การมาถึงของไป๋ฉีทำให้อบิสรูปแบบโลมาที่เป็นเจ้าถิ่นหันมาสนใจและพุ่งเข้าหาชายหนุ่มด้วยความเร็วสูงเกินบรรยาย ไป๋ฉีหยุดชะงักงันจากนั้นเขาใช้คอสมิคฟรอสของตนเองควบคุมมีดบินสีดำเข้าโจมตีเป้าหมายในทันที ทว่าเจ้าอบิสโลมากลับหลบมันได้อย่างง่ายดายและใช้หางฟาดใส่ไป๋ฉีจนกระเด็นไปชนกับหินก้อนใหญ่บริเวณนั้น
"ตูม!"
"อึก เร็วมาก! นี่คือความเร็วของอบิสระดับจอมพลสินะ ช่างเป็นอะไรที่น่ากลัวจริงๆ"
ไป๋ฉีลุกขึ้นจากนั้นก็พุ่งเข้าไปหาเจ้าโลมาด้วยความเร็วสูงสุด พร้อมกับกระชับดาบจนเข้ามือสำแดงทักษะดาบประกายแสงเก้ากระบวนออกมา ซึ่งต้องบอกเลยว่าหลังจากเขามาถึงครึ่งก้าวจิตดาบ การเคลื่อนไหวและทักษะของไป๋ฉีรวดเร็วและทรงพลังขึ้นถึงสองเท่าด้วยกัน อีกทั้งยังแทบไม่มีการเคลื่อนไหวที่ศูนย์เปล่าเลยก็ว่าได้
"เปรี้ยง!!"
ทักษะดาบประกายแสงเข้าปะทะกับอบิสโลมาจนเกิดคลื่นพลังสั่นสะเทือน ไป๋ฉียังไม่วายควบคุมมีดสั้นเข้าโจมตีด้านหลังของมันในทันที และด้วยดาบและมีดบินที่ทำมาจากชิ้นส่วนของอบิสระดับจักรพรรดิสงครามบวกกับพลังและความเร็วของไป๋ฉีในตอนนี้ อบิสโลมาระดับจอมพลก็ถูกตัดผ่าเป็นชิ้นๆได้อย่างง่ายดาย
ไป๋ฉีสบัดดาบและเรียกมีดบินทั้งหมดมาลอยอยู่ข้างกาย จากนั้นเก็บมันเข้าไปในกำไลมิติและเริ่มทำการเก็บเกี่ยวปะการังฟ้าครามในทันที และบินจากไปท่ามกลางสายตาอึ้งตะลึงของนักสู้ในระแวกนั้น
"เสี่ยวไป๋ ไปกันเถอะ ฉันพร้อมแล้ว"
กล่าวจบไป๋ฉีก็พลันกระโดดลงหุบเหวใต้ทะเลไป ชุดเกราะทไวไลท์ดร้าก้อนถูกแทนที่ดูชุดเกราะสีดำเช่นเดียวกันแต่ลวดลายของมันเป็นสีแดงฉาน ด้านหลังมีปีกคล้ายกับปีกของมังกรสีดำขนาดใหญ่ เมื่อกระพือปีกหนึ่งครั้งไป๋ฉีก็พลันพุ่งทะยานลงไปยังข้างใต้หุบเหวนั้นด้วยความเร็วที่ยากจะคาดเดา
เมื่อลงมาถึงความลึกห้าพันเมตรเขาก็ใช้ฟังชั่นของชุดเกราะในการพลางตัวและลบกลิ่นอายของตนเองในทันที ทำให้ไป๋ฉีราวกับอยู่ในสภาพไร้ตัวตนอย่างไรอย่างนั้น
