ภายในบ้านพักหลังโทรมๆหลังหนึ่งที่โล่งกว้างว่างเปล่า บนเก้าอี้ไม้ตัวหนึ่งก็มีชายที่มีลักษณะทางร่างกายบนใบหน้าที่ตาข้างซ้ายปิดผ้าพันแผลเอาไว้ ส่วนแขนข้างซ้ายก็ถูกตัดขาดออกไปตอนนี้มันอยู่ในสภาพแขนเหล็กที่เขาพัฒนามาจากทักษะช่างตีเหล็ก บาดแผลพวกนี้เขาจำมันได้อย่างแม่นยำถึงความเด็ดขาดของจักรพรรดินีของเขาที่ตัดสินความผิดของเขาในเรื่องการก่อกบฏเป็นประหารชีวิตโดยไม่รอไต่สวนต่อไป
โชคยังดีที่เขายังมีลูกน้องที่ซื่อสัตย์อยู่มากมายก็เลยสามารถรอดชีวิตออกมาจากคุกที่รอประหารในวันถัดไปได้ แต่ก็ถูกนางฝากบาดแผลที่ทำให้กลายเป็นมารในใจของเขาไปตลอดกาลที่ดวงตาข้างซ้ายและแขนข้างซ้าย
“นายท่าน จักรพรรดินีท่านกลับมาแล้ว”
เมื่อได้ยินเสียงของคนรับใช้คนสนิทวิ่งมาบอกเขาก็เผยรอยยิ้มที่พึงพอใจออกมา ดีมาก เธอกลับมาเร็วกว่าที่เขาคิดแต่ว่าแผนการที่เขาเตรียมมันเอาไว้ทั้งหมดก็เสร็จแล้วตั้งแต่เมื่อสองวันก่อน
“กลับมาแล้วเหรอ ถ้าอย่างนั้นก็ดีเดินตามแผนที่วางเอาไว้ได้ อีกสามวันต่อจากนี้พวกเราต้องกำจัดนางออกไปจากจักรวรรดิแห่งนี้แต่ถ้าสามารถทำให้หายไปจากโลกใบนี้เลยยิ่งดี”
“รับทราบ”
คอยดูเถอะชาร์ลอตต์อีกสามวันต่อจากนี้จะเป็นวันที่เธอต้องตาย และวันนั้นก็จะเป็นอีกวันที่จักรวรรดิแห่งนี้ตกอยู่ในกำมือของเขา
......
ในตอนนี้ผมกับชาร์ลอตต์กำลังเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งความรักที่กำลังผลิบานไปอย่างไม่สิ้นสุด อารมณ์ความรู้สึกที่เหมือนกับอัดอั้นมานานทั้งที่พึ่งจะทำแบบนั้นไปเมื่อไม่กี่สิบชั่วโมงก่อนตอนนี้มันก็เกิดปะทุขึ้นมาอีกรอบ
“ผมคิดว่าคุณจะเป็นคนที่สุขุมเยือกเย็นและมีวุฒิภาวะที่สุดแต่ผมคิดไม่ถึงเลยว่าคุณจะเป็นคนที่ชอบทำเรื่องแบบนี้”
ตลอดเวลาที่เดินทางมาถึงจักรวรรดิเอสโทเนีย ผมกับชาร์ลอตต์พวกเราสองคนจะว่ายังไงดีนะ แทบเรียกว่าออกมาเที่ยวตามประสาคู่รักทั่วไปที่เดินทางไปเที่ยวตามที่ต่างๆและจบลงด้วยการทำเรื่องแบบนั้น
ชาร์ลอตต์พูดออกมาพร้อมกับใบหน้าที่แดงระเรื่อ
“ข้า ข้าไม่ได้อยากจะเป็นแบบนี้สักหน่อย ใช่แล้วมันเป็นเพราะพลังของแวมไพร์แน่นอน ไม่อย่างนั้น...”
