การแข่งขันดำเนินต่อไป หลังจากต่อสู้กับเจียงจูนันแล้วจางเฉินก็มีการแข่งอีก 4 รอบแต่ทุกคนต่างก็ประกาศยอมแพ้
“เอาละ การแข่งขันสิ้นสุดแล้วและเราเหลือคู่สุดท้ายเพื่อชิงอันดับหนึ่ง มู่หยงเลี่ยน จางเฉิน”
ผู้ชมต่างเฮสนั่นไปทั้งอัศจรร
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เด็กเหม็น ได้เวลาที่เจ้าต้องเจ็บตัวแล้ว”
มู่หยงเลี่ยนกระโดดขึ้นไปบนเวทีประลองพูดอย่างภาคภูมิใจ
“ตระกูลเจ้าเป็นพวกพูดมาก หยิ่ง ยโส แบบนี้ทุกคนไหม ดูน่าเบื่อ”
จางเฉินกระโดดขึ้นเวทีพูดด้วยหน้าตาเฉยเมยไม่แยแส
“กล้าที่จะขึ้นมา ข้าคิดว่าเจ้าจะยอมรับความพ่ายแพ้หนีหางจุกตูดซะแล้ว”
“ข้าไม่ เจ้าละ เห่าอยู่ได้ อยากจะส่ายหาง ก้มหัวแล้วยอมแพ้ไหม”
“มองหาความตาย”
มู่หยงเลี่ยนโกรธจางเฉินเข้าโจมตีทันทีด้วยความรวดเร็วระยะห่างระหว่างทั้งสองคนก็เหลือเพียงห้า หกเมตร
ปังงงง
อากาศข้างหน้าระเบิด มีวังวนสายลมเกิดขึ้นจากการประชันหมัดต่อหมัดของทั้งสองคน ทั้งสองคนต่างถอยกันไปสองสามก้าว
การฝึกฝนของจางเฉินนั้นดีกว่าด้วยวิชากายาเหนือปฐพีแต่ก็ยังเสียเปรียบค่อนข้างมากในเรื่องของระดับฝึกฝน โดยรวมคือมู่หยงเลี่ยนยังคงเหนือกว่าจางเฉินครึ่งก้าวหลังจากการเผชิญหน้ากับการโจมตีที่รุนแรงจางเฉินปรับสภาพร่างกาย และจิตใจอีกครั้ง
มู่หยงเลี่ยนประหลาดใจมากแต่ก่อนเพียงดูการต่อสู้เมื่อได้ลองดูเองแล้วพบว่าความแตกต่างในระดับขั้นนั้นแทบไม่เป็นผลสิ่งหนึ่งที่เกิดในใจคือ จางเฉินต้องมีความลับ เคล็ดลับการฝึกฝนของพวกนี้ต้องเป็นของมันการคิดแบบนี้ไม่ใช่แค่มู่หยงเลี่ยนเท่านั้นแต่คนทั่วไปก็คิดแบบเดียวกันจางเฉินมีความลับมากเท่าไหร่ ยิ่งแสดงความสามารถไปอีกเท่าไหร่ก็จะยิ่งเป็นเป้าหมายของมวลชนจำนวนมาก
บูมมม
พลังที่ดุเดือดของทั้งสองคนชนกันอย่างต่อเนื่อง ทั้งเตะ ต่อย พลังฝ่ามือได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นเป็นระยะ
“ภูผาดับสูญ”
ย๊ากกกกกก
มู่หยงเลี่ยนคำรามกระดูกทั้งร่างกายกรีดร้อง พลังลมปราณขยายทั่วร่างกายพลังงานวิญญาณสวรรค์และโลกต่างหมุนวนรอบตัวมู่หยงเลี่ยน เขาส่งกำปั้นที่เหมือนเป็นภูเขาขนาดใหญ่ไร้ที่สุ้นสุดใส่จางเฉิน
จางเฉินรู้สึกกดดันเป็นอย่างมากเหนือความกดดันอาเรย์ในตอนเริ่มรอบแรก รวบรวมพลังปราณจากทั่วร่างกายเพื่อรวมกันที่หมัดพลังปราณของเขา
