ต้าเฉิงมาหาเขาั้แ่ตอนเช้า และกระซิบบอกกับระหว่างเดินทางไปที่สำนักว่า
“ เมื่อวานมีพวกมือปราบ มาตรวจค้นที่บ้านของข้า สงสัยว่า ข้ามีส่วนในการสังหาร จงเหว่ยเฉียน พวกมันไม่พบอะไร เื่นี้เ้าทำหรือเปล่า?”
“ ข้าอยากจะฆ่ามันอยู่แล้ว แต่ว่าข้าจะไปสู้กับพวกมันได้อย่างไรตั้งเยอะแยะ”
ต้าเฉิงนึกในใจ ตอนที่เขาเห็นเฟยหลงใช้มีดกับ พวกหานซิ่น เขาก็ประหลาดใจ แต่ว่า มือปราบบอกว่า คุณชายจงและพวกล้วนตายด้วยเข็มเงิน เลยคิดว่าไม่น่าเกี่ยวข้องกับเฟยหลง
“ ข้าก็คิดว่าไม่น่าจะใช่เ้า แต่ว่าเขาเป็ใครกันนะ”
“ พวกตระกูลใหญ่มีความขัดแย้งกันกับหลายตระกูล พวกเราไม่มีทางรู้เื่ของพวกเขาหรอก ไปเรียนกันดีกว่า”
ราเชนตัดบท ทำให้ต้าเฉิงไม่เอ่ยเื่นี้อีก
ทั้งสองมาถึงก็พบกับคู่แค้นอีกสองตระกูล คือ คุณชายเว่ยจงเฉียน กับ คุณชายฉีเซียน กับพรรคพวกยืนรออยู่ที่หน้าประตู พร้อมหมาล่าเนื้ออีก 8 ตัว พร้อมกับคนคอยคุ้มกันอีก กว่าสามสิบคน
“ โอ้ เอาไงดี วันนี้พวกเราไม่เข้าเรียนดีไหม ดูเหมือนพวกมันเตรียมพร้อมมาหาเื่เ้าโดยเฉพาะเลยนะ”
ราเชนมองคนกว่าสามสิบคนเหล่านี้อย่างไม่กลัวเกรง แม้นว่าจะสู้ไม่ได้แต่เื่การหลบหนีเอาตัวรอด เขาถูกฝึกฝนมาหลายวิธี ต่อให้ตำรวจยกกองกำลังมากันทั้งโรงพัก ก็ไม่แน่ว่าจะจับตัวเขาได้ แค่พวกคนธรรมดาพวกนี้มีแค่ดาบกับกระบี่ และก็หมาล่าเนื้อเท่านั้น เขาไม่เคยกลัวแม้แต่น้อย สู้ไม่ได้ ก็หนีเท่านั้น ราเชนมองไป บรรยากาศรอบๆ พบว่า มีต้นไม้ต้นหนึ่ง หากว่าสามารถปีนขึ้นไปได้ แล้วะโวิ่งหนีไปบนกำแพง ก็จะสามารถวิ่งข้ามไปบนหลังคา แต่ละหลังได้อย่างสบาย
“ เ้าไม่เกี่ยวข้องด้วย ถอยให้ห่างจากตัวข้าเอาไว้ ”
“ ได้ไง ข้าเป็เพื่อนเ้านะเว้ย”
ราเชนได้แต่ยิ้ม แล้วเดินเข้าประตูไป เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ โอ้ โอ่ ดูซิว่าใครเดินเข้ามา คุณชายหยางแห่งอาณาจักรอุดร ลูกหลานฏตระกูลหยางที่เหลือรอดนี่เอง ได้ข่าวว่า เ้าใช้น้ำมันเผาหมาล่าเนื้อของคุณชายจง จนตายแถมยังมีจอมยุทธลึกลับคอยให้การช่วยเหลือ สังหารคุณชายจงจนตาย ข่าวนี้เป็เื่จริงหรือไม่”
คุณชายเว่ยจงเฉียนเอ่ยออกมา ส่วนหมาล่าเนื้อ ทั้ง 8 ตัวก็เริ่มเห่าพร้อมจะขย้ำใส่ราเชนเหมือนตัวอื่นๆ ที่เห็นเหยื่อของมัน
“ หมาพวกนั้นมันแค่โชคร้าย ส่วนเื่คุณชายจง ข้าไม่รู้เื่ด้วย”
