เอดินเบิร์กในเช้าวันใหม่นี้ผู้คนค่อยข้างน้อยเมื่อเทียบกับวันรับสมัครเรียน เกวียนทั้งเก่าซอมซ่อและใหม่ของบรรดารุ่นพี่ต่างพากันเร่งรีบผ่านเข้าประตูโรงเรียนพระาา ในขณะที่น้องใหม่ทั้งหลายต้องไปขึ้นเข้าแถวรอการขานเรียก
เฟรินและเฟลิโอน่าเข้าแถวรั้งท้าย ๆ เพราะเ้าหัวขโมยตัวดีปลุกยังไงก็ไม่ยอมตื่นเสียที สร้างความหงุดหงิดให้กับคนปลุกที่ยืนหน้างอ
“โถ่...น้องหญิง อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิค่ะ ไม่สวยเลย”เฟรินกระเซ้าทำให้เฟลิโอน่าต้องส่งสายตาเย็น ๆ ใส่
“ใครน่อ~ ทำให้สาวงามตรงหน้ากระหม่อม บูดบึ้งเยี่ยงนี้” เฟรินยังคงกระเซ้าต่อ
“ก็ใครบางคนที่ขี้เซาสิค่ะ ทำให้หญิงโมโห”
“ว้า~ หน้าเ้าหญิงยังทรงหน้าบูดเยี่ยงนี้ ท่านพี่ลอเรนซ์จะจดจำเ้าหญิงคนงามแห่งเดมอสได้หรือ กระหม่อม แบบนี้มีหวัง....”
“จะได้เจอเ้าพี่ลอเรนซ์จริง ๆ หรอค่ะ” เ้าหญิงองค์น้องะโเข้าคล้องแขนพี่ชายอย่างลืมตัว ทำให้คนเป็พี่ยิ้มขำ ๆ กับท่าทีของหญิงสาว
แต่ก็จะได้พูดอะไรอีก แถวที่เคยยาว ๆ ก็หดสั้นลงจนถึงคิวน้องสาวของเขาแล้ว ปราชญ์เลโมธีมองสองพี่น้องก่อนจะยิ้มนิด ๆ
“เฟลิโอน่า เกรเวล เดอะปรินเซส ออฟเดมอส....ป้อมอัศวิน”
สิ้นเสียงประกาศ เสียงโห่ร้องอย่างยินดีก็ดังขึ้น เฟลิโอน่าก้าวไปยังแถวดังกล่าวทันที
“เฟริน เดอเบอโรว์ เดอะทีฟ ออฟบารามอส..........................ป้อมอัศวิน”
เสียงโห่ร้องดังขึ้นอีกครั้งจากแถวของป้อมอัศวิน รุ่นพี่คนหนึ่งที่เฟรินจำได้ดีว่าเป็เ้าชายโรเวน แห่งเจมิไนยื่นเสื้อคลุมแถบสีแดงมาให้
“แน่ใจน่ะว่านายคือ โจรจริง ๆ” โรเวนกล่าวกระเซ้ารุ่นน้องคนนี้
“อ้าวแล้วจะให้ผมเป็ใครล่ะครับ .............หรือพี่คิดว่าผมเป็ ‘เ้าชาย’ ล่ะฮะ”
“หึ ๆ” โรเวนไม่ว่าอะไรแต่เดินไปส่งรุ่นน้องที่แถว และคอยมองอย่างสงสัยเท่านั้น
