ตอนที่ 38เข้าร่วมการประมูล
เมื่อนางเห็นเม็ดยาที่อยู่ในมือของเจิ้งฟู่นางก็แสดงอาหารตกใจทันทีส่วนขงฉางนั้นก็คิดไว้แล้วว่านางต้องตกใจเมื่อเห็นเพราะขนาดมันเองยังตกใจเลย.....
“มาเถอะพวกเราเข้าไปข้างในกันข้าจะให้คนนำมันไปตรวจสอบราคาเองว่าแต่แล้วน้องเจิ้งฟู่มีอีกกี่เม็ดละจ๊ะ?”นางรู้ว่าเขาคงไม่ได้มีแค่เม็ดเดียวแน่ไม่งั้นเขาคงไม่มาขายที่โรงประมูลนี้แน่......
พรึบ!!
"นี้คือทั้งหมดที่ข้ามี"
อือ.....
เจิ้งฟู่หยิบเม็ดยาออกมาอีกสามเม็ดรวมกับในมือของเขาแล้วก็เป็นสีเม็ดพอดีและเมื่อเสี่ยวเจียงเห็นแบบนั้นนางก็พยักหน้าเบาๆก่อนจะพูดขึ้นว่า“น้องชายเจิ้งฟู่รออยู่นี้สักครู่นะไม่นานก็คงจะรู้แล้วละรับรองได้เลยว่าทางโรงประมูลของพี่สาวไม่กดราคาน้องแน่นอน”เสี่ยวเจียงกล่าวพร้อมกับยิ้มให้เจิ้งฟู่หวานๆแต่สายตาของนางนั้นจ้องมองมาที่เขาราวกับจะกลืนกินเขาอย่างนั้นแหละ.....
"ขอบคุณท่านพี่เสี่ยวเจียงคนสวยมากเลยฮะ ถ้าไม่ได้พี่สาวเสี่ยวเจียงช่วยข้าเองก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้วและไม่รู้ว่าจะเอามันไปขายที่ไหนด้วย"เจิ้งฟู่พูดพร้อมกับทำหน้าตาใส่ๆซื่อๆไปด้วย.....
อ้ายยยย!!
“ปากหวานจังเลยนะ อายุเท่าไหร่แล้วนิเรา?”
แปดขวบฮะ.....
“แปดขวบอย่างนั้นเรอะถ้าเจ้าอายุสักสิบห้าสิบหกเจ้าคงจะหล่อเอาการเลยนะแต่น่าเสียดายพอถึงตอนนั้นข้าคงจะแก่เกินไปแล้วถ้าข้าอายุน้อยลงได้อีกสักสองสามปีก็คงจะดี”เสี่ยวเจียงกล่าวออกมาอย่างเสียดายที่นางอายุห่างกับเจิ้งฟู่......
"ท่านพี่เสี่ยวเจียงชมเกินไปแล้วข้าว่าถึงแม้ท่านจะอายุเพิ่มแต่ความงามของท่านก็คงจะไม่ลดลงหรอกฮะ"
อุ้ยตายยยย!!
“เด็กอะไรปากหวานจริงๆๆๆ”
ทุกคนที่อยู่รอบๆต่างมองมาที่เจิ้งฟู่และอดที่จะตกใจไม่ได้กับคำพูดของเขาที่พูดหยอกล้อเสี่ยวเจียงอย่างกับว่าเขาเป็นผู้ใหญ่ที่รู้จักหรี่สาวแล้วอย่างนั้นแหละและจากนั้นไม่นานก็มีหญิงสาวคนหนึ่งวิ่งเข้ามาพร้อมกับกระซิบที่ข้างหูของเสี่ยวเจียง....
“ขอบใจเจ้ามากเลยเดียวที่เหลือข้าจัดการเอง”เสี่ยวเจียงพูดเมื่อรับฟังจากหญิงสาวแล้ว....
เจ้าค่ะ!!
เมื่อพูดจบหญิงสาวคนนั้นก็จากไปทันทีจากนั้นเสี่ยวเจียงจึงหันกลับมายังทางที่เจิ้งฟู่และขงฉางที่ยืนอยู่ก่อนจะพูดขึ้นว่า.....
