“เช่นนั้นเ้าว่าข้าควรไปหาซื้อปลิงทะเลให้อาจารย์ที่ใดดี”
แม้ว่ามีทั้งใจมีทั้งเงินแต่เชียนอู่หวาไม่ใช่คนที่รู้พื้นที่แถบนี้ถึงจะมาเยือนบ่อยครั้งแต่ทว่าทุกครั้งพอแยกกับศิษย์น้องเขาก็รีบหาที่ซุกหัวนอนทันทีเช้ามาก็รีบกลับ ไม่เคยมีเวลาได้เข้ายังอ่าวเมืองโอบเลยซักครั้ง
ฝูเป่ายิ้มให้เชียนอู่หวาแล้วกล่าวว่า“ทุกครั้งศิษย์พี่รีบมาแล้วก็รีบกลับไม่เคยไปเดินชมดูเซื่องรื่อขุยเลยซักครั้งที่นั่นหรูหราฟุ้งเฟ้อยิ่งกว่าเมืองหลวงเสียอีกไม่ว่าอะไรก็ล้วนมีขายท่านไปที่นั่นย่อมหาซื้อได้ง่าย”
เชียนอู่หวาพยักหน้ารับทราบที่ผ่านมาเขาได้ชมอ่าวเมืองโอบจากสถานที่ไกลๆเท่านั้นเมืองหน้าด่านที่สำนักเซี่ยงรื่อขุยปกครองอยู่นี้ในที่สุดก็มีวาสนาได้ไปชมดูกับเขาบ้างแล้วพอคิดในแง่ดีอารมณ์หม่นหมองเมื่อครู่นี้ก็สลายไปราวกับไม่เคยมีอยู่
ฝู่เหิงเห็นศิษย์พี่อารมณ์เบิกบานขึ้นมาบ้างแล้วก็อดยิ้มออกมาไม่ได้เขาล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อหยิบถุงใบนึงส่งให้ศิษย์พี่เชียนอู่หวายื่นมือไปรับมาอย่างงุนงงแล้วค่อยเปิดดู ในนั้นมีก้อนเงินอยู่หลายก้อน รวมกันแล้วยังมากกว่าที่อาจารย์ให้เขาเสียอีก
เชียนอู่หวาทำตาโตรีบยื่นถุงในมือคืนให้กับศิษย์น้อง แต่ฝูเป่ากลับเก็บมือไปอีกทั้งยังทำหน้าเหมือนตีให้ตายก็ไม่ยอมรับคืน“ท่านเอาไปเถอะข้ายังมีอีกมาก” เชียนอู่หวาได้ยินเช่นนี้ก็อ้าปากตาค้างยิ่งกว่าเดิมยังจะมีอีกมาก?
ฝูเป่าแม้ไม่ได้ทำกินแต่ก็ไม่เคยขาดเงินแม้แต่น้อยหากให้เขานึกภาพห้องเก็บสมบัติในวิหารขึ้นมาแล้วล่ะก็ที่กล่าวไปว่ามีอีกมากก็ดูจะไม่สอดคล้องกับความเป็จริงนักต้องพูดว่ามีเป็ูเาเลากาจึงจะถูก
“ไหนๆท่านก็จะไปหาของทางนั้นแล้วคืนนี้ก็นอนที่นั่นไปเลยเถอะไม่ต้องกลับมาที่หมู่บ้านแล้วอ่าวเมืองโอบมีโรงเตี๊ยมมากมาย แม้ราคาสูงซักหน่อยแต่รับรองว่าเตียงที่นั่นนุ่มที่สุดในใต้หล้าแล้ว”
แม้ว่าเชียนอู่หวาไม่มีความคิดจะรับเงินจากศิษย์น้องแต่ก็ไม่รู้จะคืนอย่างไรแล้ว ในเมื่อเ้าตัวทำท่ารังเกียจถุงเงินในมือเขานักหนา เชียนอู่หวาจึงทำได้แค่ขมวดคิ้วมุ่นแล้วถือค้างไว้ในมือ อีกทั้งพอได้รู้ว่าเตียงที่นุ่มที่สุดในใต้หล้าอยู่ที่นี่แล้วก็ทำเอาคนที่นอนกลางดินกินกลางทรายมาสิบวันถึงกับไขว้เขวไปเลยทีเดียว
ฝูเป่าไม่ให้เวลาศิษย์พี่ของตนได้ใคร่ครวญนานนักเขาผุดลุกขึ้นแล้วบอกกับอีกฝ่ายว่า “ข้าต้องกลับแล้ว”