ตูมมมมม
ทั้งสองคนต่างกระเด็นถอยหลังไปสิบก้าว กระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง
“นี่มันเป็นไปไม่ได้”
มู่หยงเลี่ยนตาโตนี่นับว่าเป็นท่าไม้ตายของเขา และชกไปอย่างเต็มกำลังแล้วแต่เด็กน้อยระดับลมปราณก่อเกิดยังสามารถรับได้
จางเฉินตบฝ่ามือมุมเสื้อผ้าทั่วร่างกาย เพื่อปัดฝุ่นออก ทำให้มู่หยงเลี่ยนยิ่งโกรธจนหน้าแดงบรรดาผู้ชมต่างอ้าปากค้างเป็นภาพที่ดูน่าตลกแต่ไม่สามารถที่จะขำได้ออกเหมือนมันจุกอยู่ตรงลำคอจะหัวเราะก็ไม่ได้ ทำได้เพียงอ้าปากค้างไปเช่นนั้น
มู่หยงเลี่ยนโกรธและโกรธจัดอย่างรุนแรงตะโกดกรีดร้องนั่งยองๆเท้าสองข้างกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น คลื่นรอบๆ ตัวต่างหมุนวนไปที่มู่หยงเลี่ยนแล้วผลักกำปั้นทั้งคู่ของมาเป็นพลังปราณจำนวนมหาศล
“ร้อยภูผาถล่มทลาย”
สองหมัดที่ดุเดือดพุ่งอย่างดุเดือดทำลายอากาศมีเสียงวีดวิ๊วแหลมสูงมากพุ่งเข้าหาจางเฉิน กระบวนท่านี้เป็นกระบวนท่ารองจากท่าไม้ตายท่าแรกของมู่หยงเลี่ยนท่าแรกนั้นเป็นโจมตีจุดเดียวอย่างรุนแรง ส่วนท่าที่สองเป็นแบบโจมตีวงกว้างถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่จางเฉิน แม้ระดับหลอมรวมลมปราณขั่น 9ก็ไม่อาจที่จะรับทั้งสองกระบวนท่านี้ได้
บนอัศจรรราชาจินหวังจ้องมองการต่อสู้อันดุเดือดตาไม่กระพริบ “มู่หยงเลี่ยนสำเร็จวิชาหมัดภูผาสังหารชุดนี้แล้วสินะนี่เป็นศิลปะการต่อสู้ระดับสูงที่มีเพียง 2 วิชาอยู่ในอาณาจักรเทคนิดการฆ่าผ่านการชกมวยนี้ดุเดือดมาก พลังเทียบเท่ากับนักรบปราณระดับกลางได้เลยข้าว่าจางเฉินย่อมต้องแพ้อย่างไม่ต้องสงสัย”
“น่าจะเป็นเช่นนั้น”อธิบดีมองบนสนามอยู่แล้วหันมาคุยกับราชา
“ข้อแตกต่างเรื่องพลังปราณจากการฝึกฝนสูงมากก่อนหน้านี้จางเฉินจบการต่อสู้อย่างรวดเร็ว แต่ครั้งนี้ยึดเยื้อนี่เป็นจุดอ่อนที่ใหญ่มาก ถ้าเขาชนะได้คงเป็นเรื่องแปลก” หลินเทียนจับคางและวิเคราะห์การต่อสู้
“หวังเพียงไม่ให้เขาถึงแก่ชีวิตข้ายังต้องเรียนรู้จากเขาอีกมาก” หลินจงเป่าพูดเบาๆ อย่างเป็นกังวล
บูมมมม
จางเฉินรวบรวมพลังปราณเพื่อรับมือแต่พลังปราณของเขาไม่เพียงพอทำให้โดนความแรงของกระบวนท่านี้ไปเกือบครึ่งคายเลือดและกระเด็นไปไกล