไปทันที ราวกับว่าเมื่อครู่ที่เขากุมไว้ไม่แค่มือของนาง

    ความตั้งใจเดิมที่ว่า ‘สนิทก็พยักหน้าทักทาย ไม่สนิทก็แค่เมินเฉยไม่ใส่ใจ’ มายามนี้นางกับเขากลับเหมือนแขกที่ให้เกียรติกันเสียมากกว่า นางเหลือบมองเขาอีกครั้ง ก่อนจะย่นคิ้วแล้วหันกลับไปทางเดิม

    บ่าวรับใช้ด้านหลังถอนใจยาวราวกับโล่งอก ยามนั้นจางเจี้ยนก็กลับมาพร้อมฉินในอ้อมแขน

    สายฉินดังขึ้น เป็นเสียงทุ้มลึกนุ่มเนียนราวแพรไหมเก่า ทิ้งหางเสียงยาวแผ่วจนหัวใจคนฟังสั่นสะท้าน เป็นเสียงนุ่มดุจหยกที่หาได้ยากในโลกที่นางจากมาจริง

    ซูอันหนิงเหลือบมองกู่ฉินโบราณ ดวงตาเปล่งประกายตื่นเต้น นี่คือของโบราณแท้ๆ คนเล่นฉินอย่างนางจะไม่ตาโตได้อย่างไร

    ฟังไปครู่ใหญ่นางก็เบี่ยงกายมาด้านข้างทำทีเป็นวางถ้วยชาลง ดวงตากลับอ้อยอิ่งอยู่บนสายไหมโปร่ง มือควานหาเตาอุ่นมือช้าๆ ราวกับจะใช้มันเป็นข้ออ้างให้ตนเองอยู่ในท่วงท่านี้นานขึ้น

    จูเกาเซวียนมองภาพนี้ผ่านทางหางตา มุมปากยกขึ้นโดยไม่รู้ตัว บทเพลงที่เขาบรรเลงน้อยครั้งที่สุดกลับถูกบรรลงอย่างตั้งใจ ดวงตาเหนือเส้นไหมสว่างไสวกว่าครั้งใด แม้แต่จางเจี้ยนยังยืนฟังด้วยความประหลาดใจ

    เจ้านายของเขาบรรเลงฉินครั้งใด หากไม่ได้ยินเสียงกีบม้า ศาสตรากระทบกัน ก็เป็นเสียงกู่ร้องของวีรบุรุษสงคราม มิใช่เสียงนุ่มของสายลมอุ่นซ่อนวสันต์ฤดูเช่นนี้แน่นอน

    คล้ายกับเรื่องย้อนกาลมาสานวาสนารักกับท่านอ๋อง 苏王妃 ที่คุณอ่าน

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592