“น้องเจิ้งฟู่พี่ขงฉางข้าได้ราคามาแล้วแต่พวกเราเข้าไปพูดกันข้างในดีกว่าดูท่าพูดกันตรงนี้มันจะไม่เหมาะเท่าไหร่”
อือ......
ทั้งคู่ต่างก็เห็นด้วยกับการที่จะพูดคุยกันตรงนี้มันไม่ค่อยดีอย่างที่นางว่าเพราะว่ามีคนเยอะไปดังนั้นทั้งสามจึงเดินเข้าไปภายในโรงประมูลโดยมีเสี่ยวเจียงเป็นผู้นำทางนางพาพวกเขาไปที่ห้องห้องหนึ่งและนางก็หยุดลงก่อนจะหันกลับมาพูดขึ้นว่า....
“พวกท่านรอข้าอยู่ที่นี้ก่อนเดียวข้ากลับมา”
อือ!!
เมื่อพูดจบนางก็เดินจากไปทันทีทิ้งไว้แต่กลิ่นหอมของนางที่ยังคงลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณนั้นเจิ้งฟู่มองตามไปที่นางที่กำลังเดินจากไปและทันใดนั้นสายตาของเขาก็เลื่อนลงมาที่บั้นท้ายของนางที่กำลังเดินบิดไปมาอย่าน่าหลงไหล.....
*น่าฟัดจริงๆถ้าอยู่ใกล้ๆนะพ่อจะตีให้ดังๆเลย!!! หืมมมมม*ถึงแม้เขาจะคิดเรื่องแบบนั้นแต่เขาก็ไม่ได้แสดงออกมาทางสีหน้าใดๆเขาเพียงแต่ทำหน้าบ๊องแบ๊วและยืนอยู่ที่หน้าประตูพอร่างของเสี่ยวเจียงหายไปพวกเขาทั้งคู่ก็เข้าไปรอในห้องและเมื่อพวกเขาเข้ามาในห้องแล้วเจิ้งฟู่ก็เอาแต่นั่งเงียบๆไม่พูดไม่จาใดอีกเลยราวกับว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่อย่างนั้นและ.....
เอี๊ยดดดด!!!
“คิดถึงกันไหมจ๊ะ!!?”เมื่อประตูเปิดออกเสียงของเสี่ยวเจียงก็ดังขึ้นและตามมาด้วยหน้าอกคู่หน้าที่ใหญ่โตของนางโผล่ตามมาก่อนที่ร่างของนางจะเขามาติดๆและพูดขึ้นต่อว่า“รอพี่นานไหมจ๊ะน้องเจิ้งฟู่” นางพูดจบก็กระโดนเข้าไปกอดเจิ้งฟู่ทันทีทำให้หน้าของเขากระแทกไปที่หน้าอกของนางอีกครั้งขงฉางเมื่อเห็นแบบนั้นมันถึงกับหน้าแดงร้อนผ่าวไปหมดทันที....
อ้า อาย ใอไอ่ ออก!! (ข้าหายใจไม่ออก)
ว้ายยยย!!
“พี่สาวขอโทษนะจ๊ะ ก็น้องน่ารักขนาดนี้พี่ก็เลยอดใจไม่ไหว”
"ไม่เป็นไรฮะ" เจิ้งฟู่พูดพร้อมกับทำหน้าฟินๆไปด้วย....
“น้องเสี่ยวเจียงเรื่องราคาว่ายังไงบ้าง?” ขงฉางเรียบพูดเข้าเรื่องนทันทีเพราะหากปล่อยนานกว่านี้มันคงทนไม่ไหว....
“อ้า!! ข้าลืมเรื่องนั้นไปเลยที่จริงแล้ววันนี้มีการประมูลใหญ่พอดีและจะมีคนใหญ่คนโตมาที่นี้กันดังนั้นข้าเลยคิดว่าจะเอายาของน้องเจิ้งฟู่ลงประมูลด้วยข้าเลยคิดที่จะมาถามน้องก่อนว่าจะรับเงินเลยหรือจะรอประมูลก่อน”
รอประมูล!!?
"แล้วถ้าผมรับเงินเลยละจะได้เท่าไหร่ฮะ?"
“ถ้าน้องรับเงินเลยก็จะได้ทั้งหมด 2400เหรียญผลึกอสูร!!
2400เหรียญผลึกอสูร!!
