เซียวอวี้รู้สึกปลงอนิจจังปลอบโยนชายชราที่จิตใจงดงามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนสักพัก
ผ่านไปนานสองนานหวังซานถึงสงบลง เขาออกไปซื้อยาด้วยสีหน้าตื่นเต้น รอจนเขาไปแล้ว รอยยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้าของเซียวอวี้พลันกลับกลายเป็ความลึกลับยากแก่การคาดเดา
กลับมาในห้องของตนเซียวอวี้มองใบหน้าไม่ประสีประสาเฉกเช่นเด็กน้อยในกระจกทองแดงผ่านไปเนิ่นนานถึงปรากฏรอยยิ้มประหลาดตรงมุมปากเล็กน้อย
“ตาแก่สามคนนั่นพวกเ้าคงคิดไม่ถึงว่าข้ายังมีชีวิตอยู่ล่ะสินะ!” สายตาของเขาฉายประกายเยียบเย็นเหนือสิ่งใด
เซียวอวี้นั่งอยู่บนเตียงภาพความทรงจำ เมื่อชาติก่อนค่อยๆ ฉายวาบขึ้นตรงหน้า ทว่าความทรงจำในชาตินี้กลับถาโถมเข้าใส่ราวกระแสน้ำ
“มรรคา์ยังเหลือทางรอดไว้ให้จริงๆอย่างนั้นหรือ ิญญาแท้ของข้าไม่เพียงไม่แตกซ่านกระจัดกระจายอีกทั้งยังมาอาศัยอยู่ในร่างเด็กหนุ่มนามว่าเซียวอวี้ที่มีชื่อแซ่เหมือนข้าในชาติก่อนด้วย”
ตอนอยู่ในโลกเซียนพิภพเขาถูกขนานนามว่าจักรพรรดิเซียนจื่อฉยง นอกจากคนสนิทเพียงไม่กี่คนมีน้อยคนนักที่รู้ชื่อจริงของเขา
เซียวอวี้ที่ถูกสิงร่างเป็บุตรชายแท้ๆ ของประมุขตระกูลเซียวแห่งเมืองเหลียงโจวตระกูลเซียวเป็ตระกูลโหวเจวี๋ย[1]ที่สืบทอดตำแหน่งมาหลายชั่วคนในแผ่นดินต้าถังเซียวฉีสยงโหวเจวี๋ยในยุคนี้สร้างคุณูปการอันโดดเด่นในาเมื่อหลายปีก่อนตอนนี้นั่งบัญชาการทางตอนใต้แทนโอรส์ ควบคุมกองทัพเขี้ยวหมาป่าสามแสนนายอำนาจยิ่งใหญ่เกรียงไกรคับฟ้า
เพียงแต่เซียวฉีฉยงพรั่งพร้อมด้วยภรรยาและอนุมีบุตรชายบุตรสาวจำนวนมาก มารดาของเซียวอวี้มีฐานะต่ำต้อยกอปรกับตนโง่เขลาเบาปัญญาั้แ่กำเนิดเมื่อสามปีที่แล้วถูกเซียวฉีสยงลบชื่อจากลำดับวงศ์ตระกูลหลังจากอายุครบสิบหกปีก็จะถูกขับออกจากสกุลเซียว ปล่อยให้เขาเป็ไปตามยถากรรม
“ในเมื่อข้าอาศัยอยู่ในร่างเ้านับจากวันนี้ไปข้าก็คือเ้า ความปรารถนาของเ้า ข้าจะช่วยทำให้สำเร็จในใจเ้าอยากเป็ผู้แข็งแกร่งเฉกเช่นเซียวฉีสยง เ้าวางใจเถอะ ในเมื่อข้าได้เกิดใหม่อีกครั้งยังไงก็ต้องกลายเป็ผู้แข็งแกร่งแห่งยุคอีกครั้งอย่างแน่นอน”
“เพราะว่า...ข้าก็อยากจะหวนกลับโลกเซียนพิภพ ตามหาตาเฒ่าเ่าั้เพื่อล้างแค้น”
ความเศร้ารันทดของาครานั้นในชาติก่อนอาณาราษฎรนับล้านล้านแตกดับ ภาพที่สหายคนสนิทนับไม่ถ้วนเผชิญหน้ากับความตายด้วยความห้าวหาญแม้จะถูกขวางกั้นด้วยระยะทางและกาลเวลาอันไร้สิ้นสุด เขาก็ไม่มีทางลืมเลือน
สักวันเขาจะหวนกลับไปยังจุดสูงสุดอีกครั้ง ฆ่าล้างตำหนักวิถีใหญ่ทั้งสามให้สิ้นซาก!