“ป้อมอัศวินของเราอยู่ทางทิศตะวันออกของปราสาทเอดินเบิร์ก มีธงสีแดงดาบสีน้ำเงินเป็สัญลักษณ์ ขอให้จำไว้ให้ดี และอย่าเผลอหลงทางไปยังปราสาทขุนนาง ปราการปราชญ์ หรือแผ่นดินประชาชนเด็ดขาด
ในแต่ละปีจะมีการแข่งขันชิงตราพระาา ซึ่งถือเป็เกียรติยศที่สำคัญมากที่สุด การแข่งขันจะตัดสินโดยการปฏิบัติของนักเรียนแต่ละที่ โดยจะมีอาจารย์เป็ผู้ให้คะแนน ถ้าลงคะแนนให้ที่ไหน ธงของที่นั่นจะถูกชักขึ้นยอดปราสาทเอดินเบิร์ก และมีสิทธิปักธงของตนเหนือกำแพงโรงเรียนหนึ่งธง
แต่หากทำผิดกฎอาจารย์ทุกคนมีสิทธิสั่งชักลงกี่ธงก็ได้ ซึ่งวันสุดท้ายของการปิดภาคการศึกษา ธงของที่ใดประดับบนกำแพงมากที่สุด ก็จะมีสิทธิได้รับตราแห่งกษัตริย์ ยังมีอีกเื่ในการแข่งขันชิงตราพระาา นอกจากธงจากการประเมินประจำวันแล้ว รายการแข่งขันที่สำคัญที่สุดที่ทำให้ป้อมของเราได้รับตำแหน่งสองปีซ้อนคือรายการแข่งขันหมากกระดานเกียรติยศ ซึ่งรายละเอียดของการแข่งขันอาจารย์คงจะอธิบายพวกเธอในชั่วโมงเรียนอีกที....”
รุ่นพี่คนหนึ่งอธิบายไปเรื่อย ๆ ขณะที่เฟลิโอน่าเริ่มตีสนิทคนนู่นคนนี่ แต่ส่วนใหญ่จะเป็ผู้หญิง โดยมีพี่ชายขนานข้าง จนมาถึงชั้นสองซึ่งเป็บริเวณของพวกปีหนึ่ง
“เอาล่ะ เดี๋ยวเราจะทำการแบ่งห้องกัน ห้องแรกจะเป็ห้องหัวหน้าชั้นปี คนที่ได้อยู่ห้องนี้จะต้องรับคำท้าโดยไม่มีข้อแม้ ปีนี้จะพิเศษกว่าปีก่อน ๆ เพราะจะมีหัวหน้าชั้นปีด้วยกันห้าคน เพราะมีคะแนนสอบเข้าได้สูงเท่า ๆ กัน”
คำประกาศเรียกเสียงฮือฮาขึ้นในหมู่รุ่นน้อง เช่นเดียวกับสองพี่น้องแดนปีศาจ
ั์ตาสีน้ำตาลเกือบดำของคนเป็พี่พราวระยิบอย่างขบขันเมื่อนึกถึงตอนทดสอบเข้าเรียน
“คนที่ได้อยู่ห้องแรกคือ...
คาโล วาเนบลี เดอะปรินซ์ ออฟคาโนวาล
คาลิน่า วาเนบลี เดอะปรินเซส ออฟคาโนวาล
เฟลิโอน่า เกรเวล เดอะปรินเซส ออฟเดมอส
คิลมัส ฟีลมัส เดอะคิลเล่อร์ ออฟซาเรส
และคนสุดท้าย...”
