ตอนที่ 29
กายาเทพอสูรกลืนิญญา 1
กระถางิญญาแห่งความโลภ...คือสิ่งใด น้อยคนนักที่จะรู้ความลับนี้หากมิใช่ในชีวิตก่อน หลงจิวเมิ่งต้องประสบชะตาถูกดูแคลนหยามเหยียดแต่กลับไร้หนทางแข็งขืน ถ้อยคำเ่าั้ล้วนจริงแท้เพราะเส้นลมปราณไร้ลักษณ์แม้บ่มเพาะยากเข็ญแต่ยังมิเท่ากับการไม่อาจใช้เคล็ดวิชาที่ต้องอาศัยเส้นชีพจรลมปราณขับเคลื่อน จนสุดท้ายเลือกหันหน้าหลบเลี่ยงวิถีหลักเข้าสู่การขวนขวายหาความรู้ รวมถึงทดลองทุกสรรพวิธีให้ได้มาซึ่งหนทางยกระดับฝีมือของตนเองสุดท้ายมาจบลงที่โชคชะตานำพาให้ได้บันทึกาเกี่ยวกับกระถางวิเศษชิ้นนี้ว่าสามารถช่วยซ่อนสร้างเส้นชีพจรเสียหายในร่างผู้ฝึกตนได้
แม้ในตอนแรก...หลงจิวเมิ่งเองก็คงไม่รู้ว่ากระถางไร้ประกายสามขาใบนี้เป็สุดยอดสมบัติล้ำค่าที่ใช้เพื่อการฝึกฝนเคล็ดวิชากายาที่สาปสูญไปั้แ่ยุคเทพอสูร...เคล็ดวิชากายาเทพอสูรกลืนิญญา เคล็ดวิชาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายแห่งหายนะด้วยหลักสำคัญสังหารเพื่อกลืนกินิญญา ยิ่งกลืนกินมากยิ่งแข็งแกร่งมาก หนึ่งในสุดยอดเทพวิชาลึกลับในยุคสมัยเทพอสูร ซึ่งถูกเรียกขาน...วิชาของเทพาที่แท้จริง
แต่เป็โชควาสนาได้มาด้วยมุมานะ หลงจิวเมิ่งพยายามสืบเสาะทุกเื่ราวที่เกี่ยวข้องกับกระถางวิเศษที่ช่วยให้ตนเองมีโอกาสได้รับเส้นชีพจรเช่นผู้ฝึกตนปกติสุดท้ายกลับวาสนาที่เหนือล้ำยิ่งกว่า ด้วยการค้นพบ...เคล็ดวิชากายาเทพอสูรกลืนิญญาเทพวิชาพิสดาร ที่ผู้ฝึกฝนแรกเริ่มจำเป็ต้องเส้นชีพจรไร้ลักษณ์ เส้นชีพจรซึ่งถูกผู้คนตราหน้าว่าเป็เส้นชีพจรไร้ค่าแต่ในดำย่อมมีขาวในขาวย่อมมีดำ ในโลกของเทพเซียนสรรพสิ่งล้วนสมดุลอ่อนสุดเมื่อพลิกกลับย่อมกลายเป็แข็งกร้าวเส้นชีพจรไร้ลักษณ์แม้ไร้เส้นลมปราณพื้นฐานเช่นเดียวกับเส้นชีพจรชนิดอื่นแต่กลับมีความลับที่ซุกซ่อนเอาไว้ เพราะมันคือเส้นชีพจรที่สืบเชื้อสายมาจากเผ่าเทพอสูรในอดีตไกลโพ้นซึ่งหากจะกล่าวถึงความยิ่งใหญ่ของเทพอสูรให้กระจ่าง จำต้องย้อนเื่ราวกลับไปกล่าวถึงยุคต่างๆ ก่อนจะมาถึงเื่ราวใน...ดินแดนของจักรวรรดิไท่เว่ย เช่นปัจจุบัน