พอได้ยินศิษย์น้องบอกจะกลับแล้วเชียนอู่หวาก็หยุดต่อสู้กับใจตัวเองแล้วผุดลุกขึ้นตาม เขาวางเงินค่าอาหารไว้บนโต๊ะจากนั้นฉุดลากศิษย์น้องออกจากที่นั่นพอหยุดอยู่หน้าร้านก็หันมากระซิบเสียงเบา “อาเป่า ปีนี้เขาหยงมัวเรารับศิษย์น้อยจนแทบจะนับนิ้วได้อาจารย์อาแต่ละคนปีนี้ก็รับศิษย์แค่คนเดียว อาจารย์เรายิ่งแล้วใหญ่สิบปีมานี้แม้แต่คนเดียวคนเดียวก็ไม่รับข้าว่า...เหล่าอาจารย์อาคงกำลังประท้วงเื่ผู้สืบทอดเคล็ดวิชาของอาจารย์เราเป็แน่”พูดถึงตรงนี้เชียนอู่หวาก็กัดปากครุ่นคิดไม่รู้ว่าสมควรพูดต่อดีหรือไม่แต่สุดท้ายก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงหนักอึ้ง
“อีกทั้ง...พลังภายในของข้าอ่อนด้อยนักพวกเขาคงไม่คาดหวังส่วนเ้า...” ...พวกเขาก็เมินเฉยเช่นกัน ประโยคนี้คนที่มีจิตใจโอบอ้อมอารีอย่างเชียนอู่หวาพูดออกไปไม่ได้จริงๆ“ส่วนเ้าที่เป็ศิษย์เอกก็เอาแต่เที่ยวเล่นอยู่ข้างนอก หากปีนี้อาจารย์เราในฐานะที่เป็เ้าสำนักยังไม่ประกาศผู้ที่จะมาสืบทอดเคล็ดวิชาออกไปข้าว่าเหล่าอาจารย์อาคงทำยิ่งกว่าเป็แน่...แต่...เฮ้ออออออ แต่เอาเถอะ เื่พวกนี้เ้าไม่ต้องเก็บมากดดันตัวเองเพียงแต่เวลานี้อาจารย์เราแทบหาคนคุยด้วยไม่ได้ หากเ้าว่างก็หาเวลากลับไปเขาหยงมัวหาอาจารย์บ้างเข้าใจหรือไม่?”
ฝูเป่ารับฟังจนตัวแข็งค้าง ทั้งนี้เป็เพราะว่าร้อยวันพันปีจะได้ยินเชียนอู่หวาพูดจาจริงจังถึงเพียงนี้อีกทั้งยังกล่าวถึงปัญหาภายในสำนักอีกด้วย เื่นี้แม้ศิษย์พี่จะพยายามถนอมคำพูดมากแล้วแต่ฟังอย่างไรก็ไม่ใช่เื่เล็กอย่างแน่นอนฝูเป่าทำหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นเงยหน้าขึ้นยิ้มให้ศิษย์พี่แล้วรับปากว่าเขาจะหาเวลากลับไปเยี่ยมอาจารย์อย่างแน่นอน
เชียนอู่หวาได้ยินฝูเป่าบอกจะกลับสำนักก็ดีใจอย่างยิ่งยกมือขึ้นลูบหัวศิษย์น้องตามความเคยชิน เขาเองก็รู้ว่าทุกครั้งที่เจอกันฝูเป่าจะต้องมีบางอย่างเปลี่ยนไปแต่ครั้งนี้กลับได้ค้นพบความจริงที่น่าใจหายเข้าแล้วว่าศิษย์น้องที่เคยวิ่งร้องไห้ตามเขาอยู่บนเขาหยงมัวบัดนี้สูงกว่าเขาแล้ว
“ดีข้าจะรอเ้าอยู่ที่เขาหยงมัว” เชียนอู่หวายิ้มอย่างเอ็นดูแล้วยกถุงเงินขึ้นเขย่า“เงินนี่ข้าขอยืมไปก่อนแล้วกัน ไว้จะขออาจารย์มาคืนให้เ้า” เชียนอู่หวาพูดจบก็โบกมือลาฝูเป่าสาวเท้าเดินไปทางท่าเรือ
ฝูเป่ามองศิษย์พี่ที่กำลังจะหายไปในกลุ่มคนเขากัดปากเหมือนจะยั้งตัวเองไว้ แต่สุดท้ายก็ะโเรียกอีกฝ่าย “ศิษย์พี่!”เชียนอู่หวาเดินไปไกลแล้วแต่เนื่องจากเป็ผู้ฝึกยุทธ ประสาทการรับเสียงจึงดีมากพอได้ยินว่าเป็เสียงฝูเป่าเรียกก็หมุนตัวกลับมา
ฝูเป่าเห็นเชียนอู่หวาหันมาก็ยิ้มกว้างให้จากนั้นะโว่า “ท่านอย่าลืมซื้อปลาไหลตากแห้งกลับไปฝากอาจารย์ด้วยนะ!”