รุ่นพี่จงใจเว้นคนสุดท้ายให้ทั้งห้องที่ไม่ใช่สี่คนแรกมีความหวัง ก่อนจะมาหยุดที่หัวขโมยในชุดสีดำสนิทที่ยืนยิ้มกว้าง ทำหน้าใสซื่อ
“เธอ เฟริน เดอเบอโรว์ เดอะทีฟ ออฟบารามอส”
เฟรินทำหน้าหรอหราชี้หน้าตัวเองอย่างงง ๆ เมื่อเห็นสายตาคาดคั่นจากรุ่นพี่ราวกับไม่เชื่อว่าเขาเป็ เดอะทีฟ จริง ๆ
“ผม ผมหรอฮะ” เฟลิโอน่าอมยิ้มเพราะรู้ดีว่าพี่เธอแกล้งทำไปอย่างนั้นแหละ
“ใช่ เฟริน ยินดีด้วย เนื่องจากมีด้วยกันห้าคนและอีกสองคนก็เป็ผู้หญิง เราจึงให้ห้องซ้ายเป็ห้องหัวหน้าชั้นปีชาย ส่วนห้องด้านขวาเป็ห้องหัวหน้าชั้นปีหญิงแทนก็แล้ว โดยทั้งสองห้องจะมีประตูเชื่อมต่อตรงกลางเพื่อให้สะดวกในการปรึกษางาน”
รุ่นพี่ยื่นกุญแจห้องให้ชายหนุ่ม เฟรินก้มหัวนิด ๆ ก่อนคว้ากุญแจเข้าห้องก่อนนักฆ่ากับเ้าชายร่วมห้องจะเดินตามเข้าไป เฟลิโอน่าคว้ากุญแจอีกห้อง โดยมีเ้าหญิงคนสำคัญแห่งคาโนวาลเดินตามเข้าไป
ภายในห้องด้านขวามีขนาดไม่กว้างไม่ใหญ่มากนัก มีเตียงสองเตียง ตู้เสื้อผ้าสองตู้ โต๊ะทำงานสองตัวกับห้องน้ำหนึ่งห้อง ผ้าม่านสีขาวน้ำตาลโบกสะบัดตามแรงลมราวกับตอนรับเ้าของห้องคนใหม่ เฟลิโอน่าเอาข้าวของไปเก็บใส่ตู้เสื้อผ้าเช่นเดียวกับหญิงสาวอีกคน เมื่อจัดของเสร็จ เธอก็มานั่งที่เตียงริมระเบียง
เฟลิโอน่ามองดูเพื่อนร่วมห้องอีกคนที่นั่งอ่านหนังสือเงียบ ๆ ก่อนจะตัดสินใจพูดขึ้นมาก่อน
“เออ... ยินดีที่ได้รู้จักจ๊ะ ฉัน เฟลิโอน่าน่ะ” หญิงสาวอีกคนหยุดอ่านหนังสือ ั์ตาสีฟ้ามองหญิงสาวอย่างอ่อนโยน
“เรียกว่า คาลินก็ได้จ๊ะ”
ทั้งสองสาวคุยกันอย่างถูกคอ เฟลิโอน่าจึงรู้ว่าคาลินเป็น้องสาวฝาแฝดของคาโล เหมือนกับที่เธอเป็น้องสาวฝาแฝดกับเฟริน และลุงบาโรก็หวงเธอพอ ๆ กับที่ท่านพ่อหวงเธอเหมือนกัน
“งั้นเราไปห้องข้าง ๆ กันเถอะ คาลิน” คาลิน่าพยักหน้าเห็นด้วย เฟลิโอน่าจึงก้าวเข้าไปอีกห้องที่เชื่อมต่อกัน
ในห้องด้านขวาเหมือนห้องเธอทุกอย่างเพียงแต่ทุกอย่างเพิ่มมาอย่างละหนึ่งเท่านั้นเอง เธอมองไปรอบ ๆ ห้องก็เห็นพี่ชายเธอนอนคุยกับนักฆ่าที่เตียงตัวกลาง และเ้าชายอีกคนนั่งอ่านหนังสือ
“เฟรินเก็บของเสร็จยัง” คาลิน่าทำท่าสงสัยเมื่อเห็นเธอทักหัวขโมยอย่างสนิทสนม
“เฟรินเป็ลูกเพื่อนของท่านตาไฮคิง และก็อยู่เป็เพื่อนฉันที่เดมอสบ่อย ๆ น่ะ” เธออธิบายเพื่อนก่อนจะหันไปทางพี่ชาย
