ฝนโปรยปรายลงบนถนนเมืองใหญ่ แสงไฟนีออนสะท้อนบนพื้นเปียก ฮันเตอร์กำลังยืนอยู่ในสำนักงานบ่อนของตัวเอง สายตาคมกริบจับจ้อง ชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่กำลังคุกเข่าอยู่บนพื้น
"ฉันเคยบอกแล้วใช่ไหม ว่าให้คืนหนี้ทั้งหมดภายในวันนี้ แต่แกดันโผล่หน้ามาสร้างหนี้เพิ่มแล้วไม่เอาเงินมาคืนฉัน!" ฮันเตอร์ตวาดอย่างเสียงดัง จนทำให้ชายวัยกลางคนสั่นเทาไปทั้งตัว
"เถ้าแก่ให้เวลาผมอีกสักเดือนเถอะครับ แล้วผมจะหามาคืน" ชายวัยกลางคนอ้อนวอนก้มแนบลงไปกับพื้น
"แกผลัดฉันมาตั้งกี่เดือนแล้ว เดือนนี้ฉันจะไม่ใจดีให้กับแกอีก อ้อ แต่ถ้าบางทีแกมีข้อเสนออะไรดีๆฉันอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้นะ" ฮันเตอร์ยิ้มอย่างมีเลศนัย
"หรือว่าแกจะยอมเสียไตสักข้างเพื่อล้างหนี้ล่ะ หืม" ฮันเตอร์หัวเราะเบาๆในลำคอ
"เถ้าแก่อย่าทำอะไรผมเลยครับ ผมอยู่กับลูกชายสองคน ถ้าผมตายขึ้นมา ลูกชายผม แกอยู่คนเดียวไม่ได้แน่ๆ" ชายวัยกลางคนอ้อนวอนอย่างสุดชีวิต
"หืม แกมีลูกชายด้วยงั้นหรอ อายุเท่าไหร่แล้วล่ะ" ฮันเตอร์กระตุกยิ้ม
"ยี่...ยี่สิบสอง แล้วครับ อย่าทำอะไรผมเลยนะครับ ลูกผมถึงจะโตแล้วแต่ก็ร่างกายบอบบางอ่อนแอแถมขี้โรค ผมจะต้องกลับไปดูแลครับ" ชายวัยกลางคนรีบพูดอธิบายร่างสูงตรงหน้า
"หึ งั้นฉันจะใจดียกหนี้ให้แก ถ้าแกยกลูกชายมาให้ฉัน" ฮันเตอร์กระตุกยิ้ม
"เถ้าแก่พูดจริงหรอครับ จะยกหนี้ทั้งหมดให้ผมจริงๆหรอครับ" น้ำเสียงตื่นเต้นนั้น ทำให้มุมปากของฮันเตอร์ยกสูงขึ้น
"ไหนแกบอกว่าจะต้องกลับไปดูแลลูกชายไง พอฉันบอกจะยกหนี้ให้ แกดันไม่สลดที่กำลังจะเสียลูกชายไป หึ งั้นก็ดี ฉันจะให้ลูกน้องไปจับลูกของแกมา"
“ไปเอาลูกของลูกหนี้พนันคนนั้นมา อย่าพลาดเด็ดขาด” ฮันเตอร์สั่งลูกน้องด้วยน้ำเสียงเ็า ลูกน้องพยักหน้าและรีบออกไป
ภายในห้องกลับมาเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงฝนที่กระทบกระจกเป็จังหวะสม่ำเสมอ ชายวัยกลางคนยังคงคุกเข่าอยู่ที่เดิม แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะความกลัว…เป็เพราะเขา กำลังคิด
“เถ้าแก่… ถ้าลูกผมมาจริงๆ ท่านจะไม่ทำอะไรเขาใช่ไหมครับ…”
ฮันเตอร์เหลือบมองเล็กน้อย ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ รองเท้าหนังเงาวับหยุดอยู่ตรงหน้า
“ก็ขึ้นอยู่กับว่าเขาจะมีประโยชน์แค่ไหน” คำตอบนั้นทำให้ชายวัยกลางคนหน้าซีดลงทันที
บ้านไม้เก่า ๆ หลังเล็กตั้งอยู่ในซอยแคบ ๆ ที่แทบไม่มีแสงไฟส่องถึง กำแพงบางส่วนผุพัง สีลอกเป็หย่อม ๆ หลังคามีรอยรั่วจนต้องเอากะละมังมารองน้ำฝน เสียงฝนตกกระทบสังกะสีดังไม่หยุด ภายในบ้านมีเพียงหลอดไฟดวงเล็กที่ส่องแสงริบหรี่ อ้ายหนี่ กำลังนั่งอยู่ข้างเตียงไม้เก่า ๆ ข้างๆเขามีถุงยาและเอกสารค่ารักษาที่วางกระจัดกระจาย ร่างบางไอเบา ๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบน้ำขึ้นมาดื่ม
“พ่อยังไม่กลับอีก…” เสียงเบาของเขาเต็มไปด้วยความกังวล
ทันใดนั้น—
ปัง!!