ไป๋ฉียิ่งทะยานลงลึกเท่าไรก็ยิ่งประหลาดใจ แม้ใต้ท้องทะเลนี้จะมืดมิดเพียงใดเขาก็ยังมองเห็นเป็นปกติ แถมชุดเกราะดาร์ก เอ็มเพอร์เรอร์ชุดนี้ ยังดูดกลืนพลังงานรอบข้างได้มากกว่าชุดเกราะทไวไลท์ดราก้อนเสียอีก
หากจะให้เปรียบเทียบกันให้เห็นภาพล่ะก็ ทไวไลท์ดราก้อนเพียงแค่ดูดซับพลังงานรอบข้างมาทดแทนพลังที่เสียไปของไป๋ฉีเท่านั้น
ในทางกลับกันชุดเกราะดาร์ก เอ็มเพอร์เรอร์ นอกจากดูดกลืนเพื่อทดแทนพลังงานที่เสียไปแล้ว มันยังแปรเปลี่ยนพลังงานเหล่านั้นให้ร่างกายของไป๋ฉีได้ดูดซับโดยอัตโนมัติอีกด้วย พูดง่ายๆก็คือ ไป๋ฉีไม่จำเป็นต้องนั่งอยู่กับที่เพื่อดูดซับพลังงานในการเลื่อนขั้นขณะที่สวมชุดเกราะนี้อยู่นั่นเอง
"ถ้ารู้ว่ามันวิเศษขนาดนี้ฉันจะใส่มันเอาไว้ตลอดเวลา"ไป๋ฉีกล่าวออกมา ในใจเต็มไปด้วยตื่นเต้น
ในเวลาเพียงแค่ห้านาทีเขาดำดิ่งลงมาในระดับความลึกแปดพันเมตรแล้ว และยังพบเจอกับอบิสที่ดูอันตรายมากมาย แต่พวกมันไม่ได้เข้ามาทำร้ายเขาแต่อย่างใด ทำเพียงลอยไปลอยมาเท่านั้น
ไป๋ฉีไม่ได้ประมาท เมื่อมาถึงยังจุดนี้เขาค่อยๆเคลื่อนไหวให้ช้าที่สุดเท่าที่ทำได้ อีกทั้งยังไม่วายที่จะมองไปรอบๆเพื่อดูว่าสถานที่แห่งนี้มีสิ่งของหรือทรัพยากรณ์ล้ำค่าหรือไม่
'นายท่านใกล้ถึงแล้วเจ้าค่ะ พอลงไปถึงระดับหนึ่งหมื่นเมตรก็ตรงไปยังทิศเหนืออีกสองกิโลเมตร ที่นั่นเหมือนจะมีของล้ำค่าอะไรบางอย่าง'เสี่ยวไป๋กล่าวรายงาน
ไป๋ฉีเองก็พยักหน้าและไปตามทางที่คู่มือตัวน้อยบอกในทันที ซึ่งเมื่อเขาไปถึงยังที่นั่นสิ่งที่พบจอเป็นอย่างแรกคือถ้ำใต้น้ำขนาดใหญ่ ชายหนุ่มไม่รอช้าเคลื่อนที่เข้าไป จนผ่านมาระยะเวลาหนึ่งเขาก็พบกับสิ่งมหัศจรรย์
ชายหนุ่มเหมือนกับพุ่งผ่านม่านพลังอะไรบางอย่างก่อนที่จะเขาสัมผัสได้ว่าตัวเขาไม่ได้อยู่ใต้ผืนน้ำอีกต่อไป
"นี่มัน!!"