“ไม่อย่างนั้นอะไรละ? ไม่เป็นอะไรหรอกนะเพราะว่าผมเองก็ชอบที่คุณเป็นแบบนี้ ไม่ว่าคุณจะเป็นยังไงผมก็รักทุกอย่างที่เป็นคุณ”
“ขอบคุณนะโรเบิร์ต แต่ว่ข้าทนไม่ไหวอีกแล้ว รีบทำกันต่อเถอะ”
ชาร์ลอตต์กอดคอผมอีกครั้งก่อนที่จะประกบริมฝีปากกับผมดื่มด่ำไปกับความสุขของความรัก สัมผัสพวกนี้มันกระตุ้นให้ผมอยากจะทำมันอีกรอบ
“ได้สิ ถ้าคุณต้องการมันมากขนาดนั้น”
“อ๊าาาา... มากกว่านี้อีก อ๊าาาา...”
ภาพที่ชาร์ลอตต์ควบคุมอารมณ์ความรู้สึกของตนเองไม่ได้คงไม่มีใครคาดคิดแน่นอนว่าชาร์ลอตต์จะทำเรื่องแบบนี้โดยไม่สนอะไรอีกแล้ว ความจริงแล้วเธอปลดปล่อยมันออกมาทันทีตั้งแต่ที่แยกจากทุกคนได้ไม่ถึงสองชั่วโมงสิ่งที่เธออดกลั้นเอาไว้มาโดยตลอดด้วยท่าทางการแสดงออกที่เหมือนกุลสตรีผู้สูงส่ง
ผมเองก็นับว่าตกใจเหมือนกันแต่ว่าผมก็ไม่ได้คิดมากอะไรเพราะยังไงเธอก็เป็นภรรยาของผม และผลพวงแบบนี้ก็มาจากการที่เธอเปลี่ยนมาเป็นเผ่าแวมไพร์ เธอเล่าให้ผมฟังว่าเมื่อก่อนตัวเธอไม่ได้รับรู้ว่ามันมีอารมณ์ความรู้สึกแบบนี้เลยและมันก็พึ่งมาเกิดขึ้นตอนที่กลายมาเป็นแวมไพร์แบบชนิดที่ว่าไม่สนอะไรเลยนอกจากเรื่องแบบนี้เท่านั้น
แต่เธอก็เลือกที่จะอดทนมันเอาไว้มาโดยตลอดเพราะไม่อยากเสียภาพลักษณ์ของจักรพรรดินีและท่านหญิงผู้สูงส่งไป นั่นก็เลยเป็นเหตุให้เธอคิดที่จะมากับผมแค่สองคน
ร่างกายของผมกับเธอติดกันอยู่แบบนี้มานานกว่าหนึ่งวันแล้วและไม่เคยหยุดพักหรือทำอย่างอื่นเลย ทันทีที่มาถึงพระราชวังเธอก็ดึงตัวผมตรงไปยังห้องนอนทันทีพร้อมกับเริ่มช่วงเวลาแห่งความรักเต็มที่โดยไม่สนใจว่าใครจะคิดยังไงอีกต่อไปเพราะภายในพระราชวังแห่งนี้มีแต่ผู้หญิง พวกเธอเป็นสาวใช้ที่รับใช้ชาร์ลอตต์มานานมากแล้วและก็จงรักภักดีอย่างถึงที่สุด
แม้จะเกิดเรื่องแบบนี้พวกสาวใช้ก็ไม่ได้มีความคิดที่จะต่อว่าเจ้านายของตนเองก็เพราะว่าพวกเธอภาวนาเอาไว้ด้วยซ้ำว่าให้มอบใครสักคนมาเป็นที่พึ่งพิงกับจักรพรรดินีของพวกเธอด้วย ถึงแม้ว่าจักรพรรดินีของพวกเธอจะเย็นชาและเลือดเย็นขนาดไหนแต่สาวใช้แบบพวกเธอที่ดูแลชาร์ลอตต์มานานก็รู้ดีว่าชาร์ลอตต์เป็นคนที่อ่อนโยนกับคนรอบตัวเธอมากๆ
ผมโอบกอดร่างกายที่สมบูรณ์แบบของเธอแบบนี้ต่อไป มือของผมเองก็ไม่หยุดอยู่กับที่มันสัมผัสไปตามจุดต่างๆของร่างกายโดยเฉพาะก้อนเนื้อนุ่มนิ่มที่มีขนาดใหญ่นั่นมันยิ่งทำให้ผมอดใจที่จะสัมผัสมันไม่ได้นอกจากสัมผัสและให้ความรักกับมันยังไม่พอผมใช้ปากดูดมันอีกด้วย การทำแบบนั้นก็ยิ่งทำให้อารมณ์ความรู้สึกของชาร์ลอตต์เพิ่มมากขึ้นจนถึงขีดสุด
“ไม่นะ ขืนมากไปกว่านี้ข้าต้องกลายเป็นคนที่คิดแต่เรื่องแบบนี้แน่ๆ”
“ไม่ต้องไปฝืนอดทนมันหรอกนะชาร์ลอตต์ปลดปล่อยมันออกมาเถอะแค่ตอนนี้เท่านั้นทำเท่าที่เธออยากจะทำมันเถอะ”
“แต่ว่า...”
