นิทานคีตา กาลครั้งนั้น

ตอนที่ 351 ประชุมที่สวนบ้าน

        ตอนที่ 351 ประชุมที่สวนบ้าน

         

         

        เฮเลนถกแขนเสื้อของตนจนถึงไหล่ สองมือสวมถุงมือหนา ยื่นเข้าไปในเตาอบเพื่อหยิบหม้อขนาดใหญ่ออกมา ซุปสีข้นแดงส่งกลิ่นหอมตลบอบอวล ภายในเต็มไปด้วยเครื่องแกงและสมุนไพรหลากหลายชนิด สีสันของเครื่องแกงที่มีทั้งแดง ส้ม เขียว และเหลือง เพียงมองก็สามารถรู้สึกได้ถึงรสชาติอันจัดจ้าน

         

        พริกสีแดงสดลอยจนแทบจะท่วมแกงจนมิด นี่คืออาหารของชาวไฟกัลป์ แม้อากาศจะร้อนเพียงใดพวกเขาก็ดูจะยังมีความสุขกับอาหารรสจัดชวนให้เหงื่อแตก

         

        อีกด้านหนึ่งคือไก่ทอดจานโตที่พูนสูงราวกับภูเขา ผิวสีทองกรอบของไก่มอเรลนั้นถูกห่อด้วยแป้งบาง ๆ ก่อนทอดเพื่อเสริมความกรอบ บริเวณเนื้อเป็นสีน้ำตาลอ่อนชุ่มฉ่ำเต็มไปด้วยเครื่องหมักที่แทรกซึม

         

        สองอย่างนี้เป็นเพียงอาหารสองอย่างท้ายที่เธอยังไม่ได้ยกออกไปเท่านั้น ขณะนี้เสียงโหวกเหวกโวยวายของเพชฌฆาตผู้เป็นสามีและเสียงหัวเราะรื่นเริงขององค์หญิงไพลินลอยมาเข้าหูเธอ

         

        หม้อที่ใหญ่เกือบครึ่งตัวคนและไก่ทอดที่กองสูงถูกผู้หญิงร่างบางอย่างเฮเลนถือไว้ด้วยมืออย่างละข้าง เธอใช้เท้าดันประตูออกไปยังสวนบ้านพร้อมรอยยิ้มนุ่มนวล

         

        คนกลุ่มหนึ่งที่เธอทั้งคุ้นหน้าและไม่คุ้นหน้ารวมกันอยู่ที่โต๊ะหิน เธอนั้นไม่เคยเจอโฮโจ ฟาง หมิง และอินจันทร์มาก่อน แต่ไลล่าและเลโอนั้นเคยมาเยี่ยมเยือนกินอาหารฝีมือเธอแล้ว ที่หัวโต๊ะคือองค์หญิงไพลินขาประจำและเพชฌฆาตผู้เป็นสามี

         

        ผู้พันลาลันตานั้นนั่งอยู่อีกจุดหนึ่งกับอริยะแปลงเพลิงและชายแก่ที่องค์หญิงแนะนำว่าชื่ออารากะ สวนบ้านของเธอมิได้คึกคักเช่นนี้นานแล้ว

         

        ก่อนหน้านี้ทั้งองค์หญิงไพลิน โอไรออน และนิทานกับคีตามักจะมาร่วมรับประทานอาหารเย็นกับพวกเธออยู่บ่อย ๆ แต่หลังจากที่นิทานเดินทางออกจากเมืองไป โอไรออนที่จดจ่อกับการเรียนก็ไม่ค่อยได้แวะมานัก ทางด้านเพชฌฆาตเองก็ยุ่งกับภารกิจจนแทบไม่ได้กลับบ้าน

         

        ความเงียบเช่นนั้นทำให้เธอเหงาไม่น้อย ดังนั้นตอนที่องค์หญิงไพลินขอเธอชวนเพื่อน ๆ มาประชุมกันที่นี่เธอจึงตอบรับอย่างยินดี

         