ั้แ่แรกเริ่มถือกำเนิดสรรพสิ่งจากความเวิ้งว้างหมู่ดาวเริ่มก่อตั้งรวมตัวกันเป็จักรวาลเวิ้งว้างเชื่อมต่อ จนได้ชื่อว่าว่า...ยุคจักรวาลแรกกำเนิด่กาลนี้สิ่งมีชีวิตมากมายถือกำเนิดแตกต่างสายพันธุ์การต่อสู้แย่งชิงย่อมตามมาเป็ธรรมชาติ แต่เมื่อปรากฏคำแตกต่างย่อมมีแข็งและอ่อนปะปนกันไป ซึ่งเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งและได้ขึ้นปกครองสรรพสิ่งต่อมาก็คือผู้ที่สถาปนาการเข้าสู่ยุคที่สองขึ้นมา...ยุคแห่งเทพอสูรยุคที่ผู้ปกครองกลุ่มดาวถูกเรียกขานว่า...เทพอสูร ศิลปะการต่อสู้เคล็ดวิชาเลิศล้ำต่าง ๆ มากมาย ต่างถือกำเนิดขึ้นในยุคนี้เป็นับไม่ถ้วนแต่ไม่มีสิ่งใดยั้งยืน ต่อให้อำนาจนั้นจะแข็งแกร่งเพียงใดก็ตามแต่เมื่อมันอยู่ในมือของทรราชย์ย่อมบีบคั้นให้ผู้อ่อนแอลุกขึ้นต่อต้านเมื่อหนึ่งอาณาจักรลุกขึ้นสู้ อีกหลาย ๆ อาณาจักรก็แข็งขืนตาม ๆ กัน ก่อเกิดเป็กลุ่มดาวแข็งขืนและผู้ปกครองด้วยอำนาจดั่งเดิม นำมาซึ่งชื่อเรียกขานว่า...ยุคอาณาจักรหมื่นดาราสิ่งมีชีวิตหลากหลายถูกล้างเผ่าพันธุ์จนสิ้นสูญ เื่เล่าและตำนานมากมายของเหล่าเทพและมารเริ่มต้นถือกำเนิดในยุคสิ่งมีชีวิตขยายขอบเขตออกไปมิรู้จบ แต่สุดท้ายเมื่อมีผู้ได้ผลประโยชน์ย่อมมีผู้ที่เสียผลประโยชน์ การต่อสู้แย่งชิงยิ่งนานวันยิ่งลุกลามรุนแรง จนกลายเป็ที่มาของยุคสมัยที่สั้นที่สุดและยากที่จะค้นหาบันทึกข้อมูล...ยุคแห่งความมืดมิด การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ปกปิด ทำลายบันทึกคัมภีร์ เพื่อลบล้างประวัติศาสตร์ ทำให้วิชาสังหาร พิษนักฆ่าล้วนเฟื่องฟูในยุคนี้ ซึ่งการฆ่าล้างกันนี่เองที่นำมาซึ่งการเกาะกลุ่มแบ่งฝักฝ่าย ก่อกำเนิดคำ...คุณธรรมและความชั่วร้าย เพื่อป้ายสีกันไปมา จนนำมาซึ่งการถือกำเนิดของาใหญ่ที่การต่อสู้กวาดพัดทำลายล้างไปทั่วทั้งจักรวาลเวิ้งว้าง จนถูกขนานนามว่า...ยุคสมัยของาแห่งความโกลาหลหลังายุติลง ทุกฝั่งล้วนเสียหายยากฟื้นฟู ไม่มีผู้ชนะคงเหลือแต่ผู้ใดสูญเสียมาก ผู้ใดสูญเสียน้อย หมู่ดาวนับล้านพินาศสิ้น เหล่านักรบแข็งแกร่งแม้ครองความเป็ะอายุขัย ยังตกตายแทบหมดสิ้น สิ่งมีชีวิตกระจัดกระจายความเข้มแข็งของวิชาฝีมือในอดีตล้วนถดถอยต่ำเตี้ย จักรวาลเวิ้งว้าง กลายเป็หลุมดำขนาดมหึมาเพราะผลของการประหัตปะาสุดท้ายเฉือนแบ่งออกเป็หลายส่วนแยกขาดออกจากกัน กลายเป็...ยุคดินแดนเทพและมารที่แบ่งแยกเขตปกครองเด่นชัด ยากไปมาหาสู่ แม้มีการต่อสู้ปะทะกันของกลุ่มกองกำลังเปิดเผยแต่จำกัดเฉพาะอาณาเขตลึกลับเชื่อมต่อชายแดนซึ่งกันของจักรวาลเวิ้งว้างเท่านั้น