ราเชนเอ่ยน้ำเสียงก้องกังวาน ทำให้ทุกคนรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงของเด็กหนุ่มที่เอาแต่ตัวสั่นเทา เมื่อเจอกับพวกสี่คุณชาย
“ พูดมากกับมันทำไม จัดการกับมันซะตอนนี้เลยดีกว่า”
คุณชายฉีเซียน รูปร่างกำยำแข็งแรงเอ่ยออกมาคล้ายไม่อยากเสียเวลา
“ ใจเย็นๆ องค์ชายสี่อยากให้เราฆ่ามันก็จริง แต่หากทำอย่างโจ่งแจ้งไป พวกเราจะเดือดร้อนเอาได้ ”
ทั้งสองคุยกันได้ยินเพียงสองคนเท่านั้น จากนั้นคุณชายเว่ยจงเฉียนก็เอ่ยออกมาว่า
“ คราวก่อน เ้าตัดสินบุญคุณความแค้นกับ หมาล่าเนื้อของคุณชายจงไปแล้ว คราวนี้ยังเหลือหมาล่าเนื้อของข้ากับ คุณชายฉีเซียนอีก หากเ้ารอดไปได้อีก หลังจากนี้ พวกเราก็ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกันอีก”
“ จะบ้าหรือไง เ้าจะให้หมาแปดตัว มารุมเฟยหลงเพียงคนเดียวเนี่ยนะ”
ต้าเฉิงเอ่ยออกมาอย่างไม่พอใจ
“ หรือเ้าอยากร่วมด้วยช่วยกัน ข้าก็ไม่ห้าม”
คุณชายฉีเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน มั่นใจว่า หมาล่าเนื้อขอพวกเขาทั้งแปด ต้องสามารถกัดกระชาก ไส้พุงของเฟยหลงและต้าเฉิงออกมาได้ ต้าเฉิงเลยหันมามองหน้าเฟยหลงเพื่อขอความคิดเห็น
ซึ่งเขาเองก็มองสภาพแวดล้อมรอบๆ ข้างแล้ว หาอาวุธจัดการกับพวกหมาทั้งแปดตัวไม่ได้เลย แม้แต่มีดไม้ กระบอง หรือ ไฟ ก็ไม่อาจนำมาเป็อาวุธได้
พวกมันคงเตรียมการเอาไว้แล้ว ในเื่นี้ ถึงได้เก็บอาวุธ ที่จะทำร้ายหมาล่าเนื้อของพวกมันเอาไว้จนหมด
ก่อนที่ราเชนจะเอ่ยอะไรออกมา ก็มีชายคนหนึ่งเดินผ่านมาแล้วเอ่ยว่า
“ พวกเ้าคิดทำบ้าอะไร นี่คือสำนักยุทธ์ พวกเ้าคิดเอาหมาล่าเนื้อมารุมกันคนไร้พลังปราณยุทธ์อย่างนั้นรึ?”
“ อาจารย์ถงเหล่า”
ทุกๆ คนรีบทำความเคารพ ชายวัยกลางคน ที่เป็ถึงอาจารย์สอนวิชาศาสตราวุธ
แต่คุณชายเว่ยจงเฉียน กลับเอ่ยออกมาว่า
“ นี่เป็เื่ความแค้นส่วนตัวของพวกเรา ทางสำนักมีกฏเอาไว้ ให้พวกเราตัดสินเป็ตายกันได้ หวังว่า ท่านอาจารย์คงไม่ห้ามพวกเรา”
“ เฮอะ กฏนั้นมีไว้ใช้สำหรับศิษย์ด้วยกัน หากเ้าสู้กันบนเวทีโลหิต ตัวต่อตัว ข้าก็จะไม่ยุ่งเกี่ยว แต่เ้ากลับใช้หมาล่าเนื้อ รุมคนไร้ปราณยุทธ์ นอกจากไร้คุณธรรม และยังไร้ซึ่งศักดิ์ศรี ของศิษย์สำนักเมฆาม่วง”
“ ถ้าเช่นนั้น ข้าฉีเซียนขอท้าประลองเป็ตายกับเ้าหยางเฟยหลง บนเวทีโลหิตเ้ารับคำท้าหรือไม่?”