        อย่างเดียวที่เธอไม่ชินคงจะเป็นท้องฟ้าที่บัดนี้กลายเป็นสีแดงชมพู บริเวณสวนบ้านและอาณาบริเวณทั้งหมดถูกปกคลุมด้วยเพลิงอ่อนจางจากผู้พันลาลันตา ผู้พันบอกว่าเป็นการปิดบังข้อมูลรั่วไหลซึ่งเธอก็เข้าใจได้ เธอเพียงเสียดายที่ไม่ได้กินอาหารเย็นอร่อย ๆ พร้อมกับชมท้องฟ้ายามเย็นเท่านั้น

         

        “ขอบคุณนะคะคุณเฮเลน!” องค์หญิงไพลินยิ้มกว้างพลางวิ่งเข้ามาช่วยเธอถืออาหารทั้งสอง ในทีแรกไพลินนั้นสะดุ้งไม่น้อยเมื่อพบว่าอาหารนั้นหนักเพียงใด เธอโคจรพลังจิตวิญญาณไปทั่วร่างก่อนจะออกแรงอีกครั้ง

         

        โฮโจพุ่งเข้ามาช่วยประคองหากกลับโดนไลล่าที่อยู่ใกล้กว่าแย่งจานไก่ทอดไปจากมือ ทางด้านเพชฌฆาตเองก็เร็วไม่แพ้กัน เขาพุ่งเข้ามาหยิบหม้อแกงไปก่อนที่ไพลินจะถึงเสียอีก

         

        “ขอบคุณมากนะครับที่รัก มานั่งกินด้วยกันนะ” เพชฌฆาตหอมแก้มเฮเลน จูงมือเฮเลนไปนั่งข้าง ๆ

         

        อาหารทั้งสองถูกวางลงท่ามกลางอาหารหลากหลายชนิด ต่างคนต่างนำอาหารที่ตนเองชอบมาเสริมในมื้อนี้ โฮโจได้นำอาหารประเภทปลาที่มีทั้งปรุงสุกและดิบมาร่วมโต๊ะ จานปลาจานนี้ถือเป็นอาหารหรูหราราคาแพงในพื้นที่ของกลุ่มการค้าอิสึกะที่ทางฝั่งปีกเกือกซ้ายของมหาทวีป

         

        มีอาหารชื่อดังจากร้านต่าง ๆ ที่นำมาโดยไลล่า เลโอ และ อินจันทร์ ทางด้านฟาง หมิงนั้นนำอาหารผัดกับพริกหวานหลากหลายชนิดที่เป็นอาหารขึ้นชื่อของพวกกลุ่มการค้าเชียนเป่ามาร่วมโต๊ะ

         

        ส่วนไพลินและเพชฌฆาตกลับคิดเห็นตรงกัน ทั้งสองพกขนมอบร้านเอมิลี่มาเป็นของหวาน

         

        ไพลินเช็ดปากของตนอย่างนุ่มนวลหลังจากจัดการข้าวจานแรกของตนจนเรียบแปล้ เธอค่อนข้างสนิทกับคนกลุ่มนี้ก็จริงแต่ก็ยังไม่ถึงขั้นจะปล่อยตัวเช่นเดียวกับตอนอยู่กับนิทาน โดยเฉพาะหลังจากที่เธอถูกอริยะแปลงเพลิงดุเรื่องที่ช่วงหลังเริ่มละเลยมารยาทบนโต๊ะอาหาร

         

        “อย่างแรกเลย ขอบคุณทุกคนมาก ๆ นะคะ” ไพลินลุกขึ้นยืน พนมมือไหว้อย่างจริงจัง คนทั้งกลุ่มหันมามองเธออย่างพร้อมเพรียง

         

        “เราทราบดีว่าพวกคุณต้องลำบากกันแค่ไหนสำหรับข้อมูล และแน่นอนว่าเราไม่มีรางวัลอะไรให้เลย เพราะงั้นเราจะขอข้ามคำกล่าวซึ้ง ๆ ไปนะคะ” ไพลินกล่าวติดตลก เรียกเสียงหัวเราะจากเพื่อนฝูงบนโต๊ะ ทางด้านของเหล่าผู้ชราที่อยู่อีกด้านเพียงมองดูหญิงสาวด้วยรอยยิ้ม คงมีเพียงอริยะแปลงเพลิงที่ถอนหายใจยาวกับท่าทีไม่สมเป็นเจ้าหญิงของเธอ