"ก็เท่ากับว่าตกเม็ดละหกร้อยเหรียญผลึกอสูรสินะแล้วถ้าผมรอประมูลหละฮะ?"
“ถ้าน้องรอประมูลเม็ดยาของเจ้าก็อาจจะได้อย่างน้อยหกถึงเจ็ดร้อยเหรียญผลึกอสูรต่อเม็ดก็ได้และเมื่อนำมาลบกับค่าภาษียี่สิบเปอร์เซ็นด้วยแล้วถ้าคิดคราวๆก็ประมาณ2240เหรียญผลึกอสูรหรืออาจจะมากกว่านั้น....
2240เหรียญผลึกอสูร!!! (สำหรับพระเอกแล้วมันถือว่าเยอะเลยละครับ)
“นั่นมันไม่ใช้เงินจำนวนน้อยๆเลยนะนั้นน้องเจิ้งฟู่เจ้ามีความคิดเห็นอย่างไร?”
"แน่นอนว่าข้าต้องการถือว่าตกลงข้าจะเข้าร่วมด้วยอีกอย่างข้าเองก็อยากรู้ด้วยว่าการประมูลมันเป็นยังไง!!"
“งั้นเป็นอันว่าตกลงนี่คือบัตรเข้าร่วมการประมูลข้าได้จัดที่ให้พวกเจ้าแล้วเอาละข้าต้องไปแล้วขอตัวก่อน”เมื่อพูดจบนางก็ยื่นบัตรการเข้าร่วมการประมูลและเดินออกจากห้องไปส่วนเจิ้งฟู่และขงฉางก็ไปยังที่นั่งของพวกเขาที่เสี่ยวเจียงจัดให้......
เอี๊ยดดดดดด!!!
ภายในห้องโถงเต็มไปด้วยผู้คนมากมายหลากหลายฐานะทั้งคนมีชื่อเสียงและพวกขุนนางพวกเขาต่างมาเข้าร่วมการประมูลด้วยกันทั้งนั้น.....
"ที่นี้คนเยอะจังแหะ!!"
“ธรรมดาแหละโรงประมูลอินทรีนภานี้เป็นโรงประมูลที่ใหญ่ที่สุดในเขตนี้แล้วและของที่พวกเขานำมาประมูลก็มีแต่ของล้ำค่าทั้งนั้นมันจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่จะมีคนมากแบบนี้”
อือ!!
*มันก็จริงอะนะที่เมืองสายธารก็มีโรงประมูลเช่นกันแต่ที่นั้นเล็กกว่าที่นี้มากแถมโรงประมูลแห่งนี้ยังอยู่ใจกลางระหว่างห้าตระกูลใหญ่ในเขตนี้อีกมันจะมีคนเยอะก็ไม่น่าแปลก*
เมื่อทั้งคู่ได้ที่นั่งแล้วสักครู่ก็มีหญิงสาวสุดเย้ายวนเดินออกมาและนั้นก็คือเสี่ยวเจียงนั้นเองนางรับหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ในการประมูลของโรงประมูลแห่งนี้.......
"นั้นพี่สาวเสี่ยวเจียงนิ!!?"
“อ่าใช่แล้ว ข้าลืมบอกเจ้าไปว่านางรับหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่รักการประมูลของที่นี้นะ”
"อย่างนั้นหรอกหรอ!! แสดงว่าท่านเองก็เคยมาที่นี้แล้วนะสิ?"
“ก็เคยอยู่แต่ไม่บ่อยนักเพราะว่าข้า..... ข้าไม่รู้จะมาทำอะไร....”
อือ!!
ปัง ปัง ปัง!!
“สวัสดีท่านผู้มีเกียรติทุกท่านขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู้โรงประมูลอินทรีนภาของเราในวันนี้สินค้าต่างๆที่ทางเรานำมาประมูลนั้นรับลองได้เลยว่าจะไม่ทำให้ทุกท่านเสียวเวลาและผิดหวังแน่นอน”
“น้องเสี่ยวเจียง ไม่ทราบตัวน้องหละต้องประมูลเท่าไหร่?”
ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!
“แหม่ท่านก็ อย่าล้อเล่นแบบนี้สิค่ะ ตัวข้าราคาแพงนะ!!”