เสียงประตูไม้ถูกถีบเปิดอย่างแรง อ้ายหนี่สะดุ้งสุดตัว หันไปมองด้วยแววตาตื่นใ ชายฉกรรจ์สองสามคนเดินเข้ามาในบ้านอย่างไม่เกรงใจ รองเท้าเหยียบพื้นไม้เก่าจนส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด
“ใคร—! พวกคุณเป็ใคร!” อ้ายหนี่ลุกขึ้นยืนทันที
“แกคือลูกของไอ้ตาแก่หนี้พนันใช่ไหม” หนึ่งในนั้นถามเสียงเรียบ
หัวใจของอ้ายหนี่กระตุกวูบ
“พ่อผมไปทำอะไรอีก…” เสียงเขาเริ่มสั่น
ชายคนนั้นหัวเราะเบา ๆ
“ทำอะไรน่ะเหรอ… ก็สร้างหนี้ไว้ไงล่ะ”
อ้ายหนี่กำมือแน่น
“ผมไม่เกี่ยว—”
ยังไม่ทันพูดจบ แขนของเขาก็ถูกคว้าไว้แน่น
“ไม่เกี่ยวก็ต้องเกี่ยว เพราะพ่อแก ยกแกให้เถ้าแก่ไปแล้ว” แรงกระชากทำให้ร่างบางเซไปด้านหน้า
“ไม่จริง พ่อผมไม่มีทางทำแบบนั้นแน่ ปล่อยนะ!” อ้ายหนี่ดิ้นสุดแรง แต่ร่างกายที่อ่อนแอทำให้แรงต่อต้านแทบไม่มีผล
สายตาของลูกน้องกวาดมองบ้านรอบ ๆ อย่างเหยียดหยาม
“หึ อยู่แบบนี้ยังจะมีหน้ามาบอกว่าไม่เกี่ยวอีกเหรอ ถ้าแกไม่เชื่อ แกก็ไปถามพ่อแกสิ”
อีกคนหนึ่งเดินไปเตะถังน้ำที่รองน้ำฝนจนล้ม เสียงน้ำกระจายไปทั่วพื้น
“พวกคุณจะทำอะไรน่ะ!”
อ้ายหนี่ะโ แต่เสียงนั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
“ไปได้แล้ว อย่าช้า เถ้าแก่เรียกตัวแกแล้ว”
คำสั้น ๆ แต่ทำให้เืในกายของอ้ายหนี่เย็นวาบ
“ผมไม่ไป!”
เขาพยายามสะบัดแขนออก
แต่ครั้งนี้—
เพี๊ยะ!
แรงผลักทำให้เขาล้มลงกับพื้นไม้
ลมหายใจสะดุด มือยันพื้นไว้แทบไม่ทัน
“อย่าดื้อสิวะ เดี๋ยวเจ็บตัวหนักกว่านี้”
ชายฉกรรจ์ก้มลงลากแขนเขาขึ้นมาอีกครั้ง
อ้ายหนี่หอบหายใจแรง สายตามองไปรอบบ้านเล็ก ๆ ของตัวเอง ที่ที่เขาใช้ชีวิตมาอย่างยากลำบาก ที่ที่เขาพยายามประคองทุกอย่างไว้คนเดียว
แต่ตอนนี้…
เขากำลังถูกลากออกไปจากมัน
โดยไม่มีทางเลือก….