"มีเหตุอันใดกัน" เป็นเสียงของเทียนหลิวที่ดังขึ้น
"คารวะท่านรองเจ้าสำนัก"เยว่ฉีเมื่อเห็นเทียนหลิวจึงรีบทำความเคารพ
"ท่านพี่เทียนหลิวท่านกลับมาเร็วนัก"จินหลงเอ่ย
"ฮ่า.. ฮ่า พอดีข้าโชคดีมากน้องจินหลงข้าเจอหมีท้องขาวโดยบังเอิญ ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาหามันตั้งนาน"เทียนหลงกล่าวออกมา
"หือ.. น้องจินหลง"เยว่ฉีแปลกใจที่รองเจ้าสำนักเรียกจินหลงว่าน้อง
"ว่าแต่มีเหตุอันใดกันหรือเจ้าถึงชักกระบี่ออกมาแบบนี่"เทียนหลิวกล่าวถามไปทางเยว่ฉี
"ท่านรองเจ้าสำนักท่านต้องช่วยข้านะ..คุณชายท่านนั้นรังแกข้า" เยว่ฉีตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จออกมาบ้าง
"นี่เจ้า.."จินหลงลุกพรวดขึ้นมาจากเก้าอี้ไม้โยก
"หือ..เจ้ารังแกนางหรอน้องจินหลง" เทียนหลิวกล่องถามจินหลง
"ข้าไม่ได้ทำอันใดนางเลยท่านพี่เทียนหลิว"จินหลงเอ่ยแก้ตัว
"สรุปเรื่องมันเป็นยังไงกัน"เทียนหลิวมองไปทางเยว่ฉี
"ข้าแค่มาถามถึงวิธีการรักษาอาการประหลาดของข้าแต่คุณชายท่านนั้นกับไม่ยอมบอก แถมยัง.. แถมยัง"เยว่ฉีเล่าออกมาด้วยเสียงสะอื้น
"แถมยังอะไร"เทียนหลิวตะโกนถามขึ้นมา
"แถมคุณชายท่านนั้นยังพูดจาเกี้ยวข้า"เยว่ฉีเล่าออกมาทั้งน้ำตา
"นี่เจ้ากล้าปั้นเรื่องขึ้นมาใส่ร้ายข้างั้นเรอะ"จินหลงเอ่ยเสียงดังออกมา
"น้องจินหลงนี่เจ้าทำจริงๆหรอ"เทียนหลิวเอ่ยถามจินหลง
"ท่านพี่เทียนหลิวท่าก็เห็นอยู่ว่านางนั้นชักกระบี่ออกมาหมายจะทำร้ายข้านางนั้นมีพลังระดับไหนท่านย่อมรู้ ตัวข้าจะใจกล้าถึงเพียงนั้นเชียวรึ" จินหลงเอ่ยแก้ตัวออกมาอย่างช่ำชอง
"จริงของเจ้า"เทียนหลิวแสดงออกว่าเห็นด้วยตามสิ่งที่จินหลงกล่าว
"เดี๋ยวก่อนท่านรองเจ้าสำนักข้าแค่ชักกระบี่ออกมาขู่ก็เท่านั้น เนื่องจากคุณชายท่านนี้บอกว่าเป็นน้องของท่านรองเจ้าสำนักและหวังจะลวนลามข้า"เยว่ฉีปั้นเรื่องแก้ตัวออกมา
"ก็จริงของเจ้า"เทียนหลิวสับสนอย่างมากไม่รู้จะเชื่อผู้ใดดี
"ในเมื่อเจ้าอยากเจอท่านเทียนหลิวก็สมใจเจ้าแล้วข้าไม่อยากยุ่งกับเจ้าอีก" จินหลงเอ่ยออกมา
"ก็ได้ข้าก็ไม่อยากจะยุ่งกับเจ้าเหมือนกัน"เยว่ฉีตอบกลับ
"ว่าแต่เจ้ามาหาข้ามีธุระอะไรหรือ"เทียนหลิวเอ่ยถาม