“ถึงแพงพี่ยอมจะขายบ้านขายรถเพื่อน้องเลยนะจ๊ะ”
โหๆๆๆๆๆ!!
“เอาหละทุกท่านเรากลับเข้าเรื่องกันดีกว่าข้ารู้ว่าทุกท่านคงจะอดใจรอไม่ไหวแล้วงั้นเรามาเริ่มการประมูลของชิ้นแรกกันเลย” เสี่ยวเจียงรีบตัดบทเข้าการประมูลในทันที....
ปามปะปะปามปามป่าม ปาม ปาม ป้ามมมมมม!!!
เมื่อเสี่ยวเจียงพูดจบก็มีหญิงสาวอกโตเดินถือถาดที่มีผ้าคุมไว้ตรงมาที่นางก่อนจะวางลงที่โต๊ะตรงหน้าของเสี่ยวเจียงก่อนที่เสี่ยวเจียงจะเปิดผ้าออกพร้อมกับพูดตะโกนขึ้นว่า“และนี้ก็คือของชิ้นแรกของเราในวันนี้.....”
พรึบ!!
เมื่อผ้าถูกเปิดออกก็ทุกคนต่างจ้องมองไปที่ตรงกลางของถาดมันมีเม็ดยาอยู่สามเม็ดบรรจุใส่กล่องไว้......
เม็ดยา!!?
ทุกคนต่างตกตลึงเมื่อผ้าเปิดออกมาแล้วเป็นเม็ดยาเพราะไม่มีใครรู้ว่ามันคือยาอะไรแต่กลิ่นที่แผ่ออกมาจากมันนั้นช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก.....
“และนี้ก็คือยารักษาร่างกายระดับสองซึ่งเราได้รับมันมาด้วยความบังเอิญยานี้ไม่เพียงแต่รักษาร่างกายที่บาดเจ็บเท่านั้นแต่มันยังทำให้ร่างกายของคนคนนั้นแข็ง.......แกร่งขึ้นด้วย”
“ว่าไงนะไม่เพียงแต่รักษาบาดแผลเท่านั่นแต่ยังทำให้ร่างกายแข็ง....แกร่งขึ้นอีกด้วย!!!”
“จริงหรือเนี่ยแถมมันยังเป็นยาระดับสองอีกด้วย......”
ถึงแม้ว่ายาระดับสองนั้นจะหาได้ไม่ยากแต่ก็ถือว่ามีค่าพอสมควรเพราะตอนนี้ยาที่มีระดับดีที่สุดคือยาระดับห้าเท่านั้นส่วนยาระดับหกขึ้นไปยังไม่มีใครในประเทศนี้ที่สามารถปรุงได้เลยนั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้สมาคมปรุงยาของประเทศฟ้าครามตกต่ำลงอย่างมากในหลายสิบปีมานี้......
“แล้วราคาละแม่นางเสี่ยวเจียง!!?”
“ทุกท่านโปรดใจเย็นๆยาชุดนี้จะขายพร้อมกับสองเม็ดราคาเริ่มที่ห้าร้อยเหรียญผลึกอสูรค่ะ!!”
ห้าร้อยเหรียญผลึกอสูร!!?
ราคาเริ่มต้นของขาทั้งสองเม็ดนั้นอยู่ที่เม็ดละสองร้อยห้าสิบซึ่งเป็นราคาที่ต่ำเอาการอยู่หากไม่มีใครคิดที่จะแข่งราคาด้วยแต่ทว่ามันจะเป็นอย่างนั้นไปได้อย่างไรกันเพราะยาระดับสองนั้นมีประสิทธิภาพดีกว่ายาระดับหนึ่งที่หาได้ง่ายกว่าอยู่แล้วหากมีไว้ครอบครองมันก็จะช่วยให้มีโอกาสรอดชีวิตมากยิ่งขึ้นไปอีก.....
หกร้อยเหรียญผลึกอสูร!!
เจ็ดร้อยเหรียญผลึกอสูร!!
แปดร้อยเหรียญผลึกอสูร!!
หนึ่งพันเหรียญผลึกอสูร!!!!
เพียงแค่พริบตาเดียวราคาก็พุ่งสูงถึงหนึ่งพันเหรียญผลึกอสูรแล้วซึ่งมันเกิดกว่าที่คาดไว้เสียอีกและดูท่าแล้วราคาคงจะสูงขึ้นอีกเห็นๆ.....