เื่ราวมากมายตกทอดมาจนถึง ดาวปริศนาดวงหนึ่งซึ่งถูกปกครองโดย...จักรวรรดิไท่เว่ย (เทียน) ผู้อำนาจสูงสุดบนพื้นพิภพสีเขียวหนึ่งในสมรภูมิใหญ่าที่มิได้แตกสลาย แต่เื่ราวกลับถูกผู้คนรุ่นหลังลืมเลือนสิ้นจึงไม่มีความรู้เื่ของเส้นชีพจรไร้ลักษณ์หลงเหลือตกทอดหากแต่วาสนาชักนำหลงจิวเมิ่งให้ได้รับความรู้ส่วนหนึ่งของเทพอสูรโดยบังเอิญ
แต่เพราะชีวิตที่แล้ว เส้นทางเดินชีวิตน่าอนาจแค่เอาตัวรอดไปวัน ๆ ยังยากยิ่ง แม้รับรู้แต่ไม่อาจ หรือต่อให้...กระถางิญญาแห่งความโลภก็ไม่อาจใช้ประโยชน์จากมันได้เช่นเดียวกับในตอนนี้ ด้วย...เคล็ดวิชากายาเทพอสูรคือการปลูกถ่ายกระถางลี้ลับเข้าไปในร่าง เพราะเทพอสูรนั้นเป็เผ่าพันธุ์ที่นักรบหลักล้วนมีเส้นชีพจรไร้ลักษณ์ติดตัวมาแต่กำเนิด ดังนั้นหากจะเป็นักรบของเผ่าก็จะต้องปลูกถ่ายกระถางลี้ลับเข้าไปในร่างเสียก่อน เพื่อก่อเส้นชีพจรเฉพาะที่ทรงพลังอันเป็แนวทางเฉพาะของเผ่าพันธุ์ ซึ่งในยุคเทพอสูรนั้น กระถางวิเศษลึกลับนั้นมีด้วยกันหลายร้อยชนิดแตกต่างแต่นับ...กระถางิญญาแห่งความโลภ ถือเป็สุดยอดของกระถางที่จะใช้ปลูกถ่ายส่วนเหตุผลว่าทำไมจึงเป็นั้น ต้องกล่าวไปถึงถ้อยคำ...ความโลภ นับว่ามีความหมายตรงตัวเพราะเส้นชีพจรที่ได้รับหลังจากปลูกถ่าย...กระถางิญญาแห่งความโลภ คือเส้นชีพจรที่เชื่อมต่อกันทุกจุดในร่างโดยเท่าเทียมไม่มีเล็กไม่มีใหญ่ ทุกช่องโพรงในร่างล้วนเป็แหล่งก่อกำเนิดลมปราณยิ่งสามารถทำให้มันขยายใหญ่ ลมปราณที่ฝึกฝนยิ่งแข็งแกร่ง กลายเป็กระถางลี้ลับใบเดียวที่สามารถฝึก...เคล็ดวิชากายาเทพอสูรกลืนิญญา ซึ่งถือเป็เทพวิชาที่เกี่ยวพันกันระหว่างกายาและลมปราณหลอมรวมเป็หนึ่งเดียวได้
หลงจิวเมิ่งกรีดโลหิตของตนหยดลงไปใน...กระถางิญญาแห่งความโลภกระถางวิเศษไร้ประกาย เมื่อได้รับโลหิตของผู้เส้นชีพจรไร้ลักษณ์ล้วนเกิดอาการลิงโลดราวกับพบสหายรู้ใจที่ห่างหายยาวนาน แปรเปลี่ยนจากไร้ประกายก่อเกิดแสงสีทองเรืองรองกระจายออก ลวดลายอักขระค่อย ๆ ปรากฏขึ้นรอบด้านหลงจิวเมิ่งมองดูการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นด้วยหัวใจเต้นรัวแม้จะรู้อยู่ก่อนว่ากระถางไร้ประกายใบนี้คือสมบัติวิเศษมิอาจประเมินค่า แถมเคล็ดวิชาที่ตนเองกำลังจะฝึกฝนจากการหลอมรวมเข้ากับกระถางใบนี้ล้วนเป็สุดยอดเคล็ดวิชามาเนิ่นนาน แต่เมื่อเื่ราวกำลังดำเนินอยู่ตรงหน้ายังไม่อาจควบคุมอารมณ์ที่พุ่งพล่าน ตื่นเต้นยินดีจนแทบคลุ้มคลั่ง