ทุกๆ คนได้ยินคำนี้ ก็ต่างส่งเสียงฮือฮา กันใหญ่ เพราะการประลองเป็ตายนี้ ผู้ที่ขึ้นประลองสองคน จะต้องกลับลงมาแบบมีชีวิตแค่เพียงคนเดียวเท่านั้น
“ ไม่ได้นะ เ้าฉีเซียนมีพลังปราณยุทธ์ขั้นที่ 20 แล้ว เ้าเป็แค่คนธรรมดา จะไปสู้อะไรมันได้ ขืนสู้กับมัน เ้าตายแน่ๆ” ต้าเฉิงรีบเอ่ยเตือน
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฉีเซียนเ้านี่สมเป็ลูกผู้ชายจริงๆ ยอมเอาตัวเข้าเสี่ยงแทนหมาล่าเนื้อของตน ช่างมีน้ำใจยิ่งนัก แต่ว่าข้ากลัวว่า หยางเฟยหลง คงไม่รับคำท้าของเ้าหรอก”
อาจารย์ถงเหล่า ถึงกับส่ายหัวในความคิดของลูกหลานตระกูลใหญ่ๆ ที่ช่างเอาเปรียบผู้อื่นเสียเหลือเกิน แต่ว่ากฏการต่อสู้เป็ตาย บนเวทีโลหิต เขาเองก็ไม่อาจเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยได้ ตอนนี้ทุกสายตาจ้องมาที่หยางเฟยหลงแต่เพียงผู้เดียว
“ บนเวทีใช้อาวุธได้ไหม?”
ราเชนเอ่ยถามต้าเฉิงด้วยความสงสัย
“ ห้ามใช้อาวุธ หรือ ยาพิษ ทุกชนิด ไม่มีเวลาจำกัด ห้ามไม่ใครเข้าช่วยเหลือ ไม่มีการแพ้ชนะ มีแต่ผู้ที่มีลมหายใจเท่านั้น จะมีโอกาสก้าวลงจากเวทีโลหิต เฟยหลงเ้าอย่าเสี่ยงเลย”
“ ตกลง ข้าจะสู้”
ราเชนฟังกติกาแล้วก็ประกาศออกไปทันที ต้าเฉิงและทุกๆ คนต่างอ้าปากค้าง ไม่คิดว่า หยางเฟยหลงที่รูปร่างอ้วนร่างกับหมู เป็เด็กขี้โรค ไร้พลังปราณยุทธ์ จะกล้าท้าสู้เป็ตายบนเวทีโลหิต เชียนเชียน เพิ่งเดินเข้ามากับเสี่ยวฉีได้ยินเข้า ก็ถึงกับใรีบเข้ามาหา และเอ่ยเตือนทันที
“ เฟยหลง นี่เ้าอยากตายนักหรือไง?”
“ ใช่ คุณชายฉีเซียนผู้นี้ มีพลังปราณยุทธ์ขั้นที่ 20 และจัดอยู่ 1 ใน 10 ของสำนักเมฆาม่วง หากท่านเป็อะไรไป ท่านป้าหยางจะรู้สึกอย่างไร” เสี่ยวฉีเอ่ยย้ำเตือนอีกคน
“ ข้าไม่ตายเพราะมันอย่างแน่นอน”
เฟยหลงไม่สนคำพูดของทั้งสองสาว เอ่ยออกมาอย่างไม่ใส่ใจ จนกระทั่งอาจารย์ถงเหล่า ก้าวมายืนข้างหน้าแล้วกล่าวว่า
“ นับว่าเ้ากล้าหาญมาก แต่ความกล้าของเ้าอาจทำให้เ้าต้องมาตายก่อนวัยอันสมควร โลกใบนี้ยังมีเื่ราวอีกมากมายให้เ้ากระทำ อาณาจักรทั้งห้าก็มีแต่ความขัดแย้ง ภัยาจากนอกด่านก็กำลังคืบคลานเข้ามา ความแค้นถึงขนาดเอาชีวิตกันของพวกเ้ามันช่างเป็เื่เล็กน้อยเสียเหลือเกิน ตราบใดเ้ายังไม่ลงชื่อในสัญญาเป็ตาย เ้ายังมีสิทธิ์ยกเลิกได้”
“ อาจารย์ ท่านกล่าวเช่นนี้ไม่เข้าข้างหยางเฟยหลงไปหน่อยรึ?”
คุณชายเว่ยจงเฉียนเดินเข้ามาก็เอ่ยขัดขึ้น แล้วชายตามองหยางเฟยหลงอย่างเหยียดหยาม
“ ใช่แล้ว ท่านทำเช่นนี้เท่ากับลำเอียงรักศิษย์ไม่เท่ากันนะอาจารย์ ทีข้าท่านไม่เห็นเตือนข้าบ้าง” ฉีเซียนกล่าวแดกดันอาจารย์ถงเหล่า
“ เ้ามีปราณยุทธ์ถึงขั้นนี้ ไม่เกินสามกระบวนท่า หยางเฟยหลงก็ปลิวแล้ว ข้ายังต้องเตือนเ้าด้วยรึ?”