“ไปเหอะ หิวชะมัด”
ทุกคนพยักหน้าแล้วตัดสินใจไปทานข้าวร่วมกัน
ห้องอาหารดรากอน
ทันทีที่ประตูเปิดกว้าง เสียงพูดคุยก็เงียบลงภายในพริบตา ต้อนรับผู้มาใหม่ทั้นห้าคน โดยเฉพาะเ้าหญิงทั้งสองแผ่นดินที่เดินคุยกันอย่างสนุกสนาน ก่อนจะเหลือบไปมอง หัวขโมยน่าสงสัยกับนักฆ่าที่คุยเล่น โดยมีเ้าชายเมืองนักรบเดินคุมมาอีกคน แต่ต้องหันกลับทันทีเมื่อรู้ถึงไอเย็นจากเ้าชายเมืองนักรบ
เฟลิโอน่าและคาลิน่าเดินไปนั่งกับเหล่าอัศวินปีหนึ่งที่นั่งอยู่ด้านหนึ่งของห้องอาหาร โดยมีพี่ชายของแต่ละคนทำหน้าที่บริกรนำอาหารมาบริการ
“โตขึ้นเยอะนี่ เฟลิโอน่า” เฟลิโอน่าหันไปตามเสียงทุ้มด้านหลัง ั์ตาสีน้ำตาลเบิกกว้าง
ชายหนุ่มรูปงาม ผมสีทองที่ทำให้ดวงหน้าขาวคมเข้มขึ้น ตัดกับดวงตาสีอะเมธิสต์ที่จ้องมาที่เธออย่างอบอุ่นเหมือนครั้งนานมาแล้วที่ได้เจอกัน ริมฝีปากได้รูปแย้มรอยยิ้มอย่างทุกทีที่เจอ
“พี่ลอเรนซ์” หญิงสาวะโเข้ากอดพร้อมหอมแก้มชายหนุ่ม ท่ามกลางความตกตลึงของคนในโรงอาหาร ก็จะไม่ให้ใได้ไงเล่า แค่พูดกับผู้หญิงคุณชายยังแทบจะขว้างมีดใส่เสียด้วยซ้ำ แต่นี่ปล่อยให้คุณเธอกอด คุณเธอหอมขนาดนี้ มันไม่ธรรมดาแล้วสิ
“โห... ลอรี่มีแฟนก็ไม่บอก” เสียงกระเซ้าจากซาตานหน้าเป็ เรียกให้ใบหน้ายิ้มหุบยิ้มทันที
เพี้ยว... ฉึก
“ถ้าแกไม่อยากตาย อย่าเรียกฉันอย่างนั้นอีก” เสียงตวาดเรียกเสียงหัวเราะจากหญิงสาวข้างตัวก่อนจะรับถาดอาหารจากพี่ชายที่มาถึงแล้ว
“ว้า~ หน้าบูดเป็ตูดแม่เป็ดเลยแฮะ เดี๋ยวสาว ๆ ก็หนีหรอกฮะ น่าเสียดายแทนใบหน้าหล่อ ๆ ของพี่จริง ๆ” เฟรินกระเซ้า และคนในโรงอาหารก็ต้องแปลกใจหนักเข้าอีก เมื่อชายหนุ่มนักบวชอารมณ์บูดไม่ขว้างมีดบินเหมือนทุกครั้ง เพียงแต่ส่งสายตาดุ ๆ ใส่คนปาก เบา
“พี่ไปเอาอาหารมานั่งทานด้วยกันสิค่ะ” เฟลิโอน่าเอ่ยชวนก่อนจะเดินไปนั่งกับพี่ชายและเพื่อน ๆ ที่โต๊ะข้างสามสาว
เมื่อคู่หูซาตานนักบวชเดินมานั่ง ยังโต๊ะอาหารพร้อมกับสองเสนา และผู้คุมกฎอีกสองคน รวมทั้งเหล่านักเรียนปีหนึ่งที่เหลือ หลังจากที่ทานอาหารเสร็จแล้วแต่ละคนก็ผลัดกันแนะนำตัวเอง พูดคุยแลกเปลี่ยนเื่ราวของแต่ละคน ก่อนจะแยกย้ายกันขึ้นห้อง เพื่อพักผ่อน
.................................................................