         

        ย่อมไม่มีใครติดใจกับเนื้อหาที่พูดเมื่อครู่ ทุกคนในที่นี้ต่างมีเป้าหมายร่วมกันหรือไม่ก็ได้รับรางวัลมาเรียบร้อยแล้ว และรางวัลที่สำคัญที่สุดนั้นย่อมเป็นอาณาจักรที่ยอดเยี่ยมที่เธอเป็นผู้ปกครอง

         

        “ขอบคุณทุกคนมากนะครับ!” เพชฌฆาตเองก็ยืนขึ้นขอบคุณทุกคนเสริม ในฐานะคนสนิทขององค์หญิงเขาต้องส่งเสริมเธออยู่เสมอ

         

        “ด้วยความยินดีอย่างยิ่งค่ะ” ไลล่ารับไหว้ด้วยรอยยิ้มนุ่มนวลประจำตัว เลโอแอบเหล่มองพี่สาวผู้กลับคืนสู่สภาพเดิมแล้ว

         

        “ฝั่งผมกลับช่วยอะไรไม่ได้เลย ขอโทษจริง ๆ นะครับ” อินจันทร์ตอบกลับอย่างจ๋อย ๆ หลังจากข้อมูลเกี่ยวกับต้นหอมแสนลี้แล้วเขาก็ไม่มีสิ่งอื่นใดอีก

         

        “ฉันเองก็เหมือนกันค่ะ” ฟาง หมิงยกมือยอมรับ ตัวเธอเองนอกจากข้อมูลของต้นหอมแสนลี้ในตอนต้นแล้วก็มิมีสิ่งใดอีกเช่นกัน ตัวเธอเองแม้จะเป็นตัวแทนสาขาของกลุ่มการค้าฟาง แต่ข้อมูลที่เธอเข้าถึงได้ก็ไม่ได้มากมายอะไร

         

        “อย่าคิดมากเลยค่ะ พูดตามตรงว่าพวกฉันเองก็ต้องใช้โชคพอตัวเลย” เลโอหัวเราะแห้ง จนถึงตอนนี้เธอยังแทบไม่อยากเชื่อเลยว่าผู้สูงศักดิ์เฟกอลจะยอมตอบคำถามของพวกเธอจริง ๆ

         

        “อย่างที่เลโอว่านั่นล่ะค่ะ ขอบคุณทั้งสองเรื่องข้อมูลของต้นหอมแสนลี้มากนะคะ” ไพลินกล่าวปลอบ ในสายตาเธอทุกคนนั้นทำได้ดีมากแล้ว

         

        “จริงครับ! ผมเองก็โชคดีล้วน ๆ ถึงได้ไปเจอสก็อตพอดี! ไม่งั้นผมคงไม่มีทางรู้เรื่องของขนปีกของเทวทูตแห่งท้องฟ้าได้หรอกครับ พวกเพื่อน ๆ ของผมที่เป็นนักผจญภัยก็ไม่มีใครมีข้อมูลสักนิด” เพชฌฆาตถอนหายใจ

         

        ข้อมูลของวัตถุดิบทั้ง 4 นั้นไม่มีชิ้นไหนง่ายดายเลยแม้แต่น้อย ทั้งหมดเป็นวัตถุดิบหายากที่ต้องมีทั้งโชค ฝีมือ และเส้นสาย จึงจะสามารถหามาครอบครองได้ แม้แต่กับกลุ่มการค้าอิสึกะที่เป็นเอกเกี่ยวกับสมบัติเองยังรู้จักเพียงชิ้นเดียวเท่านั้น ไม่สิ คงต้องพูดว่า ด้วยระดับอำนาจอิทธิพลของโฮโจและอารากะพวกเขาสามารถเข้าถึงได้เพียงแค่นั้น จึงจะถูกต้อง