“ที่แท้ที่นี่ก็คือทวีปอวี้ซวีข้าเคยได้ยินมาก่อน” เซียวอวี้ซึมซับความทรงจำของร่างนี้ถึงแม้ข้อมูลที่หลงเหลือในความทรงจำจะน้อยมากทว่าความรู้ทั่วไปที่เป็พื้นฐานบางอย่างก็ยังพอจะรู้ได้
ทวีปอวี้ซวีเป็หนึ่งในสามพันดาราที่โลกเซียนพิภพปกครองที่นี่มีอาณาจักรนับหมื่นตั้งเรียงรายแ่า สำนักใหญ่ต่างๆล้วนแต่พลังอำนาจสูงล้ำ นับว่าเป็หนึ่งในผู้แข็งแกร่งแห่งสามพันดารา
ทันใดนั้นเขาก็รับรู้ถึงสภาพร่างกายของตนเองจากความทรงจำเก่า สาเหตุที่ ‘เซียวอวี้’ไม่เป็ที่โปรดปรานของเซียวฉีสยงประการแรกเป็เพราะตนเองโง่เขลาเบาปัญญาทว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดยังเป็เพราะร่างนี้เป็ร่างไร้ประโยชน์ เดิมทีไม่สามารถบำเพ็ญเซียนได้
“นี่...หรือว่า!”
ดวงตาของเซียวอวี้ฉายประกายแปลกประหลาดโดยไม่รู้ตัวจากนั้นก็ตรวจสอบร่างกายอย่างละเอียดอีกครั้งในที่สุดสีหน้าก็เปลี่ยนเป็ความเหลือเชื่อ
“จุดตันเถียนแข็งราวกับก้อนหินพลังต้นกำเนิดไม่อาจโคจรได้ ถึงแม้รูปร่างจะบอบบาง แต่ลมปราณกลับเปี่ยมไปด้วยพลังแฝงตามจุดบนเส้นลมปราณหากข้าเดาไม่ผิด นี่น่าจะเป็...กายผู้พิชิตาในตำนาน!”
สีหน้าของเขาฉายความตกตะลึงเหนือสิ่งอื่นใดรู้สึกเหลือเชื่อที่คุณสมบัติร่างกายของเด็กหนุ่มที่ถูกเขาสิงร่างจะไม่ธรรมดาถึงเพียงนั้น
กายผู้พิชิตานี่คือคุณสมบัติร่างที่แข็งแกร่งที่สุดในยุคก่อนอย่างยุควิถีเทพเล่ากันว่าสมัยนั้นกายผู้พิชิตาเคยปกครองใต้หล้า แต่พอถึงยุควิถีเซียนคุณสมบัติร่างนี้ก็ไม่ปรากฏมานานมากแล้ว บางทีอาจจะเคยปรากฏแต่เพราะไม่อาจฝึกบำเพ็ญเซียนได้จึงล้มหายตายจากไปั้แ่ครั้งยังเยาว์
เหตุเพราะกายผู้พิชิตาพิเศษจนเกินไปมีข้อกำหนดต่อการฝึกบำเพ็ญวรยุทธ์สูงเป็อย่างยิ่งเคล็ดวิชาฝึกตนทั่วไปไม่อาจทะลวงเปิดจุดตันเถียนได้ดังนั้นถ้ายอดฝีมือของทวีปอวี้ชวีเห็นว่าร่างนี้เป็เพียงร่างพิการก็ไม่รับว่าเกินไปนักด้วยการฝึกวรยุทธ์ของดาวดวงนี้ไม่สามารถฝึกบำเพ็ญเพียรให้กับกายผู้พิชิตานี้ได้จริงๆ!