“อารมณ์ความรู้สึกแบบนี้ที่มันเกิดขึ้นมาก็เป็นเรื่องที่เป็นพื้นฐานของมนุษย์ที่จะมีมัน ที่สำคัญเลยเรื่องแบบนี้มันก็เป็นเรื่องปกติธรรมของสามีภรรยาอยู่แล้ว ไม่ต้องกังวลไปหรอก”
ผมพูดโน้มน้าวชาร์ลอตต์จนเธอยิ้มออกมาได้ในที่สุดหลังจากนั้นช่วงเวลาแห่งความสุขก็ผ่านไปต่ออีกห้าชั่วโมงพวกเราสองคนถึงได้แยกจากกันเพราะมีคนมาขอพบชาร์ลอตต์
ภายในห้องรับแขกที่หรูหราที่เอาไว้รับแขกระดับสูง คนที่มารอพบชาร์ลอตต์เธอก็คือ เพย์ตัน อิสล่า หนึ่งในคนที่ถือได้ว่าเป็นดาบให้แก่ชาร์ลอตต์
“ฝ่าบาทจะมาเมื่อไหร่นี่มันก็ผ่านมาถึงสองชั่วโมงแล้วนะ”
“กรุณารอสักครู่ก่อนเถอะท่านหญิงเพย์ตันถ้าขืนไปเร่งในขนาดที่ฝ่าบาทยังยุ่งอยู่มันจะ...”
“แล้วมันจะทำไมข้าจะเร่งไม่ได้เพราะข้ามาที่นี่ก็มีเรื่องสำคัญที่จะต้องแจ้งแก่ฝ่าบาทเป็นการเร่งด่วน รีบ...”
“ข้ามาแล้ว ไม่ต้องไปเรียกหรอก”
ชาร์ลอตต์เดินควงแขนของผมเข้ามาในห้องก่อนที่จะนั่งลงตรงหน้าของเพย์ตัน
สิ่งที่เพย์ตันไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นมากที่สุดก็คือจักรพรรดินีผู้สูงส่งคนนั้นกำลังควงแขนของชายอื่นที่ไม่ใช่จักรพรรดิอย่างรักใคร่เกินหน้าเกินตา แถมชายคนที่ว่านั้นยังมีใบหน้าที่หล่อมีเสน่ห์ที่น่าดึงดูดอีกด้วย
“ฝ่าบาทท่านทำแบบนี้หมายความว่ายังไง ท่านลืมไปแล้วเหรอว่าท่านกำลังทำผิด...”
“เพย์ตัน เดี๋ยวนี้ปีกกล้าขาแข็งจนกล้าพูดกับข้าแบบนี้แล้วเหรอ”
“เอ่อ...ข้า อภัยให้ข้าด้วยฝ่าบาทข้าแค่…”
“เอาเถอะ เจ้ามาก็ดีแล้วข้าเองก็มีเรื่องจะบอกกล่าวกับเจ้าเอาไว้เหมือนกันแต่ว่าเรื่องของข้าคงไม่ได้สำคัญมากมายนักบอกเรื่องที่เจ้าว่าสำคัญนั่นมาก่อนเถอะ”
“เรื่องที่ข้าจะมาแจ้งในวันนี้ก็คือ...”