"เรียนท่านรองเจ้าสำนักตัวข้าได้ไปปราบสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ในป่าแห่งภูตมาแต่ก่อนที่มันจะตายนั้นมันได้คายพลังปราณบางอย่างมาในตัวข้า หลังจากนั้นระดับพลังยุทธของข้าก็ถดถอยลงเรื่อยๆ"เยว่ฉีเล่าออกมา
"ไหนขอข้าลองตรวจเจ้าหน่อย"เทียนหลิวตรวจชีพจรของเยว่ฮี
"ข้าก็ไม่พบสิ่งใดที่ผิดปกติเลยสงสัยข้าคงไม่มีความสามารถมากพอที่จะช่วยเจ้าได้" เทียนหลิวกล่าวออกมา
"หึ.. หึ"เสียงของชิงหลงที่แอบขบขันอยู่บนเก้าอี้ไม้โยก
"มีอะไรหน้าขำกัน"เยว่ฉีเมื่อเห็นชิงหลงแอบขำก็โมโหขึ้นมาอีก
"เจ้าถึงกับเรียกอสูรชั้นต่ำอย่างกิเลนว่าเป็นสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ข้าอดสงสารพวกสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ตัวอื่นๆไม่ได้จริงๆที่เจ้ากล้าเอากิเลนไปเทียบเคียงพวกมัน"จินหลงเอ่ยขึ้น
"ท่านรู้ได้ยังไงว่าข้าไปปราบกิเลนมา"เยว่ฉีตะโกนถาม
"ฟี่ ฟี้ ฟี่ ฟี้"จินหลงผิวปากโดยไม่ได้ตอบคำถามของเยว่ฉี
"ท่านรองเจ้าสำนักดูที่คุณชายท่านนี้ทำกับข้าสิเค้ารู้แม้กระทั่งข้าไปสู้กับกิเลนมาแต่กับไม่ยอมบอกวิธีการรักษาอาการของข้า"เยว่ฉีเลือกที่จะฟ้องเทียนหลิวแทนที่จะชวนทะเลาะกับจินหลง
"น้องจินหลงถ้าเจ้ารู้วิธีรักษาอาการของเหว่ฉีเจ้าก็บอกนางไปเถอะ" เทียนหลงร้องขอต่อจินหลง
"ข้าไม่รู้"จินหลงเอ่ยออกมา
"จินหลงในฐานะพี่ของเจ้าถือว่าข้าขอร้องต่อเจ้าบอกวิธีรักษามาเถอะ" เทียนหลิวรู้ว่าจินหลงต้องรู้แน่ๆว่าอาการประหลาดนั้นคือสิ่งใด
"สิ่งนั้นคือ ‘ปรสิตกลืนกิน’ เป็นคำสาปที่กิเลนใช้ก่อนตัวมันจะตายไปปรสิตกลืนกินจะดูดกลืนพลังปราณของผู้ที่ถูกคำสาปนั้นจนหมด" จินหลงเอ่ยออกมา
"แล้วจะรักษาอาการที่เจ้าว่ายังไง"เทียนหลิวเอ่ยถาม
"ง่ายมากปล่อยให้ปรสิตกลืนกินดูดกลืนพลังปราณของแม่นางเยว่ฉีจนหมดเมื่อไม่เหลือพลังปราณให้ปรสิตกลืนกินดูดแล้วมันก็จะตายและหายไปเอง"จินหลงเอ่ย
"เช่นนั้นนางมิต้องเริ่มฝึกใหม่ตั้งแต่ระดับผู้ฝึกยุทธขั้นต้นเลยรึ"เทียนหลิวเอ่ยถาม
"ก็คงต้องเป็นเช่นนั้น"จินหลงเอ่ย
"คุณชายมันพอมีทางอื่นอีกหรือไม่"เยว่ฉีถามเอ่ยถาม
"มี.. แต่"จินหลงเอ่ยสั้นๆ
"แต่อะไรคุณชาย" เยว่ฉีรีบเอ่ยถามออกมา
"ข้า ไม่ บอก"จินหลงเอ่ยสามคำนี้ออกมาอย่างช้าๆ ชัดๆ
"ท่าน.."