...เอาละหลงจิวเมิ่งข้าไม่รู้ว่าระยะเวลาในการปลูกถ่ายเ้ากระถางใบนี้จะเนิ่นนานแค่ไหนหรือจะยากเย็นเพียงใด แม้สุ่มเสี่ยงต่ออันตราย แต่ตอนนี้ไม่มีเวลาให้ลังเลอีกแล้ว
หลงจิวเมิ่งใช้หยดเืของตนเอง จุ่มสองนิ้วขีดวาดอักขระรูปแบบเดียวกับที่รายล้อมกระถางิญญาแห่งความโลภอยู่ทับลงไปอีกครั้งก่อนจะหันกลับมาขีดวาดอักขระรูปแบบเดียวกันบนร่างกายตนเองทันทีที่อักขระทั้งสองชุดสมบูรณ์ ประกายแสงแดงฉานราวโลหิต พลันงอกเงยแทนที่แสงทองอล่ามก่อนหน้ากลายเป็เส้นสายเชื่อมประสานอักขระทั้งสองชุดระหว่างกระถางิญญาแห่งความโลภกับร่างของหลงจิวเมิ่งเข้าด้วยกัน
แม้กระกางิญญาแห่งความโลภจะเริงร่าเมื่อพบกับผู้เส้นชีพจรไร้ลักษณ์แต่การให้มันยินยอมสยบอยู่ใต้ปกครองนั้นเป็คนละส่วนกันเพราะอย่างไรมันก็ถือเป็หนึ่งในกระถางราชันของเผ่าเทพอสูรา ดังนั้นผู้ที่หากไม่เข้มแข็งพอย่อมไม่อาจกระทำการปลูกถ่ายได้สำเร็จ กลายเป็พานพบหายนะแทนที่
หลงจิวเมิ่งคำรามลั่นด้วยความเ็ปพลังจิติญญาและลมปราณชั่วช้าสั่งสมดั่งเดิมของกระถางิญญาแห่งความโลภทะลักล้นเข้าจู่โจมหลงจิวเมิ่งจากทุกทิศทาง รอบกายก่อเกิดเป็พายุลมปราณเชือดเฉือนหมุนวนทำลายล้างเืเนื้อของผู้เชื่อมต่อ
เพียงครู่เดียวจากพายุลมปราณก็กลายสภาพเป็พายุโลหิต าแกรีดเฉือนปรากฏทุกจุดบนร่างของหลงจิวเมิ่งจนแดงฉานไปทุกแห่งแต่ต่อให้เืและเนื้อหนังล้วนแหลกเละ โลหิตหลั่งไหลไม่หยุดยั้ง ิัถูกทำลายจนสิ้นแต่แววตาและความตั้งมั่นในจิตใจของหลงจิวเมิ่งยังคงเต็มเปี่ยม
อ๊ากกกกกกกกก !!!
ยิ่งมาความเ็ปยิ่งทวีคูณ หลงจิวเมิ่งมิอาจเก็บงำ จึงแสดงออกด้วยเสียงร้องะโคำรามก้องเพื่อปลุกปลอมขวัญและกำลังใจ
สุดท้ายแม้จะความฮึกเหิมจะทำให้รู้สึกแข็งแกร่งขึ้นแต่ยังคงไม่เพียงพอ ยิ่งอักขระบนกระถางิญญาแห่งความโลภดับแสง การทำลายล้างก็ยิ่งรุนแรงขึ้นอีกเป็เท่าทวีซึ่งอักขระที่ขีดวาดทั้งสิบสามตัว ยามนี้ดับลงไปแล้วเกินกว่าครึ่งหากดับลงจนหมดสิ้น ก็เท่ากับว่าหลงจิวเมิ่งกระทำสำเร็จเป็ผู้รุ่นต่อไปของกระถางราชันใบนี้
เปรี๊ยะ !!!