เพย์ตันมองมาที่ผมเธอคิดจะสื่อประมาณว่า “นี่คือเรื่องสำคัญเพราะฉะนั้นคนนอกออกไปก่อน”
“ไม่ต้อง ให้เขาอยู่ที่นี่ เขาสามารถเชื่อใจได้”
“เอาตามที่ฝ่าบาทว่ามาก็แล้วกัน ข้ามีเรื่องสำคัญสามเรื่องจะบอกกล่าวแก่ท่าน เรื่องแรกก็คือพวกคาริทีสกำลังที่เปิดศึกกับโรเวียร์อย่างโจ่งแจ้งและข่าวลือที่แว่วมาก็คือท่านไอวี่ปรากฏตัวออกมาแล้ว”
“ไอวี่เหรอ เธอออกมาทำไม?”
ชาร์ลอตต์ตกใจเล็กน้อยก่อนที่จะแสดงสีหน้าจริงจัง
ไอวี่? ใครกัน? แต่ถ้าเกี่ยวข้องกับโรเวียร์แสดงว่าต้องมีสถานะที่สูงหรือไม่ก็มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับไอรีนอย่างแน่นอน
“ตามข่าวที่ได้รับรายงานมาพวกศิลาสวรรค์จับตัวของไอริส ริฮานน่าพี่สาวของไอรีน ริฮานน่าเอาไว้ทำให้ไอรีนปลดผนึกท่านไอวี่ออกมา”
“ว่ายังไงนะ! พวกมันบ้าไปแล้วรึยังไงที่ไปปลุกไอวี่ขึ้นมา”
พี่สาวของไอรีนโดนจับไปจากนั้นไอรีนก็ไปช่วยทำให้ไอรีนที่กำลังโกรธแค้นไปปลดผนึกไอวี่ หมายความว่ายังไง? เดี๋ยวนะ มันยังมีความจริงนั่นนิที่โลกก่อนของผม ผมยังเจออยู่ตั้งหลายคนหนึ่งในนั้นก็ยังเป็นลูกน้องของผมด้วยแสดงว่าไอรีนก็เป็นคนที่มีสองบุคลิก!
“จากที่ได้ยินมาเจ้าก็คงคาดเดาได้แล้วละว่าไอรีนเป็นคนที่มีสองบุคลิก โรเบิร์ตเจ้าอาจจะยังไม่รู้จักไอวี่แต่อยู่ห่างๆนางไว้หน่อยก็ดีเพราะนางมีนิสัยที่ตรงกันข้ามกับไอรีนทุกอย่าง ที่สำคัญนางเป็นคนที่เลือดเย็นสุดๆและผลประโยชน์คือทุกสิ่งสำหรับนาง”
ตรงกันข้ามกันทุกอย่าง ถ้าเป็นจริงแบบที่ชาร์ลอตต์พูดมาไอรีนที่อายที่จะเข้าใกล้ผม ไอรีนที่อายที่จะแสดงความรักออกมา ไอรีนที่ไม่ชอบการทำเรื่องแบบนั้น ไอรีนที่ปากไม่ตรงกับใจ ถ้าไม่นับอย่างอื่นและมันตรงกันข้ามกับนิสัยของไอรีนจริงๆก็แสดงว่า...
“เรื่องที่สองที่ข้าอยากจะแจ้งให้ฝ่าบาททราบก็คือเจ้าชายไอแซคเตรียมพร้อมที่จะขึ้นเป็นจักรพรรดิคนต่อไปแล้ว”
“ดีมาก อีกสิบสี่วันต่อจากนี้ก็จัดพระราชพิธีบรมราชาภิเษกจักรพรรดิได้เลย”
เพย์ตันตอบรับคำของชาร์ลอตต์ก่อนที่จะนำคำพูดของชาร์ลอตต์ส่งเสียงสื่อสารออกไป จากนั้นก็จะหันหน้ากลับมาสีหน้าของเธอหม่นหมองลงไป
“เรื่องสุดท้ายที่จะแจ้งกับฝ่าบาทก็คือ ธีโอดอร์มันควบคุมคนของพวกเราไว้หมดแล้วและกำลังคิดจะก่อการกบฏขึ้นมา”
“หืม! ไม่คิดว่าจะทำกันได้เร็วขนาดนี้แต่มันก็ช้าไปกว่าที่ฉันคิดเอาไว้ ถ้าหากเป็นเมื่อสองเดือนก่อนละก็บางทีเจ้านั่นอาจมีโอกาสที่จะโค่นล้มอำนาจของข้าลงไปได้แต่ตอนนี้มันไม่มีโอกาสนั้นอีกแล้ว”
“ฝ่าบาทท่านหมายความว่ายังไง?”
