หนังสือเปลี่ยนชะตา

    บทที่ 37


    ไม่นานรายการก็กลับมาออนแอร์ ผู้ชมทั่วประเทศก็ต่างเฝ้ามอง และคอยเชียร์คนที่พวกเขาชื่นชอบ ภาพตัดไปตัดมาระหว่างผู้เข้าแข่งขัน กับกรรมการที่คอยให้ข้อมูลอยู่อีกสถานที่หนึ่ง และแน่นอนว่าสินเป็นคนที่ทำเสร็จเป็นคนแรก กรรมการต่างเข้าสัมภาษณ์เขา และทำการตรวจ เมื่อเสร็จแล้วสินก็ยืนรออยู่ด้านหลังของเขา ภาพตัดกับมาที่รีแอคชั่นของผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ“ไม่ถึงสิบนาทีเสร็จแล้ว?... แถมยังไม่พลาดอีก.. จะเก่งไปไหน” ผู้เข้าแข่งขันรายหนึ่งกล่าวออกมา และในขณะเดียวกันมันก็ไม่พ้นให้เป็นกระแสในโลกออนไลน์เหมือนอย่างเคย บางคนก็บอกว่ามันจะไปยากอะไรกับอีแค่ทำเฟรนซ์ฟรายส์ มันจึงทำให้หลายๆคน ท้าที่จะให้พวกเขาทำตามโจทย์ของรายการดู แล้วในไม่ช้า พวกเขาจะทราบเองว่าสินนั้นเทพขนาดไหนเวลาผ่านไปเรื่อยๆ กรรมการเองก็เริ่มที่จะเดินตรวจมากยิ่งขึ้น ขวัญใจเดินเข้าไปหาผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่งที่เป็นสาววัยมหาวิทยาลัยก่อนจะบอกกับเธอว่า“หยุด!!” หญิงสาวคนนั้นก็หยุดทำในทันที จากนั้นขวัญใจก็เดินไปหยิบเฟรนซ์ฟรายส์ที่ผู้เข้าแข่งขันคนนี้เป็นคนทำขึ้นมา และเมื่อหยิบขึ้นมาขนาดมันไม่เท่ากันเลยสักชิ้นเดียว เธอจงถามต่อว่า“นี่มันอะไรกัน?” เธอพูดพร้อมกับเสียงของเอฟเฟคตกใจที่ดังลั่นไปทั่วทั้งจอ ผู้เข้าแข่งขันที่อยู่ใกล้ๆ ก็ต่างหันมามองด้วยความสงสัย จนในที่สุดเธอคนนั้นก็ตอบกลับมา“มันไม่เท่ากันค่ะ” ขวัญที่ได้ยินก็ทำหน้าตึงๆใส่เธอ ก่อนที่เธอจะพูดแดกดันกลับไปอีกรอบ“ก็รู้นี่.. ทำไม่เท่ากันอย่างนี้แล้วมันจะได้เท่ากับโจทย์ไหม” ขวัญเอ่ยถาม“ฉันคิดว่าไม่ค่ะ แต่หนูก็พยายามทำให้ดีที่สุดแล้วค่ะ” เธอกล่าวตอบกับขวัญใจทั้งน้ำตาที่พึ่งจะไหลออกจากตา แต่ขวัญใจก็ไม่ได้มีท่าทีที่จะอ่อนข้อให้เลย“เชิญค่ะ!!” ขวัญใจชี้ไปทางประตู และมันก็เป็นหน้าที่ของเธอ ที่จะต้องสแกนคนก่อนเข้าไปสู่รอบลึกๆ แม้ว่าคนดูจะติดภาพลักษณ์ของเธออย่างนี้ แต่มันก็เป็นเอกลักษณ์ดี สวยเข้ม และดุมาก นักศึกษาคนนั้นรีบเดินออกไปทางประตู ก่อนที่จะเป็นฉากสัมภาษณ์เธอเป็นการส่วนตัวอีกรอบ“หนูว่ามันไม่ได้วัดผลเลย ว่าการหั่นวัตถุดิบเก่ง แล้วจะทำอาหารอร่อย หนูว่ามันไม่แฟร์เลยสักนิด” แล้วรายการก็มาถึงช่วงที่สอง โดยเหลือที่ว่างให้กับผู้แข่งขันแค่สองที่นั่งเท่านั้น พวกผู้เข้าแข่งขันต่างก็เสร็จเวลาใกล้ๆกัน ทำให้ทีมงามจะต้องเข้ามาช่วยในการจัดการจนในที่สุดก็ได้ผู้เข้าร่วมแข่งขันครบตามจำนวน 50 คน แล้วในตอนนี้ และเมื่อครบ ภาพก็ตัดไปที่โฆษณาทันที แล้วสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในประเทศไทยเกือบจะทุกคนก็เข้ามายังโลกโซเชียลอีกครั้ง ความเห็นของแต่ละคนก็แตกออกเป็นหลากหลายทิศทาง และจากตัวอย่างที่ปล่อยออกมาเมื่อสองวันก่อน วันนี้จะมีคัดออกอีก 30 คน และพวกเขากำลังรอดูอยู่ในตอนนี้เวลาผ่านไปไม่นานรายการก็กลับมา พร้อมกับฉากหลังที่เหลือคนเพียงห้าสิบคนเท่านั้น เสียงปรบมือต้อนรับดังลั่นไปทั่วทั้งฮอลล์ และมันก็เป็นหน้าที่ของปิ๊กอีกครั้ง ที่จะพูดเปิดช่วงที่สามของรายการ“เป็นอย่างไรบ้างคะ กับการทดสอบในรอบที่ผ่านมา... เราต้องขอแสดงความยินดีกับพวกคุณด้วยนะคะ...” จากนั้นปิ๊ก พิธีกรสาวกับเหล่ากรรมการก็ปรบมือกันอีกครั้ง ก่อนที่คุณอังจะพูดขึ้นมาว่า“แต่...” แล้วนั่นก็ทำให้สีหน้าของทุกคนกลับมาเคร่งเครียดอีกครั้ง“แต่..การแข่งขันของวันนี้มันยังไม่จบลง พวกคุณจะต้องถูกทดสอบอีกหนึ่งครั้ง จากผู้เข้าแข่งขันในรอบนี้มี 50 ท่านจะถูกลดลงเหลือ...” เสียงของดนตรีลุ้นระทึกก็ดังตัดขึ้นมา“เหลือเพียง 20 ท่านเพียงเท่านั้นครับ” สิ้นเสียงของคุณอัง บรรยากาศความตึงเครียดก็ยิ่งเครียดเข้าไปอีก ผู้เข้าแข่งขันก็ต่างตั้งใจฟังกันต่อว่าพวกเขาจะต้องทำอะไร“และโจทย์ในรอบนี้ก็คือ... การทอดไข่ดาวให้ไข่ขาวกรอบ ไข่แดงยังดิบอยู่ และที่สำคัญที่สุด พวกคุณจะมีไข่ให้ใช้เพียงแค่คนละ 1 ฟองเพียงเท่านั้น” สินที่ได้ยินเขาก็ยิ้มขึ้นมาในทันที และภาพก็ตัดมาที่สินอยู่ในห้องสัมภาษณ์“ผมทอดไข่ดาวที่ร้านวันละเป็นพันๆฟอง.. เป็นโจทย์ที่ง่ายมากครับ” สินกล่าวออกมาอย่างชิวๆ แต่สำหรับคนอื่นนั้นไม่ใช่ พวกเขาต้องวางแผนให้รัดกุมที่สุด จากนั้นขวัญใจก็พูดขึ้นต่อว่า“เราจะให้เวลาคุณ 5 นาทีเท่านั้นในการทำ เลือกอุปกรณ์ครัวเอง เลือกไข่เอง หลังจากห้านาทีหมดลง พวกคุณทุกคนจะต้องหยุดทำ” เธอกล่าวพร้อมกับชี้ไปยังโซนไข่ไก่ น้ำมัน โซนเครื่องครัว และสุดท้ายคือนาฬิกาขนาดใหญ่กลางรายการ“เชิญทุกคนเข้าประจำตำแหน่งครัวได้เลยครับ เรามีเตาแก๊สปิคนิคให้พวกคุณคนละหนึ่งเตาเท่านั้น พร้อมกับอุปกรณ์จุดไฟ” เชฟอานกล่าวขึ้น และทุกๆคนก็เดินไปตามทางที่รายการกำหนดไว้ให้ และเมื่อทุกคนเข้าประจำตำแหน่งแล้ว พิธีกรสาวก็เอ่ยขึ้นในทันที“ในเมื่อพวกคุณพร้อมกันแล้ว.. อย่าลืมว่าคุณมีเวลาเพียงห้านาทีเพียงเท่านั้น ถ้าพร้อมแล้ว..5...4...3...2...1...เริ่มได้ค่ะ” สิ้นสุดเสียง ทุกๆคนต่างวิ่งกันไปตามจุดของต่างๆ บางคนก็ให้ความสำคัญกับวัตถุดิบก่อน แต่ก็ยังมีอีกบางจำพวกที่เข้าไปเลือกน้ำมันก่อนใครเพื่อน แต่มีส่วนน้อยที่เข้าไปเลือกเครื่องครัว มันเป็นเพราะว่าพวกเขาเห็นเครื่องครัวแล้ว ส่วนใหญ่จะเหมือนๆกัน จึงให้ความสำคัญกับอย่างอื่นมากกว่าสินเดินไปหยิกกระทะ ตะหลิว จากนั้นก็เดินไปหยิบน้ำมันก่อนที่เขาจะจุดไฟอ่อน เพื่ออุ่นกระทะของเขารอที่จะทอด เขาเดินไปหยิบไข่มาเป็นคนสุดท้าย ก่อนจะพบว่าไข่มันหมดแล้ว เขาจึงเดินไปที่กรรมการที่กำลังพูดคุยกับกล้องอยู่ เขาเอ่ยทักออกมาทันที เพราะว่าเขาเองก็ต้องรีบแล้วเช่นกัน“ขอโทษนะครับ เหมือนว่าทางทีมงานจะเตรียมไข่มาไม่ครบนะครับ” สินเอ่ยออกมา กรรมการทั้งสาม และพิธีกรต่างทำหน้างงๆ พวกเขาเรียกทีมงานมาในทันที“ทีมงานๆ!!!!! ทำไมถึงเตรียมไข่มาไม่ครบตามจำนวนผู้เข้าแข่งขัน” เชฟอานกล่าวอย่างหัวร้อน มันเป็นสิ่งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น“ห๊ะ!! ครบ 50 ใบแน่นอนครับ.. ไม่ได้มีใครเอาเกินไปใช่ไหมครับ” ทีมงานที่นับแล้วนับอีก และวางไข่ในตะกร้าตามจำนวนนั้นพอดี เชฟอาน และกรรมการคนอื่นก็ติดสตั้นกันเล็กน้อย ก่อนที่ขวัญใจจะตะโกนออกไปในทันที“หยุด!!” ทุกคนที่ได้ยินก็เริ่มสงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ในตอนนี้พวกเขาก็ยังไม่ได้เริ่มลงไข่เพื่อที่จะทอด เลยยังไม่มีปัญหาใดๆ ผู้ชมที่ดูอยู่ทางบ้านเองก็อยากจะรู้เหมือนๆกันว่าไข่มันหายไปไหน จากนั้นขวัญใจก็พูดขึ้นมาต่อว่า“ใครคนไหนหยิบใครไปเกิน... 1 ฟอง” จากนั้นก็มีผู้หญิงใส่แว่นคนหนึ่งทำหน้าเลิกลั่กออกมา ก่อนที่กล้องจะตัดภาพไปที่เธอ“อ่าว..ได้คนละ 1 ฟอง...แล้วทำไมฉันถึงหยิบมาสองฟองละ” สาวแว่นที่ดูทำท่าโก๊ะๆยกมื่อขึ้น ก่อนจะบอกว่าเธอนั้นแหละที่หยิบมาเกิน เธอกล่าวขอโทษก่อนที่การแข่งขันจะเริ่มดำเนินการต่อไป เชฟอานที่ยังติดใจอยู่ก็ให้กล้องเดินตามเข้ามา ก่อนที่จะเอ่ยคำถามกับเธอคนนั้น“ทำไมคุณถึงหยิบไข่มาสองฟองล่ะครับ” เชฟอานกล่าวถาม“ขอโทษค่ะ ปกติสามีของฉันแกทานสองฟองในทุกๆเช้า มันเลยเผลอหยิบมาน่ะค่ะ” แล้วเธอก็หัวเราะแห้งๆออกมา 

    คล้ายกับเรื่องหนังสือเปลี่ยนชะตา ที่คุณอ่าน