"ราคามันสูงไว้ขนาดนี้เลยข้าไม่คิดว่าจะมีคนสนใจมากขนาดนี้นะเนี่ย"เจิ้งฟู่อุทานออกมาด้วยความตกใจเล็กน้อย...
“ทั้งหมดนี้คงเป็นเพราะเสี่ยวเจียงสินะเพราะนางปั่นกระแสพูดเก่งแบบนั้นด้วยและอีกอย่างของที่มาจากโรงประมูลนี้ทุกคนก็ต้องคิดอยู่แล้วว่ามันต้องเป็นของดีทั้งนั้นเลยทำให้ราคามันขึ้นไวเช่นนี้ละ” ขงฉางหันไปพูดอธิบายให้เจิ้งฟู่ฟังและในที่สุดราคาก็มาหยุดอยู่ที่หนึ่งพันห้าร้อยเหรียญผลึกอสูร.......
“ยาชุดนี้จบด้วยราคาหนึ่งพันห้าร้อยเหรียญผลึกอสูรค่ะจากท่านจ้าวสำนักคุ้มภัยอินทรีเหล็กกล้า”
“โอ้วววพวกเขาก็มาด้วยอย่างนั้นหรือเนี่ย.....?”
สำนักคุ้มภัยอินทรีเหล็กกล้า!!?
“จริงสิเจ้าพึ่งมาเมืองนี้คงยังไม่รู้จักพวกเขาสินะพวกนั้นคือคนจากสำนักคุ้มภัยอินทรีเหล็กกล้าที่รับจ้างคุ้มกันให้กับพ่อค้าหรือใครก็ตามที่ต้องการจ้างพวกเขาและคนที่นั่งตรงกลางนั้นก็คือจ้าวสำนักคุ้มภัยกงซุนตือยังไงละ” จากนั้นขงฉางก็เล่าถึงประประวัติของสำนักคุ้มภัยให้กับเจิ้งฟู่ฟังทั้งหมดเท่าที่มันรู้.....
“เอาละทุกท่านเรามาต่อกันที่รายกายต่อไปกันเลยดีกว่า”เมื่อนางพูดจบหญิงสาวอกโตก็เดินออกมาอีกครั้งแต่ครั้งนี้นางกลับไม่ได้ถือถาดออกมาแต่เป็นกล่องไม้ยาวๆ.......
พรึบ!!
“ภายในกล่องนี้คือกระบี่ระดับสูงชั้นต้นอนุภาพของมันนั้นสามารถตัดได้แม้กระทั้งก้อนหินก้อนใหญ่เท่าคนให้ขาดครึ่งได้ในการฟาดเพียงครั้งเดียวโดยที่ไม่ต้องใช้พลังใดช่วยเลย”
“หินก้อนใหญ่เท่าคนขาดครึ่งได้เพียงแค่การฟาดเพียงครั้งเดียว!!!”
“เรื่องจริงอย่างนั้นเรอะแม่นางเสี่ยวเจียง!!?”
“นั้นสิถึงแม้ว่าอาวุธระดับสูงนั้นจะมีพลังมากก็จริงแต่มันคงไม่อาจจะตัดหินก้อนใหญ่เท่าคนให้มันขาดครึ่งได้โดยไม่ต้องใช้พลังช่วยหรอก”
“เรื่องนั้นทุกท่านไม่ต้องห่วง เด็กๆ!!”เมื่อนางพูดจบก็มีชายฉกรรจ์ห้าถึงหกคนลากก้อนหินก้อนใหญ่มาไว้ข้างๆนางจากนั้นเสี่ยวเจียงก็หยิบเอากระบี่ออกมาจากกล่องและเมื่อนางเปิดกล่องออกออร่าอันรุนแรงก็แผ่ไปทั่วห้องโถงทันที......
บู้มมมมมม!!!
“นั่นมันพลังอะไรกันทำไมถึงได้รุนแรงขนาดนี้...?”
ทุกคนที่อยู่ภายในห้องโถงประมูลต่างก็ตกอยู่ในความตะลึงเพราะเพียงแค่เปิดกล่องเท่านั้นออร่าที่รุนแรงก็กระแทกเข้าหาพวกมันในทันทีจนรู้สึกได้ถึง.......