ทว่าตอนนี้ไม่เหมือนกัน
เคล็ดวิชาฝึกตนที่อยู่ในหัวของเซียวอวี้สามารถทะลวงเปิดจุดตันเถียนในกายผู้พิชิตาได้อย่างแน่นอน
ปีนั้นในโลกเซียนพิภพสมัยที่เซียวอวี้ยังไม่ได้เป็จักรพรรดิเซียน เคยร่อนเร่พเนจรไปในซากปรักหักพงของยุควิถีเทพจนเกือบเอาชีวิตไปทิ้งไว้ในนั้น ทว่าเขากลับได้รับคัมภีร์โบราณมาโดยบังเอิญคัมภีร์ทั้งสองนั้นสอดคล้องกัน หนึ่งฝึกจิต หนึ่งฝึกกาย
เพียงแต่ในตอนนั้นเขามีอิทธิฤทธิ์มากแล้วตัดใจจุติใหม่เพื่อฝึกกายไม่ลง จึงเพียงฝึกจิตตามคัมภีร์อีกเล่มหนึ่งแต่กลับทำให้เขาก้าวหน้าดั่งติดปีกบินแค่ไม่ถึงล้านปีก็สั่นะเืไปทั้งโลกเซียนพิภพ
โชคดีร่างใหม่ของเขาไม่เคยฝึกบำเพ็ญตนมาก่อน กระทั่งยังไม่ใช่แม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์
เช่นนั้นก็ฝึกกายก่อน แล้วค่อยฝึกบำเพ็ญเพียร
เพียงแต่เซียวอวี้ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าคัมภีร์เซียนสองวิชาที่อยู่ในหัวของเขาจะสามารถช่วยให้กายผู้พิชิตาฝึกฝนไปจนถึงระดับพลังยุทธ์ขั้นไหน
แต่อย่างน้อยฝึกให้ถึงขีดความสามารถสูงสุดของทวีปอวี้ซวี ยังน่าจะเป็ไปได้กระมัง
เขารู้เกี่ยวกับความเป็มาของคัมภีร์โบราณสองวิชานี้น้อยมากแค่พอเดาได้รางๆ ว่า เป็คัมภีร์เทพเลิศล้ำในยุควิถีเทพไม่ด้อยไปกว่าเคล็ดวิชาขั้นสุดยอดของตำหนักวิถีใหญ่ทั้งสามเพราะฉะนั้นเขาถึงแข็งแกร่งโดดเด่นขึ้นมาได้ในฉับพลันสุดท้ายถูกตำหนักวิถีใหญ่ทั้งสามกินแหนงแคลงใจ นำมาซึ่งมหันภัยร้าย
“ชาตินี้ข้ามีกายผู้พิชิตาอีกทั้งยังมีคัมภีร์โบราณสองวิชาของยุควิถีเทพ ข้าจะต้องแข็งแกร่งยิ่งกว่าชาติก่อนรอจนถึงตอนที่ข้าได้หวนกลับไปโลกเซียนพิภพอีกคราก็ถึงเวลาชะล้างแดน์ด้วยหยาดโลหิต!
เซียวอวี้หรี่ตาลงเล็กน้อยส่อประกายแสงเยียบเย็น
ความห้าวหาญพลันท่วมท้นไปทั่วทั้งอกทันทีชาติก่อนเขาแทบจะกลายเป็หนึ่งในผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกเซียนพิภพบัดนี้กลับมาเกิดใหม่ในอีกชาติ จะต้องรุดหน้าไปอย่างห้าวหาญอยู่เหนือขีดจำกัดของตนเอง!
ไถ่ถามผืนพิภพอันกว้างใหญ่ไพศาลใครกันคือผู้กำหนดโชคชะตา!
เซียวอวี้มีความมั่นใจและความแน่วแน่ที่จะสร้างโลกอันกว้างใหญ่ไพศาลที่เป็ของตนเองขึ้นมาอีกครั้งบนโลกที่ผู้แข็งแกร่งคือผู้เป็ใหญ่!
