ตอนที่ 43 ไม่ต้องการสอนใคร
การที่ชาวบ้านยังไม่ปักใจเชื่อทีเดียว จึงต้องให้ วิญญาณเจ้าพ่อร่างทรง เข้ามาผสมโรงร่วมด้วย โดยเล่นงานชาวบ้านที่ไร้พลังปราณปกป้องจนสลบลงไปอย่างง่ายดาย การที่เจ้าพ่อร่างทรง สามารถเล่นงานโจมตีใส่ชาวบ้านได้ เพราะถูกทักษะ หุ่นเชิดวิญญาณ ขอลู่หานถ่ายเทพลังมาจนสามารถเล่นงานคนอื่นได้ ทุกครั้งที่เจ้าพ่อร่างทรง เล่นงานชาวบ้านจนสลบเสร็จก็จะซ่อนตัวใต้ถุนบ้าน เพื่อจะให้ชาวบ้านเข้าใจว่าเป็นอิทธิฤทธิ์ของ หมอตาทิพย์
"ขอกอบโกยหมดเลยละกัน"
ลู่หาน ไม่รอช้าจัดการใช้แหวนมิติ รวบรวมสิ่งของทั้งหมดเข้าไปอย่างรวดเร็ว
หมอตาทิพย์ กับ เจ้าพ่อร่างทรง ที่มองดูการกระทำของลู่หาน ช่างชั่วร้ายยิ่งกว่าพวกตนเองเสียอีก เอาสิ่งของ สมบัติที่พวกตนรวบรวมมาเป็นเวลาหลายปี ตอนนี้กับไปตกอยู่ในมือของเด็กน้อยที่ฆ่าพวกตนไปเสียแล้ว
สาวใช้ ที่เริ่มไม่เข้าใจเสียแล้วว่า ตกลงคุณหนูของตนเป็นคนดี หรือว่าโจรในคราบผู้ดีกันแน่ ช่างปล้นสิ่งของจนหมดเกลี้ยงต่อหน้าต่อตาเจ้าของคนเก่าโดยไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด
"เจ้านั่นเอง ข้าว่าแล้วมันแปลกๆ"
"ที่แท้เรื่องทุกอย่างเป็นฝีมือของเจ้าสินะ เจ้าคงเป็นพวกเดียวกับหมอตาทิพย์ เจ้าพ่อร่างทรงสินะ"
เสียงชายหนุ่ม ดังออกมาตรงหน้าประตูของที่พัก หมอตาทิพย์ ซึ่งลู่หานจดจำชายหนุ่มตรงหน้าได้อย่างดีว่าคือใคร
ชายหนุ่ม ที่คิดว่าลู่หานร่วมมือกับ หมอตาทิพย์ เจ้าพ่อร่างทรง ให้มาเอาสิ่งของพวกนี้ออกไป หลังจากที่ความจริงถูกเปิดเผยออกมาแล้ว จึงไม่สามารถจะอยู่ที่นี้ต่อไปได้อีก
"ไม่สิ ทำไมหน้าตาเจ้าเปลี่ยนไปกันละ"
"เจ้าเป็นใครกันแน่ เจ้าไม่ใช่คุณหนูตระกูลลู่หรอกรึ"
"ไม่สิ ก็ตอนนั้นข้าจำได้ว่าเป็นคุณหนูตระกูลลู่แน่ๆ"
"อ๋อ นี้เจ้าแอบอ้างปลอมเป็นคุณหนูตระกูลลู่ เพื่อแอบอ้างชื่อเสียงตระกูลลู่ด้วยสินะ"