         

        “ขนปีกของเทวทูตแห่งท้องฟ้าสามารถหาได้จากมหาตระกูลเอเทลเท่านั้นค่ะ ฉันกับคุณโฮโจได้แอบไปสืบจากมหาตระกูลอื่นมาแล้ว ทั้งงมหาตระกูลเอสท็อคและมหาตระกูลอับบราฮัมต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าขายให้มหาตระกูลเอเทลไปหมดแล้ว” ไลล่ายกมือขึ้นพูด

         

        ทุกคนในที่นี้ได้รับการแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุดิบกันเรียบร้อยแล้ว หลายคนในที่นี้พึ่งจะมารู้ทีหลังนี้เองว่านิทานนั้นออกเดินทางไปแล้ว และจนถึงปัจจุบันนี้เองก็ยังแทบไม่มีใครรู้เกี่ยวกับจุดหมายของนิทานและตัวตนที่เขาใช้เลย

         

        องค์หญิงไพลินนั้นปิดปากเงียบไม่ยอมบอกใครเพิ่มเติมนอกจากเพชฌฆาต ไม่ใช่ว่าเธอไม่ไว้ใจพวกเขา แต่เธอทำไปเพื่อกันข้อมูล ไม่มีสิ่งใดสามารถป้องกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ ดังนั้นเธอจึงพยายามลดปัจจัยเสี่ยงให้น้อยลงที่สุด

         

        โฮโจนั้นไม่พอใจเท่าใดนัก แม้เขาจะเข้าใจเหตุผลดีแต่เขาก็อดไม่พอใจไม่ได้ แม้กระนั้นสถานะและตำแหน่งรวมถึงเหตุผลก็ทำให้เขารักษาท่าทีไว้ได้

         

        “มีโอกาสที่ข้อมูลสิ่งที่เราต้องการจะรั่วไหลตอนสืบมั้ยครับ” อินจันทร์ถามขึ้น การไปไล่สอบถามสองมหาตระกูลใหญ่ถึงเรื่องของวัตถุดิบที่มีประวัติไม่ดีกับทั้งเผ่าพันธุ์เช่นนั้นไม่ใช่จะค่อนข้างเอิกเกริกหรอกหรือ?

         

        “มีค่ะ แต่ฉันพยายามลดให้น้อยที่สุดแล้ว” ไลล่าตอบตามตรง ไม่ว่าจะทำอย่างไรความเสี่ยงย่อมมีเสมอ แม้เธอจะเป็นถึงผู้เผยแพร่พระวจนะชั้นรองแต่อำนาจของเธอก็มิได้มากมายอะไร

         

        “เราได้รับความช่วยเหลือจากหอสมุดเรื่องนี้ครับ หอสมุดเข้าไปสอบถามอ้างเรื่องอยากนำมาศึกษาเพิ่ม” โฮโจตอบ หลังจากที่กลับมาเล่าเขาจึงได้ทราบว่าองค์หญิงได้ดึงมนตราเข้าเป็นพวกเรียบร้อยแล้ว

         

        ด้วยความฉลาดของมนตรา เขานั้นจัดแจงส่งคำร้องขอไปยังหอสมุดเพื่อศึกษาวิจัยเกี่ยวกับสัตว์อสูรหายากหลายสิบชนิด โดยที่หนึ่งในนั้นคือเทวทูตแห่งท้องฟ้า หอสมุดจึงได้เข้าช่วยเหลือ

         

        “มหาตระกูลเอเทลปฏิเสธเหรอครับ?” อินจันทร์เลิกคิ้ว การที่หอสมุดเข้าเจรจากับมหาตระกูลได้แปลว่ามนตราต้องมีวิธีให้ข้อมูลส่วนนี้กับหอสมุดหรือไม่ก็หอสมุดนั้นรู้อยู่แล้วว่าเทวทูตแห่งท้องฟ้าคือสิ่งใด

         