“ ขอบคุณท่านอาจารย์ที่เป็ห่วง ข้าตัดสินใจแล้ว ข้าไม่คืนคำเด็ดขาด หวังว่าคุณชายฉี ก็ไม่ทำเช่นเดียวกัน” ราเชนเอ่ยออกไป สายตาอัมหิตฉายแววออกมา อาจารย์ถงเหล่าััได้ ถึงกับขนลุกขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว
“ ดี ถ้าเช่นนั้น เรามาลงชื่อในสัญญาเป็ตายกันเลย” ฉีเซียนเอ่ยขึ้นทันที
“ ข้าคงห้ามพวกเ้าไม่ได้จริงๆ นี่คือหนังสือสัญญาเป็ตาย พวกเ้าเจาะเืที่นิ้วหัวแม่มือ แล้วลงตราประทับได้เลย” อาจารย์ถงเหล่า นำกระดาษสีขาวออกมา ฉีเซียน ก็เจาะเืที่นิ้วโป้ง แล้วประทับตราพร้อมกันกับ หยางเฟยหลง
“ พร่งนี้เวลาเที่ยง พวกเ้ามาพบกันที่สนามประลองโลหิต หากใครไม่มาจะถูกขับออกจากสำนักเมฆาม่วงทันที”
อาจารย์ถงเหล่าเอ่ยจบ ทุกคนก็ส่งเสียงฮือฮา จากปัญหาเื่สุนัขล่าเนื้อ กลับกลายเป็การต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด นี่มันเื่อะไรกัน แต่ละคนก็ต่างสับสน คิดว่าเื่แค่นี้ไม่น่าถึงต้องฆ่าแกงกันตายเลย
“ เฟยหลง เ้าไม่รู้หรือไง ว่านี่เป็แผนของคุณชายฉีเซียน ที่จะฆ่าเ้าโดยไม่มีความผิด” เชียนเชียนเอ่ยด้วยความเป็ห่วง
“ ข้ารู้ พวกมันทำตามคำสั่งของ องค์ชายสี่หลี่ิ”
“ เ้า...เ้ารู้”
“ ทำไม องค์ชายสี่ถึงได้อยากฆ่าเ้า?” ต้าเฉิงโพล่งออกมาอย่างใ
ราเชนไม่ตอบกลับส่งสายตาไปที่ เชียนเชียนแทน ซึ่งนางเองถึงกับน้ำตาไหลออกมา จากนั้นเหมือนเชียนเชียนจะตั้งใจทำบางอย่าง จึงเอ่ยออกมาว่า
“ เ้ายกเลิกการต่อสู้ในวันพรุ่งนี้ ต่อไปข้าให้สัญญาว่า องค์ชายสี่จะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเ้าอีก”
“ นี่มันเื่อะไรกันวะ” ต้าเฉิงยิ่งสงสัยไปใหญ่
“ เื่นี้ข้าไม่ได้เริ่มก่อน ไม่ว่าเ้าจะไปตกลงอะไรกับ องค์ชายหลี่ิ ข้าก็ไม่มีวันเปลี่ยนใจ พรุ่งนี้ข้าจะประลองกับ คุณชายฉีเซียนอย่างแน่นอน”
“ หยางเฟยหลง เ้า..เ้า...”
ราเชนไม่พูดอีก แล้วเดินพุ่งกระเพื่อมจากไปทันที โดยมีต้าเฉิงที่สับสนแล้วก็วิ่งตามไปด้วย
“ เชียนเชียน ในเมื่อพี่เฟยหลงเขาตัดสินใจแล้ว พวกเราก็คงทำอะไรไม่ได้ ข้ารู้ว่าเ้าคิดจะไปตอบรับการหมั้นขององค์ชายสี่เพื่อให้เขาไม่มายุ่งเกี่ยวกับ พี่เฟยหลง แต่ว่ามันคงไม่ช่วยอะไรแล้ว” เสี่ยวฉีเข้ามาปลอบเพื่อนของตน
“ ข้าผิดเอง ข้าทำให้เขาต้องเป็แบบนี้ ข้าควรทำอย่างไรดี” เชียนเชียนพูดจบก็ร่ำไห้ออกมาด้วยความเสียใจ เพราะรู้ว่า พรุ่งนี้เที่ยง หยางเฟยหลง ไม่มีทางสู้กับ คุณชายฉีเซียน คงต้องจบชีวิตอย่างแน่นอน.....