ชายหนุ่ม ที่ตอนแรกคิดว่าเป็นฝีมือลู่หานแน่ๆ แต่เมื่อเห็นใบหน้าที่เปลี่ยนไปของลู่หาน จึงเริ่มแปลกใจขึ้นมา จนคาดเดาได้ว่าอีกฝ่ายอาจปลอมเป็นคุณหนูตระกูลลู่ เพื่อแอบอ้างชื่อเสียงตระกูลลู่ มาใช้ข่มขู่ เล่นงานหมอตาทิพย์ กับ เจ้าพ่อร่างทรง ก็ได้ หรืออาจจะปลอมเป็นคุณหนูตระกูลลู่เพื่อเอาตัวรอดหากเกิดสถานการณ์ไม่เป็นใจขึ้นมาจนไม่อาจสังหารหมอตาทิพย์ เจ้าพ่อ ทำให้หมอตาทิพย์ เจ้าพ่อร่างทรง ไม่อาจตามล่าศัตรูได้ง่ายนัก แล้วต้องคิดอย่างถี่ถ้วนเมื่อต้องเป็นศัตรูกับตระกูลลู่อีกด้วย
"เจ้าจะคิดแบบนั้นก็ตามใจ"
ลู่หาน ที่ไม่คิดมาก ดีซะอีกในเมื่ออีกฝ่ายต้องการคิดว่าตนเองเป็นคนอื่นที่ต้องการปลอมตัวเป็นลู่หาน คุณหนูตระกูลลู่เพื่อแอบอ้างชื่อเสียงของตระกูลลู่เช่นนี้
"เฮ้อ ถ้าข้าเป็นพวกเดียวกับมันจริง ข้าคงไม่คิดจะปล่อยเจ้าออกมาจากห้องลับ ที่เหมือนคุกหรอก"
ลู่หาน ที่ไม่คิดว่าจะมีคนกล้าย้อนกลับมา หลังจากที่แสดงอิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ ให้ดูขนาดนั้นแล้ว และเป็นคนที่ตนเองเคยช่วยให้ออกจากคุกนรกแบบนั้นอีกด้วย แต่ในเมื่ออีกฝ่ายกำลังสับสนกับตัวตนของตนเองก็นับว่าเป็นโอกาสดีที่จะให้คนอื่นจดจำตัวตนอื่นของตนแทน
"สิ่งที่เจ้ากระทำอยู่คืออะไร อย่าบอกนะว่าเจ้าจะเอาของพวกนี้ไปเป็นของตนเองคนเดียว"
"เจ้าก็ไม่ต่างอะไรกับพวกมันเลย"
ชายหนุ่ม ที่มองการกระทำของลู่หาน ก็ราวกับนักบุญในคราบผู้ดีที่ต่อหน้าแสร้งเป็นคนดี สุดท้ายตนเองก็คืงิดจะหวังกอบโกยผลประโยชน์ สิ่งของต่างๆเข้ากระเป๋าตนเองแต่เพียงผู้เดียว และใส่ร้ายป้ายสีให้กับ หมอตาทิพย์ กับ เจ้าพ่อร่างทรง แทน
"จะคิดยังไงมันก็เรื่องของเจ้า อย่ามาขัดขวาง"
ลู่หาน ที่ไม่คิดจะทำตัวเป็นคนดี หรือฮีโร่ผยุงความยุติธรรม เพียงแต่แค่ช่วยเหลือตามความเหมาะสม แล้วกอบโกยเมื่อมีโอกาส การที่จะเป็นคนดีร้อยเปอร์เซ็นบนโลกนี้ไม่สามารถจะอยู่ได้ตลอดรอดฝั่ง ต้องมีการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์
ลู่หาน ที่เข้าใจสัจธรรมข้อนี้ดี เมื่อยามมีอำนาจ เราสามารถจะทำอะไรก็ได้ สามารถกลับดำให้กลายเป็นขาว หรือกลับขาวให้กลายเป็นดำก็ยังได้ หากคนมองว่าดีก็คือดี หากคนมองว่าไม่ดีก็คือไม่ดี ลู่หานไม่สามารถบังคับความคิดของแต่ละคนให้มองตัวเองแบบไหน แค่อย่ามาขัดขวางเส้นทางของตนก็พอ