        ไพลินปัจจุบันนี้ยังคงมือเปล่า นั่นหมายความว่าแม้แต่หอสมุดเองก็ยังมิอาจขอเทวทูตแห่งท้องฟ้ามาจากมหาตระกูลเอเทลได้ และเรื่องนี้ทำให้อินจันทร์ตระหนกไม่น้อย

         

        หอสมุดคือหนึ่งในขุมกำลังใหญ่ของมหาทวีป เทียบชั้นได้กับเผ่าซือบาสทั้งเผ่าพันธุ์ ดังนั้นระดับชั้นของสองขุมกำลังนี้ห่างกันอยู่ช่วงชั้นใหญ่ ตัวหอสมุดเองอาจไม่ได้จริงจังหรือทุ่มความพยายามในการได้รับเทวทูตแห่งท้องฟ้ามากนัก แต่กระนั้นการที่มหาตระกูลเอเทลกว่าปฏิเสธก็แสดงให้เห็นถึงจุดยืนและความทระนงตัวของพวกเขา

         

        “ครับ ทางนั้นปฏิเสธอย่างเคารพว่าไม่อาจมอบให้ได้เพราะเหตุผลทางด้านวัฒนธรรมครับ” โฮโจถอนหายใจ

         

        “เข้าใจตอบนะนั่น” ไพลินหัวเราะเสียงหวาน เหตุผลทางด้านวัฒนธรรม? ความหมายกลาย ๆ ก็คือ เรื่องอะไรจะต้องให้?

         

        “องค์หญิงไม่กังวลเหรอครับ ถ้าไม่ได้ขนปีกมา ร่มของคุณนิทานจะด้อยลงเยอะเลยนะครับ ถึงผมจะไม่รู้เรื่องศาสตร์รังสรรค์ก็เถอะ” เพชฌฆาตเม้มปาก เขาไม่มีความรู้เรื่องศาสตร์รังสรรค์ แต่ถ้าปรมาจารย์เช่นดักลาสเป็นคนระบุวัตถุดิบมาเช่นนี้ทุกชิ้นย่อมต้องสำคัญยิ่ง

         

        “กังวลสิ แต่อย่างน้อย ๆ เราก็รู้ตำแหน่งที่แน่นอนแล้ว แถมไม่ต้องไปบุกป่าฝ่าดงด้วย” ไพลินยักไหล่ ตักแกงถ้วยใหญ่แบ่งใส่ถ้วยของตน เธอยกซดคำโตพร้อมกับหน้าที่เริ่มขึ้นสีแดง

         

        น้ำแก้วใหญ่ถูกยกตามอย่างว่องไว ดับความร้อนที่ระเบิดออกในปาก ความร้อนแสบปากกลับไม่ได้ทำให้เธอหยุดกิน แต่กลับเสริมสร้างความกระหาย ซดตามไปอีกอึกใหญ่พร้อมกับเนื้อชิ้นใหญ่ในถ้วย

         

        “เราพอจะมีความคิดอยู่ค่ะ เพราะงั้นยังไม่ต้องกังวลเรื่องขนปีกหรอก” ไพลินหยิบผ้าขึ้นมาเช็ดปาก อีกมือหนึ่งหยิบไก่ทอดชิ้นใหญ่มาวางบนจานของตนพร้อมกับอาหารจานปลาของโฮโจ “โอ๊ะ ปลานี่อร่อยจังเลยค่ะ”

         

        มารยาทบนโต๊ะอาหารที่นี่เทียบกับที่อื่นแล้วต่างกันอย่างสิ้นเชิง กลับกลายเป็นว่าในที่นี้ ไพลินและเพชฌฆาตดูจะมีความสุขที่สุดบนโต๊ะอาหาร โฮโจและไลล่าคือคนที่กินเรียบร้อยที่สุด

         

        “ปลาโทโร่ครับ เป็นปลายอดนิยมในพื้นที่ปีกเกือกซ้ายเลยนะครับ” โฮโจยิ้มบาง มองไพลินกินอาหารบนโต๊ะคำแล้วคำเล่า ความคิดว่า ผู้หญิงกินเก่งน่ารักจัง ผุดขึ้นมาในหัว