เชียนอู่หวาตะลึงงัน
ยังจะให้ซื้อปลาไหลตากแห้งกลับไปด้วย!
เชียนอู่หวาไม่นึกว่าศิษย์น้องะโเรียกเพราะจะพูดเื่นี้เขารีบเบือนหน้าหนีจากฝูเป่า แล้วเงยหน้ามองฟ้ากวาดตามองหญิงงามแสร้งทำเป็ไม่ได้ยินพอมีจังหวะหันหลังได้ก็วิ่งหนีไม่คิดชีวิต
ฝูเป่าเห็นศิษย์พี่หนีไปแล้วก็สะกิดปลายเท้าขึ้นบนหลังคามองไปทางท่าเรือที่มีเงาสายหนึ่งกำลังวิ่งสุดฝีเท้าเข้าไปยังอ่าวเมืองโอบ จากนั้นย้ายสายตาไปหยุดที่ปราสาทหลังหนึ่งที่ตั้งตระหง่านอยู่บนฝั่งซึ่งอยู่สูงจากทะเลค่อนข้างมากแม้มองจากที่ไกลๆก็ยังััได้ถึงความอลังการและกลิ่นอายที่สะท้อนให้เห็นถึงรากฐานที่หยั่งลึกอยู่ในยุทธภพมาั้แ่อดีต
จากตรงที่ฝูเป่ายืนอยู่นี้ปราสาทของสำนักเซี่ยงรื่อขุยกำลังเปร่งประกายเรืองรองสีน้ำเงินในความมืดทั้งยิ่งใหญ่และตระการตาจนแทบจะ่ชิงความโดนเด่นไปจากทุกสิ่งในอ่าวเมืองโอบ ตัวปราสาทที่สูงถึงสิบห้าชั้นมุงกระเบื้องด้วยทองคำและเงินบริสุทธิ์ที่ทั้งหนาแหละหนักอึ้งเมื่อสะท้อนกับแสงจันทร์จากเบื้องบนแล้วเกิดเป็ประกายสว่างสไสวเจิดจรัสสมศักดิ์ศรีสำนักใหญ่ในใต้หล้าอย่างยิ่ง
ชายหนุ่มยิ่งมองรอยยิ้มหยันบนใบหน้าเ็าก็ยิ่งชัดเจนขึ้นทุกขณะดวงตาที่สุกสว่างในยามปกติแปรเปลี่ยนเป็แข็งกร้าวดุดัน กลิ่นอายที่แผ่ออกมาทั่วร่างแปรเปลี่ยนเป็เยียบเย็นอำมหิตจนน่าขนลุก
ฝูเป่านึกถึงคำพูดที่เชียนอู่หวาบอกกล่าวก่อนจะแยกจากกันสายตาที่จ้องมองไปทางอ่าวเมืองโอบแทบจะสามารถเผาไหม้ทุกอย่างเบื้องหน้าไปจนหมด
ภายใต้จมูกของสำนักเซี่ยรื่อขุยเขาก็อยากจะรู้นักว่าพวกมันจะมีความกล้าพอหรือไม่
ฝูเปารั้งสายตากลับมาจากนั้นใช้วิชาตัวเบาออกจากหมู่บ้าน รุดกลับเขาเสียนเพียน