"หลีกไป"
ลู่หาน ที่บอกให้อีกฝ่ายหลีกทางซะ เมื่อตอนนี้ชายหนุ่มกำลังยืนขวางประตูอยู่ หลังจากกอบโกยมาหมดเกลี้ยงแล้ว
"ข้าจะไม่หลีก ข้ามั่นใจแล้วว่าเจ้ามีความสามารถแล้วเป็นจอมยุทธยันต์มนตราด้วย"
ชายหนุ่ม ที่มั่นใจว่าลู่หานได้จัดการ หมอตาทิพย์ กับ เจ้าพ่อร่างทรง ไปแล้วแน่ และยังสามารถเอามาเป็นพวกใช้งานได้อีกด้วย แม้จะไม่รู้ว่าทำได้ยังไง แต่การที่สามารถทำได้เช่นนี้ ย่อมต้องมีฝีมือ ความสามารถที่ไม่ธรรมดาแน่
"เจ้าจะสื่ออะไร"
ลู่หาน ที่ไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายต้องการอะไรกันแน่
"ข้าอยากให้เจ้าช่วยสอนข้าให้เก่งแบบเจ้า"
ชายหนุ่ม ขอร้องออกมา เมื่ออีกฝ่ายเป็นเพียงเด็กน้อยอายุ 10 ปี แต่มีฝีมือ ความสามารถที่ไม่ธรรมดา จึงต้องยอมเสียหน้าให้คนอื่นมาสอนตนเพื่อจะได้เก่งขึ้นแบบอีกฝ่าย
"ข้าไม่ต้องการสอนใคร"
"ข้าไม่อยากยุ่งวุ่นวายที่จะมานั่งสอนคนอื่นด้วย"
ลู่หาน ปฏิเสธออกมาทันที เมื่อตนเองต้องการพัฒนาระดับลมปราณให้สูงมากยิ่งขึ้น เพื่อจะได้เพิ่มโอกาสในการเข้า ตำหนักเก้ายอด มากยิ่งขึ้น แม้อาจจะไม่ใช่เรื่องที่ตนเองต้องการ แต่คงมีสิ่งอะไรน่าสนใจในนั่นพอจะให้ตนเข้าไปสำรวจแล้วหยิบฉวยมาได้ ไม่มีทางที่จะมาเสียเวลาสอนคนอื่นแน่
"ทำไมกัน รึว่าข้าไม่มีคุณสมบัติ"
ชายหนุ่ม ขอร้องขนาดนี้กับถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยกลับมาทันที
"รึว่าข้าเป็นผู้ชาย ไม่ใช่หญิงสาวงดงามข้างกายเจ้าคนนั้น จึงไม่คิดสอนให้ข้า"
ชายหนุ่ม ที่เห็นสาวใช้เหยาเหยาที่ตอนนี้ได้สังเกตุเห็นความงดงามบนใบหน้าของหล่อน หลังจากที่ตนเองไม่คิดจะสนใจในตอนแรก จนตอนนี้เริ่มมีอาการแปลกๆออกมา
"ขนาดนี้มันยังให้หญิงสาวปลอมตัวเป็นสาวใช้ลู่หานด้วยงั้นรึ"
ชายหนุ่ม แทบไม่อยากเชื่อว่าหญิงสาวข้างกายลู่หานตอนนี้ คือคนเดียวกับหญิงสาวที่เป็นสาวใช้ของลู่หานในตอนแรกครั้งที่แล้ว
คงไม่มีหญิงสาวคนไหนที่มีหน้าตาสวยงามอยู่แล้ว ยอมปลอมตัวเป็นสาวใช้ขี้เหร่ หน้าตาอัปลักษณ์ออกมาเดินข้างนอกโดยไม่แคร์สายตาคนอื่นได้แบบสาวใช้คุณหนูลู่หานของตระกูลลู่แน่