         

        “แล้วทางด้านศิลาแม่เหล็กบรรพกาลล่ะคะ มีใครพอได้ข้อมูลมาบ้างมั้ยคะ” ฟาง หมิงมองอาหารตรงหน้าด้วยสีหน้างุนงง เธอไม่ค่อยชินกับการนั่งกินอาหารแบบตามสบายเช่นนี้เท่าไหร่นัก

         

        “ไม่มีเลยค่ะ/ครับ” ทุกคนตอบอย่างพร้อมเพรียง

         

        “ตัวศิลาไม่มีข้อมูลสักนิดเลยค่ะ ทั้งจากศาสนจักร หอสมุด หรือแม้แต่สมาคมนักผจญภัย” องค์หญิงไพลินส่ายหน้า

         

        เพชฌฆาตที่รู้เรื่องมาจากองค์หญิงแล้วเรื่องมนตราเองไม่มีการตอบสนองใด ๆ เขาเก็บสีหน้านิ่งกริบ เออออไปกับองค์หญิงไพลินอย่างรู้งาน

         

        “ทางด้านพี่นิทานพอมีข่าวคราวบ้างมั้ยครับ” อินจันทร์ถามขึ้น เขารู้ว่านิทานออกไปล่าวัตถุดิบด้วยตนเองแล้ว บางทีฝั่งนั้นอาจจะโชคดีกว่า

         

        “ชิ้นแรกที่หมอนั่นอยากได้ยังไม่มีวี่แววเลยค่ะ บ่นให้เราฟังอยู่ทุกวัน” สีหน้ารื่นเริงของไพลินมุ่นลงเล็กน้อย “เรากังวลเรื่องเวลาด้วยค่ะ นี่ก็สองอาทิตย์แล้ว ยังไม่ได้เลยสักชิ้นแบบนี้…”

         

        เลโอเดินเข้ามาโอบไหล่ของไพลินอย่างแผ่วเบา กอดองค์หญิงน้อยผู้เป็นกังวลแทนเพื่อนรัก

         

        ในโต๊ะที่แยกออกไป ผู้พันลาลันตาหยิบไก่ทอดคำใหญ่เข้าปาก มุมปากที่มันแพล่บยกขึ้นน้อย ๆ เพราะความอร่อย “โตขึ้นมาได้ดีจริง ๆ เลยนะคะ” สายตาชื่นชมที่ปนด้วยความรู้สึกผิดเหลือบมองสตรีผมสีแดงเพลิงที่ห่างออกไป

         

        “เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับผู้แสวงวิถีตะวันจำแลง เธอต้องเป็นผู้ประคองบัลลังก์ที่ยอดเยี่ยมเป็นแน่แท้ครับ” อารากะลูบเคราของตนอย่างพออกพอใจ

         

        “เรื่องแก่นจิตวิญญาณผมคุยกับผู้อาวุโสในตระกูลเรียบร้อยแล้วครับ หากไม่เกิดเหตุฉุกเฉินอะไรทางกลุ่มการค้ายินดีสนับสนุนให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายครับ”

         

        “ขอบคุณมากค่ะ” ผู้พันลาลันตาเพียงพยักหน้ารับน้อย ๆ สายตาไม่ละไปจากไพลิน อารากะเห็นดังนั้นก็อดอมยิ้มไม่ได้ ผู้พันลาลันตาเห็นการเติบโตของไพลินมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก เธอย่อมมีความสุขที่เด็กคนนั้นโตมาได้ยอดเยี่ยมเช่นนี้

         

        คงจะมีเพียงอริยะแปลงเพลิงที่เข้าใจว่า แท้จริงแล้วสิ่งที่ผู้พันลาลันตาพูดหมายถึงสิ่งใด

         

        วิธีการปกปิดข้อมูลที่ดีที่สุด คือการจำกัดคนที่รู้ให้น้อยที่สุด