ชายหนุ่มอุทานออกมา สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าของเขานั้นคือถ้ำที่มีแร่เรืองแสงมากมายแถมพวกมันยังแผ่พลังออกมาอย่างมหาศาล ส่วนบริเวณใจกลางถ้ำนั้นเป็นสิ่งที่ไป๋ฉีไม่คิดว่าจะได้พบเจอ
เพราะมันคือยานรบ! ใช่ ฟังไม่ผิด สิ่งที่อยู่ตรงหน้าของไป๋ฉีตอนนี้คือยานรบขนาดมหึมาแถมยังดูเท่และไฮเทคเอาเสียมากๆจนยานรบของหน่วยมังกรขาวกลายเป็นของเด็กเล่นไปเลย จากที่ไป๋ฉีคาดเดามันน่าจะสามารถบรรจุคนเข้าไปในนั้นได้มากกว่าหนึ่งพันคนด้วยกัน
"ฮิฮิ นายท่านจ็อคพ๊อตเลยนะเจ้าค่ะเนี้ย แร่พลังงานรอบๆถ้ำนี้น่าจะทำให้นายท่านสร้างกองทัพที่มีเทพสงครามนับร้อยคนเลยทีเดียว"เสี่ยวไป๋กล่าวอย่างขบขัน
"เอ่อ......เสี่ยวไป๋เรื่องแร่พวกนี้เอาไว้ก่อน ตอนนี้ฉันสนใจไอ้ยานรบขนาดใหญ่มหึมาที่อยู่ตรงกลางมากกว่า เธอพอจะรู้ไหมว่ามันคืออะไร"ไป๋ฉีชี้ไปทางยานรบแล้วกล่าวถาม
"โอ้ นั่นคือยานรบอวกาศระดับจักรวาลเจ้าค่ะ ดูใหม่ๆแบบนี้น่าจะลงมาบนโลกไม่เกินห้าร้อยปี ยานลำนี้ถือว่าเป็นของหายากในทุกจักรวาลเลยนะเจ้าคะ"เสี่ยวไป๋กล่าว
ไป๋ฉีแม้จะรู้สึกว่ามันสุดยอดก็ตามแต่ก็ยังสีหน้างุนงงและกล่าวถามเสี่ยวไป๋อีกครา "ยานอวกาศน่ะฉันพอเข้าใจแล้ว ไอ้ระดับจ้าวจักรวาลมันคืออะไรกัน?"
"โอ้!!! ลืมไป นายท่านยังไม่รู้เรื่องระดับที่สูงกว่าเจ้าพิภพเลยสินะเจ้าคะ งั้นเสี่ยวไป๋จะอธิบายๆคร่าวๆก่อนแล้วกัน ต่อจากระดับจ้าวพิภพนั้นนั้นก็จะมี ระดับนักรบแห่งดวงดาว ระดับราชาดวงดาว ระดับผู้ปกครองดินแดน ระดับจ้าวจักรวาล ระดับจ้าวจักรวาลโบราณ ระดับจ้าวจักรวาลอมตะ ระดับจ้าวจักรวาลนิรันดร์ ทุกระดับจะแบ่งออกเป็นต่ำ กลาง สูง เหมือนดังระดับทั่วๆไป"เสี่ยวไป๋กล่าวถามถึงตรงนี้ก็หยุดลง
ส่วนไป๋ฉีนั้นเมื่อได้ยินคำพูดนี้ของเสี่ยวไป๋ก็ถึงกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่เดินถอยหลังไปสามก้าวโดยไม่รู้ตัว เพราะต้องไม่ลืมว่าใบโลกใบนี้จุดสูงสุดก็มีแค่ระดับจ้าวพิภพเท่านั้น การที่ไอ้ยานอวกาศระดับจ้าวจักรวาลมาอยู่ที่นี่ก็คงจะมีเพียงเหตุผลเดียวคือมันมาจากดาวดวงอื่นอย่างไม่ต้องสงสัย
"นะ นี่เสี่ยวไป๋ ยานอวกาศระดับนี้เจ้าของมันคงจะไม่ธรรมดาใช่ไหม"
"อืม ก็น่าจะเป็นชนชั้นสูงในจักรวาลนะเจ้าคะ ส่วนระดับพลังก็ไม่น่าจะต่ำกว่าผู้ปกครองดินแดนถึงได้มีคุณสมบัติครอบครองมันได้!"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ใบหน้าของไป๋ฉีก็เริ่มไม่สู้ดีนักก่อนจะกล่าวออกมาอย่างร้อนรน "ไม่ได้การ พวกเราต้องรีบออกจากที่นี่ หากคนๆนั้นรู้ว่าเรามาที่เก็บซ่อนยานรบของเขาละก็มีหวังไม่ได้ตายดีแน่"
ไป๋ฉีไม่ใช่คนโง่ ในเวลานี้แม้แต่ราชันสงครามเขายังต่อต้านไม่ได้นับประสาอะไรกับเจ้าของยานรบอวกาศลำนี้ หากอีกฝ่ายโมโหขึ้นมาไม่เพียงตัวเขาเท่านั้นที่จะตาย แต่ไม่แน่โลกใบนี้อาจจะพินาศเลยก็ได้ ดังนั้นหากเขาจะทำอะไรที่นี่ก็จำเป็นต้องระมัดระวัง