“ตามที่ข้าได้พูดไปมันไม่มีโอกาสที่จะทำสำเร็จแล้ว ไม่ต้องกังวลไปข้าเตรียมทุกอย่างไว้ในตอนที่กลับมาที่นี่ตั้งแต่แรกแล้ว เจ้าเองก็กลับไปเตรียมตัวเถอะ”
"รับทราบ"
"ส่วนเรื่องที่ข้าจะบอกกับเจ้าก็คือ ข้าตกลงจะเป็นภรรยาของเขาแล้ว" "ข้าเข้าใจแล้วฝ่าบาท ท่านมีสิทธิ์ที่จะทำ ข้าเองก็หวังให้ฝ่าบาทได้มีความสุขเหมือนคนอื่นบ้างและท่านที่กำลังเป็นแบบนั้น ข้าเองก็มีความสุขไปด้วย ข้าจะนำเรื่องนี้ไปแจ้งกับทุกคนเอง"
ชาร์ลอตต์ที่คิดว่าเพย์ตันจะต่อต้านการกระทำของเธอแต่ว่าเธอไม่ทำ กลับกลายเป็นว่าเธอรู้สึกยินดีกับชาร์ลอตต์ด้วยซ้ำไป เพย์ตันลุกขึ้นก่อนที่จะโค้งคำนับจากนั้นก็เลือนหายไปในอากาศธาตุทันทีพร้อมกับคำพูดที่ทิ้งทายเอาไว้
“ฝ่าบาทว่ามาแบบไหนก็เอาแบบนั้นก็แล้วกันถ้าเช่นนั้นข้าขอตัวก่อน ขอให้ความรักของท่านสมปรารถนา”
“สุดท้ายเจ้าก็ยังพูดจริงจังตั้งแต่ต้นจนจบเหมือนเดิมเลยนะทั่งที่เป็นเพื่อนกันแท้ๆ”
ชาร์ลอตต์ปล่อยมือจากตัวผมก่อนที่จะลุกขึ้นแล้วเดินไปยังหน้าต่างจากนั้นก็มองออกไปยังเมืองที่อยู่ตรงหน้า
“ภาพของเมืองที่ข้าพัฒนาขึ้นมาเองกับมือ ภาพแบบนี้คงไม่ได้เห็นมันอีกแล้วสินะ”
ผมลุกขึ้นก่อนจะเดินไปหยุดที่ด้านหลังของชาร์ลอตต์ จากนั้นก็โอบกอดเธอจากด้านหลัง
“นั่นไม่จริงหรอก เพราะว่าถ้าคุณคิดถึงมันขึ้นมาเมื่อไหร่ผมก็จะพาคุณกลับมาเมื่อนั้น อย่าลืมสิว่าความปรารถนาของคุณก็คือความปรารถนาของผม ความต้องการของคุณก็คือความต้องการของผม ในเมื่อคุณของคนของผมแล้วเรื่องทุกเรื่องที่เกี่ยวกับคุณก็คือเรื่องของผมทั้งนั้น”
“ขอบคุณนะ”
ชาร์ลอตต์รู้สึกอบอุ่นหัวใจขึ้นมาในทันที ไม่ว่าสิ่งใดจะเปลี่ยนไปมากมายเพียงใดใจของเธอก็จะอยู่ที่เขาตลอดไปนั่นคือสิ่งที่เธอคิดในตอนนี้และต่อจากนี้ตลอดไป..... . . .