เสียงกระดูกซี่โครงของหลงจิวเมิ่งเริ่มแตกร้าวดวงตาที่สุกสกาวก่อนหน้า กลายเป็พล่ามัว ผมดำสลายที่มัดร้อยฉีกขาดสะบั้นหนังศีรษะเปิดออกจนเืชโลมมิอาจมองเห็นได้เช่นปกติอีกต่อไป
เมื่ออักขระตัวที่สิบดับแสงลง ดวงตาที่พล่าเบลอของหลงจิวเมิ่งก็ไม่อาจหุบปิดลงได้อีกใบหน้าเต็มไปด้วยโลหิต ริมฝีปากอิ่มฉีกขาดน้ำลายหนืดไหลเยิ้มออกไม่หยุดแม้ไม่อาจเอ่ยคำสวดเคล็ดวิชาจิติญญาสงบจิตได้อีกต่อไป แต่ยังสมาธิยังคงตั้งมั่นใชวิถีแห่งจิตภาวนาภายในที่เคยฝึกฝนเมื่อชีวิตก่อนแทนที่
อึ๊ก...!!!
อักขระตัวที่สิบเอ็ดกระพริบยาวนานก่อนจะดับแสงไปอีกตัว ตอนนี้หลงจิวเมิ่งสิตเริ่มเลอะเลือนเต็มทนสองแขนที่ตั้งมั่นกลายเป็ตกห้อยไร้เรี่ยวแรง แต่ราวกับความเ็ปพิสดารหนุนเสริมยามสูดลมหายใจเบา กระบังลมยกตัวเพียงนิดก็กลับกลายเป็เสียดแทงภายใน จนแม้ไม่อาจเห็นโลหิตหลั่งไหลแต่ความเ็ปแล่นแปลบล้วนจริงแท้ กลายเป็การกระตุ้นเตือนตนเองว่ายังคงมีลมหายใจอยู่
การหักหาญของหลงจิวเมิ่งกับกระถางิญญาแห่งความโลภยังคงมิหยุดนิ่งเมื่ออักขระตัวที่สิบสองเริ่มหมองแสง สติของหลงจิวเมิ่งก็เดินมาถึงจุดสิ้นสุดสติแกร่งสั่นไหวโยกไปมา ร่างกายภายนอกล้วนกระทำตาม ส่ายโอนเอนไปมาราวกับจะไม่อาจประคองตัวสืบไปทุกสิ่งกำลังจะจบสิ้น แต่แล้วนาวา์พลันสั่นไหวโยกคลอนรุนแรง สติที่ใกล้จะขาดพลันถูกกระชากดึงกลับคืนมาอีกครั้งด้วยปาฏิหาริย์ราวกับผืนดินที่แห้งแตกพลันได้หยดน้ำชุ่มช่ำช่วยต่อชีวิตไปอีกอึดใจ
ในที่สุดอักขระตัวที่สิบสองก็ดับลง
...หลงจิวเมิ่งเ้าจะต้องไม่ตายไปทั้งอย่างนี้ ชะตาของเ้าเ้าต้องลิขิตมันเอง
ศีรษะที่กำลังตกห้อย พลันสะอึกเงยขึ้น ดวงตาแดงฉานไม่อาจจับภาพใดๆ ได้ชัด ยังพอคาดเดาได้ว่าชั่วอึดใจข้างหน้า คือจุดเปลี่ยนของโชคชะตาของตนเอง
อักขระตัวสุดท้ายพลันส่องประกายเจิดจ้า ก่อนจะกลายเป็กระพริบถี่ราวกับพลังงานสองฝั่งกำลังยื้อยุดกันอยู่ แต่แล้วร่างของหลงจิวเมิ่งพลันหล่นวูบสติหลุดหาย ิญญาที่กำลังจะได้พลังของกระถางลี้ลับกลับถูกดึงรั้งออกจากร่าง ให้ไหลกลับคืนไปยังอักขระตัวสุดท้าย
...ความคิดแน่วแน่เพียงสิ่งเดียวไม่อาจเปลี่ยนแปลงความเป็จริงได้
...ข้า...หลงจิวเมิ่งอ่อนแอเกินไปเช่นนั้นหรือ
...หรือข้าพยายามไม่มากพอกัน
สุดท้ายลมหายใจของหลงจิวเมิ่งพลันขาดหายความตายเป็สิ่งจริงแท้