ทันใดนั้นลมปราณบนจุดลมปราณในร่างกายคลับคล้ายว่าจะเต้นเร่าๆราวกับัดุร้ายใหญ่ั์ตัวหนึ่งค่อยๆ ตื่นขึ้นอย่างเชื่องช้า
เวลาไม่เคยคอยท่าจวนโหวแห่งนี้ก็ไม่ใช่สถานที่ดีงามเซียวอวี้นั่งขัดสมาธิบนเตียงทันที ค่อยๆ หวนรำลึกเคล็ดวิชาฝึกกายวิชานั้น
ความพิเศษของกายผู้พิชิตาเขาพอรู้เพียงเล็กน้อยลักษณะเฉพาะที่เด่นชัดที่สุดก็คือกายเนื้อแข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้า ลมปราณมีพลังดั่งัร้าย
แต่น่าเสียดายเขาไม่มีเคล็ดวิชาฝึกตนของกายผู้พิชิตาทำได้แค่ใช้เคล็ดวิชาฝึกกายที่ท่านปรมาจารย์ทิ้งไว้ไปชักนำลมปราณภายในเส้นลมปราณ
เคล็ดวิชาฝึกกายนี้ถูกเรียกว่า‘เคล็ดวิชากายเดียวไร้เริ่มต้นาาผาน’ จากประสบการณ์ที่เขาฝึกบำเพ็ญเพียรมาล้านกว่าปีวิชานี้จะต้องเป็คัมภีร์โบราณที่สูงส่งที่สุดวิชาหนึ่งอย่างแน่นอน
“ร่างกายดั่ง์เก้าชั้นฟ้านอกในผสาน กายเนื้อแข็งแกร่งดั่งวัชระ...”
จิตใจของเซียวอวี้ดำดิ่งสู่ห้วงภวังค์อย่างไม่รู้ตัว
ผ่านไปกว่าครึ่งชั่วยาม
เซียวอวี้หยัดกายลุกขึ้นยืนงอเข่าลงเล็กน้อย มือทั้งสองผนึกรวมเป็ท่ามุทราอันลึกล้ำชักนำลมปราณภายในร่างตามเคล็ดวิชาที่ได้รับถ่ายทอดมา
ตูม...
เซียวอวี้เพิ่งผนึกฝ่ามือร่ายท่ามุทราลมปราณภายในจุดเส้นลมปราณพลันสั่นะเืรุนแรงเส้นเอ็นและกระดูกทั่วทั้งร่างส่งเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ลมปราณม้วนตลบไหลพรั่งพรูอยู่ภายในไอควันที่แ่าพวยพุ่งออกมาจากกลางศีรษะถึงขนาดว่ามีรอยเืสีแดงคล้ำไหลทะลักออกมาจากตรงหว่างคิ้วเล็กน้อย
รอยเืสีแดงคล้ำนี้เป็เืเสียภายในร่างที่ถูกลมปราณม้วนตลบเคลื่อนไหวบีบเค้นออกมา
กระทั่งผิวพรรณที่แห้งแตกระแหงภายนอกร่างกายของเขาต่างเริ่มผลัดตัวิัเก่าทั่วร่างค่อยๆ หลุดลอก ร่างกายของเขาค่อยๆ เปล่งประกายแวววาวขาวผุดผ่องไร้ที่ติราวกับหยก
“นี่มัน!”
ใบหน้าของเซียวอวี้เผยความตกตะลึงระคนความปลาบปลื้มยินดีถึงขีดสุด
“เคล็ดวิชาฝึกกายนี้ยอดเยี่ยมนักดีกว่าที่ข้าคาดการณ์ไว้มากคัมภีร์โบราณวิชานี้ไม่รู้ว่าสำแดงเดชขนาดไหนในยุควิถีเทพ ถึงท้าทาย์เพียงนี้”
ใบหน้าของเซียวอวี้ฉายความยินดีความกังวลและความหวาดหวั่นในแรกเริ่มหายไปจนหมดสิ้น ‘เคล็ดวิชากายเดียวไร้เริ่มต้นาาผาน’ ลึกล้ำอย่างยิ่งเหมือนอย่างที่คิด หากตอนนั้นจุติใหม่เพื่อบำเพ็ญเพียรบางที...สถานการณ์ของโลกเซียนพิภพก็จะอาจจะเปลี่ยนแปลงไปด้วยเหตุนี้จริงๆ
โชคดีที่เขาได้กลับมาเกิดใหม่สามารถฝึกฝนคัมภีร์โบราณทั้งสองวิชาอีกครั้งในชาตินี้เซียวอวี้ถึงขนาดว่ามีลางสังหรณ์อย่างหนึ่ง หากฝึกฝนคัมภีร์โบราณสองวิชานี้จนถึงขั้นสูงสุดได้จริงๆจะต้องดูแคลนตำหนักวิถีใหญ่ทั้งสามได้อย่างแน่นอน
“การฝึกตนในอนาคตจะต้องใช้เงินจำนวนมาก” เซียวอวี้ทอดถอนใจสายตาครุ่นคิดอย่างลุ่มลึกว่าจะยืนหยัดอยู่ในจวนโหวได้อย่างไร
แนวทางการฝึกกายวิชานี้มีข้อกำหนดต่อคุณสมบัติร่างกายสูงลิบต้องใช้พลังงานเป็จำนวนมาก เขาจำเป็ต้องกินเนื้อในปริมาณมหาศาลหรือไม่ก็ยาสมุนไพรล้ำค่า มิเช่นนั้นร่างกายจะทนต่อการฝึกฝนไม่ได้เลย
แต่ว่าเคล็ดวิชากายเดียวไร้เริ่มต้นาาผานสนับสนุนการฝึกบำเพ็ญของกายผู้พิชิตานี่ทำให้เขาโล่งใจ ความประหวั่นพรั่นพรึงมากมายก่อนหน้าก็ได้มลายไปจนหมดสิ้น
“พวกเ้า...พวกเ้าเป็ใครกัน”
“พลั่ก!”
ทันใดนั้นเสียงใระคนเดือดดาลของหวังซานก็ดังขึ้นภายในลานต่อมามีเสียงตบหน้าดังชัดลอยเข้ามา
“ไอ้สวะแก่หนังเหนียวเ้าบังอาจมาขวางพวกข้า คุณชายปัญญาอ่อนนั่นของเ้าล่ะ” น้ำเสียงกำเริบเสิบสานส่งเสียงฮึดฮัดเยียบเย็นในขณะที่กล่าว
สีหน้าของเซียวอวี้พลันเยียบเย็นทันที จิตสังหารอันโเี้อำมหิตฉายวาบขึ้นในดวงตา
“แอ๊ด”
เขาเปิดประตูย่างเท้าก้าวออกไป
ขณะนี้ท้องฟ้ามืดสนิทแล้วบ่าวรับใช้ในจวนโหวสี่คนสวมชุดสีเขียวยืนอยู่กลางลานอย่างไม่ยี่หระมองเห็นถึงความยโสโอหังและการวางอำนาจบาตรใหญ่อยู่ในสีหน้าท่าทางได้รางๆ
หวังซานถูกตบจนล้มกองอยู่บนพื้นข้างมือเขายังมีเหล้าเหลืองขวดหนึ่งที่แตกละเอียดและยาสมุนไพรอยู่ดิ้นรนขัดขืนลุกขึ้นหลายต่อหลายครั้งก็ยังไม่สำเร็จ
“โอ๊ะนี่เพิ่งตบหมาไป เ้าของมันก็โผล่ออกมาแล้ว” พอพวกนั้นเห็นเซียวอวี้ก็หัวเราะลั่นอย่างประสงค์ร้าย
[1] เป็บรรดาศักดิ์สืบตระกูลในสมัยจีนโบราณเป็ยศขุนนางขั้นสองที่ฮ่องเต้จะมอบให้พระราชวงศ์หรือขุนนางผู